ค้นหาและแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวในไทย ลงทะเบียน เข้าสู่ระบบ
 
เปิดใจรับความสุขจากวิถีของการเดินทาง - ภาคป่าบงเปียง นาขั้นบันได บ้านป่าบงเปียง จ.เชียงใหม่
    • โพสต์-1
    พิรุณ •  พฤศจิกายน 20 , 2559

    เสพความสุขจากอุปสรรค และประสบการณ์แห่งการเดินทาง

    ความสุขเกิดขึ้นได้ทุกที่...ผมเชื่ออย่างนั้น แม้บางครั้งเราจะไม่สามารถรับความสุข ณ ที่ตรงนั้น เวลานั้นเข้ามาได้ อาจด้วยเหตุว่าความเศร้าใจกำลังบังทาง จนเรามองไม่เห็นความสุขที่อยู่ตรงหน้า แต่นั้นก็เป็นธรรมดาของมนุษย์ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นที่ใจเป็นปัจจัยหลัก เป็นสำคัญ

    มีพี่ ๆ น้อง ๆ หลายคนติดตามการเดินทางและ สอบถามข้อมูลกับเรามาพอสมควร ผมมักจะแนะนำไปหลายคนว่า ก่อนจะเริ่มเดินทาง ต้อง ‘เริ่มเปิดใจก่อน’ ศึกษาหาข้อมูลคร่าว ๆ เพื่อให้รู้ว่าเรากำลังจะไปเจอกับอะไร และเปิดใจเพื่อรับความสุขในวิถีของการเดินทางนี้

    ทางที่ดูยากลำบาก ไม่สะดวก ไม่สบาย แต่มีอีกหลายคนที่ค้นพบความสุขจากประสบการณ์ที่เงินซื้อไม่ได้ ถ้าการเดินทางไม่มีดี...ก็คงไม่มีใครอีกหลาย ๆ คนหลงไหลมัน มันคงขึ้นอยู่ว่า เราค้นพบมันหรือเปล่าเสียมากกว่า

     

    เพราะไม่ว่าจะยาก ดี มี จน ลำบาก เหนื่อย หรือล้า มันก็มีความสุข และกลายเป็นประสบการณ์ที่ดีให้กับเราได้ เพียงแค่เปิดใจเท่านั้นเอง

    “ก่อนจะเริ่มเดินทาง ต้องเริ่มเปิดใจก่อน”

    เราจึงเห็นคนที่เหนื่อยจนเหงื่อท่วมกาย ยังคงมีรอยยิ้มอยู่ได้อย่างอิ่มสุข มันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ และจะเป็นเช่นนี้สมอ เมื่อคุณเปิดใจ และยอมรับมัน 

    ยืนเกาะราวตากผ้าที่อยู่ในบ้าน ตามองท้องฟ้าที่มีเมฆขาว ดูเป็นวันที่ฟ้าสดใสดี แม้ในห้องจะดูมืด ๆ แต่ผมก็มองออกไปแล้วก็กลับมานั่งเขียนบทความชิ้นนี้ต่อ

     

    • โพสต์-2
    พิรุณ •  พฤศจิกายน 20 , 2559

    จุดเริ่มต้นจากการทิ้งความวุ่นวายใจ เข้าสู่ภวังค์แห่งวิถีของการเดินทาง

    เกือบทุกครั้งที่เตรียมตัวเดินทางได้น้อย ความวุ่นวายจะทำให้เกิดความขุ่นมั่วในใจ มองไม่เห็นความสวยงามที่ได้พบเจอ แต่มันจะเริ่มดีขึ้นตามลำดับตามระยะทางที่ไกลห่างออกไป ไกลออกไป และกว้างมากพอที่จะทำให้เรารับรู้ว่า เราหลุดออกมาแล้ว ความคิดเริ่มตกผลึก ความกังวลเริ่มเปลี่ยนเป็นเข้าใจ และนอนนิ่งในก้นของจิตใจ จากค่ำมืดเป็นช่วงเวลาที่ผมมักเริ่มเดินทางออกจากกรุงเทพ รถไม่ติด ลมเย็น จนฟ้าย่ำสว่าง แสงทองเรือนรอง บรรยากาศสวยงาม และมีเวลาอีกหลายชั่วโมงก่อนฟ้ามืด เผื่อถ่ายรูปเล่นกลางทาง เผื่อหลง ทำให้เรานิ่งสนิท และมีสติอยู่กับสิ่งตรงหน้าจริง ๆ ซักที

    ทุ่งนา เป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่ดูมีเสน่ห์เสมอสำหรับผม ผมสัญญาไว้กับตัวเองว่าจะมาถ่ายนาขั้นบันไดที่ป่าบงเปียงปีนี้ 3 รอบ แต่ทำได้แค่ 2 รอบเท่านั้นเอง และยังฝันไว้ว่าจะได้โอกาสขี่มอเตอร์ไซค์ในเวียดนามไปถ่ายภาพนาขั้นบันไดที่นั้นด้วย

    ยิ่งการเดินทางครั้งนี้ด้วยแล้ว ข้อมูลได้มาว่าข้าวในนากำลังถูกเกี่ยว ทำให้กำหนดการออกเดินทางจากวันที่ 7 พ.ย. 59 ต้องเลื่อนเป็นวันที่ 4 ช่วงตี 2 ที่ล้อรถผมเคลื่อนออกจากตัวบ้านพร้อมกับอาการวุ่นวายใจ เพราะไม่ได้นอน ถึงแม้พยายามจะหลับตาบนเตียงอยู่ให้ได้อย่างน้อย 3 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำก็ตาม

    ‘ป่าบงเปียง’ นาขั้นบันไดที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของไทย ปีนี้ผมจะต้องไปถ่ายให้ได้ซัก 3 รอบ นั้นคือ ช่วงนาน้ำ (กำลังดำนา) ซึ่งผมได้ไปถ่ายมาแล้ว (http://pantip.com/topic/35452677) แต่ก็พลาดนาเขียว ตอนทุ่งนาเต็มไปด้วยต้นข้าวสีเขียว และครั้งนี้นาสีทอง กับฤดูการเกี่ยวข้าว ผมจะพลาดอีกไม่ได้

    ความไม่พร้อมในหลาย ๆ เรื่องมันคงทำให้วุ่นวายใจลึก ๆ แต่ผมรู้ดีว่า ทุกครั้งที่เราออกเดินทางไปเรื่อย ๆ ใจเราจะเริ่มสงบขึ้น เหมือนกับความรู้สึกที่เคยบอกเล่า (https://www.facebook.com/notes/piroon-thaicharoen/wild-อยู่ในความกว้าง-เพื่อให้แคบพอที่จะเข้าใจ/1127561173972814) ไว้หลังจากดูหนังเรื่อง Wild

    "อยู่ในความกว้าง เพื่อให้แคบพอที่จะเข้าใจ"

    มันแปลกแต่จริงที่เรานั่งคิดถึงเรื่องอื่นที่อยู่ภายนอกห้องนอนให้ตาย ก็ทำได้แค่วุ่นวายใจ และหาคำตอบที่แท้จริงได้ยาก ตรงกันข้ามกับการออกสู่โลกกว้างที่ดูเหมือนน่ากังวล แต่กลับทำให้รู้สึกเหมือนกับว่า เราได้อยู่กับตัวเราเองจริง ๆ

    YAMAHA M-Slaz เจ้ามอเตอร์ไซค์คู่ทุกข์คู่ยากที่บุกไปทุกที่กับผมมาแล้วทั่วทิศ มาวันนี้มันมาดื้อกับผมระหว่างเดินทางเป็นครั้งแรก

    • โพสต์-3
    พิรุณ •  พฤศจิกายน 20 , 2559

    กระทู้รีวิวเก่า เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว

    ทุ่งดอกกระเจียว หมอกไหล ผากว้าง สะดวกสบาย - อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม - ชัยภูมิ (http://pantip.com/topic/35479003)
    นาขั้นบันได ขุนเขา ไอหมอก กลิ่นดิน กลิ่นน้ำ แสงดาว และตะวัน - บ้านป่าบงเปียง - เชียงใหม่ (http://pantip.com/topic/35452677)
    บันทึกสด 6 - 7 ก.ค. 2559 [ผีตาโขน หน้าร้าย แต่ขี้เล่น เพื่อนำพาความทุกข์ให้จากไป] (http://pantip.com/topic/35357253)
    บันทึกสด 30 มิ.ย.- 3 ก.ค. 2559 [เชียงคาน หน้าฝน หมอก ยิ้มให้กัน] (http://pantip.com/topic/35345418)
    บันทึกสด 29 มิ.ย. 2559 [เมืองเลย ภูบ่อบิด หน้าฝน หมอกและดาวบนดิน] (http://pantip.com/topic/35329482)
    บันทึกสด 28 มิ.ย. 2559 [เมืองเลย หลง มันส์ เหนื่อย เปียก ประทับใจ น้ำใจ] (http://pantip.com/topic/35324083)
    บันทึกสด 25 - 26 มิ.ย. 2559 [แรกเยือนเมืองเลย ประทับใจถนนลอยฟ้า] (http://pantip.com/topic/35316607)
    ยอยักษ์ ตักตะวัน ทะเลน้อย ควายน้ำ นกอพยพ ต้นลำพู - ทะเลน้อย - พัทลุง (http://pantip.com/topic/34977668)
    สะพานไม้สุดชิว วิถีชาวมอญ - สะพานมอญ - สังขละบุรี - กาญจนบุรี (http://pantip.com/topic/34907371)
    ชมทะเลหมอก ชิมน้ำใจที่เขาพะเนินทุ่ง - เขาพะเนินทุ่ง - อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน - เพชรบุรี (http://pantip.com/topic/34582338)
    อ่างเก็บน้ำบางพระ สวรรค์นักปั่นจักรยานหาก๊วนรู้ใจ - อ่างเก็บน้ำบางพระ - ชลบุรี (http://pantip.com/topic/35208447)

    Page ถ่ายภาพ แนะนำสถานที่เที่ยวของผม https://www.facebook.com/omeoyou/

    • โพสต์-4
    พิรุณ •  พฤศจิกายน 20 , 2559

    เสน่ห์แห่งความโกลาหล

    เมื่อเรารับรู้ถึงความจริงว่า ทุกอย่างย่อมมีขึ้น มีลง ขอเพียงไม่ตาย ก็มีโอกาสได้พบความสุข และแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด อย่าไปกังวลถึงผลให้มากเกินไปนัก เพราะสำคัญที่คุณได้เริ่มต้นลงมือทำอย่างเต็มที่แล้วหรือยังต่างหาก เมื่อคิดได้อย่างนี้ เราก็จะลดความกังวลของผลที่ตามมาลงได้พอสมควร เหมือนได้ทำใจ และยอมรับมันแล้วว่า ชีวิตไม่ได้ราบรื่นนักการเดินทางครั้งนี้ วุ่นวายตั้งแต่เริ่ม เจอปัญหาที่ไม่อยากเจอ และได้ผ่านมันไป เจอถนนบนภูเขาแบบที่ผิดคาด และรู้สึกยินดีที่มุ่งสู่จุดหมายได้อย่างสวยงาม

    รถกะบะ และมอเตอร์ไซค์อีกคันของชาวบ้านผู้ที่มานั่งล้อมวงคุยกันแถวที่รถผมเสีย ผมเข้าร่วมวงคุยกับลุง ๆ ผู้เป็นเกษตกรทำสวนผลไม้อยู่แถวนี้ระหว่างรอรถยกจากศูนย์ YAMAHA ของเขตเถินจะมายกรถผมไปซ่อมที่ศูนย์

     

    • โพสต์-5
    พิรุณ •  พฤศจิกายน 20 , 2559

    รถเสีย

    มันเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกปลอดภัยแม้ในยามค่ำมืด ถ้าอย่างน้อยผมได้อยู่บนรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจที่ยังเคลื่อนที่ไปข้างหน้าเรื่อย ๆ พร้อมไฟส่องสว่าง เพราะฉะนั้นรถเสียจึงเป็นสิ่งที่ผมไม่อยากเจอ และยังไม่เคยเจอมาก่อน

    อย่างน้อยก็เป็นโชคดีนิดหน่อยที่ผมไม่ต้องยกรถขึ้นกะบะหลังรถเอง เพราะช่างที่ศูนย์ในเขตเถินโดยปกติมีอยู่ประจำคนเดียว แต่ช่วงนั้นมีน้องฝึกงานมาประจำพอดี ทำให้เขาช่วยกันยก 2 คนเองได้โดยที่เราเอาของออกจากรถให้เขาเท่านั้น

    ความรู้เรื่องรถมีน้อยจนเรียกว่าไม่มีน่าจะดีกว่า รถเสียแล้วจะทำไงละ จากกรุงเทพสู่ ปทุมธานี อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท อุทัยธานี นครสวรรค์ กำแพงเพชร ตาก ลำปาง พ้นไปได้เพียง 30 กิโลเมตรเห็นจะได้ แปลว่าถึงลำพูนแล้ว พ้นจากเส้นทางลัดเลาะตามเขาระหว่างเถินไปลี้ได้ไม่นาน นั้นแหละคือจุดที่รถเสีย

    YAMAHA M-Slaz ซึ่งไม่เคยงอแงกับผมมาก่อน เป็นครั้งแรกที่ออกอาการ แต่เป็นอาการที่ผมสงสัยว่า มันจะเป็นอาการยอดนิยมตามที่กลุ่มผู้ใช้ M-Slaz ต่าง ๆ ว่ากันไว้ นั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ผมใจชื้นนะ เพราะอย่างน้อยก็คาดเดาว่ามันจะเป็นปัญหาที่ไหน

    แต่ปัญหาสำคัญคือ แล้วเราจะแก้ไขอย่างไร เครื่องมือไม่มี อะไหล่ไม่มี กับอาการที่อยู่ ๆ เครื่องก็บิดไม่ไป แม้รถกำลังวิ่งตามแรงเฉื่อยอยู่ก็ตาม ทุกอย่างดูคล้ายปกติ แต่มันแค่บิดแล้วไม่เกิดการเร่งเครื่องขึ้น ทำได้แค่จอดข้างทาง ลองดับเครื่อง เปิดเครื่องใหม่ ก็ดูปกติดี ไฟที่เรือนไมล์ไม่แจ้งปัญหาอะไร แต่กดสตาร์ทไม่ติดแล้ว

    ช่างที่เถินของ YAMAHA Square คนนี้ซ่อมรถได้หลายยี่ห้อถ้ามีใครเดือดร้อนมา และถ้าเขาช่วยได้

    ยิ่งเวลาผ่านไป ไฟที่เรือนไมล์เริ่มหายไปทีละอย่าง จนในที่สุดก็หายหมด นั้นตอบคำถามได้ดีว่า ปัญหาน่าจะเกิดจากแบตเตอรี่ แต่ทำเองไม่เป็น ต้องหาคนช่วย ต้องหาที่พึ่ง ไม่รู้ ไม่เคยเจอปัญหา เอาวะ ลองโทรไปหา YAMAHA ดูแล้วกัน ตอนนี้ยังกลางวันแสก ๆ เรื่องน่าจะจบก่อนค่ำละ

    ผมโทรหาศูนย์ใหญ่ YAMAHA (เบอร์ 02-740-8347) สายปลายทางรับทันทีโดยไม่ผ่านเครื่องตอบรับอัตโนมัติ ซึ่งนั้นทำให้ผมรู้สึกดีมาก ปากบอกเล่าปัญหาให้ผู้ที่อยู่ปลายสายได้ฟัง หวังว่าเขาจะช่วยเหลืออะไรได้

    ปลายสายบอกว่า จะหาข้อมูลติดต่อศูนย์ YAMAHA ที่ใกล้ที่สุดให้ เพราะฉะนั้นอย่างน้อยเราควรรู้ว่าตัวเราเองนั้นอยู่ตรงไหนของโลก

    ผมเข็นรถเข้าไปที่ร่ม ซึ่งมีรถกะบะ และคุณลุงผู้ทำอาชีพเกษตกร ทำไร่ผลไม้ พืชผักต่าง ๆ เราคุยกันจนรู้จักกันพอที่จะรู้ว่าลุงเขามีเรื่องลำบากตรงไหนบ้างเกี่ยวกับการขายพืชผลทางการเกษตร จากนั้นสักพักก็ได้รับสายจากศูนย์ของ YAMAHA คนเดิม ประสานงานให้ช่างจากศูนย์ที่เถิน นำรถกะบะมายก มีค่าใช้จ่ายที่เราต้องจ่าย 300 บาท

    ช่างที่เถินเป็นกันเองดีมาก ตั้งใจตรวจเช็ครถให้อย่างดี แจ้งว่าเราจะต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ แต่แผ่นชาร์จที่เดา ๆ กันไว้ว่าน่าจะเป็นต้นตอของสาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่หมดนั้นกลับตรวจเช็คแล้วปกติ จึงยังไม่เปลี่ยนให้

    YAMAHA ศูนย์ใหญ่ดูจะใจร้ายไปทันทีเมื่อช่างที่เถินต้องซ่อมรถด้วยการตั้งขาตั้ง เพราะแจ้งเบิก stand ไปนานแล้วแต่ยังไม่ได้

    ต้องบอกก่อนว่า อาการนี้เป็นอาการที่ M-Slaz หลายคนเริ่มเจอเมื่อใช้รถไปได้พักใหญ่ หน้าปัดเรือนไมล์จะแสดงไฟว่าเครื่องมีปัญหา ไฟจะขึ้น ๆ หาย ๆ ซึ่งเดิมทีมันก็เป็นมานานมากแล้ว แต่มันขึ้นแค่แป๊บเดียว ต่างจากคนอื่นที่มีปัญหาจากแผ่นชาร์จจะไฟขึ้นนาน แต่สำหรับการเดินทางครั้งนี้ มันขึ้นนานนี่ซิ ครั้นพอตรวจเช็คแผ่นชาร์จกลับพบว่ามันชาร์จไฟได้ปกติดี

    ผมไม่คิดอะไรมาก ช่างตรวจเช็คอยู่นาน ผมเสียค่าแบตเตอรี่ (450 บาท) ค่ายกรถ (300 บาท) พร้อมให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องให้เลย (170 บาท) รวมแล้วก็ 920 บาท

    เข้าสู่ช่วงบ่ายแก่ก่อนเย็น Google Map คำนวนว่าถ้าผมจะไปป่าบงเปียง จะถึงช่วงเกือบ 2 ทุ่ม ผมรู้ดีว่าไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่จะเดินทางไปป่าบงเปียง เพราะผมเคยทำสำรวจเส้นทางการเข้าป่าบงเปียงทั้ง 3 เส้นทาง และรู้ดีว่า ที่นั้นไม่มีไฟฟ้าใช้ จำเป็นจะต้องรีบให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

    ขี่ออกจากศูนย์ YAMAHA ที่เถินได้พักใหญ่ ไฟแจ้งเตือนเครื่องมีปัญหาปรากฎคล้าย ๆ เดิม แต่ผมไม่ได้จอดวกกลับ เพราะจริง ๆ ตอนวิ่งทดสอบช่างก็บอกว่ามันมีขึ้นแว๊บนึงแล้วหายไป การวกกลับไปอาจจะไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะถ้าแก้ได้ช่างคงตรวจเจอไปแล้ว อีกอย่างมันขึ้นไม่นานมากเหมือนกับตอนเดินทางมา คิดว่าไปเรื่อย ๆ คงกลับถึงกรุงเทพได้ก่อนเครื่องจะมีปัญหาอีกรอบ แต่บอกไว้ก่อนเลยว่า ผมคิดผิด

    บัก M-Slaz ของผมมาเดี้ยงในตาก อีก 10 กิโลเมตรจะถึงกำแพงเพชร ซึ่งตรงจุดที่มันเสียนั้นเป็นจุดที่เปลี่ยวมาก ผมต้องเข็นรถมาเรื่อย ๆ ไกลพอสมควรจนเจอร้านค้าข้างทาง จึงมาจอดรถช่างมายกรถที่นี่

    ถึงแม้ผมจะออกจากบ้านป่าบงเปียงในวันที่ 7 พ.ย. 59 แต่ผมยังไม่ได้กลับกรุงเทพ วนไปวนมาแถวนั้น กว่าจะกลับก็วันที่ 10 พ.ย. 59 ซึ่งรถมาเสียก่อนถึงกำแพงเพชร 10 กิโลเห็นจะได้

    เช่นเคยผมติดต่อไปศูนย์ใหญ่เบอร์เดิม และได้รับการประสานจนในที่สุดได้ร้าน ‘ห้างหุ้นส่วนจำกัดพิชยะยนต์’ (https://www.facebook.com/pichayahyont/) จากเมืองตากมาช่วย ทั้ง ๆ ที่ได้เวลาเลิกงานแล้ว แต่ผมต้องรีบกลับ ขอให้พี่ ๆ เขาช่วย ซึ่งพี่ ๆ ก็เต็มใจและรุมกันช่วยอย่างรวดเร็ว จนอาการปัญหารถผมจบ ไม่ขึ้นไฟเครื่องแจ้งเตือนอีก ทางศูนย์แจ้งว่าเป็นที่แผ่นชาร์จ แม้ว่าตอนที่เถินจะตรวจสอบไม่เจอ แต่รอบนี้ชัดเจน แต่ก็ไม่วายทำให้แบตเตอรี่ที่เพิ่งซื้อใหม่ที่เถินนั้น พังไปอีกรอบ ต้องเสียเงินซ้ำอีกครั้ง เศร้าใจยิ่งนัก 555

    ช่างที่ YAMAHA ศูนย์ตาก หจก.พิชยะยนต์ ช่วยกันทั้งดูแล ทั้งให้กำลังใจ และมีพนักงานมาชวนผมคุยอีก ไม่นานรถผมก็เสร็จ อาการหายดีไม่มีปัญหาเรื่องแบตเตอรี่อีก หลังจากโดนค่าแบตเตอรี่ไป 2 ลูก - -' แต่พี่ ๆ ช่างที่นี่ช่วยให้ผมไปต่อได้ ทั้ง ๆ ที่เลยเวลาทำงานของพี่ ๆ ไปแล้ว ต้องขอบคุณมาก ๆ จริง ๆ

    ใครที่เคยไปแม่กลางหลวง อาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากับฉากนี้ ซึ่งเป็นเพิงที่รับรองแขกที่แวะเวียนมาเยี่ยมพี่สมศักดิ์ ซึ่งหลายคนรู้จักจากการที่พี่เขาชงกาแฟสดให้กินฟรี

    • โพสต์-6
    พิรุณ •  พฤศจิกายน 20 , 2559

    ไปไม่ถึงที่พัก ที่พักเต็ม

    เรากลับมาที่ผมพยายามจะไปป่าบงเปียงให้ได้ก่อนดีกว่า ผมบิดเต็มที่เท่าที่ฝีมือ และความปลอดภัยจะไปด้วยกันได้ แต่จากที่ Google Map คำนวน ผมจะไปถึงหน่วยพิทักษ์น้ำตกแม่ปาน ซึ่งเป็นทางที่ผมเลือกจากทั้งหมด 3 ทาง และมีไฟฟ้าใช้ช่วงสุดท้ายก่อนจะเข้าทางโคลนแย่ ๆ และไม่มีไฟฟ้าใช้ก่อนถึงป่าบงเปียง ผมจะถึงที่นั้นทุ่มกว่า ๆ มันไม่ปลอดภัยพอ ที่สำคัญผมไม่อยากให้ข้าวของผมเละเทะเพราะรถล้มในโคลน และต้องเดินมืด ๆ ไปถึงหมู่บ้านเพื่อขอความช่วยเหลือในการเข็นรถไปหมู่บ้าน จึงตัดสินใจนอนที่ ‘แม่กลางหลวง’ ซึ่งเคยมาแล้วครั้งนึง ทั้งครั้งนี้ และครั้งก่อนก็ได้รับการลดราคาจากพี่สมศักดิ์ที่หลายคนอาจจะรู้จักว่า พี่สมศักดิ์เปิดร้านกาแฟ แต่ให้กินกาแฟได้ฟรีอยู่ที่แม่กลางหลวง พี่สมศักดิ์ยังใจดีให้ผมได้พักที่รีสอร์ทของเขาได้ในราคาถูกกว่าปกติมาก

    พี่สมศักดิ์โชว์เครื่องบดทำมือให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ชมกัน

    วันนั้น คืนวันศุกร์ ที่พักของพี่สมศักดิ์เต็มแล้วโดยที่พี่สมศักดิ์เองก็จำไม่ได้ ผมตระเวณเปลี่ยนบ้านไปเรื่อย ๆ โดยคุณเคน (ผู้ทำกาแฟส่งภายใต้ยี่ห้อ Seclee และเป็นไกด์ท้องถิ่น) เป็นผู้นำผมไปหาบ้านพัก ย้ายบ้านพักไปเรื่อย ๆ จนต้องไปอยู่ที่บ้านพักของญาติพี่สมศักดิ์แทน ซึ่งผมมารู้ทีหลังว่าราคาคืนละ 1600 บาท (สำหรับช่วงนี้ ที่เป็นช่วงคนท่องเที่ยวมาเชียงใหม่เยอะ) แต่ผมจ่ายเงินแค่ 450 บาทเท่านั้น

    แปลงนาข้าวที่เก็บเกี่ยวใกล้หมดแล้วสำหรับบ้านแม่กลางหลวง ภาพนี้เป็นช่วงสาย ๆ ของวันที่ 5 พ.ย. 59

    เมื่อรวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งหมดวันแรก วันที่ 4 พ.ย. 59 นี้ผมใช้เงินไป 2,039 บาท ดังนี้

    - ค่าน้ำมันรถ 620 บาท
       ปตท. อยุธยา 170 บาท
       ปตท. นครสวรรค์ 150 บาท
       ปตท. ลำปาง 190 บาท
       ปตท. ลำพูน 110 บาท

    - ค่าซ่อมรถ 920 บาท
       ค่ายกรถ 300 บาท
       ค่าแบตเตอรี่ 450 บาท
       ค่าน้ำมันเครื่อง 170 บาท

    -ค่าอาหาร 49 บาท
       ข้าวราดแกงที่กำแพงเพชร 35 บาท
       น้ำขวดใหญ่ 14 บาท

    - ค่าที่พักที่แม่กลางหลวง 450 บาท

    มั่วแต่ถ่ายวิวตรงนั้นที มุมโน้นที กว่าจะเดินไปถึงที่ชาวนาเขาเกี่ยวข้าวในพื้นที่บ้านแม่กลางหลวง เขาก็เลิกเกี่ยวกันเสียก่อนแล้ว

    • โพสต์-7
    พิรุณ •  พฤศจิกายน 20 , 2559

    ให้เวลากับความสุขตรงหน้า (บ้าง)

    ทุกอย่างดูไม่เป็นไปอย่างที่ควร แต่ความวุ่นวายใจนั้นไม่มีอีกแล้ว ตอนนี้ผมนิ่ง และสงบดี ตัดสินใจโทรไปบอกน้องสมบัติชัย ผู้เป็นเจ้าของที่พัก ‘บ้านระเบียงนา ป่าบงเปียง’ ที่ผมจะเข้าไปพักด้วยว่า จะไม่รีบเข้าไปหานะ ซึ่งเมื่อคืนผมได้ติดต่อกับน้องบัติแล้วว่าติดปัญหาเลยเข้าไปไม่ทัน และวันนี้ก็จะไม่รีบเข้าไปตั้งแต่เช้าด้วย

    นั่งคุยกับคุณเคนนานไปหน่อย เจ้าเหมียวมาจับจองทำเลหลังกล่องท้ายรถผมเสียแล้ว

    ไหน ๆ ก็มาพักแล้ว เช้าวันที่ 5 พ.ย. 59 ที่แม่กลางหลวงก็มีการเกี่ยวข้าวเช่นกัน เอาเข้าจริง ๆ แล้ว ข้าวที่แม่กลางหลวงนั้นปลูกก่อนป่าบงเปียงเสียอีก ตอนนี้ข้าวในนาหลายแปลงจึงเก็บเกี่ยวไปแล้ว เหลืออยู่ไม่มากที่รอเก็บเกี่ยว วันที่ 5 พ.ย.นี้ ก็กำลังเก็บเกี่ยวกันอยู่

    เราก็คุยกับเจ้าเมียวว่าให้ลง ๆ ไม่ลงเดี๋ยวเอากลับกรุงเทพนะ เอ้า ดูท่าทางจะอยากกลับด้วยซะอีกต่างหาก

    ผมเดินถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ พลางเดินตามคันนาเพื่อจะไปถึงจุดที่ชาวนากำลังเกี่ยวข้าว แต่ข้างทางมันก็สวย มีอะไรให้ถ่าย กว่าจะเดินไปถึงจุดที่ชาวนาเขาเกี่ยวข้าว เขาก็เลิกเกี่ยวกันแล้ว - -’ ก็อย่างว่าละ นอนตื่นสาย เกือบเที่ยงแล้ว ใครจะไปทำงานกลางแดดตอนเที่ยง ๆ ละ

    ผมก็กลับไปอาบน้ำ เก็บข้าวของ แล้วไปนั่งรอที่ร้านพี่สมศักดิ์ เพราะนัดกับคุณเคนไว้ ว่าจะช่วยทำพิกัดร้านใหม่ใน Google Map ให้อีกร้าน รวมไปถึงตอบคำถามเรื่อง Facebook Page เท่าที่ผมจะช่วยได้ด้วย

    บ้านระเบียงนาป่าบงเปียง วิวเปลี่ยนไป และประสบการณ์ที่ได้รับลึกขึ้นจากการมาเยือนครั้งนี้

    • โพสต์-8
    พิรุณ •  พฤศจิกายน 20 , 2559

    เส้นทางสู่ป่าบงเปียง

    รอบก่อนผมเคยมาที่ป่าบงเปียง และสำรวจเส้นทางทั้ง 3 เส้นทางเพื่อทำเป็นบทความแนะนำการเดินทางสู่ป่าบงเปียง (http://pantip.com/topic/35452677) ไว้แล้ว แต่รอบนั้นวิดีโอมีปัญหาทำให้ไม่มีวิดีโอแนะนำการเดินทาง รอบนี้ตั้งใจกลับมาทำวิดีโอ โดยเลือกเส้นทาง 2 เส้นที่คิดว่าคนธรรมดาทั่วไปจะมาได้ เพื่อทำเป็นวิดีโอ

    M-Slaz ดูเถื่อนขึ้นอีกพอสมควรเมื่อโดนโคลนลงไปเกือบครึ่งคัน

    หลังจากลาคุณเคนแล้ว แล้วผมวิ่งย้อนกลับไปตั้งต้นที่ด่านเก็บเงินด่านที่ 1 ทางขึ้นดอยอินทนนท์ เพื่อจะให้วิดีโอแนะนำเส้นทางนั้นสมบูรณ์ที่สุด และวิ่งไปเรื่อย ๆ จนถึงด่านเก็บเงินด่านที่ 2 จากนั้นเลี้ยวซ้ายที่หลังด่านที่ 2 (เราไม่ต้องจ่ายค่าผ่านทางขึ้นดอยอินทนนท์ ถ้าเราบอกเจ้าหน้าที่ประจำด่านว่าเราจะไปป่าบงเปียง)

    วิ่งไปไม่นานก็ถึงหน่วยพิทักษ์น้ำตกแม่ปาน และเข้าสู่เส้นทางโคลน เจอผู้คนหลายคนที่แวะเวียนมาเยี่ยมป่าบงเปียงเช่นกัน

    ผมไปจนถึงหมู่บ้านป่าบงเปียง และถึงที่พัก ‘บ้านระเบียงนา ป่าบงเปียง’ ของน้องบัติได้ตามที่หวัง และแน่นอนรถเปื้อนโคลนไม่น้อย ขากางเกงผมเละเทะมาก

    ล้อทางเรียบ กับทางลื่น ๆ โคลน ๆ บอกตรง ๆ ว่าโคตรเป็นอุปสรรคในการควบคุมรถ ผมลุยทางแย่ ๆ มาพอสมควร ไม่เคยรถล้ม แต่ที่ล้มมาร่วม 10 รอบนี้ เกิดขึ้นเฉพาะหน้าฝนในทางบัดซบทั้งนั้น

    โซ่เป็นแบบนี้ ไม่แปลกใจที่รถผมเสียอีกรอบตอนอยู่พระราม 2 ใกล้บ้านผมละ โซ่หลุดเพราะยานมาก หมดอายุการใช้งาน

    นี่ไม่ใช่ผ้าขี้ริ้ว แต่เป็นกางเกงที่ผมจะต้องใส่เวลาเดินทาง เวลาลุยตลอดเกือบทั้งสัปดาห์ครับ ซึ่งก็ไม่ได้อยากซกมก แต่ถ้าจะพกเสื้อผ้ามาเยอะขนาดนั้น คงไม่ไหว จึงต้องมีเสื้อกับกางเกงลุยกลางวัน 1 ตัว สำรอง 1 ชุด เสื้อนอน 1 ชุด สำหรับทริป 1 สัปดาห์ แต่ถ้านานกว่านั้นจะเพิ่มอีก 1 ชุด อยู่นานครึ่งเดือน โดยสลับซัก

    วิวที่เห็นทุกวัน เดินออกมาจากที่พัก 'บ้านระเบียงนา ป่าบงเปียงไม่เกิน 30 ก้าว

    • โพสต์-9
    พิรุณ •  พฤศจิกายน 20 , 2559

    ป่าบงเปียงขาดไฟฟ้า แต่ไม่ขาดน้ำใจ

    20 บาท คือราคาที่พักข้างบ้านป่าบงเปียงที่น้องบัติเสนอให้ผมหลังจากที่ผมพยายามคะยั้นคะยอให้น้องบัติคิดเงินค่าที่พัก และค่าอาหารผม เพราะน้องบัติบอกจะไม่เอาเงินเลย และคงเพราะผมมาขอพักนอนเต็นท์ด้วย ซึ่งต่างจากนักท่องเที่ยวคนอื่นที่มาอยู่บ้านพัก แต่ตามปกติแล้วนอนเต็นท์ที่นี่ก็มีค่าใช้จ่าย 400 บาทต่อคืน รวมอาหาร 2 มื้อ

    อากาศยามเย็นของวันเสาร์ที่ 5 พ.ย. 59 ซึ่งมีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่างภาพมาเยี่ยมนาขั้นบันได ป่าบงเปียงเยอะมาก ๆ

    “20 บาทอย่าเอาเสียดีกว่า” ผมตอบกลับไป พลางคุยไปมา สรุปว่าผมจะจ่ายให้ 100 บาท ส่วนข้าวปลาอาหาร น้องบัติจะทำให้ผมกินเอง ไม่ต้องจ่ายเงิน ถือว่าน้องเลี้ยงตอบแทนที่ผมเคยช่วยเหลือเรื่องพิกัดบนแผนที่ Google Map ซึ่งครั้งนี้ผมก็จะมาช่วยเรื่องนี้อีกรอบ

    จุดกางเต็นท์ของ 'บ้านระเบียงนา ป่าบงเปียง' ซึ่งเป็นที่พักเดียวที่อนุญาตให้กางเต็นท์ได้ หรือจะเช่าเต็นท์ และเครื่องนอนจากบ้านพักก็ได้

    และคงเป็นโชคดีที่วันที่ผมมาวันนั้น เป็นวันที่เพื่อน ๆ ของน้องบัติมาเยี่ยมด้วย ซึ่งคืนนั้นหลังจากผมถ่ายรูปเสร็จเดินกลับที่พักก็พบเห็นเพื่อน ๆ ของน้องบัติ และน้องบัติกางเสื่อคุยกันกลางกองฟางข้าวนิ่ม ๆ ก่อกองไฟชงกาแฟสดที่หาได้จากแถวนั้นมากมาย ด้านบนท้องฟ้ามีดาวเต็มฟ้าเป็นช่วง ๆ

    น้องสมบัติชัย เจ้าของที่พัก บ้านระเบียงนา ป่าบงเปียง ภูมิใจนำเสนอวิวจุดนี้มาก เขาบอกว่า ลักษณะมองนาผืนนี้แล้วเหมือนรูปหัวใจ

    เป็นคืนที่เย็นสบาย นั่งคุยกับเพื่อนใหม่อย่างออกรสชาติจนผมลืมถ่ายรูปบรรยากาศขณะนั้นไปเลย จะว่าน่าเสียดายก็น่าเสียดาย เพราะภาพคงทำให้คิดถึงความรู้สึกช่วงนั้นอีกเมื่อได้มองภาพ แต่เมื่อไม่ได้ถ่ายภาพนั้นไว้ ก็ได้ซึมซับบรรยากาศมิตรภาพได้เต็มที่ ก็ดีไปอีกแบบ

    ในคืนวันที่เพื่อน ๆ ของน้องบัติมาเยี่ยม ผมได้เข้าร่วมวงพูดคุยกางเสือ ก่อฟืน ชงกาแฟ กินข้าว ท่ามกลางแสงของดาว เสียดายว่าไม่ได้ถ่ายภาพตอนนั้นไว้ กลับมาที่เต็นท์แล้วนึกได้ทีหลัง ถึงค่อยได้มาถ่าย น่าเสียดายจริง ๆ

    เรื่องที่คุยกันทำให้ผมได้รู้ว่า จริง ๆ แถว ๆ ป่าบงเปียงมีน้ำตกเยอะมาก เป็น 10 ๆ แห่งเลย แถมน้ำตกไม่ใช่น้ำตกเล็ก ๆ มีน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่อยู่ตรงนี้ด้วย เพียงแต่ว่ามันไม่มีชื่อ และไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวที่คนรู้จัก เส้นทางที่เดินทางไปจะต้องมีคนพื้นที่นำทาง เพราะทางไม่มี บางจุดต้องฝ่าดงกันเข้าไปเอง ซึ่งผมไม่ได้เข้าไปชมน้ำตกเลย คงต้องไว้โอกาสหน้า เพราะน้องบัติเขาก็สนใจจะทำไกด์ท้องถิ่นนำเที่ยวน้ำตกรอบ ๆ บ้านป่าบงเปียงอยู่เหมือนกัน

    เช้าวันที่ 6 พ.ย. 59 ผมเดินผ่านตัวหมู่บ้านไปจุดทุ่งนาทุ่งใหญ่ของป่าบงเปียงอีกรอบ

    ผมอยู่ป่าบงเปียงตั้งแต่วันที่ 5 ก่อนจะลาจากน้องสมบัติชัยในวันที่ 7 ซึ่งผมก็พยายามจะช่วยเหลือน้องบัติในเรื่องพิกัดแผนที่พัก ‘บ้านระเบียงนา ป่าบงเปียง’ ทั้งใน Google Map และ Facebook Checkin อีกรอบ เพราะรอบก่อนที่มาช่วงต้นหน้าฝน เหมือนจะพบปัญหา ซึ่งรอบนี้ก็ปัญหามีหลายจุดเหมือนกัน

    ช่างภาพยังทยอยมากันเยอะ แต่ส่วนใหญ่จะมาแบบเช้ากลับเย็น อย่างในภาพนี้ เขาใช้กล้อง 2 ชุด ขาตั้งกล้อง 2 ชุด กล้องที่อยู่ไกลตัวน่าจะถ่ายเป็นวิดีโอมั้งนะ

    • โพสต์-10
    พิรุณ •  พฤศจิกายน 20 , 2559

    ป่าบงเปียงวันนี้

    ถึงจะเพิ่งเคยมาแค่ 2 ครั้ง แต่ก็เป็น 2 ครั้งที่แตกต่างกันในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นฟ้าฝน อากาศ กิจกรรมที่ชาวบ้านทำ รวมไปถึงนักท่องเที่ยว

    บางคนก็ได้มีโอกาสได้ทัก ได้พูดคุยกัน ผมได้เพื่อนใหม่จากการเดินทางอยู่บ่อย ๆ บางคนนั้นยืนคุยกับผมอยู่เป็นชั่วโมง ๆ เลยทีเดียว

    รอบก่อนเจอฝน และหมอกทุกวัน แต่รอบนี้ไม่เจอฝนเลย อากาศที่เย็นสบาย และกิจกรรมของชาวบ้านก็เปลี่ยนจากดำนา มาเป็นเกี่ยวข้าว ฟาดข้าว

    บางคนก็ไม่ต้องการอะไรมาก กล้องมือถือ เอียงคอ ถ่ายก็สวยไม่สวยไม่ได้แคร์ รู้แต่สบายใจ

    จะว่าไปเรื่องฟาดข้าวนี่ ผมไปยืนถ่ายชาวบ้านเขาลงแขกฟาดข้าวอยู่เป็นชั่วโมง ๆ พี่เขาเห็นผมถ่ายภาพตากแดดอยู่นาน ก็เรียกผมเข้าไปในเถียงนานั่งพัก ผมก็ไม่ปฏิเสธคำเชิญ พูดคุยกันได้ไม่กี่คำ พี่ยื่นเหล้าดอยมาให้ บอกว่าลองซักหน่อย ซึ่งผมเองก็พยายามกินทุกอย่างที่คนพื้นที่เขากินกัน ถึงแม้ว่าเหล้าผมจะไม่ได้จับมาเกือบ 20 ปีแล้ว แต่รอบนี้โดนไป 4 กรึบ แรงใช้ได้เลย ถึงกับต้องนั่งนิ่งอยู่นาน 555

    จากที่ดู นักท่องเที่ยวมานี่ส่วนใหญ่จะมาเป็นกลุ่ม หรือ 2 คนเป็นอย่างน้อย ที่มาคนเดียวนั้นหายากเหมือนกัน

    นอกจากนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวในวันเสาร์ที่เยอะมาก ๆ เมื่อเทียบกับช่วงดำนา ผมได้คุยกับชาวบ้านเขาบอกว่า บางปีนักท่องเที่ยวเยอะช่วงนาเขียว ๆ แต่บางปีก็เยอะช่วงนาสีทองนี่แหละ

    ชาวบ้านเริ่มรวมตัวกันไปพื้นที่นา เพื่อเกี่ยวข้าว หรือไม่ก็ฟาดข้าว

    ที่สำคัญ ช่างภาพเยอะมาก ๆ เดินถือกล้อง และขาตั้งกล้องเต็มไปหมด แต่นักท่องเที่ยวที่มากินบรรยกาศก็มีไม่ต่างจากตอนดำนาซักเท่าไหร่ อาจจะน้อยกว่าบ้างเล็กน้อย ซึ่งตกกลางคืน ช่างภาพ และนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็จะกลับออกไป เพราะที่พักไม่เพียงพอ บางทีมผมเห็นนอนกันในรถเลยทีเดียว

    บ้านหลังนี้ของใครน้อย อยู่ลึกเลยหมู่บ้านเข้าไปอีก

  1. โหลดเพิ่ม