ค้นหาและแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวในไทย ลงทะเบียน เข้าสู่ระบบ
    • โพสต์-1
    Aoraae •  สิงหาคม 19 , 2558

    https://www.youtube.com/watch?v=c_0SDL_pO9Q 

    "ออกไปมองฟ้าและน้ำ"

     

     

    • โพสต์-2
    Aoraae •  สิงหาคม 19, 2558
    • โพสต์-3
    Aoraae •  สิงหาคม 19 , 2558

    ทางรถไฟสายมรณะ

     

    เริ่มออกเดินทางโดยใช้บริการ การรถไฟแห่งประเทศไทย

    ออก 07:50 น. ถึง 12:35 น.

    http://www.railway.co.th/Ticket/TrainStopStation_Time_All.asp?IdTrain=257

     

    จุดเริ่มต้น

    เค้าว่ากันว่า เส้นทางรถไฟที่สวยที่สุดในประเทศไทย คือ เส้นทางรถไฟสายมรณะ

    นั่นคือเหตุผลของการเลือกเดินทางโดยรถไฟ (ฟรี)

     

         เรามาถึงทันเวลาที่รถไฟกำลังจะเคลื่อนขบวนมาจอดพอดี และถือว่าเป็นความโชคดีที่ประตูทางขึ้นจ่อตรงด้านหน้าของเรา เราย่างก้าวอย่างสบายใจ แต่ก็ตามมาด้วยการกระทบไหล่กับคนด้านข้างแบบเบาๆ เมื่อตะเกียดตะกายขึ้นรถไฟมาแล้ว สิ่งแรกที่มองหาคือที่นั่งเหมาะๆ ขอแค่มุมที่นั่งมองออกไปแล้วเห็นบรรยากาศของสองข้างทางได้ก็พอ 

         เราใช้เวลาในการนั่งอยู่บนรถไฟขบวนนั้นเป็นเวลานานนับหลายชั่วโมง กิจกรรมแรกที่เราทำกันบนนั้นคือยัดหมูปิ้งใส่ปากด้วยความหิวโหย หลังจากนั้นเราก็เริ่มทำความรู้จักกับบุคคลที่อยู่ด้านหน้า ขบวนเคลื่อนที่ไปตามรางคู่ เมื่อถึงช่วงสถานีสะพานแควใหญ่ นั่นคือจุดถ่ายรูปที่หนึ่ง และสถานีสะพานถ้ำกระแซ นั่นคือจุดถ่ายรูปที่สอง ทั้งสองสถานีเป็นจุดเด่นของการเดินทางในครั้งนี้ 

     

     

    อาหารบนรถไฟ

    ในบางครั้งเราไม่สามารถเลือกทานอาหารที่ถูกใจได้ เมื่อเราอยู่ในพื้นที่ที่จำกัด

     

       

         การเดินทางในครั้งนั้น เรายังจดจำบรรยากาศได้ดี ความรู้สึกที่ร้อนอบอ้าว การใช้ชีวิต ความอดทน และการได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนร่วมโลก มันคุ้มค่าจริงๆ (:

     

    • โพสต์-4
    Aoraae •  สิงหาคม 19 , 2558

    เมื่อความมืดมาเยือน

         เราเดินทางมาถึงปลายทางในเวลา 14:35 น. ซึ่งรถไฟล่าช้ากว่าเวลาที่แสดงจริงไป 2 ชั่วโมงเต็มๆ ตอนนั้นไม่คิดอะไรมาก คือหิว ร่างกายต้องการพลังงาน เราจึงหาข้าวกินกันก่อน เมื่ออิ่มท้องเป็นที่เรียบร้อย เราจึงไปต่อรถที่ทางขึ้นน้ำตกไทรโยกน้อย เพื่อมุ่งหน้าสู่สังขละบุรี เป็นลำดับถัดไป

     

     

         ด้วยเวลาที่เหลือน้อย เราจึงรีบกระโดดขึ้นรถบัสคันแรกที่ผ่าน แล้วมาต่อรถตู้ที่ตลาดทองผาภูมิอีกทีหนึ่ง เพื่อไปยังจุดมุ่งหมายที่วางเอาไว้ ใกล้พลบค่ำ เราเดินทางมาถึงตลาดสังขละบุรี แล้วรีบโทรหาเจ้าของที่พัก เพื่อให้เค้ามารับเรา http://www.phetrantee.com/

         หลังจากเข้าที่พักเสร็จเราก็ออกไปหาอะไรกินตอนเย็น พร้อมกับแก๊งค์สาวสาวสาวสาวสาว ที่มารถไฟขบวนเดียวกันกับเราและพักที่เดียวกัน พี่เจ้าของที่พักเลยบริการฟรีไปรับไปส่งทุกที่ที่อยากไป เราจึงกลายเป็นแก๊งค์สาว (5+2=7) นับตั้งแต่บัดเดี๋ยวนั้นเป็นต้นมา 

         เวลาของคืนแรกกำลังจะหมดไปด้วยการเดินทาง และปิดท้ายกิจกรรมของค่ำคืนนี้ด้วยการ check in ทาง facebook 

     

     

    https://www.facebook.com/aoraae.eeee

     

    • โพสต์-5
    Aoraae •  สิงหาคม 19 , 2558

    เช้านี้ที่สังขละ

         เริ่มต้นด้วยการทำบุญตักบาตร เพื่อเสริมสร้างสิริมงคลให้กับชีวิต

    บ้านเราเมืองพุทธ บ้านเขาก็เมืองพุทธ

     

     

    ซื้อชุดตักบาตร มีหลายราคาตั้งแต่ 79 บาท 89 บาท และ 99 บาท 

    บริการพร้อมผ้าถุงให้นุงฟรี (คืนด้วยนะ)

     

    • โพสต์-6
    Aoraae •  สิงหาคม 19 , 2558

    เส้นทางอารยธรรม

     

    #aoraaeseearoundtheworld

     

     

     

         จากตอนแรกที่สมาชิกแก๊งค์เรามีกัน 7 คน ตอนนี้ได้มีเพิ่มมาอีก 2 คน เมื่อคู่หูคู่หนึ่งเปลี่ยนแปลงการเดินทางมายังที่นี่อย่างกระทันหัน เพราะโลกเหวี่ยงให้เรามาเจอกัน อิอิ >///< เพราะฉะนั้นแล้วตอนนี้สมาชิกเราจึงเป็น 9 คน 

         ขึ้นเรือสิคะ รออะไร ..

     

     

    โฉมหน้าสมาชิก 

    .......................................................

    เมื่อพร้อมกันแล้วก็ออกเดินเรือได้ Go!

    *เจ้าของเรือเค้าบอกว่าจ่ายเงินทีหลัง เดี๋ยวจะไม่สนุก* 

     

         จากสะพานมอญ เราล่องไปตามลำน้ำซองกาเรีย เพื่อที่จะไปชมความงดงามของเมืองบาดาล ซึ่งถูกจัดให้เป็นหนึ่งใน Unseen Thailand ควรค่าแก่การสัมผัส ระหว่างที่ลอยอยู่กลางแม่น้ำนั้น ทั้งสองข้างทางมีแพกลางน้ำ ซึ่งเป็นที่พำนักพักพิงของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในแถบนั้น 

     

     

    ล่องเรือมาได้สักพักเราก็ถึงจุดหมายแรก วัดวังก์วิเวการาม (เดิม)

         หรือถูกเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า วัดจมน้ำ หรือวัดใต้น้ำ หรือเป็นที่รู้จักกันในนาม 'เมืองบาดาล' เป็นสถานที่เล่าขานถึงตำนานของหลวงพ่ออุตตมะ เมื่อน้ำขึ้นในช่วงฤดูฝน เราจะมองไม่เห็นตัววัด แต่หากมาเยี่ยมชมในช่วงฤดูร้อน ปริมาณน้ำจะลดน้อยลง และสามารถเข้าไปสัมผัสด้านในของโบราณสถานแห่งนี้ได้  

     

     

         สถานที่ถัดไป วัดสมเด็จ (เก่า) 

     

         วัดนี้อยู่ถัดมาจากวัดวังก์วิเวการาม ทางเข้าค่อนข้างที่จะอยู่ห่างจากพื้นที่จอดเรือชายฝั่ง ต้องเดินขึ้นไปโดยประมาณ 250 เมตร ก่อนทางขึ้นบันไดจะมีชาวมอญขายไม้มะลิ (อ้าว งง กันสิ คือมันไม่ใช่พวงมาลัยมะลิ แต่เป็นการนำดอกมะลิมาเสียบไม้ เรียกไม่ถูกค่ะ >//<) เพื่อนำไปไหว้พระด้านในโบสถ์

     

     

    เมื่อลงจากเรือ

     

     

    ก่อนเข้าวัด สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าไม้

     

     

         หมดเวลาแล้วค่า ไปกันต่อดีกว่า 

    ..........................................................................

         เราล่องเรือมายังสถานที่สุดท้าย และเมื่อเรือจอดท่าปุ๊บ ก้าวลงปั๊ป ยุบสิคะ มันเป็นดินเลนที่ชุ่มช่ำไปด้วยน้ำ ก่อนจะลงจากเรือก็ระวังกันด้วยนะคะ (เตือนน๊า)

         การเดินทางไปยังตัวโบราณสถานก็ค่อนข้างไกลนึดนึงค่ะ 

     

     

    a : เฮ้ย! นั่นหอนาฬิกาไง

    m : มันใช่หรอว่ะ

    a : โทษๆ หอระฆังว่ะ ฟิ้วววววว

    ความรู้สึกเหมือนนั่งเล่นบนสนามหญ้าที่อังกฤษเลยค่ะ (ดึงสติกันหน่อยน๊า ฮ่าๆ :P)

    ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

    กลับกันเถอะ 

     

     

    • โพสต์-7
    Aoraae •  สิงหาคม 19 , 2558

    ที่พัก

         เมื่อเรือลำน้อยๆ ลอยล่องกลับเข้าฝั่ง เป็นเวลาพระอาทิตย์อยู่บนศีรษะพอดิบพอดี ร่างกายที่สูญเสียพลังงาน เราจึงควรหาพลังงานสำรองมาทดแทนพลังงานที่ร่างกายใช้ไป พูดง่ายๆก็คือ หาอะไรกระแทกปากสิคะ ไม่รอช้าค่ะ พอกระแทกปากเสร็จเราก็นัดแนะกับเดอะแก๊งค์ว่าจะกลับเข้าที่พักเพื่อ check out เพราะว่าจองไปคืนเดียว อยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้างค่ะ เปลี่ยนจากการนอนเต้นท์มานอน home stay  เราสองคนกับพี่สาวห้าคนออกมานอนที่บ้านพักของครูซึ่งอยู่ใกล้สะพาญมอญมากกว่าที่พักในคืนแรก สามารถเดินไปยังตัวสะพานได้เลยโดยไม่ต้องใช้รถ พอกลับมาถึงที่พักก็จ่ายเงินค่าที่พักคืนแรก นอนเต้นท์คนละ 300 บาท 

     

    ตัวที่พักไม่ค่อยมีเวลาถ่ายรูปเลยค่ะ รีบแต่จะไปสะพานมอญ ได้แต่บรรยากาศโดยรวม

    แต่สามารถเข้าไปดูที่พักได้ที่  http://www.phetrantee.com/

     

       

    หลังจากออกมาจากที่พักในคืนแรกแล้ว เราก็แว๊นไปยัง home stay  คนที่นั่นใจดีมากๆ มีบริการไปรับไปส่ง

     

       

      หลังจากเข้าที่พักกันแล้ว เป็นเวลาบ่ายโมงกว่า ช่วงนี้แดดกำลังร้อนมากค่ะ เราเลยตัดสินใจนอนพักเอาแรงกันก่อน ใกล้เวลาเย็นๆเราจะไปเดินเล่นกันที่สะพานอีกครั้ง

         คร่อกก z z Z . . .

    • โพสต์-8
    Aoraae •  สิงหาคม 20 , 2558

    รอยยิ้ม

         ขณะนี้เป็นเวลาประมาณสี่โมงเศษๆ เราสองคนตื่นทำธุระส่วนตัว เพื่อเตรียมตัวออกไปเดินเล่นบริเวณสะพาญมอญ ครูบอกว่า เราสามารถเดินไปทางด้านหลังของวัดแล้วเดินเรื่อยๆก็จะถึงสะพานแดงก่อน แล้วเดินต่อไปยังสะพาญมอญอีกที เราจึงไปตามทางที่ครูแนะนำมา เดินเข้าซอย โผล่หลังวัด เห็นวิวสะพานทั้งสอง

     

     

    เราเดินผ่านสะพานแดง เพื่อไปยัง สะพานมอญ จุดบรรจบกันระหว่างสองสะพานคือพื้นที่ของ "สามประสบ" 

    "สามประสบ"  เป็นรีสอร์ทที่มีชื่อเสียงมาเป็นระยะเวลานาน เป็นรีสอร์ทที่มีทัศนียภาพที่สวยงาม

     

     

     

    ณ บริเวณสะพานมอญในช่วงเย็น 

    ขณะที่พวกเรากำลังเก็บภาพความประทับใจ ก็มีเด็กๆชาวมอญเข้ามาถ่ายรูปด้วย 

    "มิตรภาพเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเสมอ"

     

     

    รอยยิ้ม ในวันนั้น ยังตราตรึงอยู่ในใจ จนถึงวันนี้

     

         เราเดินเล่นกันที่สะพาน แล้วข้ามไปหาอะไรกินกันฝั่งมอญ พอดีมีรุ่นพี่ที่รู้จักกันทักมาบอกว่า ให้ไปชิมขนมจีนร้านป้าหยิน พี่แกฝากความคิดถึงไปยังเจ้าของร้าน รุ่นพี่คนนี้มาที่นี่ประมาณสามครั้งได้ ครั้งแรกมาเพราะอยากคุยกับตัวเอง ครั้งที่สองมาเพราะคิดถึง และครั้งที่สามมาเพราะความผูกพัน และล่าสุดแกมาที่นี่อีกครั้งหลังเราได้สองอาทิตย์เมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พี่แกสร้างอัลบั้มรูปภาพใช้ชื่อว่า 'ไม่มีครั้งสุดท้ายที่สังขละบุรี...'  แล้วเราจะเป็นดั่งเช่นนั้นไหมนะ ...

     

    • โพสต์-9
    Aoraae •  สิงหาคม 20 , 2558

    พบกันใหม่

         วันนี้เป็นเช้าวันแรงงานแห่งชาติ และเป็นเช้าวันสุดท้ายของการเดินทางในครั้งนี้ เราตื่นแต่เช้าตรู่กันอีกครั้ง เพื่อมาเก็บและซึมซับบรรยากาศที่นี่อีกครา ก่อนที่เราจะจากกันไกล

     

       

         แล้วพบกันใหม่ . . .

    • โพสต์-10
    Aoraae •  สิงหาคม 20 , 2558

    ค่าใช้จ่าย

    • วันที่หนึ่ง​

                   รถไฟฟรีจาก ธนบุรี - น้ำตก

                   รถบัสไปตลาดทองผาภูมิ 80 บาท

                   รถตู้ไปสังขละบุรี 80 บาท

                   ค่าอาหารตลอดการเดินทาง ประมาณ 250 บาท

                   ค่าที่พัก 300 บาท

    • วันที่สอง

                   อาหารตักบาตรหนึ่งชุด (หารสอง) คนละ 40 บาท

                   ค่าเรือ 80 บาท

                   ค่าอาหารตลอดทั้งวัน ประมาณ 250 บาท

                   ค่าที่พัก 250 บาท

    • วันที่สาม

                   ของฝาก 250 บาท

                   ค่ารถตู้ไปกาญจนบุรี 80 บาท

                   ค่ารถตู้เข้ากรุงเทพฯ 130 บาท

                   ค่าอาหารตลอดทั้งวัน ประมาณ 200 บาท

                   

    ยอดรวม 1990 บาท 

     

         ตอนแรกวางแผนไว้ว่าจะกลับรถไฟฟรีเหมือนเดิม แต่ดันไปตรงกับวันหยุดทางราชการ พวกเราเลยต้องเสียค่ารถกลับกันเอง แต่ค่าใช้จ่ายโดยรวมเราถือว่าโอเคมากๆเลยคะ (:

  1. โหลดเพิ่ม