ค้นหาและแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวในไทย ลงทะเบียน เข้าสู่ระบบ
 
พิชิตดอยม่อนคลุย สู่ม่อนทูเล กับเส้นทางการเดินป่า 3 วัน 2 คืน ดอยม่อนคลุย, ดอยม่อนทูเล จ.ตาก
    • โพสต์-1
    Namee •  ธันวาคม 14 , 2559

    ทริป “ดอยม่อนทูเล” เป็นทริปตามเป้าหมายของการเดินป่าที่ตั้งใจไปพิชิต
    โดยเลือกไปช่วงเดือนพฤศจิกายน ไปที่ “ม่อนทูเล” จ.ตาก แต่ได้พ่วงอีกหนึ่งดอยคือ “ม่อนคลุย”
    ออกทริปวันที่ 18-20 พฤศจิกายน 2559  (3 วัน 2 คืน) 

    -------------------------------------------------------------------------------

    พวกเราเลือกการเดินทางแบบจอยทริปกันค่ะ เนื่องจากหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเวลาของการเดินทางที่มีจำกัด การบริหารจัดการ-การติดต่อสถานที่ที่มีคนดำเนินการให้ ตัดปัญหาเรื่องการเตรียมอาหารและการทำกับข้าวทิ้งไป เพราะมันทำให้พวกเราสะดวกขึ้น และมีเวลาในการถ่ายภาพและได้ชมวิวทิวทัศน์อย่างคุ้มค่ากับระยะทางการเดินป่าและเหงื่อที่ต้องเสียไป  แถมพวกเรายังได้เพื่อนใหม่และมิตรภาพใหม่ๆ ด้วยค่ะ

    **เพราะจากที่ได้ลองจัดทริปไปกันเองแล้ว ทำให้พบว่าเวลาส่วนนี้ของพวกเราหายไป

    **แต่บางคนอาจไม่ชอบเที่ยวแบบจอยทริปเพราะจะมีค่าใช้จ่ายที่แพงกว่าการเดินทางไปกันเอง อันนี้แล้วแต่ความชอบและสไตล์การเที่ยวของแต่ละคนนะค่ะ

    **ทริปนี้ถือว่าเส้นทางการเดินป่าโหดร้ายอยู่ เนื่องจากต้องเดินเท้าทั้งหมด 3 วัน เพื่อไป 2 ดอย คือเดินเท้าจากดอยม่อนคลุย - ไปม่อนทูเล

     

    แผนที่ท่องเที่ยวตำบลท่าสองยาง

     

    เส้นทางการเดิน : ระดับความสูงอาจดูไม่เท่าไร แต่การเดินเท้าค่อนข้างชันและยาวไกล บางช่วงเป็นหิน บางช่วงเป็นหินปนฝุ่นก็จะลื่นง่าย แล้วแต่ว่าไปช่วงฤดูไหน

    ระยะทาง : จากบ้านแม่จวาง - ม่อนทูเล ใช้ระยะทางประมาณ 6-7 กิโล (ไปแค่ม่อนทูเล) แต่ถ้าจากจุดเริ่มออกเดิน - ม่อนคลุย ใช้ระยะทางประมาณ 4 กิโลกว่า (วัดเส้นทางด้วยนาฬิกา) และจากม่อนคลุย - ม่อนทูเล ระยะทางประมาณ 4 กิโลกว่าเช่นกัน 

    สิ่งอำนวยความสะดวก : มีห้องส้วม 2 ห้อง พร้อมน้ำตกและลำธารอยู่บนยอด, จุดพักเต็นท์มีแค่สัญญาณโทรศัพท์เฉพาะค่ายทรูมูฟ ขึ้นยอดดอยทูเลเจอของค่ายอื่นๆ

    จุดชมวิว : เด่นเรื่องทะเลหมอกยามเช้า และพระอาทิตย์ตกยามเย็น ส่วนพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าต้องหาทำเลดีๆ เพราะจุดที่ชมวิวมีภูเขาบัง

    สถานที่ติดต่อ หรือ จองโปรแกรมการเดินทาง 
    ติดต่อได้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลท่าสองยาง
    โทรศัพท์ 089-268-1116, 084-566-4859 
    โทรสาร 055-577-437
    ปล. หรือไปเที่ยวกับกรุ๊ปทัวร์ก็ได้สะดวกดี

    • โพสต์-2
    Namee •  ธันวาคม 14 , 2559

    18 พฤศจิกายน 2559 วันแรกของการออกเดินทางไป “ดอยม่อนคลุย”

    >>จุดเริ่มต้น หรือ จุดพักรถของพวกเราอยู่ที่ อบต.ท่าสองยาง ซึ่งเป็นจุดที่ 1 

    อบต.ท่าสองยาง

     

    >>เมื่อทุกอย่างพร้อมการเดินทางแรก คือการนั่งรถกระบะออกจาก อบต.ท่าสองยาง เพื่อไปยังจุดที่ 2 คือจุดเริ่มต้นการเดินเท้า โดยวิ่งเส้นทางหลวงหมายเลข 105 ไปถึง ก.ม. 158+100
     

    >>จากนั้นเลี้ยวขวานั่งรถต่อเข้าอีกประมาณ 7.5 กิโล ซึ่งเส้นทางค่อนข้างวิ่งลำบาก ขรุขระ ต้องวิ่งขึ้นเขาลงเขาค่อนข้างอันตราย การขับขี่ต้องเป็นผู้ชำนาญเส้นทางถึงจะดีเพื่อความปลอดภัย ก่อนถึงจุดเดินเท้าช่วงตีนเขา

     

    >>จะผ่านจุดชมวิว “ม่อนคลุย” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดกลางเต็นท์ตั้งแค้มป์นอน  ที่นี่มีลักษณะเป็นลานกว้าง จุดนี้รถยนต์สามารถเข้าถึงได้ จากนั้นขับรถไปอีกไม่ไกลก็จะถึงจุดส่งตัว 555++

    จุดชมวิว ดอยม่อนคลุย ที่รถยนต์สามารถเข้าถึงได้

     

    >>เมื่อมาถึงจุดหมายที่ 2 จุดเริ่มต้นของการออกเดินเท้าเพื่อไปยัง “ม่อนคลุย” ก็เริ่มขึ้น พวกเราเริ่มออกเดินกันตอน 10.00 น.

    จุดส่งตัว ลูกหาบพร้อม พวกเราก็ต้องพร้อม สู้ๆ

     

     

    บรรยากาศความเหนื่อยเป็นไปตามภาพ

     

    ณ จุดแรกที่เจอสัญญาณโทรศัพท์แสนดีใจ อยู่ยอดเขาไหนไม่รู้จำไม่ได้

     

    ภาพมุมบน ณ จุดที่มีสัญญาณที่พวกเรายืนอยู่

     

    >>การเดินเท้าส่วนใหญ่เดินขึ้นเขาเป็นหลัก เดินลงเขาเป็นส่วนน้อย มีเดินเลาะเขาบ้างเป็นบางช่วง

     

    >>พวกเราเดินไปถึงจุดกางเต็นท์ตอน 13.30 น. ใช้ระยะทางในการเดินประมาณ 4 กิโลกว่าๆ ได้ แต่เส้นทางไม่ค่อยธรรมดาเท่าไร

    จุดกางเต็นท์เป็นลานเวิ้งกว้างระหว่างเขาเป็นจุดที่สามารถมองเห็นทะเลหมอกด้านหน้าได้ในยามเช้า

     

    >>เมื่อที่พักพร้อม เสบียงก็ต้องพร้อม จัดเตรียมอาหารสำหรับมื้อเย็น

    พ่อครัว แม่ครัวก็พร้อม 555++ 

     

    >>ส่วนสมาชิกที่เหลือก็นั่งชิลๆ ดูวิว สัมผัสอากาศยามบ่าย และก็รอเวลาไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกยามเย็น (ที่นี่ไม่เด่นเรื่องพระอาทิตย์ตกเท่าไร ต้องหามุมเอาเอง)

     

    “ดอยม่อนคลุย” เป็นภาษาปกากะญอ หมายถึง เนินที่มีต้นหญ้าเล็ก ๆ  เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกและทะเลหมอกที่แผ่คลุมทางด้านตะวันตกแห่งหุบเขาลำน้ำเมยในยามเช้า

    จุดพระอาทิตย์ยามเย็น ที่พวกเราเดินหากันได้มาเท่านี้

     

    >>ส่วนยามดึกเหรอ ที่นี่ช้างออกมาหาอาหารไวมาก ออกมาปรากฏตัวให้เห็นช่วง 3 ทุ่ม

    ฝีมือไม่ถึง กล้องไม่พร้อม แต่ขอบคุณเทคนิคดีๆ จากพี่ปอ และน้องเชล มากๆ นะคร้า 

    • โพสต์-3
    Namee •  ธันวาคม 14, 2559
    • โพสต์-4
    Namee •  ธันวาคม 15 , 2559

    19 พฤศจิกายน 2559 วันที่ 2 ของการเดินทางต่อไปยัง “ดอยม่อนทูเล”

    >>ตื่น ตื่น ตื่น  ส่วนยามเช้าเหร๋อ!! พวกเราก็รีบลุกมาหามุมถ่ายรูปทะเลหมอกกัน ใครชอบมุมไหนก็เดินข้ามเขากันไปหาทำเล ที่นี่อากาศไม่หนาวมาก แค่เย็นสบายๆ น่าจะเพราะไม่ใช่จังหวัดโซนภาคเหนือ บวกกับยังอยู่ในช่วง พ.ย.

    มุมที่พวกเราเลือก ยังดีไม่พอ แต่ไม่ไหวจะเดิน

     

    >>พอสายๆ ภารกิจก็รออยู่ คือการรีบเก็บสัมภาระ เพื่อออกเดินทางต่อไปยังเป้าหมายที่ 2

    เตรียมของพร้อมแล้ว ก็ต้องเตรียมขาด้วยเช่นกัน

     

    >> Go Go Go เดิน เดิน เดิน

    >>จาก ม่อนคลุย พวกเราเริ่มออกเดินทางตอน 8.30 น. เดินลงเขา เดิมข้ามเขา เพื่อไปยังเป้าหมายที่ 2 

    อุ้ย!! เดินลงเขามาเจอน้ำตก ชดชื่นจุงเบย

     

    โอ้วว!! แต่ดูข้างหน้านั้น นั้นคืออะไร... ขึ้นซิจ๊ะ เดินขึ้นไป

     

    เจอป้ายบอกทางตรงไปม่อนทูเล แสนดีใจแต่ระยะไกลอีกเท่าไรไม่รู้เลย

     

    >>ชีวิตมีขึ้น ก็ต้องมีลงนะจ๊ะ กะมาเดินเที่ยวสบายๆ อย่าได้คิด

     

    >>มาถึงแล้ววววว ม่อนทูเล เดินมาถึงตอน 10.30 น.  ใช้ระยะทางในการเดินประมาณ 4 กิโลกว่าเช่นกัน ก็เดินข้ามลำธารมาเพื่อกางเต็นท์ 
     

    >>จุดกางเต็นท์พวกเราตั้งแค้มป์ใกล้กับลำธาร ลำธารอยู่ด้านซ้ายมือตามภาพด้านล่าง เป็นจุดรวมน้ำกิน น้ำใช้ น้ำอาบ เข้าป่านานๆ จะมีน้ำให้อาบ แถมสบายลูกหาบด้วยไม่ต้องไปแบกน้ำจากแหล่งอื่นมาให้พวกเราใช้

    ณ จุดกางเต็นท์ของพวกเรา

     

    น้ำเย็นมาก ทุกคนดีใจที่จะได้อาบน้ำกัน 555++ ยกเว้น...

     

    >>ฝ่ายเตรียมเสบียง ใครฝีมือดี ก็ช่วยพี่ๆ เขาทำอาหารกัน

    อร่อย แถมกำลังใจเยอะด้วย

     

    “ดอยม่อนทูเล” หรือที่เรียกกันว่า "ทูเลโค๊ะ"  หมายถึง ภูเขาสีทอง ตามที่เขากล่าวกันมา ซึ่งช่วงหน้าหนาวกลางเดือนพฤศจิกายน-มกราคมของทุกปี ลักษณะของทุ่งหญ้าสีเขียวจะเปลี่ยนเป็นทุ่งหญ้าสีทองตามช่วงฤดูกาล ม่อนทูเลเป็นภูเขาที่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,350 เมตร   ถือว่าสูงที่สุดในเขตบ้านแม่จวาง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก

     

    >>เส้นทางการเดินเท้านั้นเห็นนักเดินป่าจัดระดับความยากอยู่ระดับที่ 3.5  แต่เจ้าของรีวิวพึ่งมีประสบการณ์การเดินป่ามาแค่ 2 ที่เอง ถ้าหากให้ชั่งน้ำหนัก จาก “ดอยหลวงเชียงดาว” และ “ดอยสันหนอกวัว” ที่เคยไปมา คิดว่าความยากของที่ “ดอยม่อนทูเล” เดินยากกว่าเยอะ ใครที่คิดว่าทางลงเส้น “ปางวัว ณ ดอยหลวงเชียงดาว” ยากแล้ว ลองมาเดินลงเส้นทางจาก ม่อนทูเล ไปหมู่บ้านแม่จวางดู โหดไม่เป็น 2 ลองใครเหมือนกันนะ

     

    >>ตกเย็นพวกเราก็ขึ้นไป ณ จุดชมวิว เพื่อรอดู พระอาทิตย์ตกกัน ช่วงเดือนนี้อากาศยังไม่หนาวมาก

    ตบท้ายด้วยภาพพระอาทิตย์ตก ณ ม่อนทูเล ส่งทุกคนเข้านอน เจอกันต่อพรุ่งนี้เช้า ของวันที่ 3

    • โพสต์-5
    Namee •  ธันวาคม 15 , 2559

    20 พฤศจิกายน 2559 วันสุดท้ายของการจากลา “เขา”

    >เช้าของวันใหม่ เริ่มต้นด้วยการตื่นตี 5 เพื่อขึ้นไปบนยอดม่อนทูเล ดูพระอาทิตย์ขึ้น และทะเลหมอก ภาพด้านล่างนั้นคือเนินที่เราต้องเดินขึ้นไปบนยอด ซึ่งจะเป็นยอดของ ม่อนทูเล มีป้ายปักไว้ให้ถ่ายรูปเก็บบรรยากาศกัน เป็นจุดที่มองเห็นทะเลหมอก ดูภาพเหมือนเนินไม่สูง ขึ้นไม่ยาก แต่ความเป็นจริงแล้วมันไม่ง่ายอย่างที่เห็นนะจ๊ะ 

     

    >>แต่ถ้าอยากดูพระอาทิตย์ขึ้นต้องเดินต่อข้ามไปอีกเนินเขาหนึ่ง ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องเดินระมัดระวังหน่อยหากเดินช่วงเช้ามืดเพราะจะมองไม่เห็นทาง เส้นทางเดินเลาะสันเขาพลาดไปคือตกค่ะ เพราะขวามือระหว่างเดินคือหน้าผาเลย เดินมืดๆ ก็น่ากลัวอยู่หากไม่ชินทางหรือไม่มีคนนำทาง แต่จุดที่ไปชมพระอาทิตย์ขึ้นจะมีภูเขาบัง ต้องหาทำเลดีๆ 

    จุดชมวิวฝั่งพระอาทิตย์ขึ้น แต่ไม่มีภาพพระอาทิตย์ขึ้นหาทำเลดีๆ ไม่ได้คนเยอะ

     

    >>ฟินอยู่กับจุดชมวิวนี้อยู่พักใหญ่ แล้วก็เดินย้อนกลับมาที่จุดชมวิวตรง ม่อนทูเล

     

    >>เมื่อช่วงเวลาของความฟินผ่านไป ก็ถึงช่วงเวลาแห่งการเดินเท้าวันสุดท้ายมาถึง การจัดเตรียมสัมภาระทุกอย่างพร้อมเพียง การเดินทางก็เริ่มขึ้น พวกเราออกเดินเท้าตอน 10 โมง เดินเลาะน้ำตกมาเรื่อยๆ

     

    >>จนมาถึงสุดทางของจุดเดินลง ตอนเจอเส้นทางที่ต้องเดินลงคือสิ่งที่เห็นคิดว่ากำลังยืนอยู่ต้องหน้าผา แล้วเราต้องไต่หน้าผานั้นลงมา ระดับความชันของการเดินลงน่าจะอยู่ที่ประมาณ 75-80 องศาได้ (คือก็ไม่แน่ใจในระดับความชันนะ) หลังจากผ่านความชันมาได้...

     

    >>ชีวิตก็จะมีขึ้นมีลงตลอดทางละค่ะ แล้วแต่ว่าช่วงไหนจะเป็นช่วงพีคสุดของชีวิต แต่หาช่วงสบายไม่ค่อยมีนะค่ะ เดินไปเห็นแต่สันเขา ยอดเขา คือชีวิตเมื่อไรจะเดินเจอตีนเขาสักทีหนอ เจ้าของรีวิวและเพื่อนอีก 2 คน เป็นพวกสายเดิน  ส่วนสายชิลก็เดินกันไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็แวะพัก 

     

    >>เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการเดิน พลังกำลังจะหมดลงเรื่อยๆ

    เริ่มมองเห็นทุ่งนา เห็นความเป็นชุมชนมากขึ้น จากที่ชีวิตเดินเจอแต่ป่า และก็ป่า

     

    เดินเลาะทุ่งนากันมา เป็นช่วงที่ชาวบ้านเกี่ยวข้าวกันไปแล้วเดินง่ายขึ้นมาหน่อย

     

    >>พวกเรามาถึงหมู่บ้านแม่จวางตอนบ่าย 13.10 น. (การเดินเท้าของแต่ละคนอาจใช้ระยะเวลาในการเดินไม่เท่ากัน) ก็ถือว่าเป็นกลุ่มแรกๆ ที่เดินมาถึงจุดหมายปลายทางก่อนก็ว่าได้ คริๆ (แอบภูมิใจในความสตรอง!! ของตัวเองและเพื่อนๆ เล็กน้อย) 

    แล้วนั้น ข้างหน้านั้น นั้นคือเป้าหมายของเรา เย้ๆ

     

    วิ่งเข้าหาน้ำเลย 555++

     

    ดูจากสีหน้าคือทุกคนไหว ทุกคนสู้ตาย แต่ถ้าจะให้เดินต่อขอหลับแพร๊บบบบ

     

    >>จากนั้นก็นั่งรถกลับมา ณ จุดเดิม อบต.ท่าสองยางที่นี่จะมีบริการห้องอาบน้ำ เพื่อให้นักเดินป่าทั้งหลายได้อาบน้ำเตรียมตัวเดินทางกลับบ้านกัน

     

    >>หากถามว่าเหนื่อยไหม... บอกเลยว่ามาก... แต่ก็สุขใจสุดๆ มีความสุขกับความพยายามและความสำเร็จของตัวเองที่สามารถเดินลงมาถึงจุดหมายปลายทางได้โดยสวัสดิภาพ และปลอดภัยกันทุกคน

     

    By Namee Be Bear

    ขออภัยหากมีข้อมูลส่วนใดผิดพลาดไป และก็ขอโทษด้วยหากทำให้เมื่อยนิ้วในการเลื่อนดู
    ขอฝากเพจน้องใหม่ของเจ้าของรีวิวด้วยนะจ๊ะ ถ้าชอบให้กดไลน์ ถ้าถูกใจช่วยกดแชร์

    Fanpage : https://www.facebook.com/KanXengStudio/

    • โพสต์-6
    Namee •  ธันวาคม 15, 2559