01 The TripPacker's Review
ปรางค์กู่ โบราณสถานคู่เมืองชัยภูมิ
จังหวัดชัยภูมิ เป็นหนึ่งในจังหวัดของภาคอีสานที่มีประวัติความเป็นมาที่เก่าแก่ยาวนาน มีอารยธรรมหลากหลายสมัย ซึ่งสามารถย้อนไปจนถึงสมัยทวารวดีในช่วงที่ขอมยังเรืองอำนาจ ตามหลักฐานได้มีการสันนิษฐานว่าเมืองชัยภูมิแห่งนี้เคยเป็นทางผ่านของขอมมาก่อน และปัจจุบันยังคงปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์เป็นปรางค์ศิลาหลายแห่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ “ปรางค์กู่” โบราณสถานที่นับว่ามีความสมบูรณ์ที่สุดของจังหวัดชัยภูมินั่นเอง
Make sure you always
- ปรางค์กู่ ตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองชัยภูมิเพียงแค่ 2-3 กิโลเมตรเท่านั้น
- เนื่องจากปรางค์กู่ตั้งอยู่บริเวณแหล่งชุมชน บริเวณโดยรอบจึงมีทั้งวัดปรางค์กู่ โรงเรียน ร้านค้า และบ้านพักอาศัยมากมาย ถนนก็ค่อนข้างแคบจึงอาจจะหาที่จอดรถยากซักหน่อย
มาถึงในตัวเมืองของจังหวัดชัยภูมิทั้งที เราก็หาโอกาสเดินทางไปชมความสวยงามของปรางค์กู่โบราณสถานที่ตั้งอยู่ท่ามกลางชุมชนด้วยความสนใจ และจากที่ตาเห็นปรางค์กู่ของเมืองชัยภูมิไม่ได้มีขนาดใหญ่โตมากนัก แต่ก็มีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว อย่ามัวแต่รอช้า เรามาเริ่มทำความรู้จักกับโบราณสถานที่สำคัญแห่งนี้กันก่อนดีกว่า
“ปรางค์กู่” เป็นคำที่ใช้เรียกกลุ่มอาคารที่มีแผนผังและลักษณะเช่นเดียวกันกับปราสาท ตามหลักฐานเชื่อกันว่าปรางค์กู่แห่งนี้เป็น “อโรคยาศาล” หรือสถานพยาบาลที่สร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ช่วงระหว่าง พ.ศ. 1724-1763 มีปรางค์ประธานอยู่ตรงกลาง 1 องค์ มีวิหารหรือบรรณาลัยด้านหน้า 1 หลัง ทั้งหมดถูกล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลงซึ่งมีโคปุระ หรือซุ้มประตูอยู่ที่ด้านหน้า ทั้งหมดถูกสร้างขึ้นด้วยศิลาแลง เว้นก็แต่กรอบประตู หน้าต่าง ทับหลัง และเสาประดับที่เป็นหินทราย ภายในปรางค์ประธานทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสประดิษฐานพระพุทธรูปศิลาปางสมาธิ ศิลปะแบบทวาราวดีซึ่งเป็นของที่เคลื่อนย้ายมาจากที่อื่น ชาวชัยภูมิให้ความเคารพศรัทธามาก หลังจากที่เราได้สักการะขอพรเรียบร้อยแล้ว เราก็ค่อยเดินชมไปรอบๆ
จุดสำคัญต่างๆ ของปรางค์กู่ยังคงความสมบูรณ์ไว้มาก ทั้งหน้าบันที่แกะสลักหินเป็นรูปพระโพธิสัตวอวโรกิเตศวร 4 กรรวมถึงทับหลังที่อยู่ทางด้านทิศเหนือและทิศตะวันออกที่มีรูปของพระพุทธรูปประทับนั่งปางสมาธิเหนือกาล กับรูปนางปรัชญาปารมิตา นอกจากนี้ที่บริเวณวิหารหรือบรรณาลัยนั้นก็มีภาพแกะสลักบนหินเช่นเดียวกัน ว่ากันว่าบรรณาลัยนี้เป็นที่เก็บยา มีแท่นรูปเคารพอยู่ด้านใน ซึ่งสร้างตามความเชื่อของไสวนิกายที่นับถือพระเจ้าสามองค์ คือ พระศิวะ พระนารายณ์ และพระพรหม ซึ่งพระพรหมเป็นผู้ทำลายล้างและสร้างโลกใหม่ และด้วยความเชื่อนี้เอง ในอดีตเวลาที่มีการประกอบพิธีสำคัญต่างๆ เมื่อพราหมณ์เทน้ำรดจากปลายศิวลึงค์และปล่อยให้ไหลลงสู่ฐานโยนี ชาวบ้านจะมารองน้ำนี้ไปใช้ดื่มกันโดยเชื่อกันว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง เราใช้เวลาเดินชมปรางค์กู่ไม่นานนักเวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่ช่วงเย็นของวัน พอแดดร่มลมตกชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในระแวกนี้ก็มักจะออกมาเดินเล่น พบปะพูดคุย แม้กระทั่งเด็กๆ ก็ยังเห็นมาวิ่งเล่นไปรอบๆ ทำให้บรรยากาศโดยรอบของปรางค์กู่นี้มีชีวิตชีวามากขึ้น
นอกจากที่ปรางค์กู่แห่งนี้จะเป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญต่อจังหวัดชัยภูมิมากแล้ว ความเคารพศรัทธาของคนชัยภูมิที่มีต่อปรางค์กู่ก็มีไม่น้อยเช่นกัน ซึ่งจะเห็นได้จากงานประเพณีที่จัดขึ้นทุกวันเพ็ญเดือน 5 โดยจะจัดให้มีงานสรงน้ำพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ภายในปรางค์ประธานเป็นเวลา 3 วันติดต่อกันเป็นประจำทุกปี และนี่ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ที่สามารถบ่งบอกถึงแรงศรัทธาที่คนชัยภูมิมีต่อปรางค์กู่ได้เป็นอย่างดี ถ้าหากใครได้มีโอกาสมาเที่ยวที่จังหวัดชัยภูมิ ก็อยากจะแนะนำให้ลองหาเวลามาเที่ยวชมที่ปรางค์กู่กันบ้างนะครับ
02 ข้อมูลทั่วไป + การเดินทาง
ปรางค์กู่
| ที่อยู่ | : | บ้านหนองบัว ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ |
|---|---|---|
| GPS | : | 15.806500, 102.044483 |
| ช่วงเวลาแนะนำ | : | ตลอดทั้งปี |
| กิจกรรม | : | เดินเที่ยวชมโบราณสถาน รวมถึงสักการะขอพรจากพระพุทธรูปศิลาที่ประดิษฐานอยู่ภายในวิหาร |
วิธีการเดินทาง
จากในตัวเมืองจังหวัดชัยภูมิ เริ่มที่อนุสาวรีย์เจ้าพ่อพระยาแล ให้ใช้เส้นทางถนนเมืองเก่า ผ่านศาลากลางจังหวัดไปตามเส้นทางประมาณ 2 กิโลเมตร จะเห็นปรางค์กู่อยู่บริเวณทางโค้งถนนใกล้กับวัดปรางค์กู่
หรือจากตัวเมืองสามารถใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 202 (ชัยภูมิ-บัวใหญ่) ไปประมาณ 1 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวามเข้าปรางค์กู่ ตามทางหลวงหมายเลข 2158 (ถนนเมืองเก่า) เป็นระยะทางอีก 2 กิโลเมตรก็จะเจอปรางค์กู่































