วันที่เจ็ด (3/12/58) เราตื่นมาตีห้าจะมาถ่ายแสงเช้ากัน พระอาทิตย์ดันขึ้นตรงเขาพอดี เลยรอกินข้าวเช้าเลยละกัน เค้ามีข้าวต้มกับกาแฟโอวันตินกับน้ำชาให้ด้วยครับ
![]()
เรามีสมาชิกทั้งหมด 6 ชีวิตด้วยกัน ชาย 3 หญิง 3 ผมกับเพื่อนผู้ชายอีกคนเอามอไซค์มา แต่อีก 4 คนนั่งรถมา เลยต้องโบกรถลงไปข้างล้างก่อนแล้วผมค่อยขับรถลงไป
![]()
พอไปถึงที่ทำการก็ไปติดต่อเจ้าหน้าที่ น้องผมคนที่เป็นคนชวนมันจัดการเรียบร้อยครับ หาลูกหาบไว้แล้วด้วย ค่าลูกหาบคนละ 450 บาท/คน/วัน แบกได้ 20 กิโลกรัม เราขอมาให้ช่วยแบกพวกน้ำกับอาหารครับ ส่วนของใช้ส่วนตัวแบกกันไปเองคนละ 10-15 กิโลแหละครับ
![]()
เราเลือกไปทางเด่นหญ้าขัดกัน ระยะทางไกลกว่าแต่เดินสบาย แต่มันจะไม่สบายตอนนั่งรถไปเนี่ยแหละ มันเป็นทางขึ้นเขาสูง อย่างชัน โค้งไปโค้งมา เป็นทางแคบๆ ดินลูกลังด้วย คนขับก็ขับอย่างเร็วผมกับน้องผมเมารถเละเทะเลย กว่าจะถึงแทบหมดแรง อ่านรีวิวมาไม่เคยมีใครบอกเลยว่าทางมันโหดแท้เหลา รู้แต่ว่ามันต้องนั่งรถไปไกล ทรมานทรกรรมกว่าจะถึง นึกว่าจะไม่รอดแล้ว หมดแรงตั้งแต่ต้นเกม
ค่ารถจากที่ทำการไปเด่นหญ้าขัด ไป-กลับ 1,800 บาทครับ ตอนแรกผมก็ว่าแพง แต่ถ้าได้ไปเห็นสภาพทาง ก็ต้องยอมเค้าละครับ มันไม่ใช่ทางที่คนทั่วไปจะขับรถไปกันหรอก อีกทางคือ “ปางวัว” อยู่แถวๆทางขึ้นไปบ้านระเบียงดาว ระยะทาง 6.5 กิโลเมตร แต่ชันโคตรๆ ไว้ขาลง
![]()
มาถึงละครับ “เด่นหญ้าขัด” มาถึงก็กินข้าวกลางวันกันก่อน ผมกับน้องไปอ้วกก่อนเลย แต่ไม่มีอะไรออก เมื่อเช้ากินข้าวต้มมา มันย่อยไปหมดละ กินข้าวก็กินไม่ลง คลื่นไส้ สภาพร่างกายไม่ 100% ละ จะรอดไหมฟะ!!!
![]()
พอเที่ยงก็เริ่มออกเดินทางกัน เด่นหญ้าขัด-อ่างสลุง 8.5 กิโลเมตร
![]()
นี่คือคณะเดินทางของธอริน โอเคนชิลด์ มุ่งหน้าสู่ภูเขาโลนลี่ สังหารมังกรสม็อก เพื่อทวงคืนบ้านเกิดเอาเอเรบอร์กลับคืนมา!!! เดี๋ยวๆ มันไม่ใช่ละครับ แรกๆก็เดินชิลๆ เดินไปถ่ายรูปไป พอเหงื่อเริ่มออกอาการเมารถคลื่นไส้ก็ค่อยๆหายไป สบายยยยยย ลุยครับลุย!!! ทางทางนี้มันทำให้เราตายใจครับ เดินไปเรื่อยๆ ทางเป็นทางแคบๆ เขาข้างหนึ่งเหวข้างหนึ่ง
![]()
เดินไปสักพักเริ่มไม่มีอารมณ์ถ่ายรูปละครับ เก็บกล้องเก็บเสื้อแขนยาว เหนื่อย ร้อน เดินลุยยาวไปเรื่อยๆ ใครชวนคุยนี่แทบไม่ได้คุยอะ หายใจไม่ทัน และแล้วเราก็มาถึงทางแยกที่เป็นจุดรวมของทางเส้นเด่นหญ้าขัดกับปางวัว จากนี้ไปมีทางเดียวแล้วละครับ
![]()
เดินไปเรื่อยๆ มีแต่หญ้ากับท้องฟ้า ทางก็โคตรจะชัน มันจะชันไปไหนวะเนี่ย เดินขึ้นแล้วก็ลง ขึ้นแล้วก็ลง ยังงี้เมื่อไรมันจะถึง แต่วิวระหว่างทางสวยมาก แวะจอดถ่ายรูปบ่อยอยู่ครับ ถือเป็นการพักด้วย มันจะมีทางชั้นยาวก่อนถึงทางค่อนข้างราบยาว อันนี้แทบขาดใจ เดินไปตั้งนานอย่างเหนื่อย เงยหน้าขึ้นไป โน้นนนน เห็นคนยังเดินขึ้นอยู่ริบๆ นี่ยังไม่ถึงอีกรึเนี่ย!!!
![]()
ระหว่างทางมีดอกไม้แปลกๆเยอะแยะเลยครับ ดอกนกแก้ว ดอกดงหิน (น่าจะใช้นะ ได้ยินมาแว่วๆ) ผมก็ถ่ายบ้างไม่ถ่ายบ้าง เหนื่อยครับ ไอ้น้องผมมันก็ชอบชวนคุยจริง หายใจอย่างเดียวยังเหนื่อยเลย ถ้าไม่ติดว่าต้องใช้ออกซิเจนก็ขี้เกียจหายใจไปด้วยละผมอะ
![]()
เดินมาถึงจุดๆหนึ่ง ลูกหาบบอก “อีก 2 กิโลฯจะถึงละพี่” เอาวะไปต่อ เดินไปได้สักชั่วโมงผมก็ถามเค้าอีกว่าอีกไกลไหม เค้าบอกอีก 2 โลฯ ไมมันไม่ลดเลยวะ ผมนี่ตึบเลย แต่ในที่สุดก็ถึงจนได้ครับ จุดกางเต็นท์ “อ่างสลุง” นึกจะถึงก็ถึงเฉยเลย ใช้เวลาเกือบๆ 5 ชั่วโมง
![]()
ฟ้าอย่างสวยเลยครับ ตอนไปถึงแสงแดดสีทองๆสาดยอดดอย แต่มันต้องเดินขึ้นไปอีกใช้เวลาประมาณ 40 นาที ตามที่ลูกหาบบอกนะครับ แต่ผมว่าผมใช้มากกว่าน้านนนนน หมดแรงกันละ ขอกินข้าวก่อนละกัน ยอดดอยไว้พรุ้งนี้ วันนี้พักฟื้นกันก่อน รูปล่างซ้ายเป็นช้อนครับ ลืมเอามากันเลยต้องอแดปกันเอง
![]()
ประมาณเกือบๆทุ่ม พออิ่มพละกำลังเริ่มกลับมา เราตัดสินใจไปขึ้นยอดดอยกัน จะไปถ่ายดาว มืดๆเนี่ยแหละ ทางนี่ไม่เห็นเลยครับ แต่รู้สึกได้เลยว่ามันไม่ใช่ทางเดินธรรมดาละ มีปีนด้วย หินทั้งนั้น ชั่วโมงกว่าอะกว่าจะถึง ปางตายเลยตอนขึ้น บอบช้ำยังไม่หายจากเมื่อกลางวัน แต่พอขึ้นไปก็หายเหนื่อย เห็นวิว 360 องศา ดาวชัดมาก สัญญานโทรศัพท์กับ 3G จะมีที่สามแยกที่ผ่านมาแล้วก็ยอดดอยกับกิ่วลมครับ ใครอยากโทรติดต่อใครก็ต้องเดินขึ้นมาเป็นชั่วโมงแหละครับ เราอยู่กันจนสามทุ่มกว่าก็ลงไป กะไปนอนเอาแรงคิดว่าจะไปกิ่วลมดูพระอาทิตย์ขึ้นพรุ้งนี้เช้า คืนนี้ไม่ได้อาบน้ำอีกแล้วครับ มันไม่มีที่ให้อาบ ผมใช้สูตรแป้งเย็นตรางูโปะเอาครับ “แป้งเย็นตรางูผมรู้คุณก็ใช้”