2 วัน 1 คืน ณ อุบลราชธานี มีมากกว่าการแห่เทียนพรรษา

 

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ ชาว Thetrippacker ทุกๆท่านนะค่ะ พอดีเรามีโอกาสได้ไปเที่ยวที่จังหวัดอุบลราชธานีในช่วงเข้าพรรษา30-31 กรกฎาคม ที่ผ่านมาแต่พึ่งได้มาเขียนกระทู้รีวีว ในเดือนมกราคม ฮ่าๆ กะจำทำเป็นบรรทึกความทรงจำ ไดอารี่ นี่เป็นรีวีวแรกของเราผิดพลาดประการใดหรือใช้คำใดไม่ถูก ต้องขออภัยด้วยนะค่ะ เราเริ่มเดินทางจากจังหวัดขอนแก่นในเวลาประมาณเที่ยงคืนค่ะถึงอุบลก็เช้าพอดีค่ะ สวัสดีอุบล 

1.สถานที่แรกที่เราไปถึงก็คือ อุทยานแห่งชาติผาแต้มค่ะ 

 

มาถึงผาแต้ม เวลาประมาณ 7 โมงเช้าค่ะ ฝนตก ปรอยๆ ก่อนจะเดินลงไปชมด้านล่างแว๊ะถ่ายรูปกับป้ายกันสักโหน่ยเนอะเรา

เดินลงมาด้างล่าง ระยะทางก็เกือบกิโลได้ค่ะ เหนื่อยแว๊ะพักก่อนเดินต่อคร๊าบ1.ภาพเขียนสี
ผาแต้มเป็นหน้าผาสูงที่สวยงามตามธรรมชาติ บริเวณด้านล่างของหน้าผามีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ปรากฏเรียงรายอยู่เป็นระยะ มีอายุไม่ต่ำกว่าสามพันถึงสี่พันปี ทางอุทยานฯได้ทำทางเดินจากหน้าผาด้านบนลงไป ชมภาพเขียนสีเหล่านี้เป็นภาพเขียนสีที่ยาว ที่สุดในประเทศไทยแบ่งเป็น 4 ประเภท คือ สัตว์ เครื่องมือเครื่องใช้ สัญลักษณ์ และคนด้านกลุ่มภาพเขียนสีผาแต้มแบ่งเป็น 4 กลุ่ม

 

1. กลุ่มภาพเขียนสีผาขาม มีทางเดินลงมาจากลานผาแต้มประมาณ 30 เมตร จากนั้นเป็นทางราบริมหน้าผาเดินไป อีก 400 เมตร จึงจะถึง ภาพค่อนข้างลบเลือนไปมากแล้ว เหลือเพียงร่องรอยคล้ายภาพก้างปลา และลายเส้นทึบ หยักไปมาคล้ายคลื่นน้ำ
2. กลุ่มภาพเขียนสีผาแต้ม จากผาขามเดินไปอีก 300 เมตร ก็จะถึง เป็นกลุ่มภาพเขียนสีที่ขนาดใหญ่ที่สุดมี จำนวนมากกว่า 300 ภาพ เรียงรายเป็นแนวยาวถึง 180 เมตร มีภาพกลุ่มสัตว์ ช้าง ปลา วัว เต่า ภาพมือ เครื่องมือ จับสัตว์น้ำ ภาพคน และภาพลวดลายเรขาคณิต บอกเล่าถึงพิธีกรรม ความเชื่อ วิถีชีวิตของมนุษย์ในยุคจับปลา-ล่าสัตว์สมัยก่อนประวัติศาสตร์
3.กลุ่มภาพเขียนสีผาหมอน มีภาพกลุ่มสัตว์ วัว ควาย ภาพคนถืออาวุธคล้ายธนู อยู่ในทุ่งหญ้าหรือนาข้าว ภาพมือ และภาพลวดลาย เรขาคณิต สะท้อนถึงการเป็นแหล่งชุมชนเกษตรกรรมเพาะปลูกข้าวเก่าแก่ของโลก
4.กลุ่มภาพเขียนสีผาหมอนน้อย มีภาพคนนุ่งกระโปรง ยืนเท้าเอว ลักษณะการวาดแบบกิ่งไม้ภาพสัญลักษณ์ ลวดลาย เรขาคณิต และภาพฝ่ามือกระจายอยู่ทั่วไป

 

2.เสาเฉลียง 
อยู่ก่อนถึงผาแต้มประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นเสาหินธรรมชาติที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำและลมนับล้านปี มีลักษณะคล้ายดอกเห็ด เรียงราย กันอยู่มากมาย ซึ่งหินดังกล่าวจะปรากฏเห็นซากเปลือกหอย กรวด ทราย อยู่ใน เนื้อหิน ซึ่งนักธรณีวิทยาสันนิษฐานว่า เมื่อประมาณ ล้านกว่าปีมาแล้ว บริเวณนี้คงจะเป็นทะเลมาก่อน ชาวบ้าน บริเวณนี้เรียกเสาหินที่ คล้ายดอกเห็ดนี้ว่า “เสาเฉลียง” ซึ่งแผลงมาจากคำว่า “สะเลียง” ที่หมายถึง “เสาหิน"

รวมพลังแล้วเดินทางกันต่อ ฮึบๆๆ

 

3.น้ำตกสร้อยสวรรค์
ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 2112 ห่างจากตัวอำเภอโขงเจียมประมาณ 30 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่เกิด จากลำธาร 2 สายคือ ห้วยสร้อยและห้วยไผ่ที่ไหลจากหน้าผาคนละมาบรรจบกันซึ่งสูงประมาณ 20 เมตร มองดู คล้ายสร้อยที่แขวนคอ

สมาชิกร่วมทริป ของเรา เดินลงน้ำตกยังมีแรงสู้ๆต่อ

4.น้ำตกแสงจันทร์ (น้ำตกลงรู)
ก่อนถึงน้ำตกทุ่งนาเมือง 1 กิโลเมตร มีทางแยกขวาที่บ้านทุ่งนาเมืองไปน้ำตกแสงจันทร์ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดเล็ก ที่มีความสวยงาม และมีลักษณะพิเศษ เกิดจากลำห้วยเล็ก ๆ บนลานหินไหลลอดผ่านหน้าผา หินที่มีลักษณะเป็นรูลงสู่เพิงผาด้านล่าง หากเดินทาง มาชมตอนช่วงเที่ยงวัน ซึ่งแสงอาทิตย์ลอดผ่านรูพอดีจะมอง เห็นสายน้ำตกเหมือนแสงจันทร์ ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก น้ำตกลงรู

 

 

  ช่วงที่เรามาน้ำยังไม่เยอะค่ะ   ดอกไม้อะไรไม่รู้ รู้แต่ว่ามันสวยดี ฮ่าๆ 5.สามพันโบก เริ่มเป็นที่รู้จักและปรากฎสู่สายตานักท่องเที่ยวเมื่อโฆษณาของ ท.ท.ท. ชุดพี่เบิร์ด เริ่มออก ฉายภาพสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งเป็นฉากจบของโฆษณาชุดนี้จึงกลายเป็นคำถามว่า ที่ไหนกัน เมืองไทยมีที่แห่งนี้ด้วย นับแต่นั้นมา แก่งสามพันโบก จึงกลายเป็น สถานที่ท่องเที่ยวที่รู้จักและได้รับความนิยม  แก่งสามพันโบกเป็นแก่งหินที่อยู่ใต้ลำน้ำโขงในช่วงฤดูน้ำหลากซึ่งเกิดจากแรงน้ำวนกัดเซาะ กลายเป็นแอ่งมากกว่า 3,000 แอ่ง หรือ 3,000 โบก โบก หรือแอ่ง หมายถึง บ่อน้ำลึกในแก่งหินใต้ ลำน้ำโขง  และคำว่า “โบก”  เป็นภาษาของลาวที่มักนิยมเรียกกัน และจะปรากฏให้เห็นในช่วงฤดูแล้งที่น้ำแห้งขอด แก่งหินดังกล่าวก็จะโผล่พ้นน้ำกลายเป็น ความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติสุดอลังการกลางลำน้ำโขง ที่สวยงาม แปลกตา จนชาวบ้านเรียกว่า แกรนด์แคนยอนน้ำโขง (แต่แอบเสียใจนิสนุง วันที่เรามานั้นน้ำมาแล้ว เลยไม่เห็นเลยสักโบกค่ะ)   น้ำมาแล้วเราเลยไม่ได้เห็น โบกหิน ค่ะ แต่สามารถนั่งเรือชมวิวแม่น้ำโขงได้6.อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอโขงเจียม และอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี สภาพ พื้นที่ทั่วไปเป็นที่ราบและเนินเขาเตี้ยๆ โดยมียอดเขาบรรทัดเป็นจุดสูงสุด ความสูงประมาณ 543 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขงไหลผ่านตามแนวเขตทางด้านทิศเหนือไปออกประเทศลาว บริเวณแก่งตะนะจะมีสายน้ำที่เชี่ยวและลึก อีกทั้งยังมีถ้ำใต้น้ำหลายแห่ง จึงทำให้มีปลาอาศัยอยู่ชุกชุม ตรงกลางมีโขดหินขนาดใหญ่เป็นเกาะกลาง มีเนื้อที่ประมาณ 50,000 ไร่ หรือ 80 ตารางกิโลเมตร    7.สะพานแขวน เป็นสะพานแขวนคนเดินข้ามที่ยาวที่สุดในประเทศ ที่เชื่อมจากฝั่งที่ทำการกับดอนตะนะทั้งสองข้าง โครงสร้างเป็นเหล็กยึดโยงด้วยลวดสลิงขนาดใหญ่ ยาวประมาณข้างละ 295 เมตร เป็นจุดชมวิวสองฝั่งแม่น้ำมูลเหนือแก่งตะนะ และใช้เดินข้ามเข้าไปชมธรรมชาติบนดอนตะนะได้อย่างเพลิดเพลิน วิวจากสะพานแขวนค่ะ จะเห็นเรือชาวบ้านมาหาปลาในแม่น้ำเป็นจำนวนมาก   เขื่อนปากมูลคนหาปลาเยอะมากกกกกกกกก เรือเต็มแม่น้ำเรือไม่เคยเห็นเรือเยอะๆแบบนี้มาก่อนเลย ชมจากในรถวิวโดยรอบๆ หว่างนั่งรถข้ามเขื่อนปากมูล​ ถึงที่พักของเราแล้วววววววววว เย้ๆๆๆๆๆๆๆ แบบดีใจเหนื่อยมาทั้งวันสำหรับวันนี้เราพัก กันที่ โขงเจียมค่ะ ที่พักของเรา บ้านสวน พีรดา ค่ะ  ที่พักสะอาก บรรยากาศดี มากๆค่ะ ที่สำคัญราคาก็ไม่เเพงอีกด้วยจร้า   ทานอาหารเช้า ณ โขงเจีนม เมนูไข่กระทะ จั๊บอุบล โจ๊กร้อนๆ เติมพลังแล้วเดินทางกันต่อจ้า
    8.วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว  หรือนิยมเรียกกันว่า วัดเรืองแสง ตั้งอยู่ที่  อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง โดยจำลองสภาพแวดล้อมของวัดป่าหิมพานต์หรือเขาไกรลาศ  บริเวณบนยอดเขาจะมองเห็นพระอุโบสถสีปัดทองตั้งเด่นเป็นสง่า  จุดเด่นของวัดคือ การได้มาชมภาพเรืองแสงเป็นสีเขียวของของต้นกัลปพฤกษ์ที่เป็นจิตรกรรมที่อยู่บนผนังด้านหลังของอุโบสถในยามค่ำคืน ซึ่งช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาชมและถ่ายภาพคือ ตั้งแต่เวลา 6.00.19.30 น. ซึ่งหากโชคดีก็จะได้เห็นดวงดาวมากมายเต็มท้องฟ้า อีกด้วย  แต่ภาพเรืองแสงนี้หากมองด้วยตาเปล่าจะเห็นเพียงเล็กน้อย จะไม่เห็นเป็นสีเขียวชัดเจนเท่ากับภาพที่ถ่ายด้วยกล้องถ่ายภาพ เพราะฉะนั้นนักท่องเที่ยวบางท่านที่มาเก็บภาพความงดงามผ่านสายตาต้องเผื่อใจไว้เล็กน้อย

 

ปิดทองลูกนิมิตร

 

 

9.วัดพระธาตุหนองบัว อยู่ชานเมืองอุบลราชธานี ห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 กิโลเมตรตามถนนเลี่ยงเมือง จะมีทางแยกตลาดหนองบัว (จากถนนใหญ่) เข้าไปประมาณ 700 เมตร ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ คือ พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ครบรอบ 25 ศตวรรษ ของพุทธศาสนาในปี พ.ศ. 2500 โดยได้จำลองแบบมาจากเจดีย์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย นับเป็นวัดเดียวในภาคอีสานที่มีเจดีย์แบบนี้ สภาพแวดล้อมโดยทั่วไปเป็นป่าโปร่ง ร่มรื่น

ด้านในพระธาตุ

ภายในวัดมีการจำลองการเกาะสลักเทียนพรรษา ดูตัวอย่างก่อนจะได้ชมของจริง

 

ถึงแล้วค่ะงานแห่เทียนพรรษาที่ยิ่งใหญ่อลังการงานสร้าง ของชาวอุบลราชธานี คนเยอะมากๆค่ะ สวยงานมาก

ลาแล้วน๊าอุบล แล้วพบกันใหม่ บอกเลยว่ามาอุบลครั้งนี้คุ้มมากๆ ไปกันหลายที่มากสวยงามประทับใจทุกทีเลยค่ะ​