ดอยหลวงเชียงดาว ดินแดนสวรรค์ ของนักเดินทาง

 

กราบสวัสดีคร้าบบบ เพิ่งมาเล่าถึงดอยหลวงเชียงดาวตอนนี้ ซึ่งจริงๆทริปนี้ผมขอบกก่อนเลยว่าผมมาเมื่อปลายปีที่แล้วนะครับ ละทำไมถึงมาลงตอนนี้ บางคนอาจสงสัยว่า เอ๊ะ!!! ไปตอนนี้จะยังหนาวอยู่ไหม ไปละบรรยากาศจะฟินรึเปล่า จากที่ผมไปบ้านห้วยกุ๊บกั๊บมาเมื่อไม่กี่วันก่อนอากาศบนดอยก็เย็นกำลังดีนะครับ แต่ที่ผมอยากจะเล่าเรื่องดอยหลวงเชียงดาวในตอนนี้เพราะว่า ช่วงนี้เป็นการเริ่มต้นการล่าช้างกันแล้ววว (ช้างที่ว่าหมายถึงภาพทางช้างเผือกนะครับ ^^) เกริ่นมายาวพอควรแล้ว มาเริ่มกันเลยดีกว่า ถ้าผิดพลาดหรือขาดไรไปขออภัยด้วยน้าาา

 

 

   เรามากันตรงที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวหลังจากที่โทรจองและแจ้งชื่อสมาชิกและจำนวนลูกหาบทาง เมลล์แล้ว เราก็มาติดต่อลงชื่อและเตรียมตัวนั่งรถกระบะ ขึ้นไปปยังจุดเริ่มเดินเท้าเด่นหญ้าขัดกัน ตรงนี้ทุกท่านสามารถติดต่อสอบถามวันว่าง ลูกหาบ และ รถกระบะได้ กับทางเขตโดยตรงที่เบอร์ 053-456623 , 081-1116203 และส่งรายชื่อกับวันที่จองทาง chiangdaows2521@gmail.com (จำกัด150คน/คืน นะครับ) หลังจากติดต่อเจ้าหน้าที่เรียบร้อยก็เก็บของขึ้นรถไปที่จุดเริ่มเดินได้เลยครับ

เส้นทางที่รถวิ่งขึ้นมาเป็นทางขรุขระและชันพอสมควรมีทั้งเนินขึ้นและเนินลงระหว่างที่นั่งก็หาที่ยึดที่จับกันดีๆหน่อยนะครับ

หลังจากที่นั่งรถกระเด้งไปกระเด้งมากันราวๆ1ชม. ก็จะมาถึงที่ หน่วยพิทักษ์ป่าขุนห้วยแม่กอก ผมถึงเวลาประมาณ10โมง ก็กินข้าวเติมพลังกันก่อนเพราะทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลมาก อย่าลืมพกน้ำติดตัวกันด้วยนะ ลูกหาบจะรับน้ำหนักได้คนละ20 กิโล ซึ่งกลุ่มผมจ้างไป2คน แค่แบกแพคน้ำขวด1.5ลิตร ก็เกือบเต็มกำหนดแล้ว จึงต้องแบกสัมภาระส่วนตัวกันเอง (ข้างบนไม่มีน้ำไม่มีไฟควรเตรียมน้ำไปให้พอนะครับ เพราะใช่ทั้งดื่มและต้มโจ๊ก มาม่า กาแฟ ล้างหน้า และแนะนำให้พกทิชชู่เปียกไปเยอะๆนะครับ)

ระยะทางเดินเส้นทางเด่นหญ้าขัด เริ่มจากหน่วยพิทักษ์ป่าขุนห้วยแม่กอกระยะทางเดิน8.5 กม. หลังจากแบกเป้ขึ้นหลังเดินมาถ่ายรูปกับป้ายก็เหนื่อยละครับ 555 แต่คิดเอาไว้ว่าข้างบนนั้นขึ้นไปถึงสวยคุ้มค่าแน่นอน รวบรวมแรงใจละเดินขึ้นกันเลยย

ทางเดินมีทั้งทางราบ เนินสูง ปีนขึ้นหิน ลุยหญ้าสูง โคลนลื่นๆ เรียกได้ว่าครบทุกรสชาติในการเดินป่าเลยแหละครับ แต่นอกจากความโหดของเส้นทางและความเหนื่อยของร่างกายรอบๆตัวก็มีธรรมชาติสวยๆให้เราได้ชื่นใจตลอดทางเลยครับ

หลังจากเดินๆพักๆบุกป่าฝ่าดงขึ้นมาเป็นระยาทาง 8.5 กม. ใช้เวลาร่วม 6 ชม. (มันนานเกินไปไหมเนี้ย >< ) เราก็มาถึงจุดกางเต็นท์กันสักที และสำคัญขึ้นมาถึงเราก็ได้เจอกวางผา ออกมาเดินบนยอดหินหลังเต้นท์เราพอดี กวางผานี้ถือเป็นสัตว์เจ้าถิ่นของดอยหลวงเชียงดาวเลยทีเดียว ถ้าขึ้นไปลองสังเกตดูดีๆอาจจะเจอนะครับ กว่าพวกเราจะขึ้นมาก็เกือบ 6 โมงเย็นแล้ว เลยตัดสินใจกางเต็นท์ ต้มน้ำทำอาหารและก็พักผ่อนเอาแรงกันก่อน แต่บรรยากาศตรงจุดกางเต็นท์ก็มีดาวเต็มฟ้าให้ดูกันแล้วน้า อยู่ถ่ายดาวได้สักพักก็ต้องรีบเข้านอน พรุ่งนี้เช้าตี4เตรียมออกเดินขึ้นกิ่วลมใต้กัน

ตื่นเช้าขึ้นมาอากาศหนาวมากแทบ ตื่นมาก็มีเวลาต้มน้ำกินกาแฟ ล้างหน้า แปรงฟันเรียบร้อยแล้วก็เริ่มออกเดินทางไปที่กิ่วลมใต้กัน ออกกันตอนเช้าทางมืดมากและมีจุดที่เป็นหินชัน ควรมีไฟฉายกันทุกคนนะครับเดินกันประมาณครึ่งชั่วโมง ก็หาจุดนั่งรอพระอาทิตย์ขึ้นกัน ถ้ามองออกไปด้านนอกจะเห็นไฟของเมืองกับหมอกบางๆส่วนด้านหลังจะเป็นดอยสามพี่น้องกับดาวจางๆ เรียกได้ว่าสวยรอบด้านเลยครับ

นั่งดูความงามช่วงก่อนพระอาทิตย์ได้พักใหญ่ๆ ก็เจอกับหมอกหนาปกคลุมจนมองวิวไม่เห็นอะไร แต่รอต่อไปสักพักหมอกก็ค่อยๆเคลือนผ่านเราไปจนเปิดเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามอย่างเต็มๆตากันแล้ว 

เดินออกไปจากจุดชมวิวตรงนี้อีกหน่อยจะเป็นชุดชมวิวอีกจุดที่เค้ารียกว่า ผาหำหด จะโขดหินยื่นออกไปให้เราได้ถ่ายรูปกันอีก1มุมจากจุดนี้มองออกไปไกลๆเราสามารถเห็นยอดดอยอินทนนท์ได้ ส่วนใครที่จะออกไปยืนถ่ายรูปก็ระวังกันด้วยนะครับ

หลังจากถ่ายรูปชมวิวบนกิ่วลมใต้จนเต็มอิ่มแล้วก็เดินกลับลงไปที่เต็นท์กินข้าวพักผ่อน ในช่วงกลางวันนี้ส่วนตัวผมไม่รู้จะไปไหนทำไรก็เลยออกไปส่องนกเล่นๆละก็เผื่อฟลุ๊คได้เจอเจ้ากวางผาอีก บนเชียงดาวนี้มีนกสวยๆอยู่หลายชนิด แต่ตัวผมก็ไม่รู้จักชื่อหรอกครับ แฮร่ ^^"

พอถึงเวลาช่วงบ่ายสองกว่าๆ ก็เตรียมตัวเดินขึ้นยอดดอยหลวงเชียงดาวนี้กัน จากจุดกางเต็นท์เดินขึ้นไปบนยอดระยะทางไม่ไกลมากเท่าไหร แต่เป็นทางขึ้นที่ค่อนข้างชัดมากๆ ใครขยั่นแบกแรงเยอะก็พกกาต้มน้ำไปทำไรอาหารหรือชงเครื่องดื่มร้อนๆ พร้อมรับอากาศหนาวข้างบนก็ฟินไม่น้อยเลยนะคร้าบ แต่อย่าลืมเก็นขยะลงมาทิ้งให้เรียบร้อยด้วยนะ

หลังจากเดินขึ้นมาถึงแล้วบอกเลยหายเหนื่อยจริงๆภาพที่เห็นตรงหน้ามันทำหายเหนื่อยจริงๆ ธรรมชาติสร้างความสวยงามไว้อย่างยอดเยี่ยม ได้นั่งมองแสงพระอาทิตย์ค่อยๆลับขอบฟ้าทุกคนที่อยู่จุดนี้ต่างเก็บภาพความสวยงามของธรรมชาติ ได้ภาพเงาของภูเขาสลับซับซ้อนจนฟ้าค่อยๆเปลี่ยนสีและดวงดาวค่อยๆสว่างขึ้นเป็นช่วงเวลาที่ประทับใจมากๆ

สุดท้ายก็ขอจบทริปเชียงดาวของผมลงไว้เท่านี้หวังว่าจะพอเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนๆที่มีแผนกำลังจะเดินทางขึ้นดอยหลวงเชียงดาวไม่มากก็น้อยนะครับ ผิดพลาดตกหล่นอะไรตรงไหนอภัยอีกรอบนะคร้าบ สำหรับใครที่กำลังจะเดินทางท่องเที่ยวขอให้เป็นทริปที่ดี ขอให้สนุกกับการเดินทาง^^