ห้องพักที่นี่จะเป็นแบบ Open air ทั้งหมด คือไม่มีแอร์จ้า
มาตอนแรกก็กังวลเหมือนกันว่าจะนอนยังไง ถ้ากลางคืนมันร้อน
แต่เอาจริงๆมันก็ไม่ได้ร้อนขนาดจนอยู่ไม่ได้ เพราะเป็นบ้านไม้ยกสูงลมพัดตลอด
อากาศตอนกลางคืนก็ค่อนข้างเย็นสบายและถ่ายเท
![]()
![]()
![]()
ที่นี่มีพระเอกอยู่หลายตัวด้วยกัน และชื่อของแต่ละตัวนั้นจะเป็นชื่อสมุนไพรทั้งหมด
ไม่ว่าจะเป็น ดีปลี ชะพลู เรียกชื่อเฉยๆก็สั่นหางวิ่งมาแต่ไกลแล้ว
![]()
เราไปพักที่นี่มาเต็มอิ่ม 2 คืนเต็มๆ ทำให้เข้าใจว่าการไปเที่ยวผจญภัยแบบที่เราชอบทำ
กับการมาเที่ยวแบบใช้ชีวิตช้าๆที่นี่ มันแตกต่างกันมากกกกก
เราว่าการเที่ยวแบบนี้น่าจะเรียกกว่าการพักผ่อนถึงจะถูก
ตอนที่เราไป มีแค่พวกเรา 3-4 คนกับกรุ๊ปคุณลุง คุณป้าชาวฝรั่งเศสที่มาเที่ยวที่นี่โดยเฉพาะ
ทำให้กิจกรรมของเราทั้งหมดต้องพูดทั้งไทยและอังกฤษ ช่วยกันแปล ช่วยกันลอง
ไม่ใช่แค่ฝรั่งเท่านั้นที่ตื่นตาตื่นใจ เราเองคนไทยแท้ๆบาอย่างก็ยังไม่เคยทำเหมือนกัน
ในภาพนี้คือคุณครูหอมปรางค์ หรือ ป้าหอมของเรานั่นเอง
ทุกอย่างจากธรรมชาติที่เอามาสอนและให้พวกเราได้เรียนรู้ที่นี่
มันไม่ใช่ของใหม่ มันสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เพื่อไม่ให้มันหายไป
เราต้องทำต่อ เพื่อให้คนรุ่นใหม่ๆได้รู้จักของดีของพวกเรา
![]()
![]()
" พวกเธอกินใบไม้กันจริงๆหรอเนี่ย !! "
คุณป้าชาวฝรั่งเศสร้องเสียงหลง ก่อนที่เราจะเริ่มลงมือทำเมี่ยงคำกินกัน อุอุ
เราเคยคิดว่าทำไมเมี่ยงคำตามตลาดน้ำที่เราไปเจอมาขายแพงจัง
ไม้ละ 25 บาทแหนะ กินใบไม้เฉยๆเนี่ยนะ แพงมากกก
แต่พอได้ลองมาทำด้วยตัวเอง จะรู้เลยว่าวิธีการมันก็ยากอยู่
เริ่มตั้งแต่ซอยเครื่องเคียง หั่นมะพร้าว เอามะพร้าวไปเผา ทำน้ำราดเมี่ยงคำ
โอ้ย คือเอาจริงๆว่าซื้อกินง่ายกว่า 55555555
![]()
เราได้ลองทำทุกๆ ขั้นตอนของเมี่ยงคำ 555555
น้ำราดเมี่ยงคำจะอร่อยก็ต่อเมื่อใส่กะปิลงไป แต่ป้าๆบอกว่า "เหม็นมากกกกก"
เราเลยต้องทำกันสองอัน อันนึงแบบไม่กะปิให้ฝรั่งกิน อันนึงแบบมีกะปิคือเรากิน
พวกนางก็สนใจช่วยเราทำทุกอย่างเลยนะ เราหั่นนางก็มาหั่น เราต้มน้ำก็จะมาต้มด้วย
เค้าบอกว่า กะปิเหม็นมากๆไม่กล้ากิน ... หึหึ เดี๋ยวรู้เลยยยยย
![]()
ใช้เวลาช่วยกันงมนานอยู่พอสมควรกว่าจะได้เมี่ยงคำแสนอร่อยขี้มือพวกเรามาจานนึง
ฝืมือไม่เบาเห็นมั้ยหละ หน้าตาสวยงามใช้ได้เลย อิอิ
![]()
แต่เรื่องพีคๆมันอยู่ตรงที่ว่า " เราไม่ได้บอกว่าอันไหนคือกะปิ "
จริงๆคือบอกไม่ทัน ป้าๆ ลุงๆ จ้วงกันก่อนเลย 555555555
แต่ ..
" โอ้ยยยยยยย อร่อย !! "
ไหนบอกว่าเหม็นไงหละ 5555555
(เอาจริงๆเราว่ามันก็เหมือนบลูชีสนั่นแหละนะ)
สรุปฝรั่งทั้งหลายกินแบบที่มีกะปิเข้าไป พอเข้าปากปุ๊ป ใจเราก็ลุ้นมาก "แ ม่ ง จะอ้วกปะวะ อย่าอ้วกนะๆ"
ที่ไหนได้หน้าตาปริ๊งปรั๊งแล้วบอกว่า "อร่อยมากกกก"
#สรุปคือทุกคนเปิดใจกินกะปิ #ดีใจในที่สุดก็กินกันเป็นซะที