ค้นหาและแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวในไทย ลงทะเบียน เข้าสู่ระบบ
    • โพสต์-1
    Coco •  มีนาคม 13 , 2559

    สังขละบุรี:วันฝนพรำ

    ยามเย็นที่สังขละบุรี

    วันที่ 1 มิถุนายน 2557

    เรื่องและภาพ : Cocorattanakorn

    Page : http://www.facebook.com/CocofolioPhotography             

                       " ไม่สิ้นกลิ่นมนต์ขลังที่สังขละ " นับตั้งแต่ได้เคยเดินทางไปเที่ยวครั้งแรกเมื่อสองสามปีที่แล้ว เสน่ห์แห่งดินแดนลุ่มแม่น้ำซองกาเรียนี้ก็ยังอยู่ในความคิดลึกๆว่าต้องมีอีก สักครั้งที่เราจะกลับไปใหม่ กลับไปในบรรยายากาศที่ไม่เหมือนที่ไปคราวแรก กลับไปเห็นสิ่งต่างๆที่อยู่ใต้ผืนน้ำนี้..             

                       การเดินทางไปกับเพื่อนสองคนแบ้คแพ้คนั่งรถทัวร์จากหมอชิตไปแบบชิวๆ ไม่รีบไม่ร้อนไม่มีแผนการว่าเราจะไปทำอะไรบ้างในช่วงเวลาสั้นๆสองวันนี้ อย่างน้อยได้เห็นสะพานที่ไม่สมบูรณ์ไม่เหมือนเมื่อก่อนก็ยังดี พอๆกับสุภาษิตหนุ่มสาวจีบกัน " แค่เห็นหลังคาบ้านเธอก็ยังดี " ฮ้าๆๆ

                     การเดินทางนั่งรถจากหมอชิตใหม่เที่ยวตั๋วเดินทางตอนเก้าโมงครึ่ง แวะทานข้าวเที่ยงที่นครปฐมประมาณครึ่งชั่วโมง ต่อจากนั้นก็เดินทางต่อจนถึงสังขละบุรีตอนห้าโมงเย็น เป็นการเดินทางที่ยาวนานมากๆ ไม่คิดว่าการนั่งรถทัวร์จะใช้เวลามากขนาดนี้ ถ้าเปลี่ยนมานั่งรถตู้ก็จะเร็วขึ้นมาหน่อยแต่แลกกับการนั่งอึดอัดและอาจจะ เวียนหัวได้ เพราะเส้นทางที่ไปสังขละบุรีต้องขึ้นเขาลงเขาคดเคี้ยวพอสมควร ภูมิประเทศที่กว่าจะไปถึงเมื่อเทียบกับการขึ้นไปเชียงใหม่ใช้เวลาพอๆกัน เลย...ซึ่งใจจริงก็คิดว่านี่เรามาเที่ยวถึงเชียงใหม่ใช่มั้ย !!? 

     

    ถ่ายได้ระหว่างนั่งรถ บขส กำลังถึงสังขละบุรี

                        สภาพอากาศตอนนั้นเป็นช่วงคาบเกี่ยวหน้าฝน และน้ำก็ลดลงจนเกือบแห้งเห็นวัดเก่าของหลวงพ่ออุตตมะอยู่ลิบๆ วัดนี้เป็นวัดจมน้ำถือเป็น UNSEEN THAILAND อีกสถานที่หนึ่งในประเทศไทย ส่วนรายละเอียดจะเล่าในวันถัดไปที่ไปเที่ยว เพราะการได้มาเห็นวัดเก่าจมน้ำนี้คือจุดประสงค์หลักที่ตัดสินใจเดินทางมาแบบ กระทันหัน..

     

                         มาถึงสังขละก็เย็นมากแล้วแถมฝนตกพรำๆ ที่พักก็ไม่ได้จอง อยากวัดดวงช่วงวันหยุดด้วย แต่เหมือนบรรยากาศจะดูเงียบเหงาลงไปเพราะไม่ใช่หน้าท่องเที่ยว แถมสะพานมอญก็ขาดยังแอบได้ยินมนุษย์ป้าที่เดินสวนกันไปบ่นว่า "ไม่เห็นมีอะไรน่าเที่ยวเลย มีแต่สะพานขาดๆ " ไม่รู้เป็นอะไรถึงไม่ใช่คนในพื้นที่ ยังรู้สึกประโยคนี้มันขัดหูตลอดอาจเป็นมุมมองการเที่ยวของแต่ละคนแตกต่างกัน ไป ความคาดหวังที่อุตส่าเดินทางมาไกลอาจจะไม่เป็นดังที่หวังก็ได้              

                         OH DEE HOSTEL พอได้ที่พักที่เราได้ซุกหัวนอนหนึ่งคืนในวันนั้น เป็นที่พักสไตล์ Hostel ห้องน้ำรวม มีครัวให้ทำอาหารด้วย ส่วนรูปของที่พักจะเอามาลงแยกในอีกบล้อกนึง เพราะถ่ายรูปเก็บไว้เกือบทุกมุม ให้เป็นทางเลือกหนึ่งของที่พักนักเดินทาง

     

                     เมื่อถึงที่พักเอากระเป๋าสัมภาระเก็บเข้าห้อง ก็เริ่มลุยกันเลยแม้ว่าสภาพอากาศรอบๆตัวจะขมุกขมัวอึมครึม ครึ้มฝนอยู่มากแต่ก็ยังไม่ยอมหมดหวังที่จะได้เห็นแสงเย็นยังไงเสียในเมื่อฝน ไม่ตกหนักจนเกินไป ก็ไม่ควรนอนกระดิกเท้าให้เสียอารมณ์อยู่ในห้อง ฮ้าๆ แต่เอ...ที่พักกับสะพานมอญห่างกันแค่ไหนน้อ...                 

                     การเดินทางจากที่พักไปสะพานมอญตามคำบอกของเจ้าของที่พักใจดี ก็ประมาณ 1 กโลเมตร!! ไม่ไกลเลยเนาะแถมได้จักรยานที่ไม่ค่อยสมประกอบคนละคันปั่นไปอีก 555 นอกจากจะไม่ช่วยให้เร็วขึ้นยังสร้างภาระเข็นมันอีกต่างหาก 55555 รู้งี้ไม่ยืมมาก็ดีอะคนปั่นจักรยานไม่เก่งอย่างเรามันไม่ค่อยจะช่วยสัก เท่าไรเลย ถนัดเดินมากกว่า แต่ทั้งนี้ก็ขอบพระคุณเจ้าของที่พักใจดีด้วยนะคะ ที่ใจดีให้ยืมไปปั่นเล่น ^^

     

                   แม้สะพานที่เชื่อมสองฝั่งจะขาดแต่สายสัมพันธ์การไปมาหาสู่ไม่มีขาดตอน สะพานลูกบวบถูกสร้างขึ้นชั่วคราวระหว่างรอการซ่อมแซมสะพานมอญนี้ให้แล้ว เสร็จ จากฝั่งที่พักไปยังหมู่บ้านมอญใช้สะพานลูกบวบนี้เชื่อมไปถึง แพที่พักก็ยังเต็มไปด้วยคนแม้จะไม่มากเท่าตอนช่วงน้ำขึ้นและสะพานมอญยัง สมบูรณ์

                   สะพานลูกบวบ สะพานแห่งศรัทธาของชาวสังขละบุรี ที่หล่อหลอมรวมใจกันสร้างแล้วเสร็จภายใน 6วันเท่านั้น ถือเป็นสะพานประวัติศาสตร์ที่ไม่นานจะถือรื้อออกแล้ว ใครไม่เคยไปแนะนำให้ไปเห็นสักครั้ง บางครั้งก็อยากให้ทุกคนเห็นหลายๆสิ่งที่มากกว่าการเป็นสะพานไม้นะคะ :))  

     

                        บรรยากาศตอนน้ำลด ซึ่งถือว่าลดมากจนเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สะพานมอญขาด เด็กพวกนี้จากที่มีหน้าที่รับจ็อบกระโดดน้ำเล่น ตอนนี้น้ำลด เลยหันมาเล่นโคลนกันสนุกสนาน ฮ้าๆๆ  

     

                      ตราบที่ความศรัทธาไม่เคยเลือนหาย ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป แสงสุดท้ายของวันนี้เป็นเหมือนของขวัญของนักเดินทาง ที่ท้องฟ้ามอบให้ก่อนแสงอาทิตย์จะลาลับขอบฟ้าไป น้อยครั้งที่จะได้แสงสุดท้ายในที่ๆไปแต่ก็ได้เห็นในที่สุด

                     ก่อนจะหันหลังให้กับความมืดที่กำลังมาเยือน ยืนมองแสงที่พาดผ่านสะพาน เห็นมิตรภาพเล็กๆของเพื่อนคู่นึง นั่งชมบรรยากาศอยู่บนสะพานเลยอดไม่ได้ที่จะถ่ายเก็บไว้และอิจฉา ในวัยที่ทำแต่งานมิตรภาพเหล่านี้ค่อยๆหายไปตามกาลเวลา บางทีก็ไม่เหมือนเดิม และบางครั้งก็สิ้นสุดลง...  

     

                         เก็บความคิดถึงมาฝากๆทุกคนที่เคยได้มาด้วยกันที่ตรงนี้ มันยังคงเป็นความทรงจำที่สวยงามสำหรับฉันเสมอแม้วันวานจะไม่หวนมา ภาพถ่ายที่เก็บไว้ทำให้ยิ้มได้ในเวลาที่คิดถึงมัน...  

     

                         เดินเข็นจักรยานกลับที่พักตอนสองทุ่ม เห็นร้านอาหารเล็กๆน่ารักๆอยู่ข้างๆที่พัก เลยแวะไปหาของหวานกินหน่อย ได้ไอ้ติมดับความเหนื่อย พาให้ชื่นใจก่อนนอน...^^ ส่วนที่ซุกหัวนอนวันนี้ก็สบ๊ายยสบาย ที่จริงอยากจะพักแพ แต่ไปกันสองคนกับเพื่อนมันจะดูเงียบเหงาไปนะ เลยพักที่นี่ก็โอเครแระ...

     

    โถงบริเวณชั้น 2 ซึ่งเป็นที่พัก มีที่นั่งเล่นนอนเล่น มุมinternet ,

    มุมชั้นวางหนังสือ ถ้ามากันหลายคนคงจะดีไม่ใช่น้อย

     

                 

      ที่ซุกหัวนอนในคืนนี้ กะทัดรัด และสบายมากกกกก...

    เหนื่อยนั่งรถมาทั้งวัน พรุ่งนี้เช้าออกไปใส่บาตรฝั่งมอญนะคะ

    • โพสต์-2
    Coco •  มีนาคม 13 , 2559

    สังขละบุรี:ตื่นมาเก็บสายหมอกยามเช้า

    ยามเย็นที่สังขละบุรี

    วันที่ 1 มิถุนายน 2557

    เรื่องและภาพ : Cocorattanakorn

                       ตื่นตั้งแต่ตี 5 อากาศเดือนมิถุนานี่เย็นแบบหน้าฝน เย็นฉ่ำๆ ไม่ได้เย็นหนาวแบบหน้าหนาว ความรู้สึกเลยคนละแบบ แต่ก็ยังรักสังขละบุรีเหมือนเดิม

     

                      เดินมาถึงสะพานมอญจากที่พักก็ครึ่งชั่วโมง ฟ้ามืดๆ ก็สว่างพอดี ซึ่งทุกคนที่ชอบบรรยากาศตอนเช้าก็จะตื่นขึ้นมาถ่ายรูปบ้าง รอใส่บาตรบ้างมีทั้งฝั่งไทยและฝั่งมอญ                       ที่ฝั่งมอญตอนเช้าวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาใส่บาตรกันอย่างคึกคัก มีแม่ค้าเชื่อสายมอญ มาตั้งร้านขายเครื่องใส่บาตรมากมาย มีให้เลือกเย่อะ

     

    พี่เย็น คนดัง คนงามประจำสังขละบุรี

     

                        ประมาณ 7 โมง พระจะเริ่มทะยอยมาบิณฑบาตร ตอนนี้มีทั้งคนใส่บาตร คนถ่ายรูปเย่อะมาก รวมทั้งตัวเองด้วย 555 มาทีไรก็ถ่ายรูปกับและบาตรตลอด แต่ยังไม่เคยใส่ชุดมอญเลยอะ รู้สึกต้องกลับไปใส่ให่ได้ สาวมอญสวยๆ

                             หลังจากพระบิณฑบาตรใสาบาตรกันหมดแล้ว พี่เย็นและเด็กน้อย จะมีการโชว์เทินหม้อบนหัว ซึ่งไม่ใช่หม้อเดียวนะจ๊ะ!! แต่หลายใบด้วย ดูได้จากรูป เป็นความสามารถและเอกลักษณ์เฉพาะของคนที่นี่จริงๆ

     

    • โพสต์-3
    Coco •  มีนาคม 13 , 2559

    ขนมและของกิน

                      อาหารและขนมของชาวมอญมีอยู่มากมายหลายอย่าง แต่ที่มาที่นี่จะเห็นและได้กิยอยู่เป็นประจำก็คือ แป้งโรตีแผ่น ปาท่องโก๋ใส่นม อร่อยดี และมีหลายอย่างอีกมากมาย ซึ่งบางทีก็กินไม่ไหวทั้งหมดทั้งที่อยากกินมากๆ อิอิ

     

    ลักษณะจะเป็นแป้งแบบปาท่องโก้

    ตัดเป็นชิ้นๆใส่โฟมแล้วราดด้วยนมข้นหวาน ก็อร่อยดียามเช้า ฟินๆมากก  

     

    ขนมซัมมูซา รสชาติเหมือนกะหรี่ปั๊บ  

     

                         ก่อนจะกินขนม เราว่าเราควรจะกินข้าวเช้าก่อนดีกว่า และอาหารที่สุดจะฟินก็คือโจ้กใส่ไข่กับกาแฟรร้อนๆ บรยากาศดีๆนี่มโนมาเต็ม ชอบจัง ร้านเดิม ร้านไม่กี่ร้าน ที่คนเย่อะตลอด ลองไปตามชิมดู แต่ก็มีอาหารตามสั่งขายเหมือนกัน ช่วยๆกันกระจายรายได้กันดีกว่า ^^
    • โพสต์-4
    Coco •  มีนาคม 13 , 2559

    สังขละบุรี:ขุนเขา สายน้ำซองกาเลีย

                     หลังจากใสาบาตรเสร็จเรียบร้อย ก็เดินเล่นบนสะพาน ถ่ายรูป ชมวิถีชีวิตของชาวมอญ ในช่วงนั้นสังขละบุรียังไม่บูมเท่าไร คนน้อย เดินชิวๆไม่แออัด อยากให้สังขละเป็นแบบเดิมจัง

     

    ภาพชาวบ้านกำลังเร่งซ่อมแซมสะพานมอญสังขละกันอยู่

     

    แม้สะพานมอญจะขาด แต่มีสายน้ำเป็นตัวเชื่อมให้สองฝั่งติดต่อเชื่อมโยงสายใยกันและกัน

     

    ต้นฤดูฝน จะเห็นความเขียวชอุ่มไปทุกที่

    เคยมาแต่หน้าร้อน มาเที่ยวหน้าฝนดูแล้วสบายตาดี

     

     

    ขอถ่ายบ้างอะไรบ้าง 555 ถ่ายแต่คนอื่น พอถึงตัวเองถ่ายบ้างทำท่าทางไม่ถูกเลย

     

    สะพานมอญในมุมต่างๆ ถึงจะพังแต่ก็ยังสวยมีเอกลักษณ์ มีความทรงจำดีๆที่นี่

    พี่ผู้ชายชาวมอญ ลักษณะการแต่งกายก็เหมือนชาวพม่า นุ่งสโล่งเกือบทุกคน

     

    อยากจะเดินเคียงข้างไปกับใครสักคน (ตื่นๆๆ)

     

    สะพานลูกบวบและแพที่พัก

     

    บ้านเรือนของชาวมอญ

                                             แพที่พักริมน้ำซองกาเลีย เหมาะสำหรับมาเป็นหมู่คณะ แพหลังใหญ่สามารถรองรับได้หลายคน ไม่เหมาะสำหรับมาคนเดียวหรือต้องการความสงบในยามค่ำคื่น แต่ค่าแพที่พักไม่แพงสามารถสอบถามราคากับเจ้าของแพได้ค่ะ

    พี่เย็นคนงามได้เวลาไปทักทายพี่น้องชาวไทยแล้ว ^^

     

    รีสอร์ทที่พักบนฝั่งมอญ

                       เป็นคนที่มีความสุขกับการเที่ยว ถ่ายรูป เขียนบล็อค อยากเอาสิ่งที่เรามองเห็น สถานที่ๆเราไปมาแชร์ให้กับทุกคนที่สนใจเข้ามาอ่าน อยากเห็นทุกคนมีความสุขกับการเที่ยว อิ่มใจ สุขใจไปด้วยกัน

     

    สะพานลูกบวบและสะพานมอญที่เคียงคู่กันไปบนสายน้ำแห่งนี้

     

    ตามริมแพจะมีเรือมาให้บริการท่องเที่ยวไปยังวัดจมน้ำ  สนนราคาไม่แพงมาก ถ้าจำไม่ผิดน่าจะ 300กว่าบาท ค่ะ   ตอนสายๆจะเห็นแม่ชีเดินกลับวัด หลังจากบิณฑบาตรแล้ว ลักษณะการแต่งกายจะไม่เหมือนของไทย มีความงดงามพอๆกันในร่มพระพุทธศาสนา   สาธุเจ้าค่ะ  

    สาวๆมอญมีความสามารถที่เทินของต่างๆบนศีรษะเก่งที่สุดในโลกกเลยย    

    • โพสต์-5
    Coco •  มีนาคม 13 , 2559

    AREE COFFE @ Sangklaburi

                     AREE COFFE @ Sangklaburi เป็นร้านกาแฟเล็กๆที่อยู่ใกล้เชิงสะพานมอญฝั่งไทย ตกแต่งร้านน่ารักและพี่คนขายก็อัทยาสัยดี มี Postcard เขียนส่งไปให้คนที่อยากให้รับ หรือจะส่งถึงตัวเองก็ได้

                     แวะมานั่งดื่มน้ำเย็นๆให้ชื่นใจ หลังจากเหนื่อยจากการเดินเล่นแถวๆสะพานมอญ

     

    หน้าร้านกาแฟ

     

    บรรยากาศบริเวณร้าน

     

    สั่งมะนาวโซดา เขียนโปสการ์ด ระหว่างรอเรือมารับไปเที่ยววัดจมน้ำ

     

     

    ไปเที่ยววัดจมน้ำกันดีกว่า ได้เวลาแล้ว โย่วๆๆ

     

    • โพสต์-6
    Coco •  มีนาคม 13 , 2559

    สังขละบุรี:วัดใต้น้ำ เมืองบาดาล โบสถ์เก่าสังขละบุรี

                     เตรียมตัวลงเรือไปเที่ยววัดจมน้ำ ของหลวงพ่ออุตะมะกัน แต่ตอนนี้น้ำแห้งจึงไม่จมค่ะ ได้เห็นแบบน้ำลดบ้างครั้งแรกมาเที่ยวแบบวัดยังจมน้ำอยู่ เปลี่ยนมุมมองบ้างค่ะ

                  วัดใต้น้ำ หรือวัดจมน้ำ คือวัดวังก์วิเวการามเดิม ซึ่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็น Unseen Thailand เป็นสถานที่บอกเล่าความเป็นมาของวัดหลวงพ่ออุตตมะ ซึ่งเกิดจากกิดจากพลังความเลื่อมใสศรัทธาต่อหลวงพ่ออุตตมะ             

                  หลังจากเดินเล่นชมสะพานมอญและบรรยากาศยามสายๆก็มีพลนต่อไป คืออล่องเรือไปยังวัดใต้น้ำซึ่งตั้งใจมาเพราะว่าอยากเห็นวัดที่อยู่ใต้น้ำ เป็นอย่างไรบ้าง เนื่องจากครั้งแรกที่มาเป็นช่วงที่น้ำขึ้น เห็นแค่หลังคาโบสถ์โผล่ขึ้นเหนือน้ำซึ่งก็สวยงามและเป็น unseen Thailand อีกแห่งหนึ่งของไทย  

                      หากใครอยากจะนั่งเรือเที่ยว สามารถติดต่อหาพี่ๆคนขับเรือได้เรือ ซึ่งมีเรือหางยาวคอยบริการพานักท่องเที่ยวชมวัดใต้น้ำตลอดทั้งวันยั้นเย็น เลย จุดที่มีเรือนำเที่ยวจะอยู่ตรงบริเวณสะานลูกบวบ ซึ่งสนนราคาตอนไปเที่ยววันนั้น ก็ 300 บาท หารกับเพื่อนคนละ 150 บาทค่ะ  

    วัดวังก์วิเวการาม สังขละบุรี             

    วัดวังก์วิเวการามจะมองเห็นระหว่าง นั่งเรือไปยังวัดใต้น้ำเป็นวัดจำพรรษาของ “หลวงพ่ออุตตมะ” ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนชาวไทย ชาวมอญ รวมทั้งชาวกระเหรี่ยงและพม่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น  

                        เมื่อเรือเริ่มใกล้ถึงฝั่ง จะเห็นน้องๆหนูๆมารอต้อนรับ ด้วยการช่วยนำเรือเข้าเทียบท่าและขายดอกไม้ธุปเทียน จึงช่วยสนับสนุนช่วยพ่อแม่หารายได้ด้วยการซื้อ ซึ่งน่าจะชุดละ 20บาท บ้างก็มาเป็นไกด์ตัวน้อยคอยให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัดจมน้ำ  

     

    อุดหนุนน้องๆก็เดินไปยังโบสถ์เพื่อสักการะสิ่งสักสิทธิ์ภายในวิหาร

     

    ทางเข้าบริเวณด้านหน้า และ ด้านหลังพระอุโบสถ  

     

    ฐานพระประธานภายในโบสถ์ มีเครื่องสักการะเตรียมไว้ให้นักท่องเที่ยวบูชา  

     

                       แม้จะได้รับความเสียหายจากการจมน้ำแต่ร่อง รอยแห่งความยิ่งใหญ่และความสวยงามของตัวพระอุโบสถยังมีให้เห็นเป็นสิ่งตอก ย้ำให้เห็นถึงพลังศรัทธาของชนชาติมอญ ที่ไม่ได้สูญหายไปตามกาลเวลา

     

    ด้านหลังของพระอุโบสถวัดวังก์วิเวการามเดิมของหลวงพ่ออุตตะมะ

     

                    วัดดวังก์วิเวการาม ก่อสร้างด้วยศิลปะแบบพม่า มีพระพุทธรูปหินอ่อน และ งาช้างแมมอธ มีเจดีย์พุทธคยาจำลอง สร้างจำลองแบบจาก เจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย                

                    ต่อมาในปี 2527 มีการก่อสร้างเขื่อนเขาแหลม ทำให้น้ำเข้าท่วมอำเภอสังขละบุรีเก่ารวมทั้งวัดนี้ด้วย “หลวงพ่ออุตตมะ” จึงได้ย้ายวัดมาอยู่บนเนินเขา โดยในช่วงฤดูแล้งช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน น้ำจึงจะลด ทำให้สามารถมองเห็นโบสถ์ของวัดได้อย่างชัดเจน  

    ซุ้มประตูหลังอุโบสถ ด้านหลังติดกับแม่น้ำ

     

    ด้านข้างอุโบสถ

     

                    หลังจาก ถ่ายรูปด้านในและมุมต่างๆของอุโบสถจมน้ำแห่งนี้ ก็ออกมาจากพระอุโบสถทางด้านหลัง เพราะต้องถ่ายรูปไปเรื่อยๆ เพื่อเก็บภาพ  Unseen แบบครั้งแรกเมื่อได้มายืน ณ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ยืนมองความยิ่งใหญ่สวยงามและสัมผัสได้ถึงพลังศัทธาที่ชาวบ้านทั้งชาวมอญและ พม่าต่างร่วมใจช่วยกันสร้างวัดแห่งนี้                   

                   เมื่อเรามองจากมุมนี้ เราจะเห็นหมู่บ้านชาวมอญที่ตั้งอยู่ริมน้ำ และบริเวณชุมชนมอญที่เรามาเยือน ในช่วงที่น้ำลดได้เห็นทุกอย่างที่ครั้งนึงเรามาแล้วยังไม่ได้เห็น เราถือว่าเราก็มีบุญได้มาถึงที่นี่

     

    ซากปรักหักพัง ด้านหน้าของอุโบสถ                

    ตอนนี้เรากำลังเดินย้อนมาทางด้านหน้า เพื่อเดินทางกลับชุมชนสังขละบุรีจะเห็นซากปรักหักพัง ความเสียหายจากการจมอยู่ใต้น้ำ ปล่อยให้สิ่งเหล่านี้อยู่ที่เดิมตามกาลเวลาดีกว่า เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของทุกคนที่นี่ตลอดไป  

    บริเวณนี้น่าจะเป็นบริเวณกุฏิเก่าของที่นี่  

    ได้เวลาเดินทางกลับไปที่พักแล้ว เพื่อเตรียมตัวกลับกรุงเทพ มีน้องๆมาช่วยส่งเรือเช่นเคย  

     

    เรือกำลังถึงฝั่ง เห็นสะพานมอญที่ขาด และสะพานลูกบวบอยู่ใกล้ๆ เข้าไปเรื่อยๆ

       

    เรือโดยสารของเรา พากลับถึงสะพานลูกบวบอย่างปลอดภัย

     

    เดินทางกลับที่พักกันดีกว่า เพื่อเตรียมตัวกลัมกรุงเทพ เวลานี้ก็ร้อนมากเที่ยงๆพอดี

    • โพสต์-7
    Coco •  มีนาคม 13 , 2559

    Oh Dee Hostel

                    ก่อนกลับกรุงเทพ มีเวลาเลยถ่ายมุมต่างๆของที่พักไว้ จึงขอนำเสนอที่พักสไตล์ Hostel เป็น Hostel แรกในชีวิตที่ได้เข้าพัก เลยอยากรู้ว่าแตกต่างกับที่พักอื่นอย่างไร เพราะก่อนหน้านั้นบอกเลยว่าไม่รู้จักกับคำว่า Hostel  เลยสักนิด จึงต้องขอลองเข้าพักบ้างเป็นธรรมดา

     

    มุมนั่งพักและจิบกาแฟด้านหน้า

    ถ้าดูช่วงเวลาที่น่านั่งชิวๆที่สุดเป็นตอนเช้า และก็ตอนเย็น

     

                            บริเวณโถงใหญ่นี้จะมีเค้าเตอร์สำหรับทำ เครื่องดื่ม และมาแบ่งพื้นที่สำหรับประกอบอาหาร ซึ่งที่นี่จะจัดไว้เพื่อให้ผู้ที่เข้าพักสามารถประกอบอาหารเองได้ แชร์พื้นที่ แชร์กันกิน

     

    โต๊ะทานอาหารขนาดใหญ่ มีพื้นที่รองรับผู้เข้าพักที่มาเป็นหมู่คณะ

    แล้วทำอาหารทานกัน ปาร์ตี้เล็กๆได้เลยนะเนี่ย  

     

    ด้านบนเป็นที่พัก  

     

    มุมพักผ่อน ถูกออกแบบไว้หลากหลายสไตล์

     

    มุมต่างๆและดอกไม้  

    ขอจบการเที่ยวสังขละบุรีครั้งที่ 2 ซึ่งผ่านมา เกือบ 2 ปีไว้เพียงเท่านี้คะ

    สังขละบุรีครั้งที่ 1 และ 3 มีเวลาจะมาเล่าเรื่องราวดีๆ

    ผ่านภาพถ่ายและตัวหนังสือ ให้อ่านกันนะคะ   ข

    อบคุณที่ติดตามค่ะ

    • คน  ขอบคุณครับ 16 เมษายน 2559 16:24:13