ค้นหาและแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวในไทย ลงทะเบียน เข้าสู่ระบบ
 
ภูเข้ | ทริปพิชิตหลักเขตไทย-ลาว (2 วัน 1 คืน) ภูเข้ จังหวัดน่าน
    • โพสต์-1
    Namee •  ตุลาคม 08 , 2563

    ภูเข้ | ทริปพิชิตหลักเขตไทย-ลาว

    ทริปโดนเทของคนที่ถูกเขาเท
    [18-20 กันยายน 2563]

    ทริปแบ็คแพ็คแบกเป้เที่ยว เราเที่ยวแบบแจมทริปโดยไปขอจอยทริปกับกลุ่มที่จะไปเดินป่าที่ จ.น่าน
    โดยนัดเจอกันที่ปลายทาง บขส อ.ปัว ทริปนี้เราต้องเดินทางไปคนเดียวโดยมีเพื่อนรออยู่ที่น่านอีกหนึ่งคน
    ซึ่งจะมีเพื่อนรวมทริปทั้งหมด 15 คน และมีแค่เพียงกลุ่มเดียวเท่านั้นที่ขึ้นไปพิชิต "ภูเข้"
    จากทริป 3 วัน 2 คืน กายเป็นทริป 2 วัน 1 คืน

     

    ขอเกริ่นความรู้สึกหน่อยนะ... จากการวางแผนออกทริปไป "เด่นช้างนอน" ทริปที่ถูกเทแบบกระทันหัน แบบไม่ทันได้ตั้งตัวเตรียมใจใดๆ เหมือนกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาที่ไม่สามารถคาดเดาได้ล่วงหน้า เมื่อทราบข่าวก่อนวันเดินทางหนึ่งวันว่าทางอุทยาน​เรียกประชุมทีมผู้ดูแลในเขตพื้นที่เพื่อรับแจ้งข่าวให้ทราบว่าไม่อนุญาตให้ขึ้นภู เพราะทางอุทยา​นจะประกาศ​เปิดให้ขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่​ 1​ ต.ค. 2563 และควบคุม​โดยอุทยานเองนั้น ไม่ว่าจะด้วยเรื่องพายุที่ดันเข้าไทยพอดี หรือจะเพราะสาเหตุใดก็ตาม แต่ข่าวที่ได้รับทราบมามันทำให้หัวใจของคนในกลุ่มแตกสลาย ทุกอย่างที่วางแผนและเตรียมไว้พร้อมหมดแล้วมันจะต้องจบลงแบบนี้ไม่ได้ จากทริป "เด่นช้างนอน" จึงกายมาเป็น "ภูเข้" ทริป "หนีช้างมาปะเข้" #ภูเข้มีอะไรมีหลักเขตไงแก 

     

    ทริปที่เรียกว่าดันทุรัง  ดันเพราะ...
    - ดันถูกเขาเทก่อนเดินทางหนึ่งวัน 
    - ดันรถเสียระหว่างการเดินทาง ต้องช่วยกันหารถลาก และรถสองแถวเพื่อไปบ้านสะไล
    - ดันไปช้ากว่าเวลาที่ต้องเตรียมตัวเดินเท้า เพราะรถสองแถวต้องเข้าไปส่งนักเที่ยวที่ขึ้นรถมาคันเดียวกันเข้าไปส่งในสะปัน
    - ดันมีลูกหาบไม่พอแบกของ ต้องหาและรอลูกหาบมาเพิ่ม
    - ดันรอลูกหาบต่อไม่ไหว (รอให้ครบคนไม่ไหวบ่ายกว่าแล้ว) เพราะพวกเราอยากจะออกเดินแล้วกลัวถึงที่ตั้งแค้มป์มืด
    - ดันทุรังกันจนถึงที่สุดกว่าจะมาถึงที่ตั้งแค้มป์ ไม่มีคนนำทางก็ไม่ได้ที่นี่เส้นทางพาชวนหลงป่าเป็นอย่างมาก
    - ดันฝนตก ลมแรงตลอดทั้งวัน ก็ยังดันจะขึ้นกันไปพิชิตหลักเขต
    - ดันโดนทากกัดไปอีก 6 7 ตัว (ทากดุมาก)
    - ดันทุรังจะนอนต่อในป่าคืนที่สองโซนน้ำตกต่อไปอีกก็ไม่ไหวแล้ว เจอไม้ล้มปิดเส้นทางเดิน ทางเละ ลื่น สไลด์ ล้ม ตะลุยดงทาก เจอมาหมด 
    - ดันออกจากป่ามาถึงหมู่บ้านเกือบมืด (เดินกัน 10 กว่าโล ตั้งแต่เช้ายันเย็น) ต้องช่วยกันหาที่พักใหม่และเหมารถลุงให้ไปส่งที่บ่อเกลือ
    - ดันทำให้รู้ละว่านี้คือประสบการณ์ที่ได้เพิ่มเข้ามาในชีวิตอีกหนึ่งบทเรียน

    ปล. โปรดศึกษาข้อมูลก่อนเดินทาง แล้วฉันเลือกอะไรได้ไหมเลือกไม่ไปได้หรือเปล่า
    #ความดันทุรังทำให้รู้ว่าคนในกลุ่มสมัคคี 

     

    ไฮไลท์ของ "ภูเข้" คือ หลังเขตไทย-ลาว 

     

    17-18 กันยายน 2563 | ทริป "หนีช้างมาปะเข้"  

    :::การเดินทางแบบดันทุรัง:::

    วันที่ 17 กันยายน 2563 | ขึ้นรถทัวร์เที่ยว 20.35 น. ถึง อ.ปัว จ.น่าน 7.30 น. นัดรวมตัวที่ บขส อ.ปัว
     

    กลุ่มเพื่อนที่ขอร่วมแจมทริป บังเอิญจองรถและขึ้นรถรอบเดียวกัน 

     

    วันที่ 18 กันยายน 2563 | เตรียมเสบียงที่ตลาดปัว

    >> หลังจากที่หาข้าวมื้อเช้ากินกันและเตรียมมื้อกลางวันกันที่ตลาดปัวเสร็จ เวลา 8.30 น. ออกเดินทางต่อไปรวมตัวที่จุดนัดหมาย ณ บ้านสะไล โดยต้องไปให้ถึงก่อน 12.00 น. เพราะมีกลุ่มเพื่อนอีกส่วนรออยู่ที่นั้นแล้ว (เวลาออกเดินเท้า 13.00 น.)


    แต่แล้วเหุตการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น....

    >> รถเสียระหว่างทางขึ้นเขาไปบ่อเกลือ ต้องเสียเวลาหารถสองแถว รถลาก และรอรถมารับ ได้ขึ้นรถตอน 10.40 น. (ชีวิตที่น่าสงสารของพวกเรา) มีอุปสรรตลอดทริปจริงๆ

     

    >> มาถึงจุดนัดตอน 12.55 น. ต่อรถโฟวิลขึ้นไปจุดรวมตัวประมาณ 20 นาทีได้ ก็มีรถคันเดียวรับส่ง 2 รอบจร้า


    >> ถึงจุดรวมตัวประมาณ 13.15 น. แต่ก็ยังไม่สามารถขึ้นได้ เพราะลูกหาบไม่พอจ๊ะ เตรียมไว้ 3 คน ได้เพิ่มมาอีก 2 คน ต้องเสียเวลารอลูกหาบอยู่นานก็ยังไม่มา ก็ปูเสื่อรอกันไป รอแล้ว รอเล่า นอนรอ นั่งรอ รอไปดิ ทำไมถึงยังไม่มา


    >> เริ่มออกเดินเท้าประมาณ 13.40 น. เพราะรอไม่ไหว ใจมันไม่อยากรอแล้ว อยากออกเดิน ไม่อยากถึงมืด ต้องไปบิ้วลูกหาบให้ช่วยออกนำทางไปก่อนหนึ่งคน ชีวิต! ที่มีอุปสรรค

    ขอเดี่ยวไม่เอี่ยวใคร นี่เส้นทางของจุดออกเดินเท้า

     

    >> บรรยากาศระหว่างทางช่วงแรกๆ เป็นทิวเขาทุ่งนา ทุ่งข้าวที่ชาวขึ้นมาปลูกกัน ช่วงแรกของการเดินยังไม่โหดมาก แต่ก็เหนื่อยใช้ได้เลยนะ จำไม่ได้ว่ากี่กิโลแต่รู้ว่าไกล

    นี่แค่เริ่มต้นนะจ๊ะ

     

    >> จุดพักระหว่างทาง บรรยากาศยังคงดีอยู่ ถือว่ากลุ่มเรายังโชคดีหน่อยที่การเดินเท้าวันแรกฝนยังไม่ตก


    >> การเดินเท้าก็ยังคงเดินขึ้นเดินลงเขา เดินชมทุ่งข้าวอยู่ประมาณ 2-3 ลูกได้ ก่อนเดินเข้าป่าแบบ 100 เปอร์เซ็นต์


    >> หลังจากหลุดโซนนี้ไปแล้ว ก็จะพบกับป่า และก็ป่า ป่า ป่า ซึ่งเส้นทางค่อนข้างชวนหลงมาก ต้องมีคนนำทางนะถ้าไม่มีนี่คือไปต่อไม่ถูกเส้นทางแยกเยอะมากหลายจุดเลย และด้วยที่น่าจะยังไม่บูมมากคนไม่ค่อยมากันเพราะมันไม่มีอะไรนอกจากหลักเขต แต่ความสมบูรณ์ของป่ามาเต็ม 100 %

    >> แบกกล้องมาถ่ายได้ไม่ถึง 50 ภาพ นอกนั้นต้องพึ่งมือถืออย่างเดียวเลย ฝนตกหนักตลอดเวย์


    >> ณ จุดนี้คือใกล้จะถึงแคมป์ละ แต่เราไปกันต่อไม่ถูกเพราะเจอทางแยก หัวขบวนกับท้ายขบวนหาย ยืนรออยู่นานเลยถ่ายรูปเล่น และก็ทำให้ได้เห็นว่าอ้าวมีลูกศรบอกทางอยู่ด้านหลัง โธ่! ชีวิตตตต


    >> ถึงจุดตั้งแค้มป์ประมาณ 16.35 น. (เวลาในการเดินของแต่ละคนไม่เท่ากันแต่ก็ทิ้งห่างกันไม่มากจะมีลูกหาบค่อยประกบอยู่) จุดที่เราตั้งแคมป์ ความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,350 เมตรได้ จากนั้นก็ชิลๆ ตามอัธยาศัย พักขาเพื่อเตรียมขึ้นยอดพรุ่งนี้

    >> ที่นี่ระเบิดเยอะมาก เดินเท้าขึ้นมาสูงขนาดนี้ยังเจอวัวชาวบ้านนะ นิสัยไม่ดีขี้ไม่เป็นที่เป็นทางเลย

    แคมป์กลางของน้องๆ ร่วมแก๊งกับสภาพที่อยู่กับสายฝนทั้งวันทั้งคืน

     

    >> ส่วนเรา 2 คน มาขอร่วมแจมค่ารถและค่าลูกหาบอย่างเดียว เรื่องอาหารพวกเราเตรียมมากันเอง ก็กินกันแบบง่ายๆ อยู่กันอย่างง่ายๆ ชอบที่นี่ตรงที่มีต้นกล้วยเยอะ ลูกหาบไปตัดใบตองมาให้เพียบเลย 

    เจอกันต่อพรุ่งนี้นะ

    • โพสต์-2
    Namee •  ตุลาคม 08 , 2563

    ภูเข้ | ทริปพิชิตหลักเขตไทย-ลาว

    19 กันยายน 2563 | พิชิตพายุฝนพิชิตหลักเขต
    "เส้นทางความสวยมันแค่น้อยนิด แต่เส้นที่ต้องพิชิตมันโคตรลื่นเลยแก"


    >> สวัสดีเช้าวันฝนตกหนัก จริงๆ มันก็ตกทั้งวันทั้งคืนละ แผนการเดินเท้าจึงถูกเลื่อนออกไปแบบยังไม่มีกำหนดเวลา ได้แต่นอนฟังเสียงฝนตก ลมพันแรงๆ ทั้งคืนถึงเช้า แต่ก็ไม่สามารถนอนต่อได้นะเลยลุกมาดริปกาแฟกิน


    >> ทริปทุรักทุเร เริ่มออกเดินเท้าขึ้นยอดตอน 9.00 น. (ฝนตกหนักถึงหนักมากรอต่อไม่ไหว) ลำบากลำบนก็ไม่สนใจต่อสภาพแวดล้อมใดๆ ที่อยู่รอบตัว แค่เดินขึ้นเขาในวันแบบธรรมดาก็ว่าโหดอยู่นะ แต่นี้มาทั้งฝน ลมที่พัดโคตรจะแรง แถมระหว่างเดินต้องคอยระวังกิ่งไม้ที่จะหล่นมาใส่หัวเมื่อไรก็ไม่รู้ ยืนพักเหนื่อยเดี๋ยวกิ่งไม้หัก กิ่งไม้ล่วง (ดีที่พกดวงไปด้วยไม่งั้นคงไม่รอดแน่ๆ) ด้วยความชันที่เราต้องไต่ระดับขึ้นยอดนั้น เส้นทางเดินเท้าก็มาพร้อมกับฟังก์เสริม เพิ่มความเละ ความลื่น ความสไลด์ ความเหนื่อยเข้ามาแบบจัดเต็มกระหน่ำซัมเมอร์เซลให้กับทุกคนได้เดินกันอย่างสนุกสนานแบบเมามึนกันเลยจร้าาา ถึงยอด 11.10 น. 

    เปรี้ยวดีแต่จำชื่อไม่ว่าว่ามันคือลูกอะไร

     

    ระหว่างพักเช็คดูความสูง 1,909 เมตร ใกล้แล้วใกล้จะร้องไห้ 555++ ดีใจที่ใกล้จะถึงยอด

     

    แก๊งขึ้นมาไม่ครบ บ้างคนก็ถอดใจ
     

    เย้ถึงแล้วววววววว ถ้าไม่ขึ้นก็เหมือนมาถึงเลยต้องขึ้น


    "ภูเข้" ตั้งอยู่ในเขต อ.บ่อเกลือ จ.น่าน เป็นภูเขาในทิวเขาหลวงพระบางซึ่งแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศลาว มีสภาพภูมิอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวจะมีสภาพอากาศที่หนาวจัดมากมาย ภูเข้เป็นป่าที่ยังมีสภาพธรรมชาติที่ค่อนข้างสมบูรณ์ มีผสมผสานกับความงดงามของทิวเขาที่เต็มไปด้วยทุ่งข้าวสลับซับซ้อนกันก่อนเข้าสู่ผืนป่าดิบ ที่เต็มไปชนิดพันธุ์ไม้ที่อาจสามารถพบเห็นได้ในป่าบริเวณนี้ เช่น ก่วมแดง เฟิร์นมหาสดำ ขนุนดิน กล้วยป่า เจ้าแตรวง เป็นต้น (เขากล่าวไว้แต่เราไม่เจอ เจอแต่พายุโนอึล)


    :::จุดไฮไลท์ของภูเข้:::
    1. เป็นยอดเขาที่สูงอันดับ 6 ของประเทศไทย และสูงที่สุดใน จ.น่าน
    2. มีความสูงจากระดับน้ำทะเลอยู่ที่ 2,079 เมตร 
    3. มีหลักเขตแดนหลักที่ 3-37 แบ่งแยกเขตประเทศไทยและลาว มันคือไฮไลท์ที่ตั้งเด่นสง่าอยู่บนยอดเขา

     

    >> พวกเราออกเดินเท้าลงจากยอด 11.50 น. (ฝนก็ยังคงตกหนัก) ขาขึ้นว่าสนุกแล้ว ขาลงสนุกยิ่งกว่า แข่งกันเล่นสไลด์เดอร์กันอย่างสนุกสนาน อารมณ์เหมือนสนุกจังเลยขอสไลด์ลงเขาต่อแบบยาวๆ ได้เปล่าจ๊ะ อุ้ย! อยากเล้นอยากเล่น ไม่ได้ขี้เกียจจะเดินนะแต่มันเดินไม่ได้จริงๆ เพราะสันเขาและภูเขามันเป็นดินล้วนๆ เลย พอฝนตกหนักดินมันลื่นและเละมาก เดินเป็นลื่น เดินเป็นล้ม อยากจะเป็นลมก็ไม่มีคนช่วยแบก โธ่! ชีวิต

    จำชื่อไม่ได้อีกเช่นกัน แต่รสชาติมันเปรี้ยวๆ

     

    ไม่ได้เกิดเหตุอะไรนะ แต่เป็นการบริจาคเลือดให้กับคุงทากเขาละ กัดโหดสุดก็ที่ต้นคอตูเลยนะเมิง

     

    >> ถึงแคมป์ 13.45 น. ฝนยังคงตกหนักหลังจากที่ได้พิชิตเป้าหมายเรียบร้อย พวกเราจึงตัดสินใจเปลี่ยนแผนจากที่วางแผนว่าจะไปพักแคมป์ 2 ที่น้ำตกรางจาล แต่ด้วยสภาพอากาศที่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ต่างๆ ได้ และทุกอย่างเปียกหมด พวกเราจึงตกลงออกเดินเท้ากลับเข้าหมู่บ้านกันต่อตอน 14.30 น. ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องละ เพราะขนาดแค่พักคืนเดียวฝนตกหนักเส้นทางเดินกลับถูกต้นไม้ปิดทับเส้นทางหลายจุดเลย ถ้ายังฝืนค้างคืนกันต่อคงจะออกจากป่ายากกว่าเดิมแน่ๆ แต่ก็ถือว่าโหดสำหรับการเดินมากเพราะไม่ได้พักขาเลย


    >> แต่ระหว่างเดินเท้ากลับก็ยังได้สัมผัสกับบรรยากาศ และวิวธรรมชาติที่สวยมากๆ ถึงฝนจะยังคงตกอยู่ตลอดเส้นทางก็ตาม


    >> ถึงหมู่บ้านตอน 16.45 น. (ฝนยังคงตก) ก็รอเพื่อนๆ และรถโฟวิลกันที่หมู่บ้านกันไปยาวๆ เพราะด้วยที่ว่าตัดสินใจออกจากป่าแบบกระทันหันและไม่สามารถติดต่อแจ้งข่าวคนในหมู่บ้านได้ รถรับส่งจึงไม่อยู่จร้าาา ระหว่างรอก็ช่วยกันหาที่พักแบบเร่งด่วน

    >> ได้กฤษ์ออกจากหมู่บ้านตอน 19.50 น. ได้เข้าพักรีสอร์ตแถวบ่อเกลือกว่าจะถึงก็ดึกดื่นคืนนี้ (ฝนตกๆ หยุดๆ แต่ไม่หนักเท่าอยู่ในป่า)

     
    • โพสต์-3
    Namee •  ตุลาคม 08 , 2563

    ภูเข้ | ทริปพิชิตหลักเขตไทย-ลาว

    วันที่ 20 กันยายน 2563 | วันชิลๆ ท่ามกลางสายฝน  

     

    >> ก่อนออกจากบ่อเกลือ 11.30 น. ซึ่งได้เดินทางไปถึงปัวประมาณ 13.50 น. (ฝนตกๆ หยุดๆ)

    สุดท้าย... ต้องขอบคุณหัวแรงของแก๊งเป็นอย่างมาก เมื่อทราบข่าวรีบแจ้งเพื่อนร่วมแก๊ง และหาแผนสำรองแบบเร่งด่วนก่อนที่เพื่อนๆ ทุกคนจะออกเดินทาง พวกเรามีเวลาแค่หนึ่งวันในการตัดสินใจเปลี่ยนแผนว่าจะไปที่ไหนแทนเพราะไม่สามารถเปลี่ยนเที่ยวรถได้แล้ว ซึ่งหนึ่งในสถานที่ที่เลือกกันเป็นหนึ่งในแผนของอีกทริปวที่คิดว่าจะไปพิชิตอยู่ ทุกคนลงความเห็นว่าที่นี่ละนั้นก็คือ "ภูเข้" พิชิตเสาหลักเขต ยอด 2,079 เมตร  ขอบคุณที่ดูแลซึ่งกันและกัน ขอบคุณทุกคนที่ปลอดภัย ขอบคุณธรรมชาติที่ไม่ลงโทษพวกเรา ขอบคุณแก๊งน้องปาล์มมี่ที่ให้พี่รวมแจมทริป

    มุมโค้งนี้คนที่เคยเที่ยวน่านน่าจะรู้ว่ามันคือที่ใด
     

    >> ชิลกันต่อใน อ.ปัว ก่อนขึ้นรถทัวร์กลับเที่ยว 18.00 น. (ฝนตกๆ หยุดๆ)

    แวะชิลร้าน “ผามกาแฟ by นาเขาเราน่าน”  เที่ยวปัวทั้งทีก็ต้องแวะชิมกาแฟ แวะชมบรรยากาศวิวทุ่งนาและภูเขาอีกซะหน่อย 

    เปิดบริการ : 10.00-17.00 น.
    ปิดบริการ : ทุกวันพุธ
    โลเคชั่น : สุดซอยตัน
    โทร. 061-542-2919

    ขอปิดทริปด้วยเมนูน้ำเงี้ยวตรงข้ามหน้าโรงพยาบาล

     

    :::สิ่งที่ต้องเตรียม:::
    - เต็นท์นอน, แผนรองนอน, ถุงนอน เตรียมกันมาเองแล้วแต่ว่าใครจะพกอะไรกันมา
    - อุปกรณ์ตั้งแคมป์, ฟลายชีท, กราว์ดชีท, อุปกรณ์ทำอาหาร, เสบียงอาหาร
    - เสื้อเดินป่า, เสื้อกีฬา, กางเกงเดินป่า เน้นเบาๆ ใส่ซ้ำๆ ไม่ต้องเอามาเยอะหนัก (ไม่แนะนำกางเกงยีนส์แต่ถ้าใครอยากเทห์ก็ตามสบายนะ)
    - รองเท้าเดินป่า, รองเท้าสตั๊ดดอย (พกรองเท้าแตะไว้ใส่เวลาอยู่แคมป์)
    - ยาประจำตัว, ยากันแมลง, เกลือแร่
    -ไฟฉาย
    - อุปกรณ์กันหนาว (ช่วงหน้าฝนอากาศแค่เย็นๆ ไม่หนาวมาก)
    - เสื้อกันฝน (ถ้ามาเที่ยวช่วงหน้าฝน)
    - ของใช้ส่วนตัวที่จำเป็น (เน้นแค่จำเป็น)
    - ขนม, เครื่องดื่ม (อยากกินอะไรก็พกมาถ้าแบกเองไหว)
    **หมายเหตุ** แบกสัมภาระกันเอง ยกเว้นของส่วนกลางจ้างแบก

    :::สิ่งที่สมาชิกควรรู้::: 
    1. ภูเข้ทากดุ ใครกลัวเตรียมอุปกรณ์กันทากติดตัวไปด้วย
    2. ระยะทางการเดินเท้าค่อนข้างไกลมีทั้งเดินโหดและสบายสลับกันไปมา ลืมถามระยะทางวัดมาแต่ความสูงของจุดพักแคมป์ ความสูงอยู่ 1,350 เมตร ส่วนยอดนั้น 2,079 เมตร
    3. ไม่ต้องเตรียมน้ำทำอาหารไปเพราะแถวแคมป์มีลำธารอยู่ไม่ไกล พี่ๆ ลูกหาบเขาจะไปตักน้ำมาให้เรา (ส่วนของต้องทำเผื่อพี่ๆ ลูกหาบด้วย)
    4. ลำธารแต่ไม่มีน้ำให้อาบและไม่มีห้องน้ำให้ใช้นะจ๊ะ 
    5. มีจุดพักแคมป์ 3 ที่ สามารถเลือกสรรได้ว่าอยากจะไปพักตรงไหน

    :::รายละเอียดค่าใช้จ่าย (แบบแจมทริป 2 คน):::
    **ค่ารถทัวร์ไปกลับ/ 1 คน 1,780 บาท (สมบัติทัวร์ กรุงเทพ - ปัว จ.น่าน)
    **ค่าอาหาร 1,000 บาท (ตลอดทริป 2 คน)
    **ค่าห้องพัก (ฉุกเฉิน) / 2 คน 800 บาท 
    **ค่าแจมทริปไม่รวมค่าอาหาร / 2 คน 1,688 บาท (หารรวมมาแล้ว)
        - ค่าลูกหาบ (400/คน/วัน/) ทั้งหมด 5 คน  
        - ค่ารถโฟวิลรับส่งไปกลับอย่างละ 2 รอบ (ทั้งหมด 15 คน)

     

    By : Namee Be Bear

    #เที่ยวให้มีความสุขและสนุกกับสิ่งที่ทำ #เมื่อไรที่เริ่มออกเดินเมื่อนั้นเราก็จะเริ่มเหนื่อย!

    ขออภัยหากมีข้อมูลส่วนใดผิดพลาดไป
    Fanpage : www.facebook.com/KanXengStudio

    Cr. ภาพถ่ายมือถือจากเพื่อนๆ ร่วมทริป "หนีช้างมาปะเข้"

    • โพสต์-4
    Namee •  ตุลาคม 08, 2563