01 The TripPacker's Review
โบสถ์ซางตาครู้ส ศูนย์รวมความศรัทธาในพระผู้นำทาง
ทราบหรือไม่ครับว่าสถานที่ที่น่าสนใจในย่านฝั่งธนบุรี ที่นอกเหนือไปจากจากวัดวาอาราม หรือชุมชนที่ตั้งรกรากมาอย่างยาวนานแล้ว ยังมีสถานที่หนึ่งที่อยากจะแนะนำให้ได้รู้จัก ซึ่งก็คือโบสถ์ไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์ ตามความหมายในภาษาโปรตุเกส ซึ่งอาจจะคุ้นหูใครหลายคนในชื่อ โบสถ์ซางตาครู้ส มากกว่า โดยโบสถ์แห่งนี้ตั้งตระหง่านหันหน้าออกสู่แม่น้ำฝั่งตรงข้ามปากคลองตลาด ถือเป็นโบสถ์หลังที่ 3 แล้ว หลังจากที่ 2 หลังก่อนหน้านี้ สร้างด้วยไม้ซึ่งมีขนาดเล็ก
วัดซางตาครู้ส เป็นศาสนสถานของชาวคาทอลิก รูปแบบการก่อสร้างได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมแบบ เรเนซองส์ และ นีโอ – คลาสสิค ซึ่งอย่างที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า โบสถ์หลังนี้เป็นหลังที่ 3 ซึ่งสร้างด้วยการก่ออิฐถือปูน แตกต่างจากโบสถ์หลังแรกที่สร้างด้วยไม้ขนาดเล็กๆ เมื่อ พ.ศ. 2313 มีอายุการใช้งานประมาณ 65 ปี จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2378 คุณพ่อ ชอง บัปติส บัลเลอกัวช์ ก็ได้ก่อสร้างโบสถ์หลังที่ 2 ขึ้น เพื่อทดแทนหลังเดิมที่มีสภาพทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ซึ่งโบสถ์หลังที่ 2 นี่เองที่มีรูปแบบค่อนไปทางจีน ทำให้ผู้คนในยุคนั้นจึงเรียกพื้นที่แถบนี้ว่า “กุฎีจีน” ซึ่งโบสถ์หลังนี้ก็ได้ถูกใช้งานมานานถึง 81 ปี สภาพก็ทรุดโทรมลงไปไม่น้อยเช่นกัน ทำให้มีการคิดกันว่าจะก่อสร้างโบสถ์หลังใหม่ที่มีความคงทนแข็งแรงขึ้นมาทดแทน บาทหลวง กูเลียลโม กิ๊น ดากรู้ส จึงเป็นผู้รวบรวมเงินจากผู้มีจิตศรัทธา จนสามารถสร้างโบสถ์ซางตา ครู้ส หลังล่าสุดและใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน หากนับระยะเวลาจนถึงวันนี้แล้ว โบสถ์หลังที่ 3 ก็มีอายุล่วงเลยมาเกือบศตวรรษเข้าไปแล้ว
-
ความโอ่อ่าภายในของโบสถ์ซางตาครู้ส
-
รูปปั้นสีขาวที่สามารถมองเห็นได้ทันทีเมื่อก้าวเข้ามาภายในโบสถ์
-
ส่วนโค้งของเพดานด้านบนของโบสถ์
-
บริเวณด้านในสุด ซึ่งเป็นส่วนที่บาทหลวงใช้ทำพิธีมิสซา
โดยส่วนภายนอกของโบสถ์ซางตาครู้ส มีลักษณะเป็นยอดโดมสูงประดับด้วยไม้กางเขน บริเวณโดยรอบอาคารโบสถ์จะมีรูปปั้นขององค์พระเยซูคริสต์ และองค์พระแม่มารี ตั้งเป็นอนุสรณ์อยู่หลายจุด ขณะที่ด้านในของตัวโบสถ์นั้น ความสูงของเพดานมีค่อนข้างมาก ตกแต่งด้วยลวดลายคลาสสิค เน้นให้เห็นถึงความหรูหราโอ่อา กว้างขวางมากพอสมควร ริมผนังทั้ง 2 ฝั่งได้รับการประดับไว้ด้วยกระจกสี เป็นภาพที่บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ในคริสต์ศาสนาและภาพขององค์พระเยซูในอิริยาบถต่างๆ เรียกว่าเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของที่นี่ได้เลยทีเดียว อีกทั้งตลอดทางเดินภายในโบสถ์จะมีเก้าอี้ไม้สำหรับผู้ที่มาประกอบศาสนกิจวางเรียงขนาบอยู่ทั้ง 2 ข้าง ไล่ไปจนถึงด้านในสุดของโบสถ์ ซึ่งจะเป็นที่ตั้งรูปปั้นขององค์พระเยซูถูกตรึงไว้ด้วยไม้กางเขน
และภายในโบสถ์แห่งนี้จะแลดูงดงามมากขึ้นไปอีก ก็ยามที่อาคารด้านในได้ถูกแสงไฟสีเหลืองนวล อบอุ่นดูสบายตา ทำให้สามารถเห็นถึงความวิจิตรตระการตาต่างๆได้อย่างชัดเจน ทว่าบรรยากาศภายในก็มากด้วยความสงบ เยือกเย็น รู้สึกได้ถึงความศรัทธาอันล้นเปี่ยม แต่หากมองอีกมุมหนึ่งบรรยากาศเช่นนี้ก็ให้ความรู้สึกโรแมนติกอยู่มากเลยทีเดียว
Make sure you always
- ควรแต่งกายสุภาพ เพื่อให้เกียรติแก่สถานที่
- การขอบันทึกภาพภายในโบสถ์จะมีการเสียค่าบำรุงวัด ประมาณ 300 บาท
- ห้ามผู้มาเยือนขึ้นไปบนซุ่มพระแท่นบูชาด้านในสุด
ฉะนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจ หากคู่หนุ่มสาวจำนวนมากได้ตัดสินใจเลือกโบสถ์แห่งนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของ ความประทับใจในวันสำคัญของการเริ่มต้นชีวิตคู่ หรือเพียงแค่อยากจะให้โบสถ์ซางตาครู้สเป็นฉากหลังของภาพงานแต่ง เอาไว้ให้ระลึกถึงวันช่วงเวลาที่ความรักยังหวานชื่น ก็มีความสุขดีไม่น้อย
หากแต่ผู้ที่สนใจจะเยี่ยมชมความงดงามภายในตัวโบสถ์นั้น คงต้องมีการทำหนังสือขออนุญาตเป็นทางการซักหน่อย จากหน่วยงานที่ดูแลเรื่องธุรการของโบสถ์วางตาครู้ส หรือโทรสอบถามข้อมูลกันก่อน เพราะปกติโบสถ์แห่งนี้ก็ไม่ได้เปิดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเต็มตัว แต่หากใครแค่ต้องการจะมาเก็บภาพความสวยงามของตัวสถาปัตยกรรมภายนอก ก็เชิญได้ตามสบาย
เชื่อเถอะว่า หากคุณได้มาเยือนที่นี่แล้ว บางทีมุมมองที่เคยๆ ว่าจะต้องเป็นตึกสูงทันสมัยเท่านั้นถึงจะแลดูสวยงาม ซึ่งมุมมองเช่นนั้นอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้หากเมื่อมาสัมผัสด้วยตาตัวเองกับสถานที่แห่งนี้
02 ข้อมูลทั่วไป + การเดินทาง
โบสถ์ซางตาครู้ส เขต ธนบุรี กรุงเทพฯ
| ที่อยู่ | : | 112 ซ.กุฎีจีน ถ.เทศบาล สาย1 แขวง วัดกัลยาณ์ เขต ธนบุรี กทม. 10600 |
|---|---|---|
| GPS | : | N13 44 21.18, E100 29 37.98 |
| เบอร์ติดต่อ | : | 02-472-0153-4 |
| แฟกซ์ | : | 02-465-0930 |
| : | santacruzchurch@hotmail.com | |
| Website | : | http://haab.catholic.or.th/church/santacruz_4.html |
| เวลาทำการ | : |
มิสซา จันทร์-เสาร์ 6.00 น.และ 19.00 น. วันอาทิตย์ 06.00 น. , 08.30 น., 19.00 น. วันศุกร์ต้นเดือน 08.00 น. และ 19.00 น. เทศกาลสำคัญ 19.00 น. |
| ค่าธรรมเนียม | : |
การขอบันทึกภาพภายในโบสถ์จะมีการเสียค่าบำรุงวัด ประมาณ 300 บาท หรืออาจจะมาก น้อยกว่านี้ตามแต่กรณ |
| ช่วงเวลาแนะนำ | : | ช่วงทำมิสซาของทุกวัน และทุกวันที่14 กันยายนของทุกปีจะมีการฉลองเทิดทูนมหากางเขน |
| ไฮไลท์ | : | ความอลังการของตัวสถาปัตยกรรมทั้งภายในและภายนอกโบสถ์ |
| กิจกรรม | : | พิธีมิสซาของชาวคริสต์ |
วิธีการเดินทาง
สามารถเดินทางด้วยทางเรือน่าจะสะดวกที่สุด ซึ่งสามารถนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีตากสินแล้วโดยสารเรือจากท่าเรือสาทร มาลงยังท่าวัดกัลยาณมิตร แล้วเดินย้อนกลับมาอีกเล็กน้อย หรืออาจจะนั่งเรือข้ามฝากมาจาก ท่าเรือราชินีมาลงที่ท่าเรือวัดกัลยาณมิตรก็ได้เช่นกัน



