1 วันกับ 11 โลเคชั่นน่าเที่ยวที่ระนอง

>> ติดตามเรื่องราวการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่ Facebook เพจสวัสดีคนแปลกหน้า

https://www.facebook.com/hellostrangerpage/

.

1 Day + 11 Locations in Ranong

วันกับ 11 โลเคชั่นน่าเที่ยวที่ระนอง

ขอต้อนรับเข้าสู่หน้าฝนอย่างเป็นทางการ

อยู่ใต้ฟ้าอย่ากลัวฝน เราจะชวนทุกคนออกไปเที่ยวระนอง เมืองที่ได้ชื่อว่า มีฝนแปด แดดสี่ ถึงจะเป็นจังหวัดเล็กๆ แต่ก็อัดแน่นไปด้วยที่กิน ที่เที่ยวมากมาย ธรรมชาติที่สวยงาม วิถีความเรียบง่ายและรอยยิ้มของผู้คน คือเสน่ห์ดึงดูดที่ทำให้เราไม่ลังเลที่จะไประนอง เมืองรองต้องห้ามพลาดแห่งนี้!

ทริปหนึ่งวันกับ 11 โลเคชั่นน่าเที่ยวช่วงหน้าโลวในครั้งนี้ เราเดินทางกับ @Nok Air ที่จะพาเราบินตรงสู่ระนองอย่างปลอดภัยด้วยราคาสบายกระเป๋า ถูกใจมนุษย์เงินเดือนที่มีงบนิด เวลาน้อย แค่วันเดียวก็เที่ยวได้...ลดเวลาเดินทาง ก็เพิ่มความสุขในการเที่ยวได้มากขึ้น เมื่อไปกับนกแอร์

11 โลเคชั่นเที่ยวกินเช็คอินที่ระนอง

1.ร้านโรตีนิสรา

2.วัดบ้านหงาว

3.น้ำตกหงาว อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว

4.ภูเขาหญ้า

5.บ่อน้ำแร่ร้อนพรรั้ง

6.น้ำตกปุญญบาล อุทยานแห่งชาติลำน้ำกระบุรี

7.บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน

8.บ้านร้อยปีเทียนสือ

9.พระที่นั่งรัตนรังสรรค์

10.ร้านอาหารคุ้นลิ้น

11.ศาลหลักเมือง

 

#ค่าใช้จ่าย (ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน)

ค่ารถสองแถวไม้ 750 บาท ต่อคน

ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว 20 บาท

ค่ารถยนต์เข้าอุทยาน 30 บาท

ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติลำน้ำกระบุรี 20 บาท

ค่ากิน+ทำบุญ 200 บาท

ค่ารถเข้าสนามบิน 50 บาท

รวม 1,070 บาท

.

เกริ่นมาพอสมควร ถ้าพร้อมแล้ว เรามาเริ่มเดินทางไปด้วยกันนะคะ >>

 

วันเดย์ทริปเที่ยวระนองหน้าโลวในครั้งนี้ เราเดินทางกับ Nok Air ที่จะพาเราบินตรงสู่ระนองอย่างปลอดภัยด้วยราคาสบายกระเป๋า จองจ่ายจบครบในที่เดียวกับนกเลือกได้ ซึ่ง Nok X-tra บินสบาย สามารถโหลดสัมภาระได้ถึง 20 กก. เลยค่ะ

ทันทีที่มาถึงเคาน์เตอร์เพื่อทำการเช็คอินและโหลดกระเป๋า เราก็พบกับรอยยิ้มและการบริการที่ดี ที่ทำให้เรารู้สึกว่า การเดินทางในครั้งนี้จะต้องเต็มไปด้วยความสุขอย่างแน่นอน

 

สำหรับใครที่ไม่ต้องโหลดกระเป๋า สามารถเลือกที่นั่งล่วงหน้าและเช็คอินผ่าน Mobile Application Nok Air ได้เลย สะดวกสบายมากๆ ขึ้นเครื่องพร้อมสัมภาระได้ 7 กก. และได้ที่นั่งกว้างกว่าใคร ขาไม่ชิด

 

01 : ร้านโรตี นิสรา

เราเดินทางถึงระนอง เวลา 7 โมงครึ่ง คนขับรถก็มารอรับพร้อมกับพามากินอาหารเช้า แค่ 15 นาที เราก็เดินทางมาถึงที่ร้านโรตี นิสรา

 

01 : ร้านโรตี นิสรา

ร้านเด็ดยอดนิยมที่ไม่ว่าใครไปใครมา ก็ต้องแวะที่นี่ ร้านเปิดตั้งแต่ 8 โมง ถึงบ่ายโมง แอบกระซิบนิดนึงว่าให้รีบมาหน่อยเพราะคนเยอะมาก อาหารหมดเร็ว โรตีที่นี่ราคาไม่แพง โรตีธรรมดาราคา 10 บาท ถ้าใส่ไข่เพิ่มก็แค่ 15 บาท แต่ขอแนะนำสลัดแขกอร่อยดี ราคา 40 บาท โรตีพิซซ่าก็เด็ด 40 บาท

02 :  วัดบ้านหงาว

จากร้านโรตี นิสรา จุดหมายต่อไปคือวัดบ้านหงาว วัดที่นี่ร่มรื่นและเงียบสงบ บันไดทางขึ้นประดับตกแต่งด้วยพญานาคสีมรกต สวยงามมาก

 

02 :  วัดบ้านหงาว

ภายในอุโบสถวัดบ้านหงาว มีหลวงพ่อดีบุก ซึ่งเป็นองค์พระประธานที่ทำจากดีบุกทั้งองค์และเป็นพระพุทธรูปดีบุกที่ใหญ่ที่สุดในโลก สวยงดงามมาก

 

02 :  วัดบ้านหงาว

เดินเลยอุโบสถมาเล็กน้อย จะมีจุดชมวิวภูเขา สามารถเดินขึ้นไปได้ ทางขึ้นจะมีบันไดประมาณ 300 ขั้น สายพิชิตอย่างเราไม่พลาดอยู่แล้ว แต่ระหว่างที่เดินขึ้น ฝนก็ตกลงมา ฟ้าปิด ทำให้เราไม่เห็นวิวด้านบนเลย

 

03 : อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว

อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว อยู่ไม่ไกลจากวัดบ้านหงาวมากนัก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที ภายในอุทยานมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติและเส้นทางชมน้ำตก หากใครที่สนใจอยากจะมานอนกางเต็นท์ ที่นี่ก็มีพื้นที่ไว้ให้บริการด้วยค่ะ ค่าเข้าอุทยานคนละ 20 บาท ค่ารถยนต์ 30 บาท

 

03 : อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว

ระหว่างทางเดินไปชมน้ำตกหงาว จะมีสะพานเล็กๆ ข้ามลำธารน้ำที่อยู่ด้านล่าง

 

03 : อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว

ช่วงที่เหมาะแก่การชมน้ำตกหงาวมากที่สุด คือเดือนมิถุนายน เพราะน้ำจะเยอะมาก หากโชคดี เราก็จะเจอปูเจ้าฟ้า ซึ่งเป็นปูที่หาชมได้ยากมาก พบครั้งแรกที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว

 

03 : อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว

เดินมาเหนื่อยๆ เราหยุดพักกันที่ลำธาร พร้อมคลายร้อนด้วยน้ำดื่ม นกชื่นใจ นี่คือหนึ่งลายในคอลเลคชั่นน่ารักๆ ช่างเข้ากับบรรยากาศธรรมชาติในตอนนี้ซะเหลือเกิน ลวดลายบนขวดจะเปลี่ยนทุก ๆ เดือน อย่าลืมมาสะสมนกชื่นใจไปด้วยกันนะคะ : )

 

03 : อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว

บ้านทาซาน บ้านพักภายในอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว น่านอนมากๆ แต่เสียดายที่เราไปเช้าเย็นกลับ ไม่อย่างนั้นคงได้นอนดูดาวท่ามกลางธรรมชาติป่าเขาแน่ ๆ นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวที่สามรถมองเห็นวิวภูเขาหญ้าได้ด้วย เดินขึ้นไปตามทางถนนประมาณ 300 เมตร

 

ออกเดินทางต่อไปที่ภูเขาหญ้า

 

04 : ภูเขาหญ้า

ภูเขาหญ้า อีกหนึ่งโลเคชั่นที่ทุกคนไม่ควรพลาด ไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้เมื่อมาถึงระนอง นั่นก็คือการถ่ายรูปวิวภูเขาหญ้ากับรถสองแถวไม้

 

04 : ภูเขาหญ้า

การเที่ยวชมภูเขาหญ้า ไม่มีค่าเข้า หรือเข้าฟรีนั่นเอง สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี หากมาเที่ยวช่วงหน้าฝน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม - ตุลาคม จะเห็นวิวภูเขาเป็นสีเขียว แต่หากมาช่วงหน้าแล้ง ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน - เมษายน จะเห็นวิวภูเขาหญ้าเป็นสีเหลืองทอง ถ้ามาช่วงเช้า-บ่าย ๆ แดดอาจจะร้อนสักนิด แนะนำให้มาช่วงเย็น ลมพัดสบาย ๆ สามารถมาตั้งแคมป์ปิกนิกเล็ก ๆ ได้ด้วยนะคะ แต่ต้องช่วยกันรักษาความสะอาดด้วยนะ

 

04 : ภูเขาหญ้า

ใครที่มาเที่ยวระนอง แนะนำว่าให้หารถสองแถวไม้ พร้อมคนขับพาเราเที่ยวจะสะดวกมาก ๆ ได้ชมบรรยากาศรอบสองข้างทางและยังได้ถ่ายรูปคู่รถชิคๆ เก๋ๆ อีกด้วย ราคาก็ไม่แพงนะคะ ทั้งวัน 1,500 บาท รวมทุกอย่างหมดแล้ว อยากไปที่ไหนก็ให้คนขับพาเราไปเที่ยวได้เลย 1 คันนั่งได้ 10 คน ถ้ามาเป็นกลุ่มแล้วหารๆ กัน จะคุ้มมาก

 

05 : บ่อน้ำแร่ร้อนพรรั้ง

อยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว หากใครที่ได้เสียค่าเข้ามาแล้ว ตรงจุดนี้ก็ไม่ต้องเสียซ้ำอีก เพียงแค่แสดงบัตรให้เจ้าหน้าที่เท่านั้น บ่อน้ำพุร้อนพรรั้ง มีลักษณะใสสะอาด มีอุณหภูมิประมาณ 35 - 40 องศาเซลเซียส ใกล้ๆ ยังมีลำธารให้เล่นน้ำได้อีกด้วย

 

05 : บ่อน้ำแร่ร้อนพรรั้ง

บ่อน้ำแร่ร้อนที่นี่ มีทั้งแบบแช่ทั้งตัวและแบบแช่เท้า ผู้คนต่างให้ความสนใจมาใช้บริการ เพราะนอกจากจะช่วยคลายความปวดเมื่อยได้แล้ว ยังเหมือนเป็นการมาพักผ่อนทางกลางธรรมชาติกับครอบครัวอีกด้วย

 

06 : น้ำตกปุญญาบาล อุทยานแห่งชาติลำน้ำกระบุรี

น้ำตกปุญญาบาล อีกหนึ่งน้ำตกที่สวยงามของจังหวัดระนอง เป็นน้ำตกชั้นที่ 1 มีน้ำไหลตลอดทั้งปี สามารถเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติเพื่อขึ้นไปชมน้ำตกถึงชั้นที่ 3 ได้ แต่วันที่เราไป ฝนดันตกลงมาหนักมาก เจ้าหน้าที่จึงไม่อนุญาตให้เราเดินขึ้นไป เพื่อความปลอดภัย เราจึงเดินเที่ยวชมน้ำตกเพียงแค่บริเวณด้านล่างเท่านั้น

 

07 : บ้านร้อยปีเทียนสือ

อีกหนึ่งโลเคชั่นถ่ายรูปชิคๆ เก๋ๆ ที่ไม่ควรพลาด มีมุมถ่ายภาพสวยๆ และข้อมูลความรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตของบุคคลสำคัญของระนอง

 

07 : บ้านร้อยปีเทียนสือ

ภายในบ้านร้อยปีเทียนสือ เต็มไปด้วยบรรยากาศและกลิ่นไอของความเป็นจีน ทั้งสถาปัตยกรรมและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ถึงแม้ว่าบ้านไม้สองชั้นหลังนี้ จะเก่าแก่อายุมากกว่าร้อยปีแล้วก็ตาม แต่ทั้งหมดก็ยังอยู่ในการดูแลรักษาในสภาพที่ดี

 

07 : บ้านร้อยปีเทียนสือ

บ้านร้อยปีเทียนสือ อยู่ใกล้กับศาลจังหวัดระนอง เปิดให้เข้าชมทุกวัน 9.00 - 16.00 น.เข้าชมฟรีค่ะ และยังมีบริการให้เช่าชุดจีนถ่ายรูปด้วยนะคะ

 

บรรยากาศภายในตัวเมืองระนอง จะเต็มไปด้วยตึกเก่าและเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของรถสองแถวไม้สีแดงสะดุดตา ที่คอยให้บริการนักท่องเที่ยวและคนในชุมชน

 

08 : พระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง)

พระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง) เป็นพระราชวังที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ในการเสด็จประทับแรมจังหวัดระนองของพระมหากษัตริย์ 3 พระองค์ คือ รัชกาลที่ 5, 6 และ 7 ภายในพระราชวังจะเป็นโซนจัดแสดงห้องต่างๆ มีเวลาในการเข้าชมเป็นรอบๆ ตอนที่เราไป เจ้าหน้าที่บอกว่า รอบสุดท้ายหมดเวลาไปแล้ว เสียดายมากๆ เราจึงได้แค่เดินเที่ยวชมความสวยงามอยู่แค่ด้านนอกพระราชวัง

 

08 : พระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง)

บริเวณลานหน้าพระราชวัง เปิดให้บริการทุกวัน 05.00 - 21.00 น. ภายในกลุ่มอาคาร เปิดให้บริการวันพุธ - อาทิตย์ 9.10 -16.00 น. ปิดทำการทุกวันจันทร์และอังคาร ค่าเข้าคนละ 50 บาท

 

09 : ร้านอาหารคุ้นลิ้น

ร้านอาหารชื่อดังของจังหวัดระนอง อยู่ใกล้ๆ กับบ่อน้ำร้อนรักษะวาริน มีสไตล์การตกแต่งร้านที่โดดเด่น สะดุดตา และมีรสชาติอาหารที่อร่อยถูกปากคนไทย จึงทำให้ร้านนี้คนเยอะมาก

 

10 : บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน

บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน เป็นบ่อน้ำร้อนภายในสวนสาธารณะที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีอยู่ 3 บ่อ คือ บ่อพ่อ บ่อแม่ และบ่อลูก มีอุณหภูมิประมาณ 65 องศาเซลเซียส เป็นบ่อน้ำร้อนแห่งเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีสารกำมะถันเจอปนอยู่

 

10 : บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน

บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน เข้าฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ภายในสวนสาธารณะ มีบ่อน้ำร้อนมากมาย ทั้งแบบแช่เท้าและแช่ทั้งตัว เป็นที่นิยมมากของคนที่มาท่องเที่ยวและคนทั่วไปจนขนานนามว่า เป็นออนเซ็นเมืองไทย ใช้รักษาสุขภาพ ผ่อนคลายความเมื่อยล้า ด้วยการบำบัดจากน้ำแร่ นอกจากนี้ยังมีลานนอนสุขภาพบำบัดอีกด้วย ซึ่งเป็นลานกว้างๆ ที่ใช้ความร้อนจากพื้นในการบำบัดรักษาอาการปวดเมื่อย

 

10 : บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน

ใกล้ๆ กับบริเวณลานนอนสุขภาพบำบัด จะมีสะพานแขวนให้เราได้เดินเที่ยวชมความสวยงามทางธรรมชาติ ถือเป็นอีกหนึ่งจุดไฮไลท์ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว

 

นอกจากระนองจะมีทะเลที่สวยงามแล้ว ธรรมชาติ ภูเขา และป่าไม้ของที่นี่ก็สมบูรณ์และสวยงามไม่แพ้กัน

 

11 : ศาลหลักเมือง

สถานที่สุดท้ายของทริปนี้ คือศาลหลักเมือง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวระนอง เราแวะสักการะและไหว้ขอพรก่อนเดินทางกลับ

 

ขากลับ มีรถสองแถวที่เข้าสนามบิน คือเวลา 11 โมง และ 5 โมงเย็น ราคา 50 บาทต่อคน สามารถขึ้นได้ที่หน้าธนาคารกรุงไทย สาขาเรืองราษฎร์ และขึ้นเครื่องของ Nok Air กลับแบบสบายๆ แป๊บเดียวก็ถึงกรุงเทพฯ อย่างปลอดภัย

เที่ยวระนองหน้าโลว...มีอะไรดีๆ ที่น่าสนใจอีกเพียบเลยค่ะ ออกมาเที่ยวเมืองรองกับนกแอร์กันนะคะ

#FlyNok #NokAirXBlogger #WeFlySmiles #นกแอร์ชวนเที่ยวหน้าโลว #ChooseYourNok #นกเลือกได้ #เช็กอินออนไลน์ง่ายๆกับนกแอร์ #แอร์สวยบอกต่อ #ที่นั่งกว้างขาไม่ชิดคิดถึงนกแอร์ #นกชื่นใจ #ล่องใต้สุขใจไปกับนกแอร์ #ระนอง #สวัสดีคนแปลกหน้า #HelloStranger