หลงเสน่ห์...ซูตองเป้

วันที่ 1

          การได้เดินบนสะพานซูตองเป้สักครั้งหนึ่งในชีวิต เป็นอีกหนึ่งความฝันที่โบว์ต้องทำให้ได้... อย่าปล่อยให้แรงบันดาลใจหายไปกับสายลม  รีบหาข้อมูล จองตั๋วเครื่องบิน แล้วเก็บกระเป๋าไปกันเลยค่ะ โบว์นั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯ มาลงที่จังหวัดเชียงใหม่แล้วต่อเครื่องมาที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนใช้เวลา 30 นาทีเท่านั้นเอง ง่ายและรวดเร็ว ไม่ต้องนั่งรถผ่าน1,864 โค้ง พอมาถึงก็เช่ารถยนต์ขับเที่ยวชมรอบๆ เมืองก่อนสักรอบ

          จะเที่ยวให้สนุก เราควรเริ่มต้นจากการเรียนรู้ เพื่อเข้าใจเรื่องราวในอดีตของแม่ฮ่องสอนกันก่อนที่ “พิพิธภัณฑ์มีชีวิตเมืองแม่ฮ่องสอน”เจ้าหน้าที่ที่นี่น่ารัก เป็นกันเองและฮามากค่ะ แจกแผนที่แถมเล่าข้อมูลแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในตัวเมืองและนอกตัวเมือง โดยเฉพาะเส้นทางไป “ซูตองเป้” สถานที่ในฝันของโบว์ด้วย           สรุปแล้วทางเลือกที่ดีที่สุด และชิลที่สุด  คือ เช่าขี่จักรยานเที่ยวในตัวเมือง หาเช่าได้จากร้านเล็กๆ ชื่อ ร้าน“ปาด็อง” อยู่ถัดไปเพียง50 เมตร จากประตูพิพิธภัณฑ์ฯ ค่าเช่าวันละ 80 บาทค่ะ           ตัวเมืองแม่ฮ่องสอนไม่ใหญ่มาก โบว์ปั่นสบายๆ ผ่านวัดจองคำ วัดจองกลาง ผ่านไปทางถนนสิงหนาถบำรุงซึ่งเป็นถนนวัฒนธรรม ขี่ไป แวะไป กินขนมไป ถ่ายรูปอาคารบ้านเรือนสองฟากฝั่งถนน ซึ่งเป็นเรือนไม้โบราณสถาปัตยกรรมไทใหญ่ที่ได้รับการอนุรักษ์ ไว้เป็นอย่างดี  บางหลังมีอายุนับร้อยปี            การปั่นจักรยานไปเรื่อยๆ เหนื่อยที่ไหนก็แวะพัก เป็นการท่องเที่ยวในวิถี slow life ชิลมากค่ะโบว์แวะดื่มกาแฟกินขนมเค้กที่ร้าน “คอฟฟี่ มอร์นิ่ง”อยู่บนถนนสิงหนาถนี่แหละค่ะ (ชั้นบนของร้านคอฟฟี่มอร์นิ่ง มีห้องพักสไตล์เรือนไม้ด้วย น่ารัก ย้อนยุค บ้านๆดี แต่ต้องใช้ห้องน้ำรวมนะคะ)           ปั่นชมวิวไปเรื่อยๆ ก็มาเจอร้านขายของ “มาเนอร์ปลอว์” ร้านแนวๆ ตามสไตล์นักเที่ยว นักช้อปอย่างเราเลย เข้าไปในร้านแล้วตื่นตามาก เพราะมีของขายเยอะมากค่ะ ที่ชอบคือ การนำเอาผ้าพื้นเมืองจากชาวเขาเผ่าต่างๆมาออกแบบประยุกต์เป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋า หมอน ของตกแต่งบ้าน ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆนานา เป็นสไตล์พื้นเมืองเหมาะที่จะซื้อเป็นของฝากมากค่ะ           ปั่นต่อไป  ตั้งใจมาเลยที่นี่ มาแวะกินขนมพื้นเมืองไทใหญ่ของ “ป้ามณี” มี 4 ชนิด อร่อยทั้งสิ้น สมคำร่ำลือ ไม่มีข้อโต้แย้ง แค่ฟังชื่อก็ทึ่งแล้ว คือ ขนมอาละหว่า ขนมเป็งม้ง ขนมส่วยทะมินและขนมอาละหว่าจุงเป็นยังไง ไม่มีทางนึกออกว่าหน้าตาเป็นอย่างไร ถ้าไม่มาดูและชิมเอง ป้าขายมานานกว่า 40 ปีเปิดขายทุกวัน ตั้งแต่ 8.00 น.เป็นต้นไป จนขนมหมดค่ะ อยากจะบอกว่าควรไปแต่เช้า ไม่งั้นอดกินแน่ค่ะ           อิ่มกับของหวานแล้วก็มาต่อด้วยของคาวที่ “ร้านใบเฟิร์น” ค่ะ ร้านนี้มีชื่อเสียงมายาวนาน รับแขกบ้านแขกเมืองแม่ฮ่องสอนมานักต่อนักแล้ว มาชิม น้ำพริกอ่อง น้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่ว อร่อยๆ ทั้งนั้น แต่ที่กินแล้วชอบมาก  คือ “อุ๊บไก่” แอบถามวิธีทำมาบอกกันไม่ยากค่ะ นำเนื้อไก่ลงไปผัดกับเครื่องแกงเหนือ ผัดในกระทะเรื่อยๆ จนเนื้อไก่สุกเปื่อย ได้กลิ่นสมุนไพรหอมขึ้นเตะจมูกชวนให้รับประทานค่ะ(ร้านใบเฟิร์นเปิดเวลา 10.30 – 22.00 น.)           โบว์ขึ้นมาถึงวัดพระธาตุดอยกองมู วัดคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดแม่ฮ่องสอน แรกเริ่มเดิมทีวัดนี้ชื่อว่าวัดปลายดอย ข้างบนจะมีพระธาตุเจดีย์อยู่สององค์ซึ่งบรรจุพระธาตุของพระโมคคัลลานะเถระ ที่ได้อัญเชิญมาจากประเทศพม่าเมื่อพ.ศ.2403 กราบพระธาตุพระธาตุดอยกองมูเสร็จ ก็เดินชมวิวมุมสูงเมืองแม่ฮ่องสอน รอบๆ วัด อากาศดีมากๆค่ะบนนี้มีร้านกาแฟให้นั่งชิมกาแฟอร่อยๆ และชมบรรยากาศพระอาทิตย์ตกยามเย็นด้วยนะคะ วันที่ 2

          วันรุ่งขึ้น โบว์ขับรถจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนแต่เช้ามืด ประมาณ 6 โมงครึ่งก็มาถึงหมู่บ้านกุงไม้สัก จอดรถแล้วรีบลงไปเตรียมใส่บาตรพระ พร้อมๆกับชาวบ้าน บนสะพานซูตองเป้ บรรยากาศสุดยอดเลย อากาศดีมากๆลมพัดเย็น สบาย

          สะพานไม้ซูตองเป้เป็นสะพานไม้ไผ่แห่งศรัทธา ที่พระสงฆ์และสามเณรร่วมกับชาวบ้านสร้างขึ้น ข้ามทุ่งนาและลำน้ำแม่สะงา เมื่อปี 2554 เพื่อให้พระสงฆ์และสามเณรเดินบิณฑบาตในหมู่บ้านอย่างสะดวก ไม่เหยียบย่ำข้าวในนาชาวล้าน นับเป็นสะพานไม้ไผ่ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

          เขาเล่าว่า สะพานไม้ซูตองเป้แห่งนี้เป็นสะพานอธิษฐานแห่งความสำเร็จ ดังนั้น เวลาที่เราเดินข้ามสะพานมาจนถึงสวนธรรมภูสมะ ให้ตั้งจิตอธิษฐาน เอาไว้  แล้วขึ้นไปบนสวนธรรมฯ  เขียนคำอธิษฐานในแผ่นไม้แล้วเอาไปแขวนไว้ที่ซุ้มอธิษฐาน แล้วจะประสบความสำเร็จค่ะ โบว์จัดการไปเรียบร้อยแล้ว รอแต่เพียงว่า...เมื่อไหร่จะสำเร็จค่ะ

          ตอนนั่งรอพระสงฆ์เดินมารับบาตร โบว์เจอ“พี่ป๋อง” กับลูกชายตัวน้อย พี่ป๋องชาวไทใหญ่ในหมู่บ้านกุงไม้สัก หมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ติดกับสะพานซูตองเป้ ชวนไปเดินเที่ยวในหมู่บ้านกุงไม้สัก ไปดูวิถีชีวิตประจำวันอันเรียบง่ายแนวนี้ชอบอยู่แล้ว จะรอช้าได้ยังไง  รีบตามพี่ป๋องไปกันเลย

          เห็นภายนอก หมู่บ้านกุงไม้สักเงียบๆดูเหมือนไม่มีอะไรโบว์ว่าไม่จริงเลยค่ะ โบว์ได้มีโอกาสทักทายคุณป้าชาวไทใหญ่ แวะคุย แวะดูบ้านสไตล์ไทใหญ่ป้าปลูกพืชผักสมุนไพรเต็มไปหมด เหลือจากขาย ก็เอาไว้กินเองบ้าง แบ่งชาวบ้านไปบ้าง ค่ะ   คุณป้าเล่าเรื่อง ชีวิตและพืชผักสมุนไพรต่างๆ เป็นภาษาเหนือผสมไทใหญ่  เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างบางคำไม่เคยได้ยินมาก่อนรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้บ้าง ฮากันไปค่ะ

          จังหวัดแม่ฮ่องสอนโรแมรติกและมีเสน่ห์มากค่ะ  ด้วยสภาพภูมิประเทศ  ประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิต อาหารการกิน โดยเฉพาะผู้คนที่น่ารักใจดีทุกคนเลยที่โบว์ได้เจอ

          และที่ประทับใจที่สุด คือ ซูตองเป้ สถานที่ในฝันแห่งนี้ นอกจากโบว์จะได้เห็นถึงความสวยงามของสะพานไม้ไผ่ที่ทอดยาวกลางทุ่งนาแล้วโบว์ยังสัมผัสได้ถึงพลังแห่งความศรัทธาในพุทธศาสนา ความสามัคคีของชาวบ้านกุงไม้สักโบว์เห็นคำนี้ค่ะ“ศรัทธาสร้างคน คนก็สร้างศรัทธา”

 

ชมรายการเที่ยวไทยไม่ตกยุค ตอน หลงเสน่ห์...ซูตองเป้

ได้ที่นี่ค่ะ https://youtu.be/d7zShcxZ1FM

 

ติดตามชมรายการเที่ยวไทยไม่ตกยุค 

ทุกวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30 – 09.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส