11th Oct 2018  

 

 


  เข้าเรื่องทริปลาวเมื่อเดือนตุลา "ปลายฝน" แต่ไม่ยังไม่ใช่ต้นหนาว เราค้างบล๊อกเก่าไว้ที่ บลูลากูน 1 อันเลื่องชื่อและเป็นที่รู้จักของนักเดินทางที่ปลายทางอยู่ที่ลาวกันแล้ว มื้อเที่ยงเราก็เสร็จที่บลูนั่นแหล่ะ และก็ที่เดียวกันนั้นเราตั้งใจจะไปผาเงิน แต่ด้วยสังขารของเพื่อนร่วมทริปและห่วงเรื่องความปลอดภัยอะไรหลายอย่างด้วย.. เราก็สองจิตสองใจว่าจะเอาไงดี ไปต่อหรือไปทำกิจกรรมอย่างอื่นแทน แต่ในใจก็อยากปีนผาเดินเขาอยู่นะเออ.. ก่อนออกจากบลูฯ ตาเหลือบไม่เห็นป้าย "ผาหนามไซ" สวยมากอ่ะ สวยจนต้องตาม.. ตามอย่างไม่คิดอะไร !!  

 

พิกัด : ผาหนามไซ บ้านผาทอง เมืองวังเวียง แขวงเวียงจันทน์ ระยะทาง 250 เมตร (ชัน)  30 เมตรสุดท้าย (ตั้งฉากกับพื้น) เวลาเปิดบริการ 6 : 00 - 18 : 00 น. ทางหาไม่ยากใช้เส้นทางเดียวกับบลู 1 (หากบลู 1 อยู่ตรงหน้า) เลี้ยวซ้ายตามถนนราดยางไปจนสุดสาย ไม่ต้องตกใจหากเจอทางฝุ่น ลูกรัง ตามไปจนสุดไม่เจอหมู่บ้านคนอีกต่อไป ก็ให้ตามไปอย่างนั้นจะเจอเขาลูกเตี้ย ๆ อยู่ซ้ายมือ เลยไปอีกนิดกระต๊อบขายตั๋วผาหนามไซอยู่ด้านขวามือ สังเกตป้าย "ห้องน้ำ" แปลว่าเจอละ    

Nam Xai Top View

เป็นวิวพอยท์แห่งใหม่ของวังเวียง ณ เวลานั้นที่จขบ.เยือน ยอมรับว่าก่อนไปทำการบ้านที่ผาเงิน แต่ดันเลือกที่จะไปผาหนามไซแทนด้วยระยะทางที่สั้นกว่า เหมือนคนปิดหูปิดตาตัวเอง เดินเข้าหาสิ่งที่ไม่รู้จักมาก่อน คืออารมณ์นั้นนั่นแหล่ะ..

"ไปรู้เอาข้างหน้า ทิ้งรีวิวให้หมด"

 

      . . .    

 

 

 

 

                    ວັງວຽງ      

    ถึงแล้วส่งเหฯไปเคลียร์เรื่องตั๋ว ราคาต่อหัว ณ เวลานั้น 10,000 กีบ 50 บาทไทย คนขายตั๋วกับคนทำทางขึ้นเขาก็คนเดียวกัน "นับถือ" นี่แค่เดินแบกก้นตัวเองขึ้นไปยังเหนื่อยโฮกขนาดนี้  

          เป็นอารมณ์แบบไม่อยากล้วงกล้องใหญ่ เลยได้แต่ภาพกระด้าง ๆ อย่างนี้มาค่ะ  

 

    ว่าละก็เริ่มเติน เดินใน จุดที่ยังหัวร่อได้    

 

           

ยังจำจุดนี้ได้ จุดที่เพื่อนสาวบอกว่า อุ๊ยตรงนี้พีคสุด ก่อนจะพยายามกระโดดข้ามหิน เอากะมันสิ  

                 

  ตามทางจะมีระยะบอกค่ะ ระยะที่ 100 เมตรแรกเรียกว่าชัน แต่ทางดี และมีราวจับที่ดีให้ตลอดน่ะ แต่ 100 เมตรหลังเรียกอีกอย่างชันโคตร ทางให้เดินเริ่มหาย พ่วงกับไม่มีอะไรให้จับมากนักนอกจากเถาวัลย์ และอารมณ์แบบเหนื่อยแล้วจับเถาอันไหนก็นึกว่างูนี่สิ พีคสุด !!! เหมือนทั้งเขานั้นจะมีเราแค่สามคน นี่วังเวงดีเนาะ เวลาสี่โมงพ่วงความวังเวงนี่มันคลาสสิคสุดอ่ะ และขออภัย 100 เมตรหลังไม่สนใจจะเก็บรูปล่ะค่ะ คือมือไม่ว่าง 555  

   

เราเจอฝรั่งคนนึงเดินสวนลงมา นี่จอห์นลุยเองเลยเหรอ ? ถามว่าอีกไกลไหม เขาบอกอีกสัก 10 นาที แต่สิ่งที่น่ากลัวน่าจะเป็นงูอนาคอนด้านะ แหม่ะ ยิ่งกลัว ๆ อยู่ด้วยโดนด่าไปคำนึง นี่กล้าด่าฝรั่งที่วังเวียง เริ่ด  

   

  พักดื่มน้ำ และรอเพื่อน

ระยะที่ 220 เมตร จะมีจุดให้พัก และกระท่อมหลบฝนค่ะ

แหม.. อยากติดฝนกับใครสักคนในบรรยากาศอย่างนี้ 5555+ ภาพล่าง คิ้วไม่ต้องถามหานะ หายไปกับเหงื่อหมดแล้ว                            

  ระหว่างพักและรอเพื่อนอยู่นั้น เห็นสิ่งนี้พร้อมป้ายอันบักเอ่บบอกว่า   อีก 30 เมตรจะถึงแล้ว สู้ ๆ    

 

และเพื่อนที่รู้ว่า 30 เมตรสุดท้ายที่ 90 องศาอย่างนั้น

อาการของมันก็เปลี่ยนไป  

. . .                  

 

 

 

 

    ວັງວຽງ    

    ว๊าปปป.. มาที่ภาพนี้ คือแขน ขาสั้นผลับ ๆ ๆ แต่เห็นวิวแล้วก็หายเหนื่อยค่ะ "คุ้ม" กับแรงที่ออก กับเหงื่อที่เสียไป จริง ๆ ถึงเวลากล้องใหญ่ทำงาน   (ทิป : เป้ควรกระชับตัว รองเท้าควรเป็นผ้าใบ ผ้าเช็ดหน้าสักผืนคงช่วยไม่ให้เหงื่อเข้าตาได้ดีทีเดียว แต่ ณ เวลานั้น แขนเสื้อค่ะช่วยได้ 555)  

            มาเพื่อสิ่งนี้  

 

                         

  ขอเก็บหลายรูปหน่อยนะ มาทั้งที  

               

จังหวะที่ออสซี่มา

และ..  

                                            .............    

 

 

      ข้างบนวิวพอยท์ จะมีสองฝั่งให้ชมค่ะ ฝั่งที่เพิ่งชมไปเป็นฝั่งตะวันตก เดียวเราไปชมฝั่งตรงกันข้ามเนาะ "ตะวันออก" สองฝั่งนี้ถูกคั่นกลางด้วย กระต๊อบปลายดอยค่ะ  "วิวหลักล้าน" ที่ทำให้กระต๊อบเลอค่าขึ้นมาทันตาเห็น  

 

         

กับวิวฝั่งนี้ "สวย"

หยิกตัวเอง    

                   

  paddy field ที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีทองในเดือนตุลาอย่างนี้ สวย.. และทางข้างล่าง ทำเอาหัวใจ จขบ.เต้นไม่เป็นจังหวะที่ว่า วังเวียงยังมีทางไปทางนั้นอีกเหรอ ตกสำรวจ ต้องจัดทริปหน้า +++  

 

                                   

    รักวังเวียง แล้วจะกลับไปอีก "รอบสาม"  

  รักหนามไซวิวพอยท์ 

แล้วจะกลับไป รอนักเดินทางคนนี้หน่อยนะ

  . . .