ค้นหาและแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวในไทย ลงทะเบียน เข้าสู่ระบบ
 
ภูเขา ผืนนา ป่าหน้าฝน ที่บ้านห้วยแก้วบน จังหวัดแม่ฮ่องสอน (Mae Hong Son Province) จ.แม่ฮ่องสอน
    • โพสต์-1
    Friday Again •  กันยายน 03 , 2558

    ที่เที่ยวที่ไม่มีใครรู้จัก

     

    "บ้านห้วยแก้วบน แม่ฮ่องสอน" คงเป็นสถานที่ที่ไม่คุ้นหูใครเท่าไหร่นัก นอกจากจะยังไม่อยู่ในลิสท์ของนักเดินทางแล้ว ที่นี่แทบไม่มีรีวิวใดๆ ในอินเตอร์เน็ตให้เรารู้จักก่อนไปมากนัก นอกเสียจากข้อมูลเพียงไม่กี่บรรทัดบนกำหนดการเดินทางชุดหนึ่ง

    ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว เราเพิ่งเรียนจบและเริ่มชีวิตทำงานด้านการท่องเที่ยวกับชุมชนท้องถิ่น โจทย์แรกที่เราได้รับคือ การออกไปทำความรู้จักกับคำว่า "ชุมชน" ในทริปนำร่องกับทัวร์เมิงไต ว่ากันตรงๆ คือทริปนี้เป็นทริปทดลองที่จัดให้ท้องถิ่นได้ลองจัดการท่องเที่ยวด้วยตัวเอง ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การไปเที่ยวอย่างเดียว แต่เป็นการเข้าไปพูดคุยแลกเปลี่ยนกับชาวบ้านด้วย

    ทริปนี้เลยเปิดโอกาสให้เราได้รู้จักกับบ้านห้วยแก้วบนหมู่บ้านชื่อไม่คุ้นหูแห่งนี้ แม้ในตอนเริ่มต้น เราอาตไม่มีข้อมูลอะไรติดตัวมากนัก แต่ที่แน่ๆ มันทำให้เราตกหลุมรักการเดินทางตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

    • โพสต์-2
    Friday Again •  กันยายน 03 , 2558

     

     

    บ้านห้วยแก้วบน ห่างจากตัวเมืองแค่ประมาณ 30 กิโลเมตร ดูแล้วเหมือนจะไม่ไกล แต่เพราะถนนหนทางเป็นดินลูกรังค่อนข้างสมบุกสมบัน ขึ้นลงเนิน และคดเคี้ยวไปมา จึงต้องใช้เวลาเดินทางกว่า 45 นาที ระหว่างนี้เลยเปิดกระจกรถ สูดอากาศเย็นๆ พอบรรเทาความรู้สึกโคลงเคลงของรถไปพลางๆ จนกระทั่งถึงเขาอีกฟากหนึ่ง หมอกฝนบางๆ จางลง เผยให้เห็นผีนนาภายใต้อ้อมกอดแห่งขุนเขา ที่นี่เองคือบ้านอันเงียบสงบของชาวปกาเกอะญอ

    • โพสต์-3
    Friday Again •  กันยายน 03 , 2558

    บ้านของคนรักป่า

     

    คืนนี้เราได้พักที่บ้านชาวปกาเกอะญอ บ้านที่นี่ส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้ใต้ถุนสูงแบบดั้งเดิม ชาวบ้านที่นี่จะปลูกบ้านแซมกับป่า ถางป่าใช้ไม้เท่าที่จำเป็น ไม่ตักตวงจากธรรมชาติจนเกินพอดี และปกติเขามักเลี้ยงหมู หมา แมว ไก่ ไว้ด้วยกันหมด ปล่อยให้มันอยู่กันสบายๆ ทำให้นึกถึงคำพูดที่ว่า ชาวปกาเกอะญอ เป็นชาติพันธุ์ที่มีความเชื่อเรื่องคนอยู่กับป่า ทุกก้าวย่างของชีวิตล้วนสอดคล้องกับธรรมชาติรอบตัว  

    ครอบครัวที่เรามาอยู่ด้วยมีกัน 5 คน แม่เฒ่า พ่อ และแม่พูดภาษาไทยกลางไม่ได้เลย ส่วนเราก็ไม่รู้ภาษาปกาเกอะญอ เลยเน้นสื่อสารกันด้วยสายตากับภาษามือ และละอ่อนตัวน้อยๆ คอยช่วยเป็นล่ามให้พวกเราคุยกันเข้าใจยิ่งขึ้น เราเลยได้เรียนภาษาปกาเกอะญอเล็กๆ น้อยๆ เป็นวิชาติดตัวกลับมาด้วย

    • โพสต์-4
    Friday Again •  กันยายน 03 , 2558

    คืนนี้เราจะปูเสื่อกางมุ้งกันที่ชานบ้าน ที่นี่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ไม่มีแอร์หรือพัดลม เพราะแค่อากาศเย็นๆ เช่นนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้พวกเราหนาวสั่น

    • โพสต์-5
    Friday Again •  กันยายน 03, 2558
    • โพสต์-6
    Friday Again •  กันยายน 03 , 2558

    เรียนทอผ้า

     

    สาวชาวบ้านเล่าว่าลูกสาวทุกบ้านจะเรียนรู้การทอผ้าจากแม่ ผู้สาวจะทอผ้าให้คนในครอบครัว ผู้บ่าวเลยมักเลือกผู้สาวที่ฝีมือการทอผ้าด้วย ถ้าผู้สาวบ้านไหนทอผ้าสวย ยิ่งเป็นที่หมายปองของผู้บ่าวมากเท่านั้น ปกติเขาจะสังเกตกันจากเสื้อผ้าที่ผู้สาวทอใส่เองว่ามีลวดลายประณีตแค่ไหน

    พอได้ลองทอผ้าด้วยตัวเองแล้วรู้สึกว่าการทอผ้าไม่อยากอย่างที่คิด และเป็นวิธีฝึกความใจเย็นที่ดีวิธีหนึ่ง เพราะถ้าไม่ใจเย็นหรือไม่มั่นคงพอเราอาจใช้แรงไม่พอดีหรือผิดจังหวะ ตาผืนผ้าก็จะออกมาไม่สม่ำเสมอไปด้วย

     

    • โพสต์-7
    Friday Again •  กันยายน 03, 2558
    • โพสต์-8
    Friday Again •  กันยายน 03, 2558
    • โพสต์-9
    Friday Again •  กันยายน 03 , 2558

    เดินป่าหน้าฝน

     

    เช้าวันต่อมา ได้เวลาลุยป่าหน้าฝน ปกติชาวบ้านจะเข้าป่า เก็บของป่ากันอยู่แล้ว จึงไม่แปลกที่จะเดินกันคล่องแคล่วกว่าพวกเราๆ แม้แต่เด็กที่นี่ยังเดินบนทางชันๆ ได้สบาย แต่สำหรับนักเดินทาง ฝีเท้าของเราอาจจะต่างจากเจ้าถิ่นเขานิดหน่อย ระหว่างทางเดินชาวบ้านคอยเรียนรู้ฝีก้าวของพวกเรา ตรงไหนชันมากจนเดินขึ้นลำบาก ชาวบ้านก็ใช้มีดพร้าช่วยเจาะขั้นบันไดตามพื้นดินให้เราเดินกันได้ปลอดภัยขึ้น

    ป่าช่วงหน้าฝนค่อนข้างจะชื้นแฉะ เราเลยต้องดูแลกันและกันไปตลอดทาง มีลื่นบ้าง ล้มบ้าง แต่ข้อดีของฤดูฝนคือป่าเขียวสดชื่นตลอดทาง อากาศก็เย็นสบาย ไม่มีเหงื่อเหนียวๆ จะมีก็แต่หยดน้ำค้างจากต้นไม้พรมหัวให้เปียกปอนกันคนละเล็กน้อย  

    • โพสต์-10
    Friday Again •  กันยายน 03, 2558
  1. โหลดเพิ่ม