ค้นหาและแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวในไทย ลงทะเบียน เข้าสู่ระบบ
 
วัดโพธิ์ มนต์เสน่ห์แห่งวัดเพื่อความร่มเย็นเป็นสุข
    • โพสต์-1
    theTripPacker •  พฤศจิกายน 27 , 2556

    วัดโพธิ์ มนต์เสน่ห์แห่งวัดเพื่อความร่มเย็นเป็นสุข

    บนเกาะรัตนโกสินทร์ศูนย์กลางการกำเนิดของกรุงเทพมหานคร มีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมของชาวไทยแล้วชาวต่างชาติมากมาย หนึ่งในนั้นคือ “วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร” หรือ “วัดโพธิ์” 1 ใน 9 วัด ที่คนไทยนิยมมาสักการบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลทุกวันขึ้นปีใหม่และวันสงกรานต์ ด้วยความเชื่อว่า “การเริ่มต้นที่ดี คือส่วนหนึ่งของความสำเร็จ” สุดสัปดาห์นี้เราจึงขอชวนคุณมาเที่ยวกันที่วัดโพธิ์ เพื่อเป็นการต้อนรับเช้าวันจันทร์ที่ดีในสัปดาห์หน้า

    “ร่มเย็นเป็นสุข” คือคติความเชื่อของวัดโพธิ์ เมื่อก้าวเท้าเข้ามาในวัดตอนช่วงบ่ายของวัน แดดร่มและลมเย็นสบายทำให้รู้สึกถึงความเงียบสงบของวัดมิใช่น้อย วันนี้มีชาวไทยและชาวต่างชาติทยอยเดินเข้ามาในวัดจำนวนมาก ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้เกิดเสียงดังแต่อย่างใดเพราะแต่ละคนต่างสำรวม เดินชมวัดกันด้วยความเงียบสงบ หากมองไปรอบๆ จะเห็น “เขามอ” หรือ “สวนย่อม” รอบวัด ที่ดึงดูดสายตาเป็นอย่างดี ด้วยไม้ดัด ไม้สมุนไพร ไม้ยืนต้น ภูเขาจำลองขนาดย่อมที่ประดับด้วยบ่อน้ำ ตุ๊กตาหินศิลปะจีน และรูปปั้นฤๅษีดัดตน ให้เราได้ทอดสายตามองด้วยความรื่นรมย์ใจ แต่ก่อนที่จะเดินรอบวัดเพื่อชมสถาปัตยกรรมอันงดงาม เราควรเข้าไปสักการะ "พระพุทธเทวปฏิมากร" พระประธานในพระอุโบสถกันเสียก่อน เมื่อสักการะพระประธานเสร็จแล้ว ควรเดินเข้าไปใน “พระวิหารพระพุทธไสยาส” ทางด้านทิศตะวันตกของวัด สถานที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาส (พระนอนวัดโพธิ์) ที่สวยงามที่สุดในประเทศ และองค์ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย ลักษณะเป็นพระพุทธรูปก่ออิฐปูนปั้น พื้นพระบาทประดับมุก เป็นภาพมงคล 108 ประการ องค์สีเหลืองทองอร่ามสวยงามมาก หลังสักการะเสร็จเราจะรู้สึกว่าจิตใจเราสงบขึ้น เพราะได้หยุดนิ่งทอดมองความงดงามของพระพุทธไสยาสผ่านสายตาทั้งสองดวง

    • โพสต์-2
    theTripPacker •  พฤศจิกายน 27, 2556
    • โพสต์-3
    theTripPacker •  พฤศจิกายน 27 , 2556

    ว่าไปแล้ววัดโพธิ์มีประวัติศาสตร์ยาวนานมิใช่น้อย แต่เดิมเรียกว่า“วัดโพธาราม” สร้างมาตั้งแต่รัชกาลพระเพทราชา สมัยกรุงศรีอยุธยา ครั้นนั้นถือว่าเป็นวัดโบราณราษฎร พอมาถึงสมัยธนบุรี พระเจ้าตากสินมหาราช ก็ยกฐานะให้เป็นพระอารามหลวงมีพระราชาคณะปกครอง จนสมัยรัชกาลที่ 1 มีการบูรณะและพระราชทานนามว่า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาส เป็นวัดประจำราชกาลที่ 1 (ก่อนจะเปลี่ยนเป็นวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ในรัชกาลที่ 4) ในสมัยรัชกาลที่ 3 ทรงโปรดเกล้าฯให้บูรณะอีกครั้ง ที่สำคัญทรงมีพระประสงค์ให้วัดโพธิ์ เป็นมหาวิทยาลัยสำหรับประชาชน จึงมีการรวบรวมวิชาความรู้ในแขนงต่างๆ จารึกติดไว้ตามอาคาร  เพื่อให้ประชาชนที่สนใจมาศึกษา จนได้รับการยกย่องว่า เป็น“มหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรกของประเทศไทย”

    มนต์เสน่ห์ของวัดโพธิ์ยังไม่หมดเพียงแค่นี้ จุดเด่นของวัดคือเจดีย์โดยรอบ ตั้งแต่ขนาดเล็ก ไปจนถึงขนาดใหญ่ ที่มีมากถึง 99 องค์ แบ่งเป็นพระเจดีย์จำนวน 95 องค์ คือ พระเจดีย์ราย 71 องค์ พระเจดีย์กลุ่ม 5 องค์ และพระปรางค์ ในส่วนของพระเจดีย์รายจะเป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง ที่งดงามที่สุดของยุครัตนโกสินทร์ ได้รับการตกแต่งด้วยกระเบื้องถ้วยเคลือบสีและศิลาเขียว และพระมหาเจดีย์ 4 องค์ ประจำรัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 4 ได้แก่ องค์แรก พระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชรญดาญาณสร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีเขียว ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างพระมหาเจดีย์อีก 3 องค์ เพื่อบรรจุพระพุทธรูปพระนามว่า "พระศรีสรรเพชญ์" และถือเป็นเจดีย์ประจำรัชกาลที่ 1 เมื่อได้บรรจุพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช  องค์ที่สอง พระมหาเจดีย์ดิลกธรรมกรกนิทาน อยู่ทางด้านเหนือ ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 เพื่ออุทิศแด่พระพุทธเลิศหล้านภาลัย ถือกันว่าเป็นพระเจดีย์ประจำรัชกาลที่ 2  องค์ที่สาม พระมหาเจดีย์มุนีบัติบริขาร อยู่ทางทิศใต้ ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีเหลือง สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และองค์ที่สี่ พระมหาเจดีย์ศรีสุริโยทัย อยู่ทางด้านทิศตะวันตกตรงกับองค์กลาง ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีขาบหรือสีน้ำเงินเข้ม สร้างในสมัยรัชกาลที่ 4  ตามแบบพระเจดีย์ศรีสุริโยทัย กรุงศรีอยุธยา เพื่อเป็นพุทธบูชา ในส่วนนี้เราจะได้เห็นชาวต่างชาติต่างงัดกล้องถ่ายรูปออกมากันยกใหญ่ คงเพราะต่างก็ทึ่งในความละเอียดของการติดกระเบื้องเคลือบแต่ละชิ้นให้เป็นลวดลายรอบพระเจดีย์

    ส่วนรูปสลักหินจีนก็เป็นมนต์เสน่ห์อีกอย่างหนึ่ง ที่ดึงดูดความสนใจของใครหลายคนให้ไปยืนจ้องตุ๊กตาหินรูปร่างสูงใหญ่ มือหนึ่งท้าวเอว มือหนึ่งถืออาวุธ แต่งกายแบบงิ้ว หน้าตาดุขึงขึง จ้องมองคนที่ผ่านไปมา รูปนี้ถือเป็นขุนนางฝ่ายบู๊ (นักรบ) เป็นนายทวารประตู เรียกว่า “ลั่นถัน” ส่วนตุ๊กตาจีนที่อมยิ้มนิดๆ มองแล้วเย็นใจ มือข้างหนึ่งถือหนังสือ อีกข้างหนึ่งลูบเคราเหมือนกำลังครุ่นคิด ถือเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋น (ฝ่ายพลเรือน) และรูปปั้นที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของวัดโพธิ์ ก็คือ รูปมาร์โคโปโล หรือฝรั่งคนแรกที่เดินทางเข้ามาเผยแพร่อารยธรรมตะวันตกในประเทศจีน เป็นตุ๊กตาจีนแต่แต่งกายแบบฝรั่ง ถือเป็นภาพสะท้อนของชาวจีน กับการมองฝรั่งสมัยล่าอาณานิคมว่าเป็นคนดุร้าย เข้ามาก่อสงครามแย่งชิงบ้านเมือง ซึ่งมีนักท่องเที่ยวหลายคนสลับกันไปยืนตะเบ๊ะท่า ถ่ายรูปคู่เป็นที่ระลึกกันมากมาย

    • โพสต์-4
    theTripPacker •  พฤศจิกายน 27, 2556
    • โพสต์-5
    theTripPacker •  พฤศจิกายน 27 , 2556

    เวลาที่เหลือก่อนที่วัดโพธิ์จะปิด น่าลองไปยืนจดๆ จ้องๆ ท่าทางของรูปปั้นฤๅษีดัดตนกันเสียหน่อย ซึ่งเริ่มสร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ต่อมารัชกาลที่ 3 ก็สร้างเพิ่มอีก 80 ท่า โดยใช้สังกะสีและดีบุก แทนการใช้ดินที่เสื่อมสภาพง่าย แถมยังมีการแต่งโคลงสี่สุภาพ เพื่อบรรยายสรรพคุณของท่าทางต่างๆ เสียด้วย น่าเสียดายที่มีคนใจบาปลักลอบนำรูปปั้นไปขาย จึงเหลือรูปปั้นให้ประชาชนทั่วไปได้ศึกษา เพียง 24 ท่าเท่านั้น

    ถ้าเข้าวัดคราวนี้ เกิดอาหารปวดเมื่อยคอ เพราะแหงนหน้ามองความงดงามของพระอุโบสถ พระวิหารพระพุทธไสยาส พระเจดีย์และพระมหาเจดีย์ จนเพลิน ก็สามารถไปใช้บริการนวดแผนไทยตามตำราหัตถศาสตร์ในสนนราคาชั่วโมงละ 260-360 บาท จากโรงเรียนแพทย์แผนโบราณและการนวดแผนโบราณที่เปิดสอนอยู่ที่ศาลารายด้านทิศตะวันออก โดยเราสามารถเลือกนวดตามแบบท่าฤๅษีดัดตนหรือนวดประคบสมุนไพรก็ได้สำหรับการมาเยือนวัดโพธิ์ในครั้งนี้ นอกจากจะได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของไทย และได้ชมสถาปัตยกรรมและศิลปะอันงดงามต่างๆ ของช่างศิลป์ไทยแล้ว ยังได้เรียนรู้แขนงวิชาต่างๆ รวมถึงได้ศึกษาท่าทางของฤๅษีดัดตนอีกด้วย เรียกว่ามาคราวนี้อิ่มใจและอิ่มสมอง สมกับเป็นวัดแห่งความร่มเย็นเป็นสุขเสียจริง

    • โพสต์-6
    theTripPacker •  พฤศจิกายน 27 , 2556

    Note

    - นวดแผนไทย เปิดบริการเวลา 08.00 – 17.00 น. ผู้ที่ต้องการนวดควรมาก่อนเวลา 16.30 น.

    - ค่าบริการนวดไทยชั่วโมงละ 260 บาท ค่าบริการนวดและประคบสมุนไพร 360 บาท  ส่วนชาวต่างชาติ ค่าบริการนวดไทยชั่วโมงละ 420 บาท ค่าบริการนวดและประคบสมุนไพรชั่วโมงละ 520 บาท

    - ก่อนจะให้นวด ควรบอกผู้นวดก่อนว่ามีอาการอย่างไรบ้าง เพื่อจะได้หนวดได้ถูกจุด

    - สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมที่วัดโพธิ์ต้องแต่งกายสุภาพ ผู้หญิงห้ามสวมกางเกงขาสั้น หรือกระโปรงสั้นเหนือเข่า และไม่ควรสวมเสื้อแขนกุด สายเดี่ยว เกาะอกเข้าไปเที่ยวชม

    • โพสต์-7
    theTripPacker •  พฤศจิกายน 27, 2556

    Editor's Comment

    • จุดเด่น:
    • วัดโพธิ์ รวมที่สุดของความงดงามในหลายๆ ด้าน เช่น พระพุทธไสยาส หรือพระนอนวัดโพธิ์ที่สวยงามที่สุดในประเทศและใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นวัดที่มีพระเจดีย์มากที่สุดถึง 99 องค์ ทุกองค์ล้วนสวยงามและประดับประดาด้วยกระเบื้องเคลือบแบบจีน รวมทั้งมีรูปสลักหินจีน และรูปปั้นฤๅษีดัดตน ที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก
    • จุดด้อย:
    • ความที่วัดโพธิ์มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน น่าจะมีวิทยากรนำเที่ยว หรือเจ้าหน้าที่ประจำตามจุดต่างๆ ให้ได้คอยซักถามข้อสงสัย นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์อย่างละเอียดลออ มากกว่ายืนอ่านจากป้ายที่ติดไว้
    • ข้อสรุป:
    • วัดโพธิ์เป็น 1 ใน 9 วัดที่คนไทยควรเข้ามาสักการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งวัดมีคติความเชื่อเรื่อง ความร่มเย็นเป็นสุข ส่วนคนที่สนใจสามารถเข้ามาเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมไทยในยุครัตนโกสินทร์ ผ่านสถาปัตยกรรม โบราณวัตถุ ตุ๊กตาจีน และโรงเรียนแพทย์แผนโบราณ
    คะแนน
    0
    • โพสต์-8
    theTripPacker •  พฤศจิกายน 27 , 2556

    ข้อมูลทั่วไป

    ที่อยู่ : ด้านหลังพระบรมมหาราชวัง ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

    GPS : 13.746663, 100.493462

    เบอร์ติดต่อ : 02-226-0369, 02-622-3550 (ส่วนนวดแผนไทย)

    Website : http://www.watpho.com

    เวลาทำการ : 08.00-18.00 น. ทุกวัน

    ค่าธรรมเนียม : ชาวไทยเข้าชมฟรี ชาวต่างชาติคนละ 100 บาท

    ช่วงเวลาแนะนำ : 08.00-10.00 น. หรือ 15.00-18.00 น. อากาศจะไม่ร้อนมาก

    ไฮไลท์ : พระพุทธเทวปฏิมากร พระพุทธไสยาส และพระมหาเจดีย์ 4 รัชกาล ที่ประดิษฐานอยู่ในบริเวณวัด รวมถึงโรงเรียนแพทย์แผนโบราณและการนวดแผนโบราณที่เป็นต้นแบบของการนวดแผนไทยในปัจจุบัน

    กิจกรรม : นวดแผนไทยตามแบบท่าฤๅษีดัดตนหรือนวดประคบสมุนไพรคลายความปวดเมื่อย / สักการะพระพุทธไสยาสและพระพุทธรูปต่างๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล / เดินชมสถาปัตยกรรมความสวยงามของฝีมือช่างในอดีต

    • โพสต์-9
    theTripPacker •  พฤศจิกายน 27 , 2556

    วิธีการเดินทาง

    การเดินทางโดยรถส่วนตัวมุ่งหน้าสู่ปากคลองตลาด ตรงมาตามทางถนนมหาราช ผ่านโรงเรียนตั้งตรงจิตรพานิชยการ จะเห็นวัดโพธิ์อยู่ทางด้านขวามือ

    ทั้งนี้ไม่แนะนำให้เดินทางโดยรถส่วนตัว เนื่องจากหาที่จอดรถได้ยาก ถ้าขับมาสามารถหาที่จอดที่บริเวณริมถนนในจุดที่ผ่อนผันให้จอดได้ หรือสามารถไปที่อาคารจอดรถกทม. บริเวณบางลำพู หรือ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) หรือวัดมหาธาตุ แล้วต่อรถแท็กซี่หรือสามล้อ (ตุ๊กตุ๊ก)

    หากเดินทางโดยเรือด่วนเจ้าพระยา สามารถนั่งเรือมาเลือกลงที่ท่าราชินี ท่าเตียน หรือ ท่าช้างก็ได้ แล้วเดินเข้าประตูทางถนนท้ายวัง หรือถนนมหาราชก็ได้


    • โพสต์-10
    theTripPacker •  พฤศจิกายน 27, 2556
  1. โหลดเพิ่ม