ค้นหาและแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวในไทย ลงทะเบียน เข้าสู่ระบบ
 
ออกตามหาหัวใจที่ "น้ำตกเปรโต๊ะลอซู & ยอดดอยมะม่วงสามหมื่น" เปรโต๊ะลอซู ยอดดอยมะม่วงสามหมื่น
    • โพสต์-1
    Namee •  ตุลาคม 20 , 2562

    ออกตามหาหัวใจที่ "น้ำตกเปรโต๊ะลอซู & ยอดดอยมะม่วงสามหมื่น"

    สำหรับใครที่ยังหาหัวใจตัวเองไม่เจอ ลองออกเดินทางไปตามหาหัวใจที่ "น้ำตกเปรโต๊ะลอซู" ในผืนป่าใหญ่แห่งเทือกเขาดอยมะม่วงสามหมื่นกัน

    >> ทริปนี้เป็นการเที่ยวแบบจอยทริป 3 วัน 2 คืน  ในวันที่ 12 - 14 ตุลาคม 2562

    >> การเที่ยวแบบจอยทริป (นิยามของแต่ละคนอาจให้ไม่เหมือนกันนะ) คือ การเดินทางร่วมกับเพื่อนร่วมทางคนอื่นๆ ที่อยากออกไปเที่ยวในสถานที่เดียวกันโดยใช้บริการของผู้จัดทริปอิสระ ซึ่งผู้จัดทริปจะบริหารทุกสิ่งอย่างให้เราหมด เราเพียงแค่จ่ายเงิน (ราคาอาจจะแพงกว่าจัดไปกันเอง แต่สิ่งที่ได้คือมากกว่าสิ่งที่เป็น) และก็เตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมสัมภาระส่วนตัว เป็นต้น

    >> ทำไม! ถึงเลือกเที่ยวแบบจอยทริป จากที่เคยจัดไปกันเองอยู่หลายทริป แต่สิ่งที่ได้จากการไปเที่ยวแบบจอยทริป คือ 1.ได้มิตรภาพใหม่ๆ เพื่อนใหม่ 2.ได้เวลาเพิ่ม มันทำให้เรามีเวลาในการชมนก ชมไม้ ชมทิวทัศน์ โดยไม่ต้องมาเสียเวลาในการจัดเตรียมนู้นนี้นั้นเอง 3. เหนื่อยน้อยลง เอาเวลาไปใช้ในเรื่องการเดินและการแบกเป้เองพอ  4. และอื่นๆ อีกมากมาย

    นี่คือ "น้ำตกปิตุ๊โกร หรือ น้ำตกเปรโต๊ะลอซู"

     

    "น้ำตกปิตุ๊โกร หรือ น้ำตกเปรโต๊ะลอซู" ตั้งอยู่บนดอยมะม่วงสามหมื่น ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง อ.อุ้มผาง จ.ตาก เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่ไหลมาจากยอดเขามะม่วงสามหมื่น มีความสูงประมาณ 500 เมตร  หากมองในมุมสูงบนยอดดอยมะม่วงสามหมื่นจะสามารถมองเห็นสายน้ำตกที่ไหลลงมาตามหน้าผาเป็นเส้นทางสีขาวทอดยาวมาประจบกันผ่านภูเขาสีเขียวคล้ายกับรูปหัวใจ

     

    คำสิงห์โฮมเสตย์

     

    หยุดอ่านแป๊บ : การเดินทางไปชมต้องเดินเท้าเข้าไป แนะนำให้ใช้บริการบริษัทนำเที่ยวในพื้นที่จะสะดวกที่สุด (ธุรกิจชุมชนให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่เที่ยวพึ่งเคยเห็นบริการแบบนี้) ในการออกทริปครั้งนี้เป็นการเที่ยวแบบจอยทริปโดยในกรุ๊ปใช้บริการ "คำสิงห์โฮมเสตย์" ให้บริการดี เจ้าของเป็นกันเอง (แถมลุงคำสิงห์ขับรถไปส่งพร้อมขึ้นดอยไปจัดการเรื่องอาหารให้ทุกกรุ๊ปด้วยตนเองเลย) บริหารจัดการทุกสิ่งอย่างให้เสร็จตั้งแต่เริ่มเข้าถึงโฮมเสตย์เพื่อเตรียมตัวก่อนขึ้น จนถึงจุดพักแคมป์ (พร้อมมีไกด์นำทาง+ลูกหาบของแต่ละกรุ๊ปค่อยให้บริการตลอดทั้งทริป)  สามารถติดต่อสอบถามทางโฮมสเตย์ได้ที่เบอร์ 081-8139742

    >>ช่วงเวลาในการเที่ยว
    เดือนกรกฎาคม ถึง เดือนตุลาคม

    >>สิ่งอำนวยความสะดวก
    1. มีน้ำตกให้อาบน้ำ (ห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ที่หาอาบไม่ได้ในบ้าน เตรียมอุปกรณ์อาบน้ำไปได้หรืออาศัยเพื่อนเอา)
    2. มีห้องไว้ให้ปรับทุกข์ 2 ห้อง (ที่นี่คือดีอะมีครบ หลายๆ ที่ต้องขุดหลุมจร้า)
    3. น้ำที่ใช้ดื่มกินคือน้ำตกนะจ๊ะ ถ้ากลัวไม่สะอาดก็พกเครื่องกรองน้ำส่วนตัวไปละกันเด้ออออ

    >>สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อม
    เนื่องจากเป็นการเที่ยวแบบจอยทริปเรื่องบริหารจัดการส่วนกลางและสิ่งของต่างๆ ซึ่งจะมีสตาฟดูแลให้หมด (เช่น รถรับส่ง เต็นท์+แผ่นรองนอน อาหารทุกมื้อ ลูกหาบ ประกันชีวิตการเดินทาง บราาาาๆ) บริหารจัดการแค่ตัวเองพอโดย
    1. ต้องมีใจรักในการเดินป่า วิวที่เห็นว่าสวยไม่ได้ง่ายที่จะไปถึง (ใจล้วนๆ ไม่ได้ ร่างกายต้องพร้อม ยิ่งมีโรคประจำตัวยิ่งต้องพิจารณาตัวเอง) เน้นออกกำลังกายและก็ออกกำลังกายโดยเฉพาะขา
    2. อุปกรณ์และสัมภาระส่วนตัวที่จำเป็นกับการใช้ชีวิตในป่า (สายป่าน่าจะรู้ว่าต้องเตรียมอะไรกันบ้าง เช่น ไฟฉาย ถุงนอน เสื้อผ้า)
    3. รองเท้าสิ่งนี้สำคัญยิ่งหนัก แนะนำให้เป็นสตั๊ดดอย คือเหมาะกับที่นี่ที่สุดแล้ว เพราะจะเจอทั้งลุยน้ำ ลุยโคลน ไต่หิน ปีนเขา (แบรน์เนมขนาดไหนเจอแบบนี้บอกเลยเละ)
    4. ขนมที่ให้พลังงานสูงๆ เกลือแร่ (คนชอบเป็นตะคริวควรพก) เพราะเดินเยอะและร้อนมากช่วงเดือนตุลาคม (ช่วงตอนกลางคืนไม่หนาวนะ)

     >>ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
    เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง 
    โทร. 055-577-318, 055-500-920 
    ททท.สำนักงานตาก
    โทร. 055-514-341 หรือ 3
    พิกัด : https://goo.gl/maps/JsAkZdZ1UTD2
    แหล่งที่มา : www.tatcontactcenter.com

     

    >>ระยะทางและการเดินเท้า
    เริ่มจากอ.อุ้มผาง จ.ตาก ใช้เส้นทางสายอุ้มผาง บ้านเบิ้งคลิ่ง ระยะทางประมาณ 60 กว่ากิโลเมตร โดยนั่งรถกระบะเข้าไป ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ถึงหมู่บ้านกุยเลอตอ ออกจากที่โฮมเสตย์ตอน 8.30 น. เริ่มเดินเท้า 10 โมงกว่า

    จุดเตรียมตัวและเส้นทางเดินเท้าเข้าน้ำตกเปรโต๊ะลอซู 

     

    >>จากนั้นต้องเดินเท้าต่อซึ่งเส้นทางช่วงแรกเป็นทางราบลัดเลาะไปตามเทือกเขา ทุ่งข้าวโพด และลำธาร ต่อด้วยเดินเท้าขึ้นเขา ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร ซึ่งใช้เวลาในการเดินเท้าประมาณ 3-4 ชั่วโมง (ระยะเวลาขึ้นอยู่กับกำลังขาของแต่ละคน) จนถึงจุดพักแคมป์บริเวณเชิงเขาด้านล่างใกล้น้ำตก ณ จุดๆ นี้  ถือว่ายังเป็นเส้นทางเดินเท้าที่ไม่โหดมาก

    เส้นทางราบ ลุยน้ำ ลุยโคลน (นี่ยังเป็นลาบอยู่นะยังไม่ใช่น้ำตก)

     

    ระหว่างเดินก็จะพบว่าเส้นทางนี้เป็นเส้นทางสัญจรของคนในหมู่บ้านด้วยเช่นกัน

     

    >>เดินลัดเลาะกันต่อไปตามเทือกเขา ทุ่งข้าวโพด และลำธาร ส่วนทุ่งข้าวโพดจะเจออยู่ประมาณ 3 - 4 ทุ่งได้ อยู่ห่างกันเป็นช่วงๆ

    วิวสวยงาม อากาศดีแต่ร้อนนะ 

     

    >>จุดที่จะถึงต่อไป เป็นจุดสำคัญมากค่ะ คือจุดแวะกินข้าว เดินมายังไม่ทันเหนื่อยเลยเขาบอกว่าให้แวะกินข้าวได้ ก็กินนะไม่มีปฏิเสธ เพราะขี้เกียจแบกห่อข้าวขึ้นไปกินที่แคมป์

    กินข้าวห่อด้วยใบตอง บวกกับนั่งมองสายน้ำที่ไหลผ่าน (บรรยากาศแบบนี้อยากมีคนรู้ใจมานั่งกินด้วยกันจัง)

     

    >> อิ่มแล้วไม่พูดมาก มาต่อด้วยเดินเท้าขึ้นเขากันเลยดีกว่านะ ช่วงเส้นทางที่เราจะได้เดินกันต่อจะอยู่แต่ใต้ร่มไม้กันแล้วไม่ต้องทนร้อนกันอีกต่อไป หรือเปล่า

    โอ้ย! เห็นภาพตอนเดินแล้วรู้สึกเหนื่อย โพสต์รูปอื่นรัวๆ โพสต์รูปกันต่อไม่รอแล้วนะ

     

    ใครเจอ "ดอกค้างคาวดำ" กันบ้างยกมือหน่อยยยยย

     

    >>เห็นป้ายแล้วอยากจะร้องเพลง เย้ๆๆ เยฮี้เย ซึ่งจุดพักแคมป์ของที่นี่จะอยู่บริเวณเชิงเขาด้านล่างใกล้น้ำตก ไม่ใช่น้ำตกเปรโต๊ะลอซูนะอย่าได้ดีใจกันไป ระหว่างเดินเข้าแคมป์อารมณ์เหมือนเดินเข้าพักโฮมเสตย์เลยแต่แค่ย้ายมาอยู่ในป่าแทน เพราะจะมีป้ายบอกชื่อที่พักของแต่ละโฮมเสตย์และชื่อแต่ละกรุ๊ปทัวร์กันเลยทีเดียวจร้า

    มาถึงแล้วจะเจอรูปป้ายน้ำตกเปรโต๊ะลอซูต้อนรับอยู่ด้านหน้าทางเข้าแคมป์ อย่าลืมแชะภาพกันนะ

    • โพสต์-2
    Namee •  ตุลาคม 20 , 2562

    ออกเดินเท้าต่อเพื่อขอพิชิต "น้ำตกเปรโต๊ะลอซู"

    >> เดินเท้าจากทางเข้าหมู่บ้านกุยเลอตอ >> ไปจุดตั้งแคมป์ >> ไปน้ำตกเปรโต๊ะลอซู โดยหลังจากมาถึงแคป์ได้ออกเดินเท้าไปน้ำตกกันต่อช่วงบ่าย 2 โมง ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร (ระยะเวลาขึ้นอยู่กับฝีเท้าของแต่ละกลุ่ม) กลับมาถึงแคมป์ 5 โมงกว่า  

    หมายเหตุ : ถ้าคิดว่าอาจเดินกลับมาถึงแคมป์มืดแน่ๆ อย่าลืมพกไฟฉายติดตัวไปด้วยนะ

     

    >>เส้นทางเดินเท้าเพื่อไป "น้ำตกเปรโต๊ะลอซู" เป็นอีกหนึ่งเส้นทาง ซึ่งเป็นคนละเส้นกับเส้นที่ใช้ในการเดินขึ้นยอดมะม่วงสามเหมื่น ซึ่งเส้นทางระยะเดินขึ้นน้ำตกถือว่าโหดในระดับหนึ่ง ใช้ระยะทางในการเดินเท้าประมาณ 2 กิโลเมตร (พวกเรามาถึงแคมป์พักหนึ่งแล้วตัดสินใจเดินขึ้นน้ำตกกันวันแรกเลย เพราะเป็นช่วงวันหยุดยาวคนมาเที่ยวกันเยอะ ถ้ารอไปอีกวันก็จะเจอกันฝูงชนที่หนาแน่นแน่ๆ)

     

    >> วิวระหว่างทางก็คือสวยงามตามท้องเรื่องเลย ตอนขึ้นก็งงๆ งมทางกันไปไกลจนคิดว่าเดินหลงทางกันหรือป่าว พอเห็นป้ายบอกทางว่าใกล้ถึงน้ำตกแล้วโคตรดีใจ คิดว่าเย็นนี้จะได้กินข้าวมืดซะแล้ว

    วินาทีนี้ แม่จ๋า! ปีนจ๊ะปีน

     

    >> นี่คือหัวใจที่พวกเราออกตามหา ในช่วงเดือนตุลาคมน้ำอาจไม่เยอะเท่าช่วงเดือนอื่นๆ ที่ผ่านมา แต่เชื่อว่าสามารถทำให้คนที่มีความตั้งใจออกเดินเท้าเพื่อมาชมความสวยงามของน้ำตกแห่งนี้ เมื่อได้พบเห็นใกล้ๆ ด้วยตาทั้งสอง มันทำให้พวกเราหายเหนื่อยจริงๆ ค่ะ

    นี่คือ "เดอะแก๊ง" เพื่อนร่วมทริปตลอดทั้ง 3 วัน
    (รู้สึกดีใจนะที่ได้รู้จักทุกคน)

     

    >> พวกเราคิดไม่ผิดที่เลือกเดินขึ้นมากันเลยหลังจากถึงแคมป์ เพราะมีแค่ 2 กรุ๊ปเท่านั้นที่ขึ้นมากัน (หนึ่งในนั้นคือกรุ๊ปเรา) ต้องขอบคุณน้องคอม (ลูกชายลุงคำสิงห์ เด็กน้อยวัยชั้นประถมศึกษาผู้ซึ่งเป็นลูกไม้ที่หล่นไม่ไกลต้นอย่างแน่นอน) ที่แนะนำให้เราขึ้นมากันเลยเพราะในวันถัดไปคนจะขึ้นไปกันเยอะมากๆ พี่ สิ่งที่น้องพูดมาคือถูกต้องเลย หลังจากลงมาแล้วพวกเรายังมีเวลาได้เล่นน้ำตกกันแบบชิวอีกตะหาก

    ตอนขึ้นน้ำตกคือลืมจับเวลา ขาลงลองจับเวลาในการเดินดูใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงนะ (แล้วแต่คนนะ)

     
    • โพสต์-3
    Namee •  ตุลาคม 21 , 2562

    แสงเช้าที่ "ยอดดอยมะม่วงสามหมื่น"

    >> ในวันที่ 2 เดินเท้าจากจุดตั้งแคมป์ >> ไปยอดดอยมะม่วงสามหมื่น โดยออกเดินเท้าตอนตี 4 ครึ่ง เพื่อขึ้นไปชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นทะเลหมอก และชมความงามของน้ำตกรูปหัวใจในมุมสูง (เส้นทางนี้เดินคนละเส้นกับที่ไปน้ำตก เส้นทางถือว่าโหดในระดับสอง เพราะว่าโหดกว่า ไกลกว่า เหนื่อยมากกว่า แต่เส้นทางนี้มีเส้นทางเดินตัดไปยังน้ำตกได้ในกรณีที่ใครอยากเหนื่อยหนักๆ แค่วันเดียว) ถึงจุดชมวิวแรกประมาณเกือบ 7 โมง (ชิวๆ ถ่ายรูปไปเรื่อย)

    >> เส้นทางส่วนใหญ่คือขึ้นเขา ปีนเขา และก็ไต่หิน ถ้าฝนตกทางขึ้นเขาก็จะลื่นมาก (รองเท้าคือสิ่งจำเป็นมาก) จะมีแค่เป็นบางช่วงที่ได้เดินพื้นราบซึ่งมีไม่มากนัก ขึ้นยอด 30000 ระยะทางน่าจะประมาณ 7 กิโลเมตรได้ ความสูงน่าจะ 1,600 เมตร จากระดับน้ำทะเล

    สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนขึ้นยอด
    1. น้ำดื่มระหว่างเดินเท้า ควรพกไปให้พอกินระหว่างทาง แต่จะมีจุดที่สามารถเดินลงไปเติมน้ำจากน้ำตกได้ (จำไม่ได้ตรงไหน น่าจะก่อนขึ้นยอด 12000 มั้ง)
    2. ขนมที่ให้พลังงาน+เกลือแร่ ถือว่าจำเป็นมากเวลาที่เสียเหงื่อเยอะๆ ร่างกายจะขาดพลังงานและเกลือแร่ ถ้ากินข้าวมาไม่เยอะกล้ามเนื้อหาแถมจะเป็นตะคริวด้วย
    3. รองเท้า ถ้าไม่ชำนาญทางเหมือนพวกไกด์นำทางไม่แนะนำให้ใส่รองเท้าแตะขึ้นยอดนะ เพราะขาลงบอกเลยงานเข้าแน่ๆ แถมใครข้อเท้าไม่ดีมีเดินไปบ่นไปตลอดทางแน่นอน
    4. ไฟฉาย สำคัญถ้าออกเดินเท้าแต่เช้ามืดควรมีเป็นของตนเองอย่าไปอาศัยไฟเพื่อน เพราะอันตรายจะเกิดที่ตัวเรา ระหว่างทางเดินไต่เขาเจองูจร้าา (ไม่รู้นะว่ามีใครเจออะไรบ้างนะ แต่ไกด์นำทางเราเจอ)
    5. เสื้อกันฝน กันหนาว กันแดด หมวก ปลอกแขน อันนี้แล้วแต่ดูสภาพอากาศวันที่จะขึ้นยอดเอาเองว่าต้องพกไปเปล่า เพราะพวกเราพกขึ้นไปไม่ได้เอามาใช้เลยหนักเปล่า แต่ถ้าเดินขึ้นยอดเสร็จแล้วไปน้ำตกต่อควรพกเสื้อกันแดดไปด้วย บางกรุ๊ปก็เลือกเดินไปน้ำตกก่อนแล้วกลับมาขึ้นยอดตอนสาย ซึ่งในส่วนนี้ก็จะพลาดวิวทะเลหมอก วิวพระอาทิตย์ขึ้น (แต่ไม่รู้ว่าช่วงเช้าที่น้ำตกจะเห็นทะเลหมอกหรือพระอาทิตย์ขึ้น อันนี้ก็ต้องไปถามคนอื่นเอาเด้อ)

    ระหว่างเดินใกล้ถึงจุดชมวิวแรกพระอาทิตย์ก็ขึ้นมาให้เราได้ชมแสงเช้ากันซะแล้ว

     

    บรรยากาศช่วงยามเช้าคือสวยมาก ทะเลหมอกขึ้นตั้งแต่ยังไม่สว่างเลย

     

    >> จุดชมวิวแรกจะมีสัญญาณโทรศัพท์ พร้อมธงชาติที่คอยโบกสะบัดต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่บนนั้น แค่จุดชมวิวแรกก็สามารถมองเห็นทะเลหมอก และวิวน้ำตกเปรโต๊ะลอซูได้เช่นกันแต่ไม่ถึงกับเห็นได้ใกล้มาก

    บรรยากาศเย็นสบาย แต่ไม่หนาวนะ

     

    >> สิ่งที่เห็นทำให้หายเหนื่อยได้จริงๆ นะ เหมือนได้พาร่างกายมาบำบัดกับธรรมชาติเลย ถึงแม้เส้นทางที่ปีนขึ้นมาจะค่อนข้างโหด และจุดๆ นี้ ก็ถือเป็นจุดพักกินข้าวเช้าของกรุ๊ปที่ขึ้นมาชมวิวทะเลหมอกกัน ซึ่งไกด์นำทางเราเป็นคนแบกข้าวเช้าขึ้นมาให้พวกเราด้วยนั้นเอง พวกเรายืนอยู่ตรงจุดนั้นเป็นชั่วโมงนะ ก็ยังมีแค่พวกเราและอีกหนึ่งกรุ๊ปที่ขึ้นมาพร้อมกันเท่านั้นเอง (กรุ๊ปอื่นๆ เห็นตอนเดินกลับกัน)

    ผู้ชายคนนี้ คือ สตาฟสุดน่ารักของกรุ๊ปเรา ขอบคุณที่ดูแลเทคแคร์ลูกทริปทุกคนเป็นอย่างดี

     

     

    >> ทิ้งช่วงพักขาอยู่นานใจก็ร้องหาอยากพิชิตยอดดอยมะม่วงสามหมื่นแล้ว ยิ่งสูง ยิ่งสวย ยิ่งเหนื่อย ทุกอย่างที่พูดมาคือเรื่องจริง แต่ไม่มีอะไรห้ามความโหยหาธรรมชาติของคนได้ ลุย!

    เจอแบบนี้ฟินดิก๊าบบบ หายเหนื่อยทนหายห่วง ขอโพสต์รูปรัวๆ ไม่ว่ากันนะ

     

     

    >> และแล้วก็ถึงทางตันเมื่อสิ่งที่เห็นไม่สามารถไปถึงได้ เมื่อได้ยินไกด์นำทางพูดว่าที่ยอดสามหมื่นมีทหารพม่าออกมาตะเวนชายแดน แม่เจ้า! ทำไมต้องเป็นวันนี้ สิ่งที่ทำได้คือน่าจะเดินไปถึงได้แค่ยอด 12000 หรือ 15000 นี้ละ ทำอะไรไม่ได้นอกจากทำใจ จ๊ะ! ต้องทำใจ แต่ระดับความงามก็คือสวยและสามารถมองเห็นน้ำตก และวิวได้ 360 องศา ได้อยู่จ๊ะ ได้อยู่

    จากระดับความสูงที่วัดได้จากแคมป์จนถึงวิวที่อยู่ด้านหน้า ก็น่าจะเกือบยอด 15000 ได้

     

    >> แผนที่วางไว้ต่อจากนั้นเมื่อไม่ได้พิชิตยอดแล้วคือการเดินกลับไปยังแคมป์ ไม่ไปน้ำตกเปรโต๊ะลอซูแล้วเพราะคนคงเยอะและจากเส้นทางที่เดินผ่านคือร้อนมาก ไม่อยากไปเดินร้อนแข่งกับคนอื่นๆ พวกเราเลยจะกลับไปลงอ่างจากุซซี่ข้างแคมป์กันต่อ ไปแช่น้ำเย็นๆ ชิลๆ เป็นกำลังใจให้กับคนอื่นๆ

    อาหารใจคือวิว อาหารตาคือชาย
    (อย่างน้อยน้องก็ทำให้ป้าๆ อย่างพี่สดชื่นหัวใจได้มากเลยนะ รู้ยัง คริๆ ขอถ่ายแค่คนในกรุ๊ปพอ)

     

    >>ในวันที่ 3 เดินเท้าออกจากป่ากลับไปยังทางเข้าหมู่บ้านกุยเลอตอ เพื่อนั่งรถกลับไปอุ้งผาง หลังจากเตรียมตัวทำทุกสิ่งอย่างเรียบร้อยกันแล้วก็ออกเดินเท้ากันประมาณ 9 โมงกว่า 

    ขอบคุณลุงคำสิงห์ ผู้อำนวยความสะดวกให้แก่กรุ๊ปเรา แถมขับรถให้อีกด้วย

       

    ขอบคุณน้องคอม หนุ่มน้อยผู้มีประสบการณ์ในการขึ้นยอดมาแล้ว 4 ครั้ง แนะนำทุกสิ่งอย่างได้แจ่มแจ้งรู้จริง


    ขอบคุณกิ่งไม้ ไกด์นำทาง+ลูกหาบ และให้บริการทุกสิ่งอย่างกับกรุ๊ปเราตลอดทั้ง 3 วัน

       

    ขอบคุณมิตรภาพดีๆ ที่ทุกคนในกรุ๊ปมอบให้กันตลอดเวลาทั้ง 3 วัน ขอบคุณฟ้าที่ทำให้พวกเราได้รู้จักกัน

     

    พวกเราเดินเก่งไว้ใจเรา ผ่านมาแล้ว 1,219 โค้งกลัวที่ไหน (นี่กำลังโม้อยู่ใช่มะ)
    ขาลงใช้เวลาในการเดินไปประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ เป็นไปตามที่คิดไว้ 555++

     

    ปล. ค่าใช้จ่ายจอยทริปเที่ยว (เน้นสบายอย่าไปคิดอะไรมาก) 4,300 บาทต่อคน (3 วัน 2 คืน)
           - บริการค่าลูกหาบ 500 บาท ต่อคน/วัน (น้ำหนักไม่จำกัด แต่คงอยู่ในระดับที่ลูกหาบแบกไหว) ทุกคนสามารถแชร์น้ำหนักจ้างแบกสัมภาระส่วนตัวกันถ้าในวันนั้นมีจำนวนลูกหาบเพียงพอ

    By : Namee Be Bear

    #เที่ยวให้มีความสุขและสนุกกับสิ่งที่ทำ

    ขออภัยหากมีข้อมูลส่วนใดผิดพลาดไป
    Fanpage : www.facebook.com/KanXengStudio

     

    • โพสต์-4
    Namee •  ตุลาคม 27, 2562