เที่ยวทั่วไทยไปกับ The TripPacker

เอเชียทีคฯ ชม ชิม ช็อป ชิลด์หลังเลิกงาน ย้อนวันวานอย่างมีสไตล์

เข้าไปยังพื้นที่เมื่อ: 24/05/2012 โดย The TripPacker

Share |

Editor's Comment

จุดเด่น: เอเชียทีคฯ มีการผสมผสานความสวยงามของวันวานที่เจริญรุ่งเรืองของท่าเรือสำคัญในอดีต เข้ากับความทันสมัยของร้านค้าแหล่งช็อปปิ้งปัจจุบันได้อย่างลงตัว ในขณะเดียวกันก็ได้สอดแทรกเรื่องราวต่างๆ ผ่านหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ รวมถึงรูปหล่อโลหะที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของผู้คนในสมัยนั้น เสมือนเป็นพิพิธภัณฑ์ในแหล่งช็อปปิ้งที่หาที่ใดเหมือนได้ยาก

จุดด้อย: บริเวณถนนเจริญกรุงซึ่งเป็นที่ตั้งของ เอเชียทีคฯ นั้นค่อนข้างแคบ ถึงแม้ทางโครงการจะมีที่จอดรถจำนวนมากไว้คอยบริการ แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ที่สำคัญสภาพการจราจรที่ติดขัดมากๆ อาจทำให้อารมณ์เสียได้ง่ายๆ แนะนำให้นั่ง BTS แล้วต่อเรือโดยสารมาจะดีกว่า

บทสรุป: เอเชียทีคฯ คงจัดว่าเป็นแหล่งช็อปปิ้ง ศูนย์รวมร้านค้า ร้านอาหาร และเป็นจุดนัดพบหลังเลิกงานที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนเมืองได้อย่างครบถ้วน ทั้ง ชิม ชม ช็อป และชิลด์ ให้ที่เดียว

01 The TripPacker's Review

เอเชียทีคฯ ชม ชิม ช็อป ชิลด์หลังเลิกงาน ย้อนวันวานอย่างมีสไตล์

ณ เวลานี้ถ้าหากใครยังไม่รู้จักแหล่งท่องเที่ยวและช๊อปปิ้งไลฟ์สไตล์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างโครงการ “เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์” (ASIATIQUE The Riverfront) ก็อาจจะต้องแอบสะกิดกันเบาๆ ให้รู้ตัวว่าตกกระแสกันซักหน่อย ก็เพราะความแรงของแหล่งช็อปปิ้งน้องใหม่สุดเทรนดี้ ที่ผสมผสานบรรยากาศสุดชิลด์ริมแม่น้ำเจ้าพระยากับเรื่องราวในอดีตของย่านการค้าที่เจริญรุ่งเรือง เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว จึงไม่น่าแปลกใจถ้า เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ จะกลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งๆ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้เอง


เอเชียทีค ศูนย์การค้าใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

Make sure you always

  • เอเชียทีคฯ จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ริมน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย
  • เดิมพื้นที่บริเวณนี้ เคยเป็นที่ตั้งของ “ท่าเรือ อีสท์ เอเชียติก” ซึ่งมีนายฮันส์ นิลล์ แอนเดอร์เซน ชาวเดนมาร์กเป็นเจ้าของ
  • ท่าเรืออีสท์ เอเชียติกนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นของประตูการค้าสากลระหว่างสยามประเทศกับยุโรป ในสมัยรัชกาลที่ 5

อ่านต่อ

ด้วยความที่บริเวณที่ตั้งของเอเชียทีคฯ เป็นสถานที่สำคัญในย่านการค้าขายในอดีตจึงมีเรื่องราวต่างๆ มากมายที่พร้อมจะบอกเล่าถึงความเจริญรุ่งเรืองของประเทศไทยในยุคล่าอาณานิคม พื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นท่าเรือขนถ่ายสินค้า ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของการค้าสากลแห่งแรกของสยามประเทศและยุโรป จึงไม่ต้องสงสัยกันเลยว่า สถาปัตยกรรมในช่วงปี พ.ศ.2450-2490 ของโกดังหลายๆ หลังรวมถึงอาคารต่างๆ ที่เราเห็นอยู่ในตอนนี้จะถูกรักษาโครงสร้าง และปรับปรุงให้มีความใกล้เคียงกับในอดีตอยู่ไม่น้อย แถมยังมีการสอดแทรกเรื่องราววิถีชีวิตของคนในยุคนั้นให้ได้เห็นผ่านทางรูปหล่อโลหะจำลองอิริยาบทอันหลากหลายของผู้คนที่ประกอบอาชีพต่างๆ ในยุคนั้น ซึ่งตั้งกระจายตัวอยู่ตามจุดต่างๆ รอให้เราทุกคนได้ไปค้นหา

ภายในเอเชียทีคฯ ถูกแบ่งออกเป็น 4 โซนหลักๆ ทั้ง ช็อป ชิม ชม ชิลด์ ครบถ้วนทุกรูปแบบ ซึ่งทั้งหมดนี้จะถูกแบ่งในอยู่ในแต่ละย่านที่มีการจำลองบรรยากาศของโกดังหมายเลขต่างๆ และแต่ละโกดังก็ถูกแบ่งย่อยเป็นตรอกร้านค้าหลากหลายสไตล์ ตามชื่อเรียกของย่านนั้นๆ เริ่มกันที่ “ย่านเจริญกรุง” ศูนย์รวมร้านขายของฝาก เสื้อผ้า เครื่องประดับ ของตกแต่ง และงานไอเดียสุดเก๋ มากกว่า 1,000 ร้านค้า ซึ่งตลอดทางที่เดินในย่านนี้จะเต็มไปด้วยสีสันของงานศิลปะ งานประดิษฐ์มากมาย นอกจากนี้ย่านเจริญกรุงยังเป็นบ้านใหม่ของ “หุ่นละครเล็กโจหลุยส์” ซึ่งใครที่คิดถึงและเป็นแฟนคลับหุ่นละครเล็กคณะนี้ก็เตรียมตั้งตารอได้เลย หลังจากเดินเล่นช็อปปิ้งกันไปแล้ว ต่อมาก็ขอหยุดกันที่ “ย่านกลางเมือง” แหล่งรวมอาหารการกินนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น ไทย จีน ญี่ปุ่น อินเดีย อิตาเลี่ยน และของหวานนานาชนิด ก็ถูกรวบรวมไว้ในโซน “International Food Circus” อย่างครบถ้วน รวมถึง Brew House ที่เอาใจคอเบียร์กันอย่างเต็มที่ ที่สำคัญย่านกลางเมืองยังมีพื้นที่ไว้จัดกิจกรรมกลางแจ้งกว่า 2,000 ตารางเมตร


  • โซนต่างๆ ของเอเชียทีคจะมีชื่อเรียกเป็นชื่อย่านต่างๆ โซนต่างๆ ของเอเชียทีคจะมีชื่อเรียกเป็นชื่อย่านต่างๆ
  • สินค้าแต่งบ้านเก๋ๆ ที่ใครเห็นเป็นต้องอยากได้ติดมือกลับบ้านไปด้วยสินค้าแต่งบ้านเก๋ๆ ที่ใครเห็นเป็นต้องอยากได้ติดมือกลับบ้านไปด้วย
  • ในชอบสินค้าเก๋ๆ มีไอเดียแปลกแหวกแนวต้องแวะมาเอเชียทีคในชอบสินค้าเก๋ๆ มีไอเดียแปลกแหวกแนวต้องแวะมาเอเชียทีค

แต่ถ้าใครยังไม่ถูกใจกับอาหารการกินของย่านกลางเมือง และกำลังมองหาบรรยากาศร้านนั่งสำหรับพบปะสังสรรค์หลังเลิกงาน ต้องมากันที่ “ย่านโรงงาน” ซึ่งได้รวบรวมร้านอาหารและผับหรูมีสไตล์ระดับไฮเดนด์ ไว้ภายใต้บรรยากาศโรงเลื่อยเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี และก็มาถึงย่านสุดท้ายนั่นก็คือ “ย่านริมน้ำ” โซนด้านในสุดติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเหมาะมากกับการเดินเล่นรับลมเย็นๆ พร้อมกับชื่นชมทัศนียภาพยามค่ำคืนแบบ 360 องศา รวมถึงซึมซับกลิ่นอายของบรรยากาศเก่าปนใหม่ที่เห็นได้จากริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตลอดความยาวริมแม่น้ำกว่า 300 เมตรนี้ ยังมีร้านอาหารเก๋ๆ อีกหลายร้านให้ได้เลือกนั่งเล่นจิบเครื่องดื่มเย็นๆ เคล้าอาหารอร่อยๆ ตามใจชอบ ซึ่งรับรองว่าช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลายหลังเลิกงานในบรรยากาศสุดชิลด์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแบบนี้ คงทำให้คลายจากความเหนื่อยล้าได้ไม่ยาก

และถึงแม้ว่า เอเชียทีคฯ จะไม่ใช่ห้างสรรพสินค้าหรูๆ ติดแอร์เย็นฉ่ำ ซ้ำในบางโซนยังให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในสวนลุมไนท์บาซาร์ไม่มีผิด แต่ก็อย่าเพิ่งหมดความสนใจกันไปเสียก่อน เพราะในแต่ละโซนนั้นก็ซุกซ่อนไว้ด้วยร้านค้า ร้านอาหารชื่อดัง ซึ่งบางร้านก็อิมพอร์ตส่งตรงมาถึงเมืองไทยเป็นสาขาแรกเลยทีเดียว ส่วนจะมีร้านอะไรบ้างคงต้องไปเสาะหากันดู  นอกจากนี้ด้วยเอกลักษณ์ที่นำเสนอเรื่องราวของวันวานผ่านทางหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่หลงเหลืออยู่ รวมถึงบรรยากาศเย็นๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จึงทำให้ เอเชียทีคฯ มีความโดดเด่นร่วมสมัย ที่สามารถมัดใจคนเมืองไว้ได้ไม่ยาก

02 ข้อมูลทั่วไป + การเดินทาง

Asiatique The Riverfront

ที่อยู่ : 2194 ถนนเจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร  เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร
GPS : 13.703104, 100.503388
เบอร์ติดต่อ : 02-108-4488
Website : http://www.thaiasiatique.com
Facebook : Asiatique The Riverfront
เวลาทำการ : 17.00-24.00 น.
ค่าธรรมเนียม : ไม่มี
ช่วงเวลาแนะนำ : ช่วง 6 โมงเย็นเป็นต้นไป
ไฮไลท์ : โครงสร้างอาคารเก่าที่ยังคงรูปแบบของสถาปัตยกรรมเดิมไว้ พร้อมสอดแทรกเรื่องราวในอดีตไว้ได้อย่างกลมกลืน กับบรรยากาศของแหล่งช็อปปิ้งที่ทันสมัย
กิจกรรม : ช๊อปปิ้ง พักผ่อน กินอาหารในบรรยากาศสบายๆ

 

วิธีการเดินทาง


เอเชียทีคฯ ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ระหว่างซอย 72-76 ซึ่งถ้าหากเดินทางมาจากถนนพระราม 3 ให้เลี้ยวขวาที่แยกถนนตก เข้าถนนเจริญกรุง เอเชียทีคฯ จะอยู่ทางด้านซ้ายมือ หรือถ้าหากมาทางถนนสีลม หรือถนนจันทน์ ให้เลี้ยวเข้าถนนเจริญกรุง ผ่านโรงแรมแม่น้ำริเวอร์ไซด์แล้วจะเห็นเอเชียทีคฯ อยู่ทางด้านขวามือ

ส่วนการเดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีสะพานตากสิน จากนั้นให้ต่อเรือโดยสารของโครงการเอเชียทีคฯ ซึ่งมีบริการทุกวันตั้งแต่ 17.00-23.00 น

03 Gallery รูปภาพ