เที่ยวทั่วไทยไปกับ The TripPacker

วัดกัลยาณมิตรฯ เที่ยวฝั่งธนฯ สักการะซำปอกงองค์ใหญ่

เข้าไปยังพื้นที่เมื่อ: 26/07/2012 โดย The TripPacker

Share |

Editor's Comment

จุดเด่น: ภายในวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหารโดดเด่นด้วยความงดงามของ "พระพุทธไตรรัตนนายก" ซึ่งเชื่อกันว่าใครที่ได้สักการะแล้วจะเดินทางปลอดภัยและมีมิตรไมตรีที่ดี นอกจากนี้สถาปัตยกรรมภายในวัด ก็มีทั้งศิลปะของไทยและจีนผสมผสานกันได้อย่างลงตัว

จุดด้อย: ในช่วงวันหยุดหรือวันเทศกาลผู้คนมักจะเนืองแน่น ทำให้บริเวณพระวิหารหลวงและอุโบสถ ดูคับแคบไปถนัดตา อีกทั้งบริเวณโดยรอบจะคละคลุ้งไปด้วยควันธูป ทำให้ละคายเคืองตา

บทสรุป: วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหารหนึ่งในวัดเก่าแก่ของไทย ซึ่งสร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ถือว่าเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของฝั่งธนบุรีก็คงจะไม่ผิด โดยภายในพระวิหารหลวงประดิษฐาน "พระพุทธไตรรัตนนายก" หรือ “ซำปอกง” ที่พุทธศาสนิกชนนิยมมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล

01 The TripPacker's Review

วัดกัลยาณมิตรฯ เที่ยวฝั่งธนฯ สักการะซำปอกงองค์ใหญ่

เมื่อได้มาจากทางฝั่งพระนครมาเที่ยวที่ฝั่งธนบุรีทั้งที เราก็ไม่ลืมที่จะแวะมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองชาวธนบุรีกันที่ “วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร” หรือที่มักเรียกกันสั้นๆ ว่า “วัดกัลยาณมิตร” วัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งมีคติความเชื่อโด่งดังในเรื่องการขอพรให้เดินทางแคล้วคลาดปลอดภัย และมีมิตรไมตรีที่ดี เมื่อมาถึงแล้วเราก็ตรงไปสักการะ "พระพุทธไตรรัตนนายก" (หลวงพ่อโต) พร้อมด้วยเครื่องสักการะอันได้แก่ ธูป 3 ดอก เทียนแดงคู่ และดอกไม้พวงมาลัยเพื่อความเป็นสิริมงคลกันก่อนเลย

Make sure you always

  • ควรแต่งกายให้เรียบร้อยก่อนเข้าวัด ไม่ควรนุ่งกางเกง หรือกระโปรงสั้นเหนือเข่า  และใส่เสื้อสายเดี่ยวหรือเกาะอก
  • ภายในพระวิหารหลวงไม่อนุญาตให้จุดธูปและเทียนแดงคู่  ควรจุดในบริเวณหน้าพระวิหารหลวงที่ทางวัดจัดไว้
  • การจุดธูปบูชา จะมีกระถางธูปให้ปักอยู่ 5 ใบ ให้ปักธูปเรียงจากกระถางใหญ่ที่มีภาษาจีนสีแดงก่อนจากนั้นจึงปักธูปตามลำดับจากกระถางซ้าย กระถางตรงกลาง กระถางขวา และกระถางด้านหลังสุด กระถางละ 3 ดอก รวมทั้งหมด 15 ดอกพอดี

อ่านต่อ

"พระพุทธไตรรัตนนายก" หรือที่คนจีนเรียกกันติดปากว่า “ซำปอกง” ส่วนคนไทยมักเรียกว่า “พระโต” หรือ “หลวงพ่อโต” เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ องค์พระมีสีเหลืองทองอร่ามทั้งองค์ หน้าตักกว้าง 11.75 เมตร สูง 15.46 เมตรด้วยขนาดขององค์พระทำให้เราดูตัวเล็กกระจิดริด ยิ่งเมื่อประกอบกับลวดลายอันวิจิตรบรรจงภายในวิหารซึ่งประดับประดาด้วยลวดลายดอกไม้บนผนังและเสา  แถมบริเวณหน้าบันยังสลักลายดอกไม้ประดับกระจก ยิ่งขับให้หลวงพ่อโตดูศักดิ์สิทธิ์และเปี่ยมไปด้วยความน่าศรัทธายิ่งนัก พระวิหารหลวงหลังนี้เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบไทยด้วยการก่ออิฐถือปูน หลังคามุงกระเบื้องเคลือบ ประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ส่วนด้านหน้าพระวิหารหลวงมีซุ้มประตูหินเป็นศิลปะแบบจีนขนาดใหญ่สีทึมเรียกว่า “โขลนทวาร” ประดับด้วยตุ๊กตาหินศิลปะจีนตั้งเรียงรายอยู่มากมายซึ่งรัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯให้สร้างพระราชทานช่วยเจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) ครั้งนั้นทรงมีความตั้งใจให้มีลักษณะคล้ายกรุงศรีอยุธยา คือ มีพระโตนอกกำแพงเมืองอย่างวัดพนัญเชิง วรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยทรงเอาเคล็ดว่าท่านมีชื่อว่า “โต” เมื่อรวมความหมายกับเจ้าพระยานิกรบดินทร์มิตรที่ดีของรัชกาลที่ 3 วัดแห่งนี้จึงชื่อว่า “วัดกัลยาณมิตร” หรือมิตรที่ดี เมื่อเรามากราบไหว้ก็เหมือนท่านให้พรว่าจะมีมิตรที่ดีด้วย ซึ่งก็มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้ามาชื่นความงดงามและสักการะกันอย่างไม่ขาดสาย และมีควันธูปลอยฟุ้งให้เรารู้สึกเคืองตาอยู่ไม่น้อย ยิ่งช่วงหน้าเทศกาลอย่างวันขึ้นปีใหม่ วันสงกรานต์ หรือวันตรุษจีน เพื่อเป็นการเริ่มต้นสิ่งดีๆ ต้อนรับวันใหม่ เรามักจะเห็นชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายจีนเข้ามาสักการะกันอย่างเนืองแน่นทั้งวัน แสดงให้เห็นว่าวัดแห่งนี้เปี่ยมไปด้วยพลังศรัทธาอย่างมหาศาล


นอกจากพระพุทธไตรรัตนนายก ด้านขวามือของพระวิหารหลวงซึ่งเป็นพระอุโบสถ ภายในยังมีพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ประดิษฐานเป็นองค์ประธาน ซึ่งวัดกัลยาณมิตรแห่งนี้ถือเป็นวัดเดียวในประเทศไทยที่มีพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ อันเป็นพระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถประทับนั่งบนก้อนศิลา พระบาททั้งสองวางอยู่บนดอกบัว พระหัตถ์ซ้ายวางคว่ำและพระหัตถ์ขวาวางหงายบนพระชานุ และยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังบอกเล่าเรื่องราวพุทธประวัติและถึงแม้พระอุโบสถจะไม่มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ที่สวยงามแบบพระวิหารหลวง แต่ก็ยังคงงดงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีนด้วยหน้าบันปั้นลายดอกไม้ประดับกระเบื้องเคลือบสลับสีลายจีน เป็นความสวยงามของศิลปะจีนที่อยู่ในวัดไทยซึ่งดึงดูดสายตาให้ชวนมองด้วยความชื่นชมยิ่งนัก ส่วนด้านหลังของพระอุโบสถยังมีเจดีย์เหลี่ยมพร้อมกับฐานทักษิณที่สร้างขึ้นในประเทศจีน โดยช่างเมืองไทยเป็นผู้ร่างแบบและขนาดให้ช่างเมืองจีนหล่อศิลาเทียมขึ้นก่อนจะล่องทะเลกลับมาประกอบในประเทศไทย และอีกจุดหนึ่งที่ไม่ควรพลาดคือ “หอระฆัง” เพราะด้านล่างมีระฆังใบใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ยิ่งในวันที่คนเยอะเช่นนี้เสียงระฆังจึงดังก้องกังวานไปทั่วทั้งวัด เป็นเสียงที่ฟังเสนาะหูและเปี่ยมไปด้วยพลังของความศรัทธา นอกจากนี้ยังมีหอพระธรรมมณเฑียรเถลิงพระเกียรติ ซึ่งเป็นที่เก็บพระไตรปิฎกและพระคัมภีร์ต่างๆเจดีย์หินทราย และเทพเจ้าจีนให้สักการะอีกหลายองค์ สมกับเป็นวัดที่มีการผสมผสานของศิลปะไทย-จีนที่หลอมหลวมกันไว้ได้อย่างลงตัว

หลังจากเดินสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์รอบทั้งวัดแล้ว ก่อนกลับเราก็ขอแวะทำบุญด้วยการถวายสังฆทาน รวมถึงทำทานให้อาหารปลาและอาหารนกที่บริเวณศาลาท่าน้ำ และนั่งเล่นชมวิวทิวทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาอีกซักหน่อย วันนี้เราจึงสุขทั้งกายใจ และเอิบอิ่มไปด้วยอานิสงค์ของการทำบุญทำทานในคราวเดียวกัน

02 ข้อมูลทั่วไป + การเดินทาง

วัดกัลยาณมิตรฯ เที่ยวฝั่งธนฯ สักการะซำปอกงองค์ใหญ่

ที่อยู่ : 371 ถนนอรุณอัมรินทร์ตัดใหม่ (ถนนเทศบาลสาย3) แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
GPS : 13.740229, 100.491544
Facebook : https://www.facebook.com/WadKalyanmitrWrmhawihar
เวลาทำการ : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00 – 16.00 น.
ช่วงเวลาแนะนำ : ตลอดทั้งปี
ไฮไลท์ : พระพุทธไตรรัตนนายก พระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯซึ่งมีความเชื่อว่าใครได้มากราบไหว้แล้วจะแคล้วคลาดปลอดภัยจากภัยทั้งปวง
กิจกรรม : สักการะขอพรจากพระพุทธไตรรัตนนายกรวมถึงพระพุทธรูปและเทพเจ้าจีนอีกหลายองค์เพื่อความเป็นสิริมงคล

 

วิธีการเดินทาง


การเดินทางไปวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหารวิธีที่สะดวกที่สุดโดยไม่ต้องกังวลเรื่องที่จอดรถก็คือ การโดยสารเรือข้ามฟากจากท่าราชินี (ปากคลองตลาด) มาขึ้นที่ท่าวัดกัลยาณมิตร หรือถ้าไปจากทางโรงพยาบาลศิริราช มุ่งหน้าไปทางสี่แยกบ้านแขก ผ่านวัดระฆังและวัดอรุณ เมื่อมาถึงสี่แยกโพธิ์ 3 ต้น ให้ตรงไปข้ามสะพานทางเข้าวัดจะอยู่ทางซ้ายมือ ภายในวัดมีที่จอดรถ

03 Gallery รูปภาพ