สวัสดีค่ะ นี่ก็เป็นรีวิวที่ 2 แล้วนะคะ ทริปนี้เกิดขึ้นจาก ช่วงสอบเครียดมาก ก็เลยสัญญากับตัวเองไว้ว่า ถ้าผ่านวิชานี้จะไปเที่ยวเชียงใหม่ เพราะไม่เคยไปเลย แต่เห็นมีรีวิวเยอะ พอคะแนนออกปุ๊ป ก็จองตั๋วเลยค่ะ ก็โทรไปบอกแม่ว่าจะไป ไม่ได้โทรมาขออนุญาตนะ ตอนแรกก็คิดว่าทริปจะล่มอีกตามเคย แต่ไม่เอาล่ะ ปีใหม่ล่ะ ไม่อยากนั่งเลื่อนๆรีวิว แล้วก็บอกว่า เดี๋ยวไป ๆ โอเคครั้งนี้ก็ไป 3 วัน 2 คืน เดินทางโดยสายการบิน airasia จองตั๋วราคาถูกจากแอพ skyscanner หรือเว็บไซต์ http://www.skyscanner.co.th/ ลองเข้าไปดูนะคะ มีลูกเล่นเยอะเลยค่ะ ส่วนที่พักตามหัวข้อกระทู้เลยค่ะ ฟรี เพราะนอนหอเพื่อน :) 

มาถึงท่าอากาศยานเชียงใหม่ก็ เย็นๆแล้วค่ะ เครื่องลงตอนพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน อากาศก็หนาวกำลังดีค่ะ 21 องศา เพื่อนบอกอากาศดี เพื่อนมารับที่สนามบินไปเก็บของที่หอก่อน 

 - วันที่ 1  วันแรกส่วนใหญ่เพื่อนก็พาไปทัวร์กินค่ะ แถวนิมมานและก็ขับรถผ่านอย่างรวดเร็วที่คูเมืองและถนนคนเดินไนท์บาร์ซ่า ไม่ได้เอากล้องไปค่ะ พอดีรีบพน.ต้องตื่นเช้า

      - ร้านครัวคนเมือง : เป็นร้านอาหารเหนือค่ะ อาหารอร่อย ราคาไม่แพงด้วย แนะนำ ออร์เดิฟ กับแกงฮังเลย             location : ถนนนิมมาน 17 https://www.wongnai.com/reviews/68c400ac87b645cebe22228bd4b74d1a

      - ร้านพายคุณจริน : เพื่อนบอกว่าสาขาหลักไม่ได้อยู่เชียงใหม่ค่ะ จำไม่ได้ว่าจังหวัดอะไร พายอร่อยมาก ราคาไม่แพง แนะนำ พายมะพร้าว ต้องลองค่ะ ปกติไม่กินพายมะพร้าวลองแล้วติดใจเลยค่ะ                                             location : นิมมาน https://www.wongnai.com/reviews/9874fc41271442d78cf3aa0c3de6b3a0

 - วันที่ 2 

     ออกเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ตื่นเวลา 3.30 โดยประมาณเดินทางโดยรถแดง เราสองคนเหมารถแดงค่ะ 2,500 บาทคือระยะทางมันไกลมากค่ะ ไป-กลับก้เกือบสองร้อยกว่ากิโลเข้าไปแล้ว ราคาควรต่อรองประมาณนี้นะคะ ถ้ามีรถส่วนตัวก็ไปโลด 

ตลอดสองข้างทางไปอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ คือทางมืดมากต้องระมัดระวัง แต่ข้อดีคือเห็นดาวชัดมาก ไม่ได้ถ่ายมาฝากค่ะ เพราะมัวแต่ตื่นเต้นอยู่ อยากรู้ต้องไปดูเอง เราต้องเสียค่าเข้าอุทยานด้วยนะคะคนละ 50 บาท แต่เนื่องจากเป็นวันเด็กเลยได้เข้าฟรี เราก็ดีใจกันใหญ่ อ่อแนะนำว่า ทางเข้าจะมีขายถุงมือ ผ้าพันคอ หมวก ถ้าไม่ได้เอามา รีบซื้อเลยค่ะเพราะหนาวมากจริงๆ ทางขึ้นก็จะหนาวขึ้นเรื่อยๆเป็นเลเวล 

แล้วเราก็มาถึงจุดชมวิวดอยอินทนนท์ คนเยอะมากๆๆๆ แต่ละคนก็เริ่มจับจองพื้นที่เพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นกันค่ะ คนเยอะมากกกกกกกก 

 

หลังจากพระอาทิตย์ขึ้นทุกคนก็สลายตัวไปเข้าห้อง หาอะไรกิน ตามระเบียบ ที่จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นจะมีลานจอดรถและก็ร้านขายของ ทั้งเสื้อผ้า อาหาร เพียบ 

  หลังจากเติมพลังแล้ว เราก็ออกเดินป่าค่ะ เนื่องจากคนเยอะมากและไกด์ไม่พอเนื่องจากตรงกับวันปีใหม่ม้ง (ไกด์เป็นม้งที่พูดไทยชัดมากและใจดี)  จึงต้องจับกลุ่มกันขนาดใหญ่มากกลุ่มละ 20 คน โดยปกติเราจะให้ค่าไกด์ครั้งละ 200 บาท แต่ครั้งนี้คือ 20 คนช่วยกันหารก็เลยตกลงกันว่าจะจ่ายคนละ20 บาท ปรากฎว่า คุ้มมาก คือจ่ายแค่ 20 บาทแต่ได้เห็นวิวอลังการ 

  ขอแนะนำสำหรับคนเพิ่งเดินป่าขึ้นดอย ว่าควรออกกำลังกายอย่างมาก เพราะอากาศหายใจไม่พอ ว่าทำไมวันที่ไปถึงเพื่อนลากไปวิ่ง คืออากาศจะน้อยมาก ยิ่งเดินสูงขึ้นไป ทางที่เดินก็เหมือนข้ามเขาหลายลูกมาก ทั้งชันทั้งเหนื่อย บางคนก็ถอดใจเดินกลับทางเดิม คือทางเข้ากับทางออกมันคนละทางกัน ทางเข้าจะเป็นเนิน เดินๆๆๆๆๆ แต่ทางกลับจะเป็นผา คือ ผาจริงๆ ฮึ่มมมมม ระหว่างทางก็จะมีน้ำตก ต้นไม้ ธรรมชาติ เพราะนี่เป็นป่าเมฆ ไกด์บอกมานะ มีแค่ 0.03 % ของโลกเท่านั้น เอาว่ะเดินๆๆ เดินนานมาก ไม่ได้ถ่ายระหว่างทางให้ดูเพราะเหนื่อย อ๋อ! แนะนำว่าให้พกน้ำติดตัวไว้ก็ดี ไม่ก็พกสัมภาระไปน้อยๆ มันจะไปเป็นภาระในภายภาคหน้า  

และแล้วก็มาถึง กิ่วแม่ปาน 

อันนี้มุมยอดฮิต ต้องเข้าแถวรอค่ะ พี่คนนี้คือเสียงฮือฮาของคนทั้งดอย (ขออนุญาตลงนะคะ) นี่กุหลาบพันปี นานทีจะบาน   ก่อนที่เราจะลงจากกิ่วแม่ปาน ไกด์ก็จะบอกว่า ออกตรงนี้ก็จะเป็นทางออกแล้วนะครับ เขาก็จะพูดสรุปว่าเราเดินมา 21 ป้ายแล้วนะ กี่กิโลไม่รู้แต่เหนื่อย เขาก็บอกว่าผืนป่านี้เป็นของขวัญให้กับในหลวง เขาจะช่วยกันดูแลเพื่อเป็นสิ่งตอบแทนแด่ในหลวง ประมาณนี้ คือพูดซึ้งมา เนื่องจากเราเป็นคน sensitive( บางทีก็ดูเหมือนจะตอแหล 555555 ไม่เกี่ยว) คือรู้สึกได้ว่าเขารักในหลวงของเรามาก น่าภาคภูมิใจแทนคนไทยจริงๆนะค่ะ

 หลังจากลงมาจากกิ่ว คุณลุงรถแดงก็บอกว่า เดี๋ยวพาไปจุดสูงสุดดอยอินทนนท์ ก็ตื่นเต้นค่ะ ปรากฎว่า ไม่มีห่าไรเลย มีแค่ป้ายจริงๆ ย้ำ แค่ป้ายจริงๆ ไว้ถ่ายรูป ซึ่งต้องแย่งกันถ่ายอีก พอเดินมาถึงก็ได้รูปอย่างที่เห็นอ่ะค่ะ คือเพลียแต่คนส่วนใหญ่เขาก็มาถ่ายรูปที่นี่กันนะค่ะ เพราะสูงกว่ากิ่วแม่ปานแล้วก็เป็นไอเท็มที่ควรมี 

จากนั้นเราก็ลงจากดอยกันระหว่างทางก็แวะ พระธาตุนภเมทนีดลและพระธาตุนพภูมิสิริ ซึ่งตรงกับวันเด็กพอดี เลยได้ซาลาเปาฟรีไปกินแก้หนาว และก็มีแจกไอติมฟรีด้วย แต่คงไม่ไหวอ่ะหนาวมาก ขาขึ้นอ่ะมีบันไดเลื่อนให้ แต่ขาลงต้องลงบันไดนะจ๊ะ โดยทั้งสองฝั่งหลังพระธาตุจะมีสวนทั้งสองฝั่ง

 

ต่อจากพระธาตุก็แวะน้ำตก สิรินธาร ที่ต้องใช้กำลังขาเดินลงไป แต่ไม่สามารถเล่นได้เพราะอันตรายลงจากดอยคือเหนื่อยหมดแรง แต่ก็แวะซื้อสตอร์วเบอรรี่ แล้วก็ลงจากดอยเลย สตอร์วเบอรรี่ ผลไม้อื่นๆก็ถูกมาก เพราะซื้อจากสวนเลย อารมณ์นั้นคือต้องการที่นอนก็เลยไม่ได้ถ่ายรูปเพราะเหนื่อยจริงๆ กินแล้วก็หลับจนถึงตัวเมืองเลยอ่ะ

 

- วันที่ 3 

  วันกลับแล้วจ้า ไม่มีอะไรมากเพราะตื่นเกือบจะสาย เรากลับไฟลท์ 10.40 เพื่อนบอกเห้ยต้องไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพก่อน ไม่งั้นเหมือนมาไม่ถึง คือโค้งเยอะมากกกกก บิดมอเตอร์ไซต์ขึ้นกัน บางคนก็วิ่งขึ้นดอย บางคนก็ปั่นจักรยาน คือเหนื่อยมากนะ ข้างบนก็จะเป็นวิวตัวเมือง ได้แวะแค่แปปเดียวเพราะเดี๋ยวตกเครื่อง จุดมุ่งหมายหลักคือไหว้พระธาตุนะจ๊ะ 

แล้วก็เดินทางกลับสนามบินดอนเมืองค่ะ อย่างรวดเร็ว เพราะไปถึงสนามบินแบบฉิวเฉียดมาก พนง.เคาน์เตอร์ใจดีมากค่ะ ขอนั่งหน้าต่างนะพี่ มาเชียงใหม่ครั้งแรก พี่เค้าก็บอกเด่วดูให้ค่ะ คือไม่รู้ยังมีที่ว่างป่าวไง คือมาก็ช้าไง ที่นั่งก็ยังไม่ได้เลือกในเว็บไง 

แล้วก็กลับสู่ สนามบินดอนเมืองโดยสวัสดิภาพและปลอดภัย ทริปนี้ใช้เงินไปเพียงแค่ประมาณ 2,000 นอกนั้นก็จิปาถะ เรื่องของฝากอะไรด้วย ไม่รวมค่าตั๋วนะ จำไม่ได้ แต่สิ่งที่เห็น สิ่งที่ได้รับมันมากกว่าเงินที่เสียไปนะ มันเป็น 3 วัน 2 คืนที่คุ้มค่าจริงๆ ต้องขอบคุณเพื่อนมากๆ ถึงแม้จะบอกมันไปหลายครั้งแล้ว สิ่งที่เราอยากจะบอกก็คือ สิ่งที่เรานำมาเล่าอ่ะมันก็แค่ประสบการณ์ในมุมมองของเด็กคนนึง แต่อยากให้ลองออกไปเที่ยวเอง สัมผัสเองดู จะรู้สึกได้ว่าสิ่งที่เราเล่านะมันบอกได้ไม่หมด  เรามีคติอยู่ข้อนึงว่า เราอายุเท่านี้ เราเห็นโลกมาเท่าไหร่ เพื่อนเราบอกว่า ถ้ามึงตายตอนนี้ก็คุ้มล่ะ เอาแช่งกูทำไมว่ะ? แต่สำหรับเรา เรารู้ว่ามันยังไม่พอ เรายังเห็นโลกไม่ครบทุกด้าน เราอยากเห็นโลกในด้านของเธอนะ อย่าลืมล่ะ ออกไปสัมผัสสิ่งที่ เธอคิดว่า มันน่ากลัว แต่อาจไม่มีอะไรเลย แล้วมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะจ๊ะ :) 

ข้อมูลเพิ่มเติม : จากเว็บกระปุกจ้า http://travel.kapook.com/view684.html

ฝากติดตามเราได้นะ

Follow IG :