ค้นหาและแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวในไทย ลงทะเบียน เข้าสู่ระบบ
 
สักครั้งจะไม่เสียดาย ไปตะกายขึ้นดอยหลวงเชียงดาว ดอยหลวงเชียงดาว (Doi Luang Chiang Dao) จ.เชียงใหม่
    • โพสต์-1
    Paipasu •  ธันวาคม 10 , 2558

    สวัสดีครับ ทริปนี้เกิดจากรุ่นน้องที่เคยเรียนคณะเดียวกันกับผมชวนไปเที่ยวดอยหลวงเชียงดาว ผมก็ไม่รู้หรอกว่าดอยหลวงเชียงดาวเป็นยังไง เห็นมันชวนก็ตอบตกลงไปซื่อๆเลย มารู้ตอนหลังที่ตอบตกลงไปแล้ว พอไปหาข้อมูล บร๊ะเจ้า!!! เดินขึ้นเอง ไกลด้วย จะปฏิเสธก็ไม่ทัน มันบอกแคปหน้าจอไว้แล้วแถมจองบ้านระเบียงดาวด้วย เอาวะ หลับตาแล้วคิดซะว่าเป็นฝันร้าย จะกลัวอะไรละวัยรุ่นนนน ก็จัดไปเซ้!!!

              เรานัดกันวันที่ 2-5 ธันวาคม วันที่ 2 นอนบ้านระเบียงดาว วันที่ 3-5 ไปขึ้นดอย ผมก็เห็นว่าใกล้หยุดยาว น่าจะคึกคักดี เลยวางแผนไปที่อื่นก่อนค่อยวกมาเชียงดาว เริ่มจากไปแม่สอด, อช.แม่เมย, ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อู่คอ, น้ำตกแม่สุรินทร์, ปางอุ๋ง, บ้านรักไทย, ปาย, อช.ห้วยน้ำดัง แล้วก็มาบ้านระเบียงดาวกับดอยหลวงเชียงดาว แล้วกะไปพักฟื้นที่เชียงใหม่สักสันสองวันแล้วค่อยกลับ เอาละครับได้เวลาเดินทางละครับผม^^

    นี่คือแผนที่เส้นทางการเดินทางคร่าวๆของผมครับ

     

    วันที่ 1 (27/11/58) บ้านผมอยู่ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ครับ ตอนแรกกะยิงยาวออกทางแม่สอดเลยไปนอนแม่เมย แต่ดันออกเดินทางเกือบบ่าย รถมีปัญหานิดหน่อย คืนแรกผมเลยต้องไปนอนแม่สอดก่อนครับ ไปนอนหอเพื่อน ตกเย็นก็ไปหาอะไรกินกัน เลยจัดหมูกระทะเลยแล้วกัน หิวจัด ตอนผมไปมีงานเทศกาลอาหารชนเผ่าพอดี เลยไปเดินเที่ยวกันซะหน่อย ไปกันนี่เค้าแทบจะเก็บของกันหมดอยู่แล้ว มัวกินหมูกระทะเพลิน แต่ยังมีดนตรีอยู่ เป็นคุณตำรวจเล่นเองร้องเองเลยครับ เต็มยศ เอาเค้าไม่อยู่จริงๆ

     

    ค่าใช้จ่ายวันแรก

         น้ำมัน (บ้าน)                80    บาท

         น้ำมัน (สำรอง 5 ลิตร)   140   บาท     

         น้ำมัน (ตาก)                80    บาท

         น้ำ                             15    บาท

         หมูกระทะ                   190   บาท

         รวม                           505   บาท

    • โพสต์-2
    Paipasu •  ธันวาคม 10 , 2558

    วันที่สอง (28/11/58) ผมออกจากแม่สอดประมาณ 11 โมง ใช้ทางเส้น 105 กะไปนอนอุทยานแห่งชาติแม่เมย ทางดีครับเส้นนี้ ขับเพลินๆ แคบบ้างกว้างบ้าง ผมขับใช้ความเร็ว 60-80 กิโลเมตร/ชั่วโมง ไปเรื่อยๆ ระหว่างทางก็ไปเจอป้ายบอกทางไปถ้ำแม่อุสุ แวะซะหน่อยละกัน ไม่ได้มากันบ่อยๆ เสียค่าเข้า 40 บาท ต้องมีไกด์นำด้วย เพราะมันมืด ทางวกวนอีก ไกด์ก็น้องๆแถวนั้นแหละครับ ค่าไกด์น้องบอกแล้วแต่จะให้

     

    มืดจริงๆ มองไม่เห็นอะไรเลย ต้องเดินลุยน้ำเข้าไปด้วย ระหว่างทางน้องเค้าก็จะอธิบายไปด้วยครับ แต่ผมฟังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร  ที่นี่แบ่งเป็นสามห้อง อันนี้ห้องแรกครับ

     

    ห้องสอง ผมก็ยังฟังไม่รู้เรื่องอยู่ดีอะ น้องเค้าพูดเบาซะเหลือเกิน T T

     

    ห้องที่สามครับ ขากลับต้องมุดอุโมงค์ไปอีก

     

    ผ่านอุโมงค์มาต้องเดินลุยน้ำต่อครับ อ้อมเขาไปอีกกว่าจะถึงอย่างนาน นึกว่าโดนหลอกซะแล้ว ผมถามตลอดทาง “ใกล้ถึงยังอะน้อง” น้องตอบ “อีกนิดเดียวครับ” นิดเดียวมานานละ แต่ก็กลับมาจนได้ พร้อมออกเดินทางสู้เป้าหมายต่อไป ตอนนี้นี่เปียกมาถึงเกงในละครับ ลุยน้ำมาซะขนาดนั้น

     

    เป้าหมายต่อไป “อุทยานแห่งชาติแม่เมย”  ทางขึ้นไปตัวอุทยานมันร้ายกาจมากอะ 11 กิโลเมตรจากปากทางเข้าจะถึงที่ทำการอุทยาน อันนี้ยังพอรับได้  อีก 12 กิโลเมตรหลังจากนี้เนี่ยแหละ ถ้าใครเคยไปจะนึกภาพออกแล้วจะพูดว่า “นี่มันทางรึเนี่ยยยย!!!” สมรภูมิมอดไหม้ชัดๆ มันเป็นถนนที่น่าจะเคยเป็นทางราดยางมาก่อน ถนนมีแต่หลุม หลุมเบ่อเริ่มเทิ่ม แต่ละหลุมห่างกันนิดเดียว ไม่ก็เป็นลูกลังที่กำลังปรับปรุงทาง บางช่วงเป็นทางดิน มีราดน้ำดักด้วย  ขับไปได้สัก 5 โล มันจะถึงม่อนครูบาใสก่อนครับ อีกนิดเดียวผมกะจะไปพักรถละ ปรากฏว่าไปตกอยู่ในสภาวะทิ้งตัวซะก่อน ฝุ่นตลบเลยซิครับ รถล้มทับเท้าขวาไปเต็มๆ ผมเช็คก่อนเลยหักไหม อ่อ!! ไม่หัก นอนนิ่งๆทำใจแป๊บหนึ่ง แล้วลุกมาเก็บของมัดของให้เรียบร้อยแล้วกัดฟันไปต่อ โคตรแสบเลยครับ คนผ่านไปผ่านมาเค้าก็ถาม “เป็นไรมากไหมครับ” ผมก็ตอบไป “ ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวมัดของเสร็จแล้วก็ไปต่อละครับ” จริงๆอะโคตรจะเจ็บเลย เลือดไหลเต็มขาเลย ผมไม่ได้ดูนะ แต่รู้สึกว่ามันเย็นๆเหมือนมีอะไรเหลวๆไหลแถวขา ขรึมไว้ก่อน ขืนไปดูเดี๋ยวเป็นลม ผมกลัวเลือด แต่เห็นผ่านกางเกงละครับมีไรแดงๆซึมออกมาเยอะเหมือนกัน

    พอถึงจุดชมวิวกิ่วลม ผมก็เอาของไปวางไว้แล้วไปล้างแผลในห้องน้ำก่อน  ดีที่เอาอุปกรณ์ทำแผลมาด้วย อย่างแสบอย่างเจ็บอะ เดินกะเพกๆไปกางเต็นท์ แล้วนอนพักเดี๋ยวตอนเย็นต้องลงไปดูพระอาทิตย์ตกอีก ไปแถวๆที่ผมล้มแหละครับที่ม่อนครูบาใส

     

    สักสี่โมงครึ่งผมก็ขับรถลงไปม่อนครูบาใส ไปช้าๆเลยคราวนี้ กลัวล้มอีก ที่นี่วัวกับควายเยอะจริงๆครับ ลงเร็วๆมีไปชนมันบ้างอะ ยืนนิ่งกลางถนนเฉยเลย ผมก็กลัวมันจะมาขวิดซ้ำอีก คราวนี้ไม่รอดแน่นอน

     

    ตอนผมกางเต็นท์ ข้างๆผมเป็นกรุ๊ปทัวร์กลุ่มใหญ่เลยครับ พี่เค้ามาบริจาคของที่แม่สอดแล้วเลยมาเที่ยวที่แม่เมยต่อ ตอนเย็นก็มาดูพระอาทิตย์ตกด้วยกัน

     

    ดูพระอาทิตย์ตกไป ถ่ายรูปไป พูดคุยกับพี่ๆเค้าไปด้วย รู้สึกถูกคอกัน คืนนี้พี่เค้าเลยชวนไปปาร์ตีรอบกองไฟด้วยกัน

     

    ลาก่อย ม่อนครูบาใส 

     

    ขากลับผ่านน้ำตกแม่ระเมิงก่อนครับ ขึ้นลงรถทีอย่างลำบาก แผลมันเริ่มตึง เจ็บด้วย

     

    กลับมาได้ก็มาทำแผลอีกรอบ บนนี่ไม่มีที่อาบน้ำนะครับ มีแต่ห้องน้ำ แต่ที่ทำการมีห้องน้ำอยู่ อีกอย่างครับผม ที่นี่ไม่มีของขาย ต้องเอามาเอง ผมกินก่อนขึ้นมาแล้ว กะพรุ่งนี้ค่อยลงไปกินทีเดียวเลย 

     

    แล้วพี่เค้าก็มาชวนผมให้ไปนั่งด้วย นั่งคุยกันไปสักพัก จู่ๆมีแสงแถวๆป่า พี่เค้าบอก “ไฟไหม้ป่าป่าววะ” พี่อีกคนบอกว่า “ถ้ามันจะแดงขนาดนั้นนะ มันแรงไปไหมเนี่ย” แต่ปรากฏว่าเป็นพระจันทร์ครับ ขึ้นมาอย่างกับพระอาทิตย์ขึ้น ผมพึ่งเคยเจอเนี่ย นั่งกินนั่งคุยกันไปสักพัก พอเที่ยงคืนกว่าๆก็แยกย้ายกันไปนอนละครับ จำได้ว่าตอนเด็กๆครูบอกว่าตอนนอนร่างกายซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ แล้วก็พรุ้งนี้ต้องตื่นแต่ตื่นเช้าด้วย

     

    ค่าใช้จ่ายวันที่สอง

         ค่าน้ำมัน (แม่สอด)                      60        บาท

         ค่าข้าว                                      40        บาท

         ค่าน้ำ 2 ขวด                              20        บาท

         ค่าเข้าถ้ำแม่อุสุ                           40        บาท

         ค่าไกด์ถ้ำแม่อุสุ                          50        บาท

         ค่าเข้า+กางเต็นท์ (อช.แม่เมย)      50        บาท

         รวม                                        260      บาท

         รวมสองวัน                              765     บาท

    • Suchasinee  พระจันทร์สวยมากค่ะ >< 10 ธันวาคม 2558 11:21:36
    • โพสต์-3
    Paipasu •  ธันวาคม 10 , 2558

    วันที่สาม (29/11/58) ผมตื่นมาตีห้าครึ่ง น้ำค้างไม่ค่อยแรงแฮะ เต็นท์ไม่เปียกเท่าไร อากาศเย็นๆ สักหกโมงครึ่งพระอาทิตย์ก็เริ่มมาละครับ ม่อนกิ่วลมเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่ขึ้นชื่อของแม่เมย ถ้าพระอาทิตย์ตกต้องที่ม่อนครูบาใส ถัดจาดม่อนครูบาใสมานิดเดียวก็เป็นม่อนพูนสุดา

     

    สักแปดโมงผมก็เก็บของเสร็จแล้วออกเดินทางต่อครับ วันนี้จะไปนอนที่ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อู่คอ ขาลงนี่ค่อยๆลงเลยผมอะ ตั้งแต่ล้มตอนขาขึ้นรู้สึกระแวง เห็นหลุมบนถนนแล้วรู้สึกขนลุก กลัวไปหมด ไหนจะวัวควายอีก นี่ก็มองซะจังเลย ระยะทาง 24 กิโลเมตร ผมใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง เกร็งไปหมด

     

    ถนนจากแม่เมยไปแม่เสรียงเป็นเส้นเรียบชายแดนครับมีด่านตลอดเส้นทาง ไม่แนะนำให้ผ่านตอนกลางคืน ถนนช่วงแรกมันก็ดีนะ ขับไปแวะถ่ายรูปไป สบายๆชิลๆ ได้สักพักหลุมเริ่มมาอีกละ คนยิ่งกลัวหลุมอยู่ บางช่วงก็ทำทาง ลูกลังทั้งนั้น ทางก็ชันพอได้อยู่ แต่ส่วนมากทางข้างหนึ่งเป็นเขาอีกข้างจะเป็นเหว ขับช้าๆเพลินๆมีสติก็สบายๆ ถ้าขับเร็วๆขับประมาทๆหน่อยก็เตรียมตัวสู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้นได้เลยครับ ผมก็เกือบไปหลายทีเหมือนกัน

     

    ระยะทางจากแม่เมยถึงแม่อู่คอ 250 กิโลเมตร ตูดชาเลยผมอะ ใช้เวลาไป 9 ชั่วโมงกว่าจะถึง ทางตั้งแต่แม่เสรียงขึ้นไปทางดีมากครับ ขับสบายวิวสวยตลอดทาง ไม่เหมือนทางจากแม่เมยมา ฝันร้ายชัดๆ บางช่วงกำลังทำทาง บางช่วงก็ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ บางช่วงเป็นทางแคบๆผ่านหมู่บ้านบ้างผ่านป่าบ้าง ทางมีแต่หลุมพังแล้วพังอีก ผมนึกว่ามาผิดเส้น แต่พอมาถึงเป้าหมายก็สบายใจละครับ เหลืองอร่ามเชียว ผมมาถึงก็ใกล้เย็นละ รออีกแป๊บเดียวพระอาทิตย์ก็จะตกแล้วครับ เลยหาจุดนั่งดูพระอาทิตย์ตกเลยละกัน อีกอย่างเดินมากแผลจะเปิด เลือดยังไหลอยู่เลยตอนนี้อะ

     

    ตกละครับ พระอาทิตย์ ณ ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อู่คอ

     

    ฟินครับคืนนี้ นอนท่ามกลางดอกบัวตอง ดีนะผมไม่แพ้ดอกไม้ ข้างๆผมมีลุงมากางเต็นท์นอนกับภรรยาครับ บอกนอนใกล้ๆกัน จะได้ไม่เหงา คืนนี้ผมไม่ได้อาบน้ำอีกละ ผมถามห้องน้ำกับลุง ลุงแกบอกว่า “อยู่ตรงกิ่วโน้นน่ะ”  กิ่วคืออะไร??? สรุปผมหาไม่เจอครับ ไม่องไม่อาบมันละ ไปหาอะไรกินแล้วนอนเลยดีกว่า พรุ้งนี้ไปอาบที่ปางอุ๋งแทนละกัน  เลยจุดชมวิวไปมีร้านขายข้าวขายขนมอยู่ครับ ราคาก็ไม่แพงมาก ผมไปซื้อมาม่ากับลูกชิ้นมากิน กินแบบเย็นๆแหละ อร่อยไปอีกแบบดี

     

    ค่าใช้จ่ายวันที่สาม

         ค่าน้ำมัน (แม่เสรียง)          80        บาท

         ค่าน้ำมัน (สำรอง)             100      บาท

         ค่าข้าว                            50        บาท      (เช้ากลางวันรวมเลยครับ กินตอน 11 โมง)

         ค่าน้ำ 2 ขวด                    20        บาท

         ค่าน้ำมัน (ขุนยวม)             60        บาท

         ค่ามาม่า+ลูกชิ้น                60        บาท

         รวม                               370      บาท

         รวมสามวัน                     1,135   บาท

    • โพสต์-4
    Paipasu •  ธันวาคม 10 , 2558

    วันที่สี่ (30/11/58) ตื่นมาเกือนหกโมงผมออกไปหามาม่ากินก่อนเลย มันหนาวววววว

     

    แล้วก็ไปรอดูพระอาทิตย์ขึ้น จริงๆมีจุดชมวิว “ภูชี้เพ้อ” ทางขึ้นจะถึงก่อนทุ่งดอกบัวตองครับ ถ้าขามาจะมีทางเล็กๆทางขวามือขึ้นไปอยู่ เป็นทางดินค่อนข้างชัน ไกลนิดนึง แล้วก็ต้องเดินทางชันต่อไปอีก 1 กิโลเมตร แต่ผมไม่ได้ไป รถผมขึ้นไม่น่าไหว เมื่อคืนน้ำค้างแรงดินมันเปียกล้มอีกรอบไม่ไหวแน่ เก็บแรงพักร่างกายไว้ขึ้นดอยหลวงเชียงดาวดีกว่า (ก็อ้างไปเรื่อย ขี้เกียจมากว่า)

     

    ทุ่งดอกบัวตองยามเช้าครับ พอแปดโมงผมก็ขับรถไปอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ครับ

     

    ถึงละครับน้ำตกแม่สุรินทร์ น้ำตกจะอยู่ด้านล่าง ต้องลงไปนิดหนึ่งครับ ขาขึ้นมาจากน้ำตกผมเจอนักปั่นจักรยาน ผมก็เข้าไปทำความรู้จักแล้วก็ถามว่ามาจากไหนกันครับ เค้าปั่นมาจากกรุงเทพ!!! สวดยอดดดดด!!! บอกปั่นมา 19 วันแล้ว เดี๋ยวจะไปอ่างขาง ผ้าห่มปกต่อ น้ำตาจะไหลเลยผมอะ แต่ละคนนี่อายุ 50+ ไม่ก็เกษียณแล้วอะครับ แข็งแรงกันจริงๆ

     

    สักเก้าโมงกว่าผมก็กลับไปเก็บของแล้วออกเดินทางตอน 10 โมง ถนนไปแม่ฮ่องสอนเรียบเนียบมากกกกกก แค่มันชันๆขึ้นๆลงๆ โค้งบ้าง เพลินดีครับเวลาขับไป ผมดูในรีวิวเค้าบอกถ้าจะไปปางอุ๋งให้ไปติดต่อที่ศูนย์ศิลปาชีพแม่ฮ่องสอนก่อน ผมก็ลองโทรไปไม่ติดสักรอบ ไหนๆก็ผ่านเดี๋ยวค่อยแวะละกัน พอไปถึงเค้าบอกให้ไปติดต่อที่โน้นได้เลย ตอนจะไปปางอุ๋งผมใช้กูเกิลแม็พ มันบอกว่า 27 กิโลเมตรจากทางหลักเส้น 1095 ใช้เวลาประมาณ 50 นาที ตอนแรกก็งง นานจังวะ พอขับขึ้นไปเข้าใจเลยครับ แทบจะหงายหลัง จะชันไปไหน ทางแคบอีก ไม่มีที่ราบให้ตูพักเลยยย...

                ถึงละครับ ปางอุ๋ง ผมหาที่กางเต็นท์แล้วนั่งกินลมชมวิวไปเรื่อยๆ เล่นกางซะข้างล่างติดน้ำเลยผมอะ ลืมนึกถึงขาขึ้น ขาก็เดี้ยงอีก สบาย!!! ถือว่าฝึกฝนตัวเอง

     

    อันนี้เป็นอุปกรณ์ให้แสงสว่างกับดับกลิ่นในเต็นท์ผมครับ จากประสบการณ์ที่ผ่านๆมา เต็นท์เหม็นมากกกกกก เหม็นเท้าผมเนี่ยแหละ แต่อันนี้ก็หอมเกินนนนน หอมจนแสบจมูก

     

    มีบริการพายเรือแพด้วยครับ เที่ยวละ 150 บาท

     

    มาแว้ววววว ดาราของที่นี่ ผมเห็นคนชอบเถียงกัน “ห่านหรือเป็ดวะ” มันหงส์ไม่ใช่รึ เล่นซะผมไม่แน่ใจตามเลยครับ 

     

    พอมืดๆหน่อยผมก็ไปอาบน้ำ ไม่ได้อาบมาสองวัน คันจะตายแล้วววววว ห้องน้ำอยู่เลยจุดกางเต็นท์กับร้านขายขนมไปครับ แถวๆลานจอดรถ ผมทำทุกอย่างสองรอบหมดเลย สระผม อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน รอบแรกแทบไม่มีฟอง น้ำก็ไหลเอื่อยๆ ค่อยๆสระไป หลับสบายละครับคืนนี้ ชื่นใจได้อาบน้ำ ^^

    ที่นี่ร้านค้าข้างในมีรับชาร์จแบตนะครับ มือถือเครื่องละ 20 บาท พาวเวอร์แบงค์กับแบตกล้อง 40 บาท

     

    ค่าใช้จ่ายวันที่สี่

         ค่ามาม่า                         20        บาท

         ค่าเข้า อช.แม่สุรินทร์        50        บาท

         ข้าวกลางวัน                    40        บาท

         น้ำ 2 ขวด                       20        บาท

         ค่าน้ำมัน (ขุนยวม)            60        บาท

         ค่าน้ำมัน (แม่ฮ่องสอน)      40        บาท

         ค่าเข้าปางอุ๋ง                    40        บาท

         ข้าวเย็น                           40        บาท

         รวม                               320      บาท

         รวมสี่วัน                         1,455  บาท

    • โพสต์-5
    Paipasu •  ธันวาคม 10 , 2558

    วันที่ห้า (1/12/58) เช้ามา เห้ย!!! มีไอน้ำเหนือน้ำอย่างที่เค้าบอกกันจริงๆแฮะ

     

    เช้าๆคนมาก็นั่งแพกันเยอะกว่าเมื่อวานอีก เที่ยวละ 150 บาท นั่งได้ 2 คน 

     

    อันนี่เป็นมุมแถวทางเดินศึกษาธรรมชาติเลยจุดกางเต็นท์ไปอีก ผมก็หาตั้งนาน ห่างไปสักกิโลหนึ่งได้มั้งครับ

     

    เก็บของเสร็จผมก็ไปบ้านรักไทยต่อ เพื่อนมันบอกให้ลองไปดู วิวสวยจริงๆครับ เหมือนเมืองจีนเลย ร้านชาเยอะมาก เป็นหมู่บ้านรอบทะเลสาบ ผมนึกว่าอยู่ในตงง้วน ได้กลิ่นไอจอมยุทธ์หนังจีนกำลังภายใน ชอบเลยผมอะ เช้าๆกับเย็นๆน่าจะสวย รู้งี้มานอนนี่แล้วค่อยขึ้นไปเที่ยวปางอุ๋งก็ดีอะ มีโรงแรม เกสเฮาส์เยอะแยะ

     

    ขับไปเรื่อยๆ ผมเห็นป้ายทางไปหอประวัติศาสตร์บ้านรักไทย เลยลองไปดูซะหน่อย

     

    สภาพทางครับ ผมนี่งงเลยหลงป่าวเนี่ย แทบไม่มีคน

     

    พอไปถึง ปิดครับ น้ำตาจะไหล T T

     

    ขับรถเล่นในหมู่บ้านสักแป๊บผมก็ตัดสินใจไปเป้าหมายต่อไปเลยละกัน “ข้าขอลาก่อน ท่านบ้านรักไทย สายน้ำไม่สิ้น ขุนเขาไม่ขาด เราคงได้พบกันใหม่!!!” 

     

     ขาลงผมไปแวะดูน้ำตกผาเสื่อครับ ทางผ่านพอดี 

     

    หลังจากนั้นก็ไปถ้ำปลา เดินอย่างไกล นึกว่าจอดรถแล้วถึงเลย

     

    นี่ไงครับถ้ำปลา เค้ามีป้ายบอกนะครับว่าเป็นปลาอะไร แต่ผมหาไม่เจอว่าปลามาทำอะไรกันตรงนี้ อยากรู้อันนี้มากกว่า

     

    ทางระหว่างขับไปปาย ทางดีครับ มีทำบ้างนิดหน่อย ทางก็โค้งๆขึ้นๆลงๆชันๆเป็นธรรมดา เริ่มชินละผมอะ ริมทางก็จะมีดอกบัวตองให้เห็นอยู่ประปราย 

     

    คืนนี้ผมนอนปายครับ นอนหนาวมาหลายคืนขอนอนอุ่นๆหน่อย ผมไปนอนห้องรวมคืนละ 200 บาท มี 8 เตียง ฝรั่งล้วนๆ มีจีนด้วย ผมคนไทยคนเดียว

     

    บรรยากาศแถวที่พักผม ใกล้ๆถนนคนเดินเลย วันนั้นปายมีแต่ชาวต่างชาติ ถ้าไม่เห็นบ้านคนไทยผมนึกว่าอยู่เมืองนอก สงสัยเค้ารออาทิตย์หยุดยาวกัน

     

    แล้วผมก็ไปเดินถนนคนเดินหาอะไรมากินแล้วก็นอน พรุ้งนี้จะต้องไปห้วยน้ำดังแต่เช้า

     

    ค่าใช้จ่ายวันที่ห้า

         ข้าวเช้า                        50        บาท

         น้ำ 2 ขวด                     20        บาท

         ค่าเข้าถ้ำปลา                 10        บาท

         ไส้อั่ว (อาหารกลางวัน)    20        บาท

         ค่าห้อง                         200      บาท

         ข้าว+ไก่ทอด                 80        บาท

         น้ำ                               20        บาท

         รวม                             400      บาท

         รวมห้าวัน                     1,855  บาท

    • โพสต์-6
    Paipasu •  ธันวาคม 10 , 2558

    วันที่หก (2/1/58) ผมตื่นมาตีสี่ครึ่ง ล้างหน้าแปรงฟันเตรียมตัวไปอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง สามสิบกว่ากิโลเมตร อย่างหนาวอะ มืดก็มืด ป้ายที่บอกว่าถึงห้วยน้ำดังนี่ก็มีแค่ก่อนถึงทางเข้า ป้ายเดียวเลย ผมขับมาอย่างนานอะ นึกว่าเลยมาแล้วป่าววะ แต่พอมาถึงก็ชื่นใจละครับ ก็คุ้มค่าครับผม^^ ทะเลหมอกมาแต่ไกลเชียว

     

    เขานี้ป้ายบอกว่าชื่อดอยเชียงดาวไม่รู้ใช่ดอยหลวงเชียงดาวไหม ถ้าใช่วันมะรืนเจอกัน

     

    ตอนขาขับกลับไปปายหมอกลงครับ ขาวโพลนเลย

     

    11 โมงกว่าๆผมก็เช็คเอาท์แล้วขับไป อ.เชียงดาว ทางเส้นปาย-แม่มาลัย ตั้งแต่ห้วยน้ำดังไปเค้ากำลังทำทางครับ ยาวเลย นานเลยอะกว่าผมจะถึงข้างล่าง กลัวล้มอีก แต่ก็สบายหายห่วงลงมาได้อย่างปลอดภัย เสร็จแล้วก็บึ่งรถไป อ.เชียงดาวต่อเลย เป้าหมายต่อไปคือบ้านระเบียงดาวโฮมส์เตย์ ทางชันมาก ยิ่งกว่าปางอุ๋งอีก แคบด้วย 12 กิโลฯใช้เวลาครึ่งชั่วโมง แต่ระหว่างทางร่มรื่นมาก เย็นจนหนาว ขับไปสั่นไป

     

    ผมมาถึงคนแรกเลยครับ รอสมาชิกมารวมตัวกัน เรานัดกันที่นี่ ถึงห้องผมซักกางเกงก่อนเลยเอามาไม่กี่ตัว แดดกำลังออกน่าจะแห้งไว

     

    รอได้แป๊บเดียวเพื่อนกะรุ่นน้องผมก็มากันละครับ รูปเริปไม่ได้ถ่ายเลย มัวคุยกัน แล้วก็ลงไปซื้อเสบียงเพื่อเอาไปกินบนดอย ต้องลงไปซื้อในตัวเมืองกันอีก จะโทรบอกกันที่นี่สัญานก็ไม่ค่อยมี ขาลงรถผมเบรกไหม้อะ ดีนะไปไหม้ตอนถึงทางราบพอดี ไปซื้อเสบียงกลับมาก็มืดละครับ ขากลับอย่างหนาวกลางวันยังหนาวเลยกลางคืนจะเหลือรึ บ้านแถวนี้คงแทบไม่ต้องจ่ายค่าไฟกันเลยมั้งครับ เค้าบอกเย็นตลอดปี พอมาถึงที่พักโคตรหิวเลยตอนนี้ ดีนะเค้ามีข้าวให้ด้วย 2 ชุดใหญ่ๆ ผมไม่ได้ถ่ายรูปห้องกับอาหารไว้เลยครับหิวตาลาย อาหารอร่อยมาก น้ำพริกของเค้าอย่างเด็ดอะ แต่เผ็ดมาก ถือว่ามาละงานนี้ หิวจัดรีบกินซัดจนจุกเลย พอกินเสร็จนั่งคุยให้อาหารย่อยสักหน่อยก็ออกไปถ่ายดาวกันครับ แล้วก็กลับมานอนเอาแรงไว้เดินขึ้นดอยพรุ้งนี้ 

     

    ค่าใช้จ่ายวันที่หก

         ค่าเข้า อช.ห้วยน้ำดัง        45        บาท

         ข้าวเช้า                          60        บาท

         ค่าน้ำมัน (สำรอง)            130      บาท

         น้ำ 2 ขวด                       20        บาท

         ข้าวกลางวัน                    50        บาท

         ที่พักบ้านระเบียงดาว         500      บาท

         รวม                               810      บาท

         รวมหกวัน                     2,665  บาท

    • โพสต์-7
    Paipasu •  ธันวาคม 10 , 2558

    วันที่เจ็ด (3/12/58) เราตื่นมาตีห้าจะมาถ่ายแสงเช้ากัน พระอาทิตย์ดันขึ้นตรงเขาพอดี เลยรอกินข้าวเช้าเลยละกัน เค้ามีข้าวต้มกับกาแฟโอวันตินกับน้ำชาให้ด้วยครับ

     

    เรามีสมาชิกทั้งหมด 6 ชีวิตด้วยกัน ชาย 3 หญิง 3 ผมกับเพื่อนผู้ชายอีกคนเอามอไซค์มา แต่อีก 4 คนนั่งรถมา เลยต้องโบกรถลงไปข้างล้างก่อนแล้วผมค่อยขับรถลงไป

     

    พอไปถึงที่ทำการก็ไปติดต่อเจ้าหน้าที่ น้องผมคนที่เป็นคนชวนมันจัดการเรียบร้อยครับ หาลูกหาบไว้แล้วด้วย ค่าลูกหาบคนละ 450 บาท/คน/วัน แบกได้ 20 กิโลกรัม เราขอมาให้ช่วยแบกพวกน้ำกับอาหารครับ ส่วนของใช้ส่วนตัวแบกกันไปเองคนละ 10-15 กิโลแหละครับ

     

    เราเลือกไปทางเด่นหญ้าขัดกัน ระยะทางไกลกว่าแต่เดินสบาย แต่มันจะไม่สบายตอนนั่งรถไปเนี่ยแหละ มันเป็นทางขึ้นเขาสูง อย่างชัน โค้งไปโค้งมา เป็นทางแคบๆ ดินลูกลังด้วย คนขับก็ขับอย่างเร็วผมกับน้องผมเมารถเละเทะเลย กว่าจะถึงแทบหมดแรง อ่านรีวิวมาไม่เคยมีใครบอกเลยว่าทางมันโหดแท้เหลา รู้แต่ว่ามันต้องนั่งรถไปไกล ทรมานทรกรรมกว่าจะถึง นึกว่าจะไม่รอดแล้ว หมดแรงตั้งแต่ต้นเกม

    ค่ารถจากที่ทำการไปเด่นหญ้าขัด ไป-กลับ 1,800 บาทครับ ตอนแรกผมก็ว่าแพง แต่ถ้าได้ไปเห็นสภาพทาง ก็ต้องยอมเค้าละครับ มันไม่ใช่ทางที่คนทั่วไปจะขับรถไปกันหรอก  อีกทางคือ “ปางวัว” อยู่แถวๆทางขึ้นไปบ้านระเบียงดาว ระยะทาง 6.5 กิโลเมตร แต่ชันโคตรๆ ไว้ขาลง

     

    มาถึงละครับ “เด่นหญ้าขัด” มาถึงก็กินข้าวกลางวันกันก่อน ผมกับน้องไปอ้วกก่อนเลย แต่ไม่มีอะไรออก เมื่อเช้ากินข้าวต้มมา มันย่อยไปหมดละ กินข้าวก็กินไม่ลง คลื่นไส้ สภาพร่างกายไม่ 100% ละ จะรอดไหมฟะ!!!

     

    พอเที่ยงก็เริ่มออกเดินทางกัน เด่นหญ้าขัด-อ่างสลุง 8.5 กิโลเมตร

     

    นี่คือคณะเดินทางของธอริน โอเคนชิลด์ มุ่งหน้าสู่ภูเขาโลนลี่ สังหารมังกรสม็อก เพื่อทวงคืนบ้านเกิดเอาเอเรบอร์กลับคืนมา!!! เดี๋ยวๆ มันไม่ใช่ละครับ แรกๆก็เดินชิลๆ เดินไปถ่ายรูปไป พอเหงื่อเริ่มออกอาการเมารถคลื่นไส้ก็ค่อยๆหายไป สบายยยยยย ลุยครับลุย!!! ทางทางนี้มันทำให้เราตายใจครับ เดินไปเรื่อยๆ ทางเป็นทางแคบๆ เขาข้างหนึ่งเหวข้างหนึ่ง 

     

    เดินไปสักพักเริ่มไม่มีอารมณ์ถ่ายรูปละครับ เก็บกล้องเก็บเสื้อแขนยาว เหนื่อย ร้อน เดินลุยยาวไปเรื่อยๆ ใครชวนคุยนี่แทบไม่ได้คุยอะ หายใจไม่ทัน และแล้วเราก็มาถึงทางแยกที่เป็นจุดรวมของทางเส้นเด่นหญ้าขัดกับปางวัว จากนี้ไปมีทางเดียวแล้วละครับ

     

    เดินไปเรื่อยๆ มีแต่หญ้ากับท้องฟ้า ทางก็โคตรจะชัน มันจะชันไปไหนวะเนี่ย เดินขึ้นแล้วก็ลง ขึ้นแล้วก็ลง ยังงี้เมื่อไรมันจะถึง แต่วิวระหว่างทางสวยมาก แวะจอดถ่ายรูปบ่อยอยู่ครับ ถือเป็นการพักด้วย มันจะมีทางชั้นยาวก่อนถึงทางค่อนข้างราบยาว อันนี้แทบขาดใจ เดินไปตั้งนานอย่างเหนื่อย เงยหน้าขึ้นไป โน้นนนน เห็นคนยังเดินขึ้นอยู่ริบๆ นี่ยังไม่ถึงอีกรึเนี่ย!!!

     

    ระหว่างทางมีดอกไม้แปลกๆเยอะแยะเลยครับ ดอกนกแก้ว ดอกดงหิน (น่าจะใช้นะ ได้ยินมาแว่วๆ) ผมก็ถ่ายบ้างไม่ถ่ายบ้าง เหนื่อยครับ ไอ้น้องผมมันก็ชอบชวนคุยจริง หายใจอย่างเดียวยังเหนื่อยเลย ถ้าไม่ติดว่าต้องใช้ออกซิเจนก็ขี้เกียจหายใจไปด้วยละผมอะ

     

    เดินมาถึงจุดๆหนึ่ง  ลูกหาบบอก “อีก 2 กิโลฯจะถึงละพี่” เอาวะไปต่อ เดินไปได้สักชั่วโมงผมก็ถามเค้าอีกว่าอีกไกลไหม เค้าบอกอีก 2 โลฯ ไมมันไม่ลดเลยวะ ผมนี่ตึบเลย แต่ในที่สุดก็ถึงจนได้ครับ จุดกางเต็นท์ “อ่างสลุง” นึกจะถึงก็ถึงเฉยเลย ใช้เวลาเกือบๆ 5 ชั่วโมง

     

    ฟ้าอย่างสวยเลยครับ ตอนไปถึงแสงแดดสีทองๆสาดยอดดอย แต่มันต้องเดินขึ้นไปอีกใช้เวลาประมาณ 40 นาที ตามที่ลูกหาบบอกนะครับ แต่ผมว่าผมใช้มากกว่าน้านนนนน หมดแรงกันละ ขอกินข้าวก่อนละกัน ยอดดอยไว้พรุ้งนี้ วันนี้พักฟื้นกันก่อน รูปล่างซ้ายเป็นช้อนครับ ลืมเอามากันเลยต้องอแดปกันเอง 

     

    ประมาณเกือบๆทุ่ม พออิ่มพละกำลังเริ่มกลับมา เราตัดสินใจไปขึ้นยอดดอยกัน จะไปถ่ายดาว มืดๆเนี่ยแหละ ทางนี่ไม่เห็นเลยครับ แต่รู้สึกได้เลยว่ามันไม่ใช่ทางเดินธรรมดาละ มีปีนด้วย หินทั้งนั้น ชั่วโมงกว่าอะกว่าจะถึง ปางตายเลยตอนขึ้น บอบช้ำยังไม่หายจากเมื่อกลางวัน แต่พอขึ้นไปก็หายเหนื่อย เห็นวิว 360 องศา ดาวชัดมาก สัญญานโทรศัพท์กับ 3G จะมีที่สามแยกที่ผ่านมาแล้วก็ยอดดอยกับกิ่วลมครับ ใครอยากโทรติดต่อใครก็ต้องเดินขึ้นมาเป็นชั่วโมงแหละครับ เราอยู่กันจนสามทุ่มกว่าก็ลงไป กะไปนอนเอาแรงคิดว่าจะไปกิ่วลมดูพระอาทิตย์ขึ้นพรุ้งนี้เช้า คืนนี้ไม่ได้อาบน้ำอีกแล้วครับ มันไม่มีที่ให้อาบ ผมใช้สูตรแป้งเย็นตรางูโปะเอาครับ “แป้งเย็นตรางูผมรู้คุณก็ใช้”

    • โพสต์-8
    Paipasu •  ธันวาคม 10 , 2558

    วันที่แปด (4/12/58) เมื่อวานตกลงว่าจะไปกิ่วลมดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้า ดันไม่ตื่น จริงๆก็ตื่นนะครับแต่ไม่มีแรงลุก 

     

    แต่ก็ไปกันจนได้ ไปลองวัดเวลาดูว่าใช้เวลาเท่าไร พรุ่งนี้เช้าจะได้ขึ้นมาอีกรอบ

     

    ขึ้นไปปุ๊บเจอหมอกครับ ขาวฟุ้งไปหมด แทบไม่เห็นอะไรเลย พี่คนที่อยู่บนนั้นบอกว่าเมื่อเช้าพระอาทิตย์โผล่มานิดนึง แป๊บเดียว แล้วก็หมอกมาเฉยเลย

     

    แล้วเราก็ลงมากินข้าวกันหิวโคตร บรรยากาศดีสุดๆ กินข้าวท่ามกลางป่า เขาและสายหมอก

     

    และแล้วฝนก็ตก มันมาจากไหนฟะ หมอกเต็มไปหมดเลยครับ วันนั้นทั้งวันพวกผมไม่ได้ไปไหนเลย หลบฝนอยู่แต่ในเต็นท์ นอนเปื่อยทั้งวัน เซ็งเลย ไม่มีไรทำ แล้วตอนเย็นจะได้ไปดูพระอาทิตย์ตกไหมเนี่ยยยยย

     

    นี่เป็น 7-11 บนนี้ครับ มีอาหารการกินขายพร้อม น้ำอัดลมกระป๋องกระป๋องละ 40 บาท 3 ป๋อง 100 ขนมห่อละ 35-40 บาท น้ำเปล่านี่เด็ดสุด ขวดใหญ่ขวดละ 100 หืออออออออออออออออออออออออออออ!!!

     

    ส้วมครับส้วม เป็นส้วมหลุม ใจไม่แข็งอย่ามองลงไปเชียว เดี๋ยวมันจะออกสองทาง

     

    นิ่งหลับขยับแหรกครับ กินอีกแล้ว ไม่มีไรทำก็กินกันอีกละฮะ

     

    กินอยู่ดีๆ ฝนตก ต้องเข้ามากินกันในเต็นท์ อบอุ่นเชียว 6 คนในเต็นท์ๆเดียว

     

    อันนี้ฟองน้ำล้างจานครับเฉพาะกิจ มันอาจจะสะอาดว่าที่เคยใช้เลยนะเนี่ย

     

    ตกทั้งวันทั้งคืน เปื่อยเลย 

     

    ตกดึกฝนมาใหญ่เลยครับ เปียกถึงในเต็นท์ ฟลายชีทเอาไม่อยู่แล้ว อุปกรณ์กันฝนเพิ่มก็ไม่ได้เอามา ใครจะไปนึกนี่มันธันวาแล้วอะ ฝนมาจากไหนแว้ ในรูปอะรุ่นน้องผมครับ ไอ้คนที่ตอนเดินขึ้นชอบชวนคุยอะครับ เหนื่อยจะตายห่า หายใจเฉยๆก็เหนื่อยแล้ว

    คืนนั้นไม่มีอะไรทำเลยครับ ได้แต่รอๆ นอนเปียกทั้งคืน นอนก็ไม่หลับ หนาวก็หนาวเปียกก็เปียก เป็นอย่างนี้ยันตีสี่ตีห้า

     

    ค่าใช้จ่ายวันที่เจ็ดและแปด

         รถ+ลูกหาบ                  525      บาท

         ไก่ย่าง                        20        บาท

         น้ำ+ขนม (บนดอย)        85        บาท

         ค่ากับข้าว                     640      บาท

         รวม                           1,270   บาท

         รวมแปดวัน                 3,935  บาท

     

    • Ariya  เข้าใจวันที่ 4/12/58 นี้ดีเลยค่ะ วันแรกที่ขึ้นไปถึงก้อเจอฝน คืนแรกที่นอนไม่ได้เพราะฝนเช่นกัน หะหะ เปียกกกก 10 ธันวาคม 2558 14:14:47
    • โพสต์-9
    Paipasu •  ธันวาคม 10 , 2558

    วันที่เก้า (5/12/58) ตื่นมาตีสี่ครึ่ง ไม่ใช่ตื่นซิ ยังไม่ค่อยจะได้นอนเลย เวลานอนเยอะนะครับแต่มันหลับไม่สนิท ทั้งหนาวทั้งเปียก วันนี้เราจะลงกันละ เลยตัดสินใจขึ้นยอดดอยดีกว่า ตอนแรกกะไปกิ่วลม เอาลุยกันเลยวัยรุ่น!!! ไปตั้งแต่ตีห้า คราวนี้ใช้เวลา 40 นาที คราวแล้วเป็นชั่วโมง จะรีบไปไหนกันฟะ!!! ขึ้นมาได้แทบตาย หลังจากพวกผมขึ้นมาก็มีคนขึ้นมาเยอะอยู่เหมือนกันครับ

     

    แสงมีไม่เยอะเท่าไร แต่ก็พอมีสาดให้เห็นบ้าง แค่นี้ก็ชื่นใจละครับ นึกว่าจะไม่เห็นแสงเลย พูดแล้วน้ำตาจะไหล T T

     

    ลาก่อย ยอดดอยหลวงเชียงดาว อยากกลับมาอีกสุดๆ อยากเห็นแสงสีทอง ณ ยอดดอยสักครั้ง

     

    ผมพึ่งมองเห็นทางขาลง เมื่อเช้ากับวันก่อนมันมืด ก็ขึ้นมาดุ่ยๆเลย ขาลงแทบจะวิ่งลง พอสว่างเห็นทางชัดๆผมนี่แทบจะคลานลง ตูลงไปได้ไงวะเนี่ยยยยย คราวนี้ลงจะเป็นชั่วโมง

     

    ถึงจุดกางเต็นท์ก็กินข้าวเช้าแล้วก็เก็บของเพื่อลงดอยครับ มีอะไรก็ใส่รวมมั่วไปหมด มาม่า ปลากระป๋อง กะเพรา ผัดฉ่า หลังๆน้องมันเอาข้าวโพดกันโอวันตินใส่ให้ผมกินด้วยอะ ด้วยความหิวผมก็ซัดจนหมดเลย นี่มันมาม่าภูเขาไฟชัดๆ 

     

    และแล้วเราก็ออกเดินทางลงดอย ขาลงก็เหนื่อยใช่ย่อยนะครับ ฝนตกทางมันลื่น

     

    ระหว่างทางที่ลงครับ ยังมีทะเลหมอกให้เห็นนิดๆ

     

    เมื่อวานฝนตก ซวยเลยคราวนี้ ทางลื่นซะไม่มี ลงทางปางวัวด้วย ลื่นปั้ดเลยครับ ผมเห็นลูกหาบเค้าวิ่งลง เมพขิงๆ ผมนี่สไลด์ไปหนึ่งดอก มอมเลย

     

    และแล้วก็มาถึงจนได้ เลอะเทะเลยครับ ลงมาได้ก็ใจหายเหมือนกันนะ คิดถึงข้างบน  แหมมมมมมมม่ 

     

    ลงมาได้นึกว่าจะปลอดภัยหายห่วง ที่ไหนได้ รถคันเดิมที่มาส่งที่เด่นหญ้าขัดครับ นึกว่าโดมินิค โทเร็ตโตมาขับ โค้งลงเขาอยู่ข้างหน้าแท้ๆยังไม่เบรกเลย กว่าจะเบรกใกล้ๆเลยอะ รอดจากการลงดอยมาได้จะมาตกม้าตายตอนท้ายเนี่ยแหละ

     

    พอมาถึงที่ทำการก็ไปเช็คขยะครับ นับจำนวนขวด ส่วนขยะอื่นๆเราก็ต้องเอาลงมาด้วยครับ และแล้วคณะเดินทางของเราก็ต้องแยกย้ายกันครับ ผมจองห้องไว้ที่เชียงใหม่ครับ เป็นห้องนอนรวม 2 คืน คืนละ 150 บาท ห้องแอร์ด้วย แถวๆท่าแพ กะนอนพักคืนหนึ่ง ไปเที่ยวอีกวันหนึ่ง ที่ห้องมีแต่ฝรั่ง ผมคนไทยคนเดียวเลย นอนกัน 6 คน ฝรั่งนี่เค้าไม่ค่อยถือเรื่องแก้ผ้ากันเนาะครับ ผมนี่ตกใจเลย ทั้งชายทั้งหญิง เกิดมาไม่เคยเจอคนแปลกหน้าแก้ผ้าต่อหน้าต่อตาระยะเมตรสองเมตร ตะเตือนไตสุดๆ 

     

    เย็นนั้นผมไปกินหมูกระทะกันครับ พี่ที่ไปขึ้นดอยหลวงเชียงดาวด้วยกันเค้ามานอนในเมืองสองคน มื้อนี้บำรุงครับ (อ้างไปเรื่อย แค่อยากกินเฉยๆแหละครับ^^) ตอนแรกผมกะไปเดินถนนวัวลายต่อ แต่ดันกินเกินลิมิต จุกครับ ต้องกลับที่พักแล้วนอนเลยยยย แทบอ้วกกกกกก

     

    ค่าใช้จ่ายวันที่เก้า

         ค่าที่พัก 2 คืน              300      บาท

         หมูกระทะ                  220      บาท

         รวม                         520      บาท

         รวมเก้าวัน                4,455  บาท

    • โพสต์-10
    Paipasu •  ธันวาคม 10 , 2558

    วันที่สิบ (6/12/58) ตื่นเช้ามาผมก็ไปขับรถเล่นรอบคูเมืองเพื่อดูเส้นทาง เพราะผมมาทีไรก็หลง คราวนี้ต้องเอาให้จำให้ได้ แต่ก็หลงเหมือนเดิม ไปไหนต่อไหนก็ไม่รู้หิวก็หิว ไปเจอร้านข้าวเจ เลยแวะกินซะหน่อย

     

    ทั้งหมดนี่ 40 บาทนะครับ กับข้าว 2 อย่าง แคบหมูเจอีก 1 ถุง ถูกมากๆ เจ๊เจ้าของร้านก็คุยอย่างมัน คุยไปเรื่อยเปื่อย เจ๊แนะนำที่เที่ยวให้ผมบอกขับไปอีกนิดนึงแถวสี่แยกจะมีตลาดของเก่า ลองไปดูซิ ไปส่องพระก็ได้ จัดไปซิครับ!!!

     

    เด็ดเลยครับ ชอบๆตลาดแบบนี้ ผมไม่รู้นะว่าชื่อตลาดอะไร อยู่ตรงส่วนไหนยังไม่รู้เลย รู้แต่ว่าร้านเจ๊เมื่อกี๊อยู่แถวซายูริคอมเพล็ค (เห็นแว้บๆ) แต่ผมไม่ได้ไปนะ!!! ซายูริอะ ขับตรงจากร้านเจ๊เมื่อกี๊อีกนิดเดียวก็ถึงตลาดนี้แล้วครับ      

     

    เดินดูของไปเรื่อยๆ หิวอีกละ อย่างหอมเลยครับไก่ทอดเจ้านี้ ซัดไป 1 ชิ้น อร่อยเหาะ

     

    ผมได้เทปมาสองตลับครับ ของศุ บุญเลี้ยงกับเฉลียง อยากได้มานาน รถยนต์ที่บ้านผมยังใช้เทปอยู่เลยครับ 

     

    เสร็จแล้วผมก็กะไปกินไอติมร้านคุณโน้ต อุดม ไปไม่ถูกหรอกครับ เปิดกูเกิลแม็พเอา ปรากฏว่าคนโคตรเยอะเลย ช่วงหยุดยาววันพ่อพอดี ผมเลยเลี้ยวกลับ ขากลับไปเห็นร้านไก่ทอดหมูทอดเลยแวะซะหน่อย ถูกมากกกก อร่อยด้วย น้ำพริกก็อร่อย ทั้งหมด 40 บาทครับ

     

    เสร็จแล้วผมก็ไปแถวห้วยแก้วกะไปเที่ยวสวนสัตว์ เดี๋ยวต้องไปส่งเพื่อนที่สนามบินพอดีมันให้ไปรับแถว มช. ผมขับไปเรื่อยๆเห็นร้านไอติมของ อ.ส.ค. เลยเข้าไปซะหน่อย พลาดเมื่อกี๊ไปมาลองอันนี้ละกัน ปรากฏว่าอร่อยแฮะ กลิ่นนมหอมมาก ไอติม+คุกกี้ 45 บาท สบายใจเลย กินเสร็จก็ไปส่งเพื่อนที่สนามบินแล้วกลับไปนอนที่ที่พัก เริ่มง่วงครับ หนังท้องตึงหนังตามันหย่อน

     

    เย็นๆก็ไปเดินถนนคนเดิน ท่าแพ คราวแล้วผมมาถนนวัวลาย นึกว่าที่เดียวกัน วันที่ผมไปมีจัดงานวันพ่อพอดี มีการแสดงต่างๆเยอะแยะเลยครับ

     

    และแล้วก็ได้เวลาไปพิชิตถนนคนเดินประตูท่าแพ

     

    อย่างไกลอะ คนก็โคตรแออัด บางช่วงแทบไม่ขยับ เค้าน่าจะมีป้าย “ครั้งหนึ่งในชีวิต พิชิตถนนคนเดินเชียงใหม่” ผมเดินมาถึงจุดท้ายนี่ก็เหนื่อยละ ต้องเดินกลับไปอีก รถจอดไว้อย่างไกล ตอนแรกกะเดินมา ที่พักผมอยู่ใกล้ๆ แต่ดันไปขี่รถเล่นซะก่อน

     

    ขากลับเจอนักร้องวงไม้เมืองด้วย สุดยอดเลยครับ ชอบมากวงนี้ ยืนฟังเพลงเค้าอยู่พักหนึ่ง เสียงเพราะจริงๆ

     

    แล้วผมก็พิชิตถนนคนเดินเชียงใหม่ได้ซะที คนเยอะมากกกกกก

     

    ระหว่างทางที่เดินกลับในถนนคนเดิน ผมไปเจอเพื่อนพอดี มันชวนผมไปเที่ยวต่อ เอาก็เอา กลัวไรละวัยรุ่น!!! ไปเดินแถวนิมมานต์ซอย 1 ก่อนเลย มีงานอาร์ตไรไม่รู้ แล้วก็ไปนั่งจิบเบียร์กันเบาๆต่อครับ  

     

    ค่าใช้จ่ายวันที่สิบ

         ข้าวเช้า                          40        บาท

         ไก่ทอด                           20        บาท

         เทป                               40        บาท

         ข้าวเหนียว+ไก่ทอด          40        บาท

         ไอติม+คุกกี้                     45        บาท

         น้ำมัน                             100      บาท

         เบียร์                              100      บาท

         รวม                               385      บาท

         รวมสิบวัน                      4,840  บาท

  1. โหลดเพิ่ม