เที่ยวทั่วไทยไปกับ The TripPacker

เมืองโบราณ วันเดียวเที่ยวทั่วไทย

เข้าไปยังพื้นที่เมื่อ: 01/06/2012 โดย The TripPacker

Share |

Editor's Comment

จุดเด่น: พื้นที่ภายในเมืองโบราณมีการแบ่งการจัดแสดงเป็นตามภูมิภาคของไทย ซึ่งสถานที่แต่ละแห่งก็มีความวิจิตรงดงาม ให้เราได้เที่ยวชมไปพร้อมๆ กับการศึกษาหาความรู้ถึงประวัติความเป็นมาของสถานที่ รวมถึงความสวยงามของงานศิลปะ และสถาปัตยกรรมต่างๆ ของไทย

จุดด้อย: พื้นที่ภายในเมืองโบราณมีบริเวณกว้างมาก บางจุดอาจจะไม่มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำบรรยาย ดังนั้นการเข้าเที่ยวชมด้วยตนเองอาจจะทำให้เราพลาดสิ่งสำคัญบางส่วนไปบ้าง

บทสรุป: เมืองโบราณนับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่จะทำให้เราได้เที่ยวชม และเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมของภูมิภาคต่างๆ ของไทยภายในหนึ่งวัน ซึ่งศิลปะการสร้างที่มีการย่อส่วนจากสถานที่จริงได้เหมือนหนึ่งเป็นสถานที่เดียวกัน รวมถึงการผาติกรรมอาคารเก่ามาบูรณะใหม่ให้มีความงดงามดังเดิม ทำให้นักท่องเที่ยวได้ชมอย่างใกล้ชิด ซึ่งนอกจากจะได้เที่ยวชมด้วยความเพลิดเพลินแล้ว เรายังได้ความรู้แขนงต่างๆ ไปด้วยพร้อมๆ กัน

01 The TripPacker's Review

เมืองโบราณ วันเดียวเที่ยวทั่วไทย

คุณเคยมีความคิดฝันซักครั้งในชีวิตบ้างมั้ยว่าอยากจะเที่ยวไปตามสถานที่สำคัญต่างๆ ให้ทั่วประเทศบ้าง แต่พอคิดอีกทีก็คงเป็นเรื่องที่ทำได้ยากซะเหลือเกิน เพราะต้องอาศัยทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยทีเดียว แต่อย่างเพิ่งถอดใจกันซะก่อน เพราะคราวนี้เราจะพาทุกคนไปเที่ยวชมตามสถานที่สำคัญต่างๆ ให้ครบถ้วนภายในหนึ่งวัน ถ้าอยากรู้ว่าเราจะพาไปเที่ยวที่ไหนก็รีบตามกันมาเลย


Make sure you always

  • เมืองโบราณจัดเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยพื้นที่กว่า 800 ไร่ ที่รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศไทยไว้
  • เมืองโบราณเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00 – 17.00 น.
  • ค่าธรรมเนียมในการเข้าชมเมืองโบราณ รวมค่าบริการรถราง จักยาน และบัตรนั่งเรือไว้เรียบร้อยแล้ว
  • สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ของภาคต่างๆ มีทั้งการสร้างโดยจำลองจากสถานที่จริง การผาติกรรม และการรังสรรค์ขึ้นตามจินตนาการของคุณเล็ก วิริยะพันธ์

อ่านต่อ

บนพื้นที่กว่า 800 ไร่ ที่มีรูปร่างคล้ายด้ามขวานทองของประเทศไทยในเขตจังหวัดสมุทรปราการนี้ เป็นที่ตั้งของ “เมืองโบราณ” ที่ซึ่งได้รวบรวมปราสาท ราชวัง วัดวาอาราม รวมถึงงานประติมากรรมต่างๆ ไว้ให้เราได้เข้าไปเที่ยวชม สิ่งก่อสร้างเหล่านี้บางแห่งเป็นการสร้างจำลองตามแบบของสถานที่จริง และบางแห่งก็เป็นการผาติกรรม ซึ่งเป็นการยกเอาสิ่งปลูกสร้างมาจากสถานที่จริง นำมาบูรณะให้งดงามอย่างเช่นอดีต ภายในเมืองโบราณมีการแบ่งพื้นที่ตามภูมิภาค เช่น ในภาคเหนือเราจะได้เห็น “วัดภูมินทร์” วิหารจตุรมุขสำคัญของจังหวัดน่าน ซึ่งมีภาพปู่ม่านย่าม่านอยู่ภายใน รวมถึง “วัดจองคำ” อาคารไม้สักทั้งหลังที่เชื่อมต่อวิหาร ศาลา และกุฏิ ไว้ในอาคารเดียวที่หาดูได้ยากในปัจจุบัน ซึ่งเมืองโบราณทำการผาติกรรมมาจากจังหวัดลำปาง ส่วนภาคอีสานก็จะมี “พระธาตุพนม” ซึ่งเป็นการสร้างขึ้นตามแบบอย่างในโบราณจึงทำให้สีสันขององค์พระธาตุไม่เหมือนกับในปัจจุบัน

ส่วนไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้นั้นต้องยกให้พื้นที่บริเวณภาคกลาง ที่เราจะได้ชม “พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท” พระที่นั่งสำคัญในสมัยอยุธยาซึ่งในปัจจุบันเหลือเพียงซากของฐานพระที่นั่งให้เราได้เห็นเท่านั้น โดยเมืองโบราณได้มีการค้นคว้าจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ต่างๆ ก่อนจะก่อสร้างขึ้นใหม่ให้มีความวิจิตรงดงามตามต้นแบบ และไม่ไกลจากกันนักยังมีพระที่นั่งสำคัญอีกแห่งนั่นคือ “พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท” ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 ซึ่งพระที่นั่งทั้ง 2 องค์นี้นับเป็นงานสถาปัตยกรรมที่สำคัญของไทย ที่จะทำให้เราได้เห็นถึงความรุ่งเรืองของงานศิลปะอันวิจิตรงดงามในแต่ละยุคสมัย และถ้าหากไปทางภาคอีสานก็อย่าลืมขึ้นไปชมว่ายิ่งใหญ่อลังการของ “เขาพระวิหาร” ซึ่งทางเมืองโบราณได้จำลองมาจากสถานที่จริงโดยได้มีการถมที่ในบริเวณนี้ให้มีลักษณะคล้ายภูเขาสูง เมื่อขึ้นไปถึงด้านบนแล้ว นอกจากจะได้ชมความงดงามของประสาทพระวิหารแล้ว เรายังได้เห็นทัศนียภาพของเมืองปากน้ำในมุมมอง 360 องศา สามารถมองเห็นไกลไปถึงปากอ่าวไทยด้วย


นอกจากสถานที่สำคัญๆ ที่ได้ถูกผาติกรรม และถอดแบบมาจากสถานที่จริงแล้ว ภายในเมืองโบราณยังมีอาคาร และสิ่งปลูกสร้างที่เกิดจากจิตนาการของคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ อีกหลายแห่งในส่วนพื้นที่รังสรรค์ ซึ่งอาคารแต่ละหลังล้วนมีความวิจิตรงดงามมาก เช่น “ศาลาพระอรหันต์” “สะพานรุ้ง” "เขาพระสุเมรุ” หรือ “สวนพฤษชาติในวรรณคดีไทย” เป็นต้น นอกจากส่วนรังสรรค์แล้ว อาคารบางหลังอาจจะรูปรูปทรงแปลกตา ซึ่งสิ่งปลูกสร้างบางและอาคารเหล่านี้เป็นการสร้างขึ้นตามบันทึก หรือภาพจารึกต่างๆ ในประวัติศาสตร์ และหาชมไม่ได้แล้วในปัจจุบัน เช่น “หอพระแก้ว” “หอคำ ของเมืองลำปาง” เป็นต้น หลังจากเที่ยวชมตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ แล้ว ภายในเมืองโบราณยังได้มีการจำลองเอา “ตลาดน้ำ” และ “ตลาดบก” ไว้ให้เราได้แวะไปพักผ่อนหย่อนใจ นั่งเล่นพร้อมกินอาหารอร่อยๆ รวมถึงการช๊อปปิ้งสินค้าที่ระลึกต่างๆ มากมายซึ่งเมืองโบราณก็ได้รวบรวมเอาของฝาก ของที่ระลึกมาจากภาคต่างๆ ไว้มากมาย

การเที่ยวชมเมืองโบราณเราสามารถเลือกได้ทั้งการขี่จักรยานไปเรื่อยๆ ตามใจตัวเอง หรือจะเลือกนั่งรถรางแวะไปตามจุดต่างๆ แล้วลงเดินชมจนพอใจแล้วก็กลับมาขึ้นรถรางอีกครั้ง ซึ่งแต่ละวิธีก็จะทำให้เราได้เดินเที่ยวชมและสัมผัสบรรยากาศได้อย่างเต็มที่ การได้แวะเวียนไปตามสถานที่ต่างๆ ภายในเมืองโบราณไม่ว่าจะเลือกใช้วิธีไหน ก็ดูเหมือนว่าระยะเวลาเพียงหนึ่งวันก็อาจจะไม่เพียงพอและคงจะเทียบไม่ได้กับความตั้งใจ และฝีมือการสร้างอันวิจิตรงดงามของช่างผู้มากฝีมือทุกคน ซึ่งกว่าจะได้มาซึ่งประติมากรรมเหล่านี้ต้องผ่านการค้นคว้า การทุ่มเทแรงกาย แรงใจ และเวลาอันยาวนาน ทำให้พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งนี้มีเสน่ห์ดึงดูดให้หลายต่อหลายคนแวะเวียนมาได้บ่อยคร้งโดยไม่รู้เบื่อ

02 ข้อมูลทั่วไป + การเดินทาง

เมืองโบราณ

ที่อยู่ : หมู่ที่ 7 296/1 ถนนสุขุมวิท-บางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ 10280
GPS : 13.53939, 100.62301
เบอร์ติดต่อ : 0 2323 4099
แฟกซ์ : 0 2323 4055
E-mail : info@ancientsiam.com
Website : www.ancientsiam.com
Facebook : www.facebook.com/AncientSiam
เวลาทำการ : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00-17.00 น.
ค่าธรรมเนียม :
  • ชาวไทย ผู้ใหญ่ 350 บาท เด็ก 175 บาท
  • ชาวต่างชาติ  ผู้ใหญ่ 500 บาท เด็ก 250 บาท
  • สำหรับคนสมุทรปราการหรือผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 250 บาท

    **(ราคานี้รวมรถราง จักรยาน และนั่งเรือ) ถ้าต้องการนำรถยนต์ส่วนตัวเข้าไป มีค่าธรรมเนียมคันละ 300 บาท
ช่วงเวลาแนะนำ : ตลอดทั้งปี
ไฮไลท์ : สถานที่สำคัญต่างๆ ที่ถูกรวบรวมไว้ในเมืองโบราณ ซึ่งทุกส่วนประกอบเป็นไปตามแบบของสถานที่จริง ทั้งสวยงามและอลังการน่าทึ่ง
กิจกรรม : ขี่จักรยาน นั่งรถราง หรือนั่งเรือ เที่ยวชมเมืองโบราณ รวมถึงการพักผ่อนหย่อนใจในตลาดน้ำ และตลาดบก

 

วิธีการเดินทาง


ให้ใช้เส้นทางถนนสุขุมวิท(สายเก่า) มุ่งหน้าสู่บางปูจังหวัดสมุทรปราการหรือใช้เส้นทางถนนศรีนครินทร์มุ่งหน้าไปทางจังหวัดสมุทรปราการจนไปสุดที่ถนนสุขุมวิทให้เลี้ยวเข้าถนนสุขุมวิท ไปตามเส้นทางถนนสุขุมวิทพอถึงช่วงกิโลเมตรที่ 33 จะเห็นเมืองโบราณอยู่ทางด้านซ้ายมือ

03 Gallery รูปภาพ