สังขละบุรี:วันฝนพรำ
ยามเย็นที่สังขละบุรี
วันที่ 1 มิถุนายน 2557
เรื่องและภาพ : Cocorattanakorn
Page : http://www.facebook.com/CocofolioPhotography
" ไม่สิ้นกลิ่นมนต์ขลังที่สังขละ " นับตั้งแต่ได้เคยเดินทางไปเที่ยวครั้งแรกเมื่อสองสามปีที่แล้ว เสน่ห์แห่งดินแดนลุ่มแม่น้ำซองกาเรียนี้ก็ยังอยู่ในความคิดลึกๆว่าต้องมีอีก สักครั้งที่เราจะกลับไปใหม่ กลับไปในบรรยายากาศที่ไม่เหมือนที่ไปคราวแรก กลับไปเห็นสิ่งต่างๆที่อยู่ใต้ผืนน้ำนี้..
การเดินทางไปกับเพื่อนสองคนแบ้คแพ้คนั่งรถทัวร์จากหมอชิตไปแบบชิวๆ ไม่รีบไม่ร้อนไม่มีแผนการว่าเราจะไปทำอะไรบ้างในช่วงเวลาสั้นๆสองวันนี้ อย่างน้อยได้เห็นสะพานที่ไม่สมบูรณ์ไม่เหมือนเมื่อก่อนก็ยังดี พอๆกับสุภาษิตหนุ่มสาวจีบกัน " แค่เห็นหลังคาบ้านเธอก็ยังดี " ฮ้าๆๆ

การเดินทางนั่งรถจากหมอชิตใหม่เที่ยวตั๋วเดินทางตอนเก้าโมงครึ่ง แวะทานข้าวเที่ยงที่นครปฐมประมาณครึ่งชั่วโมง ต่อจากนั้นก็เดินทางต่อจนถึงสังขละบุรีตอนห้าโมงเย็น เป็นการเดินทางที่ยาวนานมากๆ ไม่คิดว่าการนั่งรถทัวร์จะใช้เวลามากขนาดนี้ ถ้าเปลี่ยนมานั่งรถตู้ก็จะเร็วขึ้นมาหน่อยแต่แลกกับการนั่งอึดอัดและอาจจะ เวียนหัวได้ เพราะเส้นทางที่ไปสังขละบุรีต้องขึ้นเขาลงเขาคดเคี้ยวพอสมควร ภูมิประเทศที่กว่าจะไปถึงเมื่อเทียบกับการขึ้นไปเชียงใหม่ใช้เวลาพอๆกัน เลย...ซึ่งใจจริงก็คิดว่านี่เรามาเที่ยวถึงเชียงใหม่ใช่มั้ย !!?

ถ่ายได้ระหว่างนั่งรถ บขส กำลังถึงสังขละบุรี
สภาพอากาศตอนนั้นเป็นช่วงคาบเกี่ยวหน้าฝน และน้ำก็ลดลงจนเกือบแห้งเห็นวัดเก่าของหลวงพ่ออุตตมะอยู่ลิบๆ วัดนี้เป็นวัดจมน้ำถือเป็น UNSEEN THAILAND อีกสถานที่หนึ่งในประเทศไทย ส่วนรายละเอียดจะเล่าในวันถัดไปที่ไปเที่ยว เพราะการได้มาเห็นวัดเก่าจมน้ำนี้คือจุดประสงค์หลักที่ตัดสินใจเดินทางมาแบบ กระทันหัน..




มาถึงสังขละก็เย็นมากแล้วแถมฝนตกพรำๆ ที่พักก็ไม่ได้จอง อยากวัดดวงช่วงวันหยุดด้วย แต่เหมือนบรรยากาศจะดูเงียบเหงาลงไปเพราะไม่ใช่หน้าท่องเที่ยว แถมสะพานมอญก็ขาดยังแอบได้ยินมนุษย์ป้าที่เดินสวนกันไปบ่นว่า "ไม่เห็นมีอะไรน่าเที่ยวเลย มีแต่สะพานขาดๆ " ไม่รู้เป็นอะไรถึงไม่ใช่คนในพื้นที่ ยังรู้สึกประโยคนี้มันขัดหูตลอดอาจเป็นมุมมองการเที่ยวของแต่ละคนแตกต่างกัน ไป ความคาดหวังที่อุตส่าเดินทางมาไกลอาจจะไม่เป็นดังที่หวังก็ได้
OH DEE HOSTEL พอได้ที่พักที่เราได้ซุกหัวนอนหนึ่งคืนในวันนั้น เป็นที่พักสไตล์ Hostel ห้องน้ำรวม มีครัวให้ทำอาหารด้วย ส่วนรูปของที่พักจะเอามาลงแยกในอีกบล้อกนึง เพราะถ่ายรูปเก็บไว้เกือบทุกมุม ให้เป็นทางเลือกหนึ่งของที่พักนักเดินทาง



เมื่อถึงที่พักเอากระเป๋าสัมภาระเก็บเข้าห้อง ก็เริ่มลุยกันเลยแม้ว่าสภาพอากาศรอบๆตัวจะขมุกขมัวอึมครึม ครึ้มฝนอยู่มากแต่ก็ยังไม่ยอมหมดหวังที่จะได้เห็นแสงเย็นยังไงเสียในเมื่อฝน ไม่ตกหนักจนเกินไป ก็ไม่ควรนอนกระดิกเท้าให้เสียอารมณ์อยู่ในห้อง ฮ้าๆ แต่เอ...ที่พักกับสะพานมอญห่างกันแค่ไหนน้อ...
การเดินทางจากที่พักไปสะพานมอญตามคำบอกของเจ้าของที่พักใจดี ก็ประมาณ 1 กโลเมตร!! ไม่ไกลเลยเนาะแถมได้จักรยานที่ไม่ค่อยสมประกอบคนละคันปั่นไปอีก 555 นอกจากจะไม่ช่วยให้เร็วขึ้นยังสร้างภาระเข็นมันอีกต่างหาก 55555 รู้งี้ไม่ยืมมาก็ดีอะคนปั่นจักรยานไม่เก่งอย่างเรามันไม่ค่อยจะช่วยสัก เท่าไรเลย ถนัดเดินมากกว่า แต่ทั้งนี้ก็ขอบพระคุณเจ้าของที่พักใจดีด้วยนะคะ ที่ใจดีให้ยืมไปปั่นเล่น ^^


แม้สะพานที่เชื่อมสองฝั่งจะขาดแต่สายสัมพันธ์การไปมาหาสู่ไม่มีขาดตอน สะพานลูกบวบถูกสร้างขึ้นชั่วคราวระหว่างรอการซ่อมแซมสะพานมอญนี้ให้แล้ว เสร็จ จากฝั่งที่พักไปยังหมู่บ้านมอญใช้สะพานลูกบวบนี้เชื่อมไปถึง แพที่พักก็ยังเต็มไปด้วยคนแม้จะไม่มากเท่าตอนช่วงน้ำขึ้นและสะพานมอญยัง สมบูรณ์
สะพานลูกบวบ สะพานแห่งศรัทธาของชาวสังขละบุรี ที่หล่อหลอมรวมใจกันสร้างแล้วเสร็จภายใน 6วันเท่านั้น ถือเป็นสะพานประวัติศาสตร์ที่ไม่นานจะถือรื้อออกแล้ว ใครไม่เคยไปแนะนำให้ไปเห็นสักครั้ง บางครั้งก็อยากให้ทุกคนเห็นหลายๆสิ่งที่มากกว่าการเป็นสะพานไม้นะคะ :))



บรรยากาศตอนน้ำลด ซึ่งถือว่าลดมากจนเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สะพานมอญขาด เด็กพวกนี้จากที่มีหน้าที่รับจ็อบกระโดดน้ำเล่น ตอนนี้น้ำลด เลยหันมาเล่นโคลนกันสนุกสนาน ฮ้าๆๆ



ตราบที่ความศรัทธาไม่เคยเลือนหาย ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป แสงสุดท้ายของวันนี้เป็นเหมือนของขวัญของนักเดินทาง ที่ท้องฟ้ามอบให้ก่อนแสงอาทิตย์จะลาลับขอบฟ้าไป น้อยครั้งที่จะได้แสงสุดท้ายในที่ๆไปแต่ก็ได้เห็นในที่สุด
ก่อนจะหันหลังให้กับความมืดที่กำลังมาเยือน ยืนมองแสงที่พาดผ่านสะพาน เห็นมิตรภาพเล็กๆของเพื่อนคู่นึง นั่งชมบรรยากาศอยู่บนสะพานเลยอดไม่ได้ที่จะถ่ายเก็บไว้และอิจฉา ในวัยที่ทำแต่งานมิตรภาพเหล่านี้ค่อยๆหายไปตามกาลเวลา บางทีก็ไม่เหมือนเดิม และบางครั้งก็สิ้นสุดลง...



เก็บความคิดถึงมาฝากๆทุกคนที่เคยได้มาด้วยกันที่ตรงนี้ มันยังคงเป็นความทรงจำที่สวยงามสำหรับฉันเสมอแม้วันวานจะไม่หวนมา ภาพถ่ายที่เก็บไว้ทำให้ยิ้มได้ในเวลาที่คิดถึงมัน...

เดินเข็นจักรยานกลับที่พักตอนสองทุ่ม เห็นร้านอาหารเล็กๆน่ารักๆอยู่ข้างๆที่พัก เลยแวะไปหาของหวานกินหน่อย ได้ไอ้ติมดับความเหนื่อย พาให้ชื่นใจก่อนนอน...^^ ส่วนที่ซุกหัวนอนวันนี้ก็สบ๊ายยสบาย ที่จริงอยากจะพักแพ แต่ไปกันสองคนกับเพื่อนมันจะดูเงียบเหงาไปนะ เลยพักที่นี่ก็โอเครแระ...



โถงบริเวณชั้น 2 ซึ่งเป็นที่พัก มีที่นั่งเล่นนอนเล่น มุมinternet ,
มุมชั้นวางหนังสือ ถ้ามากันหลายคนคงจะดีไม่ใช่น้อย
ที่ซุกหัวนอนในคืนนี้ กะทัดรัด และสบายมากกกกก...
เหนื่อยนั่งรถมาทั้งวัน พรุ่งนี้เช้าออกไปใส่บาตรฝั่งมอญนะคะ


เดินมาถึงสะพานมอญจากที่พักก็ครึ่งชั่วโมง ฟ้ามืดๆ ก็สว่างพอดี ซึ่งทุกคนที่ชอบบรรยากาศตอนเช้าก็จะตื่นขึ้นมาถ่ายรูปบ้าง รอใส่บาตรบ้างมีทั้งฝั่งไทยและฝั่งมอญ
ที่ฝั่งมอญตอนเช้าวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาใส่บาตรกันอย่างคึกคัก มีแม่ค้าเชื่อสายมอญ มาตั้งร้านขายเครื่องใส่บาตรมากมาย มีให้เลือกเย่อะ






หลังจากพระบิณฑบาตรใสาบาตรกันหมดแล้ว พี่เย็นและเด็กน้อย จะมีการโชว์เทินหม้อบนหัว ซึ่งไม่ใช่หม้อเดียวนะจ๊ะ!! แต่หลายใบด้วย ดูได้จากรูป เป็นความสามารถและเอกลักษณ์เฉพาะของคนที่นี่จริงๆ



ก่อนจะกินขนม เราว่าเราควรจะกินข้าวเช้าก่อนดีกว่า และอาหารที่สุดจะฟินก็คือโจ้กใส่ไข่กับกาแฟรร้อนๆ บรยากาศดีๆนี่มโนมาเต็ม ชอบจัง ร้านเดิม ร้านไม่กี่ร้าน ที่คนเย่อะตลอด ลองไปตามชิมดู แต่ก็มีอาหารตามสั่งขายเหมือนกัน ช่วยๆกันกระจายรายได้กันดีกว่า ^^



















แพที่พักริมน้ำซองกาเลีย เหมาะสำหรับมาเป็นหมู่คณะ แพหลังใหญ่สามารถรองรับได้หลายคน ไม่เหมาะสำหรับมาคนเดียวหรือต้องการความสงบในยามค่ำคื่น แต่ค่าแพที่พักไม่แพงสามารถสอบถามราคากับเจ้าของแพได้ค่ะ 



เป็นคนที่มีความสุขกับการเที่ยว ถ่ายรูป เขียนบล็อค อยากเอาสิ่งที่เรามองเห็น สถานที่ๆเราไปมาแชร์ให้กับทุกคนที่สนใจเข้ามาอ่าน อยากเห็นทุกคนมีความสุขกับการเที่ยว อิ่มใจ สุขใจไปด้วยกัน


ตามริมแพจะมีเรือมาให้บริการท่องเที่ยวไปยังวัดจมน้ำ สนนราคาไม่แพงมาก ถ้าจำไม่ผิดน่าจะ 300กว่าบาท ค่ะ 
ตอนสายๆจะเห็นแม่ชีเดินกลับวัด หลังจากบิณฑบาตรแล้ว ลักษณะการแต่งกายจะไม่เหมือนของไทย มีความงดงามพอๆกันในร่มพระพุทธศาสนา สาธุเจ้าค่ะ 















หากใครอยากจะนั่งเรือเที่ยว สามารถติดต่อหาพี่ๆคนขับเรือได้เรือ ซึ่งมีเรือหางยาวคอยบริการพานักท่องเที่ยวชมวัดใต้น้ำตลอดทั้งวันยั้นเย็น เลย จุดที่มีเรือนำเที่ยวจะอยู่ตรงบริเวณสะานลูกบวบ ซึ่งสนนราคาตอนไปเที่ยววันนั้น ก็ 300 บาท หารกับเพื่อนคนละ 150 บาทค่ะ 


























บริเวณนี้น่าจะเป็นบริเวณกุฏิเก่าของที่นี่ 












มุมนั่งพักและจิบกาแฟด้านหน้า 





บริเวณโถงใหญ่นี้จะมีเค้าเตอร์สำหรับทำ เครื่องดื่ม และมาแบ่งพื้นที่สำหรับประกอบอาหาร ซึ่งที่นี่จะจัดไว้เพื่อให้ผู้ที่เข้าพักสามารถประกอบอาหารเองได้ แชร์พื้นที่ แชร์กันกิน











