เที่ยวทั่วไทยไปกับ The TripPacker

คุ้มเสือ แม่ริม เชียงใหม่ ยลโฉมชิดใกล้ในถิ่นลายพาดกลอน

เข้าไปยังพื้นที่เมื่อ: 14/10/2011 โดย The TripPacker

Share |

Editor's Comment

จุดเด่น: ความที่คุ้มเสือเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมสัมผัสและถ่ายรูปกับเสือได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งถือเป็นเรื่องตื่นเต้นไม่น้อยสำหรับคนทั่วไป

จุดด้อย: การมาเที่ยวกันเองเป็นกลุ่มเล็กด้วยรถสาธารณะ อาจจะต้องเหมาในราคาเต็มเพราะไม่มีรถประจำทางวิ่งผ่าน

บทสรุป: ใครจะไปคิดว่าเสือในภาพจำของใครหลายคนที่ว่าดุร้าย เจอเมื่อไหร่เป็นต้องหนีกันสุดชีวิต แต่คงไม่ใช่กับคุ้มเสือที่แม่ริม เชียงใหม่ ซึ่งใครเห็นก็อยากเข้าใกล้เพราะเสือแต่ละตัวได้ถูกเลี้ยงดูจนคุ้นเคยกับผู้คนเป็นอย่างดี เราจึงสัมผัสตัวเสือถ่ายรูปกับเสือได้อย่างใกล้ชิด และถึงแม้ว่ามันจะคุ้นเคยกับคนแต่บางครั้งเราก็แอบหวั่นๆ อยู่ไม่น้อยทว่าก็เป็นความรู้สึกที่สนุกตื่นเต้นดี

01 The TripPacker's Review

คุ้มเสือ แม่ริม เชียงใหม่ ยลโฉมชิดใกล้ในถิ่นลายพาดกลอน

“วันนี้เราขออนุญาตพาทุกท่านออกไปจับเสือมือเปล่าด้วยกันดูซักครั้ง” ถูกต้องแล้วครับเพราะวันนี้เราจะพาไปรู้จักสัตว์ป่าที่ขึ้นชื่อว่าดุร้ายมากที่สุดชนิดหนึ่งอย่าง เสือโคร่ง ที่ คุ้มเสือ ในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งชาวต่างชาติรู้จักกันดีในนาม Tiger Kingdom สถานที่ที่ผู้มาเยือนสามารถใกล้ชิดกับบรรดาเสือตัวน้อยใหญ่ได้อย่างเพลิดเพลิน ที่สำคัญยังสามารถจับต้องสัมผัสเสือตัวเป็นๆ ขอย้ำเสือตัวเป็นๆ ได้ด้วยมือเปล่าของเราอีกด้วย ส่วนจะเป็นอย่างไรนั้น คงต้องเข้าไปทดสอบด้วยตนเองดีกว่า


บริเวณประตูทางเข้าไปชมเสือซึ่งอยู่ด้านใน

คุ้มเสือแห่งนี้เปิดกรงให้เราเข้าชมเสือได้ถึง 3 ขนาดด้วยกัน ซึ่งราคาค่าเข้าชมนั้นก็ขึ้นอยู่กับขนาดของเสือที่เราจะเข้าชม เริ่มกันตั้งแต่ลูกเสือตัวน้อยๆ ที่มีอายุเฉลี่ย 3-4 เดือนโดยประมาณ ซึ่งขนาดตัวกำลังน่ารักน่าชังแถมยังซุกซนไปตามประสา คนที่มีสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงประเภทอื่นเป็นสัตว์ตัวโปรดคงปันใจให้กับเจ้าพวกนี้ได้ไม่ยาก ส่วนเสือขนาดถัดไปเป็นเสือขนาดกลางซึ่งมีอายุเฉลี่ยอยู่ 12-16 เดือน และเสือขนาดใหญ่สุดมีอายุตั้งแต่ 18 เดือนขึ้นไป ทั้งนี้เสือทั้งหมดล้วนแต่เป็น สายพันธุ์อินโดจีน ซึ่งมีกระจายอยู่ในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเสือที่นี่จะถูกเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดีจนคุ้นเคยกับคน แต่ทุกกรงเสือก็ยังต้องมีเจ้าหน้าที่คอยกำกับดูแลเสือแต่ละตัวอย่างใกล้ชิดในระหว่างที่เรากำลังเข้าใกล้เพื่อชื่นชมและถ่ายรูปกับพวกมัน 

ซึ่งไฮไลต์สำคัญของคุ้มเสือ แห่งนี้ก็น่าจะอยู่ที่เราสามารถเข้าไปลูบๆ คลำๆ ตัวเสือ หรือจะนอนเอนกายถ่ายรูปคู่กับพวกมันได้ใกล้ชนิดสัมผัสได้ถึงจังหวะการหายใจของมัน ส่วนเรื่องแอ็คชั่นในการถ่ายรูปนั้นก็ขึ้นอยู่กับความกล้าของแต่ละคนแล้วล่ะว่าจะคิดสร้างสรรค์ท่าทางกันได้บรรเจิดเพียงใด แต่ต้องบอกสิ่งหนึ่งที่ควรจดจำไว้ก่อนว่า เราไม่ควรเดินเข้าหาพวกมันซึ่งๆ หน้า เพราะมันอาจหงุดหงิดลูกตา หรือไม่พวกมันก็อาจเกิดรู้สึกอยากเล่นกับเราขึ้นมาดื้อๆ คราวนี้คงไม่สนุกแน่ เพราะดูเสือแต่ละตัวแล้วน้ำหนักตัวมันมากถึงหลักร้อยกิโลกรัมกันเลยทีเดียว ทางที่ดีเราควรอยู่ทางด้านท้ายของมัน แล้วค่อยลูบลำตัวแบบลงน้ำหนักมือพอสมควร ไม่ต้องกลัวว่ามันจะเจ็บเพราะผิวหนังของพวกมันหนาอยู่พอสมควร ดังนั้นเราต้องสัมผัสตัวมันให้เต็มๆ มือ เพราะถ้าลูบเบาๆ พวกมันจะรำคาญนึกว่าเป็นแมลงมาไต่ตอม หันควับมาไล่เดี๋ยวจะกระเจิงกันคนละทิศละทาง ทั้งนี้ในบางช่วงของวันพวกมันอาจจะดูขี้เซาไปบ้าง เพราะมันมักจะนอนพักผ่อนแน่นิ่งจนทำให้ขาดสีสันและความตื่นตาไป เจ้าหน้าที่ที่ดูแลก็จะคอยหาของเล่นมาล่อพวกมันให้ตามวิ่งไล่ ทีนี้ล่ะความสง่างามของสัตว์นักล่า ก็จะปรากฏให้เห็นเต็มสองตา


  • เวลาจะเข้าไปสัมผัสตัวเสือนั้นควรอยู่ส่วนท้ายของมันเวลาจะเข้าไปสัมผัสตัวเสือนั้นควรอยู่ส่วนท้ายของมัน
  • ท่ายอดฮิตของนักท่องเที่ยวที่จะนอนแนบกับตัวเสือเพื่อถ่ายรูปท่ายอดฮิตของนักท่องเที่ยวที่จะนอนแนบกับตัวเสือเพื่อถ่ายรูป
  • คุ้มเสือยังมีบริการถ่ายภาพโดยช่างภาพประจำอีกด้วยคุ้มเสือยังมีบริการถ่ายภาพโดยช่างภาพประจำอีกด้วย
  • ลูกเสืออนุบาลซึ่งมีอายุได้ประมาณ 2 สัปดาห์ลูกเสืออนุบาลซึ่งมีอายุได้ประมาณ 2 สัปดาห์
  • เสือไซต์เล็กซึ่งถือเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวไม่น้อยไปกว่าเสือขนาดใหญ่เสือไซต์เล็กซึ่งถือเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวไม่น้อยไปกว่าเสือขนาดใหญ่

Make sure you always

  • ราคาค่าเข้าชมแบ่งตามขนาดของเสือและประเภทของแพ็คเกจการเข้าชม ซึ่งราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงของปี สามารถโทรสอบถามได้ที่เบอร์ 053 299 363, 053 860 704
  • ทางคุ้มเสือมีบริการถ่ายภาพคู่กับเสือโดยช่างภาพประจำในราคา 299 บาท ซึ่งจะได้ภาพประมาณ 100 ภาพ ในรูปแบบซีดีรอม
  • อาหารบุฟเฟต์มื้อกลางวันเริ่มตั้งแต่เวลา 11.00-14.00 . ในราคาคนละ 200 บาท
  • นักท่องเที่ยวสามารถมารับประทานอาหารที่คุ้มเสือได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 9.00-21.00 .
  • การเข้าชมและสัมผัสเสือแต่ละขนาด ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด       

อ่านต่อ

ทั้งนี้ทางคุ้มเสือยังมีบริการห้องอาหารให้ได้อิ่มหนำกันอีกด้วย โดยมื้อนี้ขอแนะนำเป็นอาหารแบบบุบเฟต์ ซึ่งพร้อมสรรพให้ได้เลือกตักเลือกชิมกันตั้งแต่เวลา 11.00 – 14.00 . เท่านั้น และนอกจากไลน์บุบเฟต์ที่มีให้เลือกทั้งอาหารคาวหวานแล้ว ก็ยังมีเมนูปกติของห้องอาหารไว้คอยบริการอีกเช่นกัน ขณะเดียวกันในระหว่างรับประทานอาหารก็ยังสามารถมองเห็นเสือขนาดใหญ่ที่อยู่ในส่วนจัดแสดงด้านข้างได้อย่างใกล้ชิด เพราะพื้นที่ด้านนอกของห้องอาหารนั้นเปิดโล่งให้เห็นส่วนจัดแสดงเสือพอดิบพอดี เราจึงได้ทั้งอาหารตาและอาหารกายไปในคราวเดียวกัน พอเที่ยวชมเสือเรียบร้อยแล้วถ้าหากใครที่เลือกใช้บริการถ่ายรูปจากคุ้มเสือ ก็เชิญเลือกรูปที่ถูกใจได้เลยที่บริเวณด้านหน้าส่วนต้อนรับ และก่อนกลับอย่าลืมแวะซื้อของที่ระลึกต่างๆ ของคุ้มเสือติดไม้ติดมือไปซักชิ้นสองชิ้น เพราะเค้ามีสินค้าน่ารักๆ ลายเสือให้เลือกมากมาย  

เอาเป็นว่าถ้าคุณเป็นผู้หนึ่งที่ชื่นชอบสัตว์เลี้ยงเป็นชีวิตจิตใจ คงจะประทับใจกับบรรดาเจ้าลายพาดกลอนตัวน้อยใหญ่กันได้ง่ายๆ หรือใครก็ตามที่เคยชื่นชมบรรดาเสือผ่านตาจากสารคดีทางโทรทัศน์ คราวนี้คงเป็นโอกาสดีที่จะได้ใกล้ชิดกับสัตว์ที่ขึ้นชื่อว่าดุร้ายมากที่สุดชนิดหนึ่งแน่นอน และในอีกมุมหนึ่งก็ยังแฝงไปด้วยความน่ารักน่าชังซึ่งหลายคนมักมองข้ามไป ส่วนเรื่องสุดท้ายต้องขอเตือนไว้อย่างหนึ่งว่า อย่าเชื่อใครก็ตามที่บอกว่าการจับเสือมือเปล่านั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะเราพิสูจน์มาแล้วว่าที่ คุ้มเสือ แห่งนี้ ทุกๆ คนสามารถจับเสือมือเปล่าได้จริง    

02 ข้อมูลทั่วไป + การเดินทาง

คุ้มเสือ แม่ริม เชียงใหม่

ที่อยู่ : 51/1 หมู่ 7 ตำบลริมใต้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ 50180
GPS : 18.924567, 98.932017
เบอร์ติดต่อ : 053 299 363 , 053 860 704
E-mail : info@tigerkingdom.com
Website : www.tigerkingdom.com
Facebook : http://www.facebook.com/pages/Tiger-Kingdom/44464992878
เวลาทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่ 9.00-18.00น. , ห้องอาหารเปิดเวลา 9.00-21.00 น. ส่วนไลน์บุฟเฟต์มีตั้งแต่ 11.00-14.00 น.      
ค่าบริการ : ค่าเข้าชมมีราคาเริ่มตั้งแต่ 420 บาทขึ้นไป ซึ่งราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามขนาดของเสือที่จัดแสดง รวมถึงรูปแบบของแพคเกจในการเข้าชม
ช่วงเวลาแนะนำ : ช่วงตั้งแต่ 10.00-14.00 น. เพราะมื้อบุบเฟต์ก็อยู่ในช่วงเวลาดังกล่าว
ไฮไลท์ : การได้สัมผัสและถ่ายรูปกับเสืออย่างใกล้ชิด
กิจกรรม : เดินเที่ยวชมเสือในส่วนต่างๆ รับประทานอาหารในวันพักผ่อน

 

วิธีการเดินทาง


จากตัวเมืองเชียงใหม่ให้ใช้ถนนหมายเลข107 มุ่งหน้าไปยังอำเภอแม่ริม จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนหมายเลข 1096 เส้นที่มุ่งหน้าไปอำเภอสะเมิง ซึ่งให้วิ่งตรงมาประมาณ 200 เมตร แล้วจึงเลี้ยวขวาเข้าถนนเลียบคลองไปประมาณ 800 เมตร จะพบกับคุ้มเสือแม่ริมอยู่ทางซ้ายมือ

03 Gallery รูปภาพ