ค้นหาและแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวในไทย ลงทะเบียน เข้าสู่ระบบ
 
4วัน3คืน2คน1คัน กับเส้นทางสุดมันส์ในเชียงใหม่ นาขั้นบันไดป่าปงเปียง บ้านป่าปงเปียง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
    • โพสต์-1
    Boy •  พฤศจิกายน 01 , 2560

    สวัสดีครับ มาอีกแล้ว จากรอบก่อนบิดไปน่าน 3วันยังไม่สะใจ ขยับมาอีกเดือน ป่าปงเปียงอยู่ใน list สถานที่ที่อยากไปนานแล้วแต่ไม่มีรถไป ช่วงนี้เข้าเดือน กันยา ทุ่งนากำลังเขียวขจีพอดี ว่าแล้วไม่รอช้า วางแพลนกันเลยอย่างที่ว่ารอบนนี้เพิ่มความยากเข้าไป จะไปป่าสนวัดจัททร์ต่อ เลยหาเส้นทางที่ใกล้ที่สุด เลยได้เส้นทางสุดหรรษาวิ่งบนขอบเขา เจอดินสไลด์ ฝน หลงทางสัญญาณก็ไม่มีถึงขั้นถนนขาดด ขาดไปเลย 555 เป็นทริปที่จะจดจำไม่รู้ลืมมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดตลอดทั้งทริป เรื่องราวจะเป็นอย่างไรลองไปดูกันครับ รูปเยอะกระทู้ยาวมากนะครับไม่ต้องรีบอ่าน ค่าใช้จ่ายคนละ3100 แจงท้ายทริปครับ

     

    โปรแกรมทริปคร่าวๆทริปนนี้ 7-10/9/2560

    ออกจาก กทม.เย็นวันพุทธที่ 6 มาซุกหัวนอนที่ลำปางบ้านพี่สาว เช้าตรงดิ่งไปขึ้นวัดเฉลิมพระเกียรติ และต่อด้วยแมากำปอง แล้วลุยฝนขึ้นดอยอินทนนท์ แล้วเข้าพักที่ป่าปงเปียง

    เช้าที่สองออกจากป่าปงเปียงไปยัง อำเภอกัลยานิวัฒนา กับเส้นทางสุดหรรษาหมดวันกับเส้นทางนนี้มาถึงป่าสนวัดจันทร์เย็นๆ นอนอีกคืน

    เส้นทางสุดหรรษา แม่ซา-สบแม่แดด หรรษาแค่ไหนเดี่ยวไปดูเส้นสีฟ้าๆที่เราจะไป

     

    เช้าที่สาม ออกจากป่าสนวิ่งเข้าปาย ผ่านน้ำพุร้อนเหมืองแร่ แวะห้วยน้ำดัง ตัดไปออกเมืองคอง เที่ยวดอยหลวงเชียงดาว ถ้ำเชียงดาว เข้าไปนอนในเมือง(แผนตอนแรกตั้งใจจะขึ้นไปนอนหน่วนจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน สันป่าเกี้ยะ ปต่วันนี้มีเหตุการณ์ผิดแผนเลยกลับไปนอนในเมือง)

    เส้นทางสุดหรรษาอีกเส้นตัดจากห้วยน้ำดังไปเมืองคอง

    เช้าวันที่สี่ ออกจากที่พักขึ้น ดูหมอกดอยปุย ไหว้พระ ดอยสุเทพ พระธาตุดอยคำ ปิดท้ายด้วยร้านกาแฟภูฟิน แล้วกลับกทม.

     

    รูปทั้งหมด เช่นเดิมถ่ายจาก Nikon D7200 kit18-140 fix50 1.8 และ gopro hero 4silver

    ดูคลิปกันก่อนได้จ้าเส้นทางหรรษา อยู่กลางๆคลิป ฝากเหลี่ยมพาเที่ยวด้วยครับ เหลี่ยมพาเที่ยว

    • โพสต์-2
    Boy •  พฤศจิกายน 01, 2560
    • โพสต์-3
    Boy •  พฤศจิกายน 01 , 2560

    เริ่มเดินทาางวันเย็นวันที่ 6 เก็บของขึ้นรถแต่บ่ายทริปนนี้รถกลายเป็นสีดำแล้ว สีใหม่พึ่งเปิดตัวที่ญี่ปุ่นพอดีตรงใจเหลือเกินแต่รอไม่ไหวจัดเองตั้งนานแล้ว ด้วยสติ้กเก้อดำด้าน เมตรละ150 บาท ติดได้ทั้งคัน DIY กันไป เน้นประหยัดไว้ก่อน สภาพก็เลอะเทอะหลังจากไปลุย เขากระโจมกับเขานางหยองมากับพี่ๆในกลุ่ม เอาละเข้าเรื่องรอบนนี้ ไปคันเดียวเหมือนเดิมแต่ขนเยอะมาก มีเต็นที่รองฟรายชีท เตาแก้สสนามหม้อสนาม กระเป๋า กันน้ำ40 จุได้เยอะดีจริงๆ

    แถมรอบนนี้ลองมัดถังน้ำมันสำรองใหม่ ใช่เชือกเขียวร้าน20บาท มัดกับหูแร็คท้าย ใช้งานได้ดีไม่เกะกะตอนเติมไม่ต้องยกของออกแต่ต้องยกเอียงๆนิดนึง แต่ใช้งานได้ดีเพราะทางทั่วไปไม่ได้ใช้อยู่แล้วเอาไว้ใส่สำรองแค่ช่วงที่วิ่งบนเขาเฉยๆ แล้วก็เพิ่มเอาฟองน้ำล้างรถสองแผ่นมาประกบแล้วเอาผ้าเหลือเย็บหุ้มเป็นที่รองให้คนซ้อน(แต่ว่าไม่ได้ผลครับ55สงสัยจะเล็กไปหน่อยความยาวได้แต่กว้างไม่ได้สรุปใช้แค่ขาไปลองแล้วไม่เวิค555ไว้ลองทำใหม่)

    ตั้งแต่ทะเบียนขาดเกือบเดือนละทะเบียนยังไม่ได้เลยครับนานมาก เดินทางไกลสองทริปละไม่มีทะเบียน พึ่งได้ตอนกลับจากเชียงใหม่

    เริ่มออกจากบ้านดอนเมือง 4โมงกว่า ไปรับแฟนที่ลาดพร้าวเลิกงาน16.30 อาบน้ำแต่งตัวได้ออกจาก ลาดพร้าว เกือบ5โมงครึ่ง

    รถก็ติดเหมือนเดิมรอบนนี้เลือกเส้นหลักวิ่งวิภาวดีรังสิต มาถึง ปตท.ที่สองเส้นเอเชียก็6โมงกว่าใกล้มืดละ ชักหิว แวะหาไรกินก่อน

     

    เพิ่มเติมรอบนนี้อีกอุปกรณ์เยอะจริงๆ มีเสื้อสะท้อนแสงด้วยเนื่องจากต้องลุยยาวๆปลายทางคืนนี้ลำปาง เพิ่มความปลอดภัยหน่อย หาซื้อได้ไม่ยากแต่บางร้านก็แพงได้มาตัวละ 150

     

    ท้องฟ้ายามเย็นวันนี้

    ออกจากปั้มก็เกือบทุ่มได้ บิดแหลกครับทำเวลา 120+ ตลอดทาง แต่จะแช่อยู่ราว 120 ขนของเยอะที่เหลือเอาไว้แซง น้ำมันก็รับประทานใช้ได้ 150โลต้องหาปั้มแล้วเพื่อความปลอดภัย บิดยาวๆไม่ได้พักไหนเลยแวะเติมน้ำมันอย่างเดียว ถึงตัวเมืองตาก 5ทุ่มกว่าๆ แวะกินข้าวร้านข้าวต้มโคราชา ติดริมถนนเลย รสชาติดีตามสั่งราคาทั่วไป 40-50 บาท

    บิดต่ออีกชั่วโมงหน่อยๆก็ถึงตัวเมืองลำปางตี1กว่าๆ 7ชม. กว่าๆจากกทม. ไม่เลวนะได้อยู่มีเวลางีบนานใช้ได้แล้ว แวะไปนอนกะพี่สาว พึ่งย้ายมาลำปางพอดี ขอบพระคุณอีกครั้งครับ

     

    ตื่นเช้า6โมงกว่าเตรียมลุยเช้านนี้ แวะซื้อข้าวเหนี่ยวหมูที่ตลาด สพานรัษฎาภิเศก

     

    เป้าหมายแรกของเราวันนี้ วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ (วัดพระบาทปู่ผาแดง) เส้นทางระหว่างมาบรรยากาศดีมากสายหมอกเย็นหนาวๆ เรามาถึง 7 โมงกว่า ต้องรอรถกระบะบริการเสียค่าบริการคนละ 100 บาทพาขึ้นลงครับไม่ให้ขับขึ้นไปเองครับ

     

    เช้าวันนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ กินข้าวเหนี่ยวรอ 8 โมงก็มาเจ้าหน้าที่และรถบริการมาก็จ่ายเงินเตรียมขึ้นกัน

    นั้งรถมา10นาทีก็ถึงจุดเดินเท้าครับ

    สายหมอกยังปกคลุมไปทั่ว สงสัยจะแห้วทะเลหมอกเช้านนี้

    ทางเดินเป็นบันไดเหล็กมันจะลื่นหน่อยๆต้องใช้ความระมัดระวังด้วยครับ

    พักก่อน เหนื่อยเหมือนกันเช้าๆอย่างนนี้

    เดินมา15นาทีได้ แหมนิดเดียวก็ถึงแล้วเจ้า

    ไม่นานนักเราก็เดินมาถึง พอเรียกเหงื่อได้เยอะเหมือนกัน

     

    มาถึงแล้วก็พบกับความขาวโพลนไปทั่ว

    ไม่มีวิวให้มองเลย

    แต่มีไอความร้อนเหมือนพระอาทิตย์กำลังแผดเผ่าหมอก เราก็ลุ้น สู้เขาพี่อาทิตย์ ช่วยเปิดให้ชมวิวสัก 5 นาทีก็ยังดี 555

     

    เดินกลับมาที่ศาลาอีกฝั่ง นั่งพักก่อน บรรยากาศบนศาลานี่ดีมาก

    ผมตัดสินใจนอนรอเลย ให้เวลาถึง9.30

    สายหมอกหยอกเย้าเคล้าไปมา แบบนี้ก็สวยเหมือนกันนะ แต่ถ้าเปิดให้เห็นวิวสักหน่อยจะดีมาก

    เช้านนี้มีนักท่องเที่ยวอีก 2 กลุ่มที่ขึ้นมาพร้อมเรา

    หมอกพัดไปมาตลอดเวลาเดี่ยวเปิดเดี่ยวปิด

     

    มองมุมนนี้ถ้าจินตนาการดีๆเห็นเป็นหัวใจสวยดีเหมือนกันนะครับ

    รอถึง 9 โมงครึ่งไม่ได้ละ เดี่ยวเวลาจุดต่อไปจะคลาด ไว้จะมาใหม่ แต่ฟิวนนี้ก็ดีเหมือนกัน

    ลงมาจุดที่จอดรถ มองเห็นพื้นแล้วแต่หมอกยังลอยขึ้นสูงเลยทำให้มองไม่เห็นวิว

    ลงกลับมาถึงรถเราเกือบ 10 โมง

     

    ไปต่อจุดหมายต่อไป หมู่บ้านแม่กำปอง น่าเสียดายตอนแรกก็จำได้ว่าดูเส้นทางมาว่ามีสองทางทางสั้นก็อ้อมไกลหน่อย ก็ว่าจะไปทางสั้น คือวิ่งตัดอุทยานแจ้ซ้อนไปออกแม่กำปอง แต่พอดู GPS วันที่ไปมันบอกให้ไปเส้นอ้อมไกล เราก็ลืม เลยจอดแค่ทางเข้าถ่ายรูปแล้วไปต่อทางที่ไกล

     

    มาถึงแยกนนี้จำได้ดี ถ้าเคยอ่านรีวิวแม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่เมื่อสองปีที่แล้วรอบนั้นเอาวีออสมาซึ่งรถผมโหลดเตี้ยมาก วันสุดท้ายของทริปผมออกจากเชียงใหม่ว่าจะมาวันเฉลิมพระเกียรตินี้แหละ แมบพามาทางถึงแยกตรงนนี้เลย แต่พอทางที่ไปต่อคือทางที่ผมวิ่งมาวันนี้ มันเละมาก หลุมเยอะทางคดเคี้ยวสุดๆ ทริปนั้นพลาดไม่ได้ศึกษามาก็เลยถอดใจ ย้อนกลับไปเที่ยวแกรนแคนย่อนแทนเสียเวลาไปชั่วโมงกว่า แล้วนั้นก็เป็นอีกหนึ่งความเจ็บใจที่มีรถแต่ไปเที่ยวไม่ได้ไม่สุด ก็เลยเก็บความในใจนั้นสะสมมาจนได้มาออก CRF 555 แต่แล้ววันนี้เส้นทางจากวัดเฉลิมพระเกียรติที่มาจนถึงตรงนนี้ถนนราดยางดีมากก แต่ดูแล้วละว่ายางยังดำใหม่คงพึ่งทำถนนเสร็จไม่นาน ก็เอาเป็นว่าตอนนี้วิ่งได้สบายรถอะไรก็มาได้ เส้นทางคดเคี้ยวแคบ แต่บรรยากาศดีครับ

    ไม่นานนักเราก็มาถึงแม่กำปอง

    ผมขับเลยผ่านตัวหมู่บ้านขึ้นมา วัดคันธาพฤกษา

     


    ผมขับเลยขึ้นมาที่ร้านกาแฟชมนกชมไม้ เส้นทางช่วงเข้ามาในหมู่บ้าเส้นทางค่อนข้างแคบและทางขึ้นมาก็ชันระดับนึงเลยต้องระมัดระวังด้วยครับ ตลอดหมู่บ้านเรียงรายตามระดับความชันสูงเรื่อยๆ แค่ระยะทางไม่ไกลที่ร้านกาแฟนี้จึงทำให้เห้นวิวหมู่บ้านอยู่เบื้องล่างอย่างนนี้แหละ

    เติมพลังด้วยของหวานกันก่อนเที่ยงๆแบบนนี้


     

    เค้กรสชาติอร่ยดีครับ

    แล้วก็ขับมาข้างล่างหมู่บ้าน

    จอดรถเดินเล่นที่หมู่บ้านสะหน่อย

    นักท่องเที่ยวก็มีพอประมาณครับวันนี้ แต่บรรยากาศดูสงบๆ น่าพักผ่อนมากที่นี้

    แล้วเราก็เดินทางกันต่อไปจุดหมายตั้งใจของทริปนนี้กัน


     

    ออกจากแม่กำปองท้องฟ้าสวยแดดแรงเปรี้ยงมากวิ่งโฉบๆตัวเมืองไร้วี่แววฝน แต่พอขี่มาถึงใกล้ทางขึ้นดอนอินทนนท์ ฝนห่าใหญ่ก็ลงมาแรงมากๆ จนต้องจอดตรงปากทางขึ้นอินทนนท์นั้งกินแซนวิสที่ซื้อมาจากปั้มปตทก่อนเลี้ยวเข้ามา นั้งดูฝนสักพักไม่ทีท่าว่าจะหยุดเลย ทนไม่ไหว ใส่เสื้อกันฝนลุยมันเลยเป็นไงเป็นกัน โชคดีที่เคยมาอินทนนท์แล้ว 3 รอบ เลยรู้ว่าทางขึ้นไม่น่ากลัวเท่าไหร่ ชันแต่ว่าถนนกว้างใหญ่ถนนดี ก็เลยลุย แหมแต่การขี่มอไซด์ขึ้นเขาชันๆนี้ตอนแรกก็ว่าจะเสียวกว่า 4 ล้อ แต่ทำไปทำมารู้สึกมั่นใจไม่น่ากลัวอย่างที่คิดเลยครับขนาดขี่ขึ้นตอนฝนตกด้วยแต่ขับไม่เร็วนะไปเรื่อยๆ พอลุยฝนมาเรื่อยๆจนเกือบถึงด่านที่2 ฝนหยุดตกซะงั้นถนนแห้งกริ้บเลย พอเลยจุดตรวจที่สองก็เลี้ยวซ้ายเราไม่ได้เที่ยวอินทนนท์เขาไม่เก็บค่าอุทยานนะครับบอกว่าไปป่าปงเปียง ที่นี้พอเลี้ยวซ้ายมาทางที่จะไปแม่แจ่มแม่ฮ่องสอนนั้นแหละ ทางเข้าป่าปงเปียงที่ใกล้ที่สุดคือเข้าตรงทางน้ำตกแม่ปาน มีป้ายบอกว่าน้ำตกแม่ปานนะไม่มีป้ายป่าปงเปียง เลี้ยวขวาเข้ามาเลย เข้ามาถึงตัวอุทยานน้ำตก ตรงนนี้รถเก๋งยังมาได้ แต่จากตรงนนี้ไปประมาณ 4 กิโลจะเป็นทางเละแบบในรูปแล้ว

    ตลอดทาง 4 โลจะเป็นแบบนี้ตลอดแต่ไม่ยากอะไรมอไซด์ถ้าไม่ใช่บิ้กไบค์คันหนักๆ ปั่นเข้ามาได้สบายครับ ไม่โหดมาก แต่ถ้ารถหนักๆก็ยากหน่อยแต่ไม่เท่าไหร่ รถกระบะถ้าไม่ยกสูงขับสองไม่ค่อยแนะนำเพราะขับสี่ปั่นร่องไว้ลึกพอสมควถ้ารถเตี้ยๆมาอ่านจะปั่นไม่ไหว แต่ถ้าหน้าหนาวน่าจะพอมาได้ครับ

     

    และแล้วเราก็มาถึง ฟ้าหลังฝนพอดี หมอกมันจะลอยต่ำสวยมากครับ

     

    ซูมจากที่จอดรถจอดข้างบนริมถนนเลย


    ที่พักที่นนี้ราคาน่าจะเท่ากันหมดหลังจากโทรถามหลายที่คือคนละ 500 บาทได้อาหารมื้อเย็นและมื้อเช้า ผมพักที่ วีรศักดิ์โฮมสเตย์แต่ละที่อยู่ไม่ห่างกันมาก วิวก็เลยจะคล้ายๆกันพักที่ไหนก็ฟิน

    เดินลงมาสำรวจนิดนึง

    นั้นแน่ที่พักของเรา ที่จริงตรนนี้มีสองห้องแต่อีกห้องไม่มีคนพักเราเลยเหมาหลังใหญ่นี้เลย

    ที่นั้งกินข้าว

    ห้องนอนกลับสบายมาก

    อันนี้กดถ่ายจากข้างบนที่พักระเบียงหน้าห้องเลยครับ

    ฟ้าหลังฝนนี้มันงดงามจริงๆ

     

    ส่งตัวแทนนลงไปสำรวจ

    ลงมาสำรวจรอบๆกันบ้าง

    ดูรูปกันเลยครับ

     

    ท่าคู่สักนิดอิอิ ขาตั้งพร้อมรีโมทพร้อม

     

    นู่นทะเลหมอกไกลๆ

     


    ซูมสุดกระบอก kit 140 ได้แค่นี้

     

    ถ่ายกันจนหนำใจ เกือบ6โมงแล้วกลับไปที่ห้อง น้องๆเอาข้าวใส่ปิ่นโตมาส่งพอดี

    จุดเทียนเอาบรรยากาศกันหน่อยแต่จริงๆก็เริ่มใกล้จะมืดแล้วละแสงน้อยแล้ว อาหาร 4 อย่าง ไขเจียวผัดผัก ปลากระป๋องน้ำพริกอะไรสักอย่างอร่อยมากครับ ให้เยอะกินจนอิ่มแน่นอน ยิ่งมากะสาวๆเขากินนิดเดียวเรากินยังไม่หมดเลยปิ่นโตเดียว

    แล้วแสงอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้าแต่เราไม่เห้นพระอาทิตย์หรอกเพราะช่วงที่ไปเป็นช่วงพายุอะไรสักอย่างพอดีฝนตกตลอด วันนี้ทั้งวันฝนตกไม่ต่ำกว่า 5 รอบ ตั้งแต่ที่มาถึงพอถ่ายรูปสักพักฝนก็ตก แล้วเราก็เห็นอะไรขาวๆๆ ชัดมาก เลยตั้งกล้องถ่ายทะเลหมอกชัดๆ แต่น่าเสียดายวันนั้น เมฆหนาสุดๆบดบังแสงพระจันทร์ไปหมด เรื่องจริงตอนนี้มืดมากๆ เวลาแค่ทุ่มกว่าๆ

    ผมแรับแสงช่วยลากสปีดไป30วิ มีแสงไฟจากน่าจะเป็น นทท ถ่ายรูปเหมือนกัน บรรยากาศตอนนั้นหนาวๆฝนปรอยๆ ไร้ซึ่งดวงดาววันนี้ และทั้งทริป ฟ้าปิดทุกวันครับ น่าเสียดาย แต่ว่ามาหน้าฝนก็ต้องเข้าใจธรรมชาติเอาแน่นอนไม่ได้

     

    คืนนั้นนอนหลับสบายมาก ที่นนี้มีไฟฟ้าให้ด้วยนะครับเป็นเครื่อปั่นไฟจากแบตลูกใหญ่ๆ ไม่แน่ใจว่าจะมีทุกห้องหรือป่าวนะครับ เข้าทางตอนแรกนึกว่าไม่มีไฟ เลยได้ชาทอุปกรณ์ทุกอย่าง

    • โพสต์-4
    Boy •  พฤศจิกายน 01 , 2560

     

    อรุณสวัสดิ์ยามเช้า บรรยากาศดีมาก

    เช้านี้ไม่ต้องหวังพระอาทิตย์ นั้งริมระเบียงชมวิวแค่นนี้ก็มีีความสุขแล้ว ซึมซับบรรยากาศไปเรื่อยๆ ไม่ต้องเดินลงไปไหนให้เหนื่อย นั้งเฉยๆก็ฟินน

     

     

    มื้อเช้ามาแล้วปิ่นโตเหมือนเดิม

    ร้องรำทำเพลไงไปเรื่อยย แฮร่ เล่นไม่เป็นหรอก


    ชมหมอกกันจนถึง 9 โมงกว่า

    สายหมอกยังคงมีตลอดเวลาเช้านี้

     

    โน่นแน่ะนกเขาคู จุ๊กจุ๊กกรู นกมันเฝ้าคูหาชู้ มัน 555เพลงก็มา

     

    ไปต่อครับจุดหมายของเราวันนี้เราจะไปนอนกันที่ป่าสนวัดจันทร์อำเภอกัลยาณิวัฒนา ซึ่งไปได้หลายเส้นทางแต่ผมอยากผจญภัยเลยเลือกเส้นทางที่ใกล้ที่สุด แต่ว่าก็ได้สอบถามพี่ๆวิบากที่เขาอย่เชียงใหม่พอทราบว่ารถวิบากเราไปได้ แล้วจะรออะไรก็ลุยสิครับ เส้นทางสีฟ้าที่จะไป ผ่าน แม่นาจร บ้านแม่ซาแล้วเข้าตัดเขาจากบ้านแม่ซามาแม่สบแดดแล้วจึงจะออกถนนใหญ่ครับ

    ขาออกเราออกกันอีกทางครับเพื่อจะไปทางที่เราว่า วิวทางนนี้ก็สวยเลย

     

    สวยมากๆ

     

     

     

    ทางนนี้กลับเข้าเชียงใหม่ได้เหมือนกันครับไม่ต้องลงทางเดิมก็ได้


     

     

    ก่อนมาก็เช็ครถเรียบร้อยนะแต่ดันลืมตั้งโซ่ซะงั้น แบบนี้เรียกว่าไม่เรียบร้อย555 หย่อนยาน ดังแต้กๆๆๆ ตั้งแต่เมื่อวานละ เจอร้านมอไซด์เขาก็ไม่รับทำอีกบอกว่ารถใหญ่นึกว่าบิ็กไบค์ร้านนึงบอก แอฟฟริกาทวิน ทำไม่เป็นให้ไปร้านใหญ่ๆ เอ้าจะดีใจดีไหมเนี้ย 555 ไม่เป็นไรยังไม่หนักมากวิ่งต่อได้

     

    เจอป้ายอะไรก็จอดถ่ายไว้ให้หมดเพราะกลัวหลงเหมือนกันไม่เจอรถใครเลยรถน้อยมาก

    วิวสองข้างทางสวยงามสุดๆครับ

    วิ่งมาเรื่อยๆเจอแยกนนี้จำได้แล้วรอบก่อนที่ไปทุ่งบัวตองวิ่งจากอินทนนก็มาเส้นนี้ แต่รอบนนี้เราจะตรงไปทางบ้านแม่ซาครับ

    บ้านเยอะมาก

    จอดหน่อยวิวงาม

     

    ถนนว่างต้องเอาสะท่า

     

    ขับกินลมชมวิวแบบชิลมาก จอดถ่ายรูปไปเรื่อย เวลาเหลือมากมาย โดยไม่รู้ว่าทางต่อไปมันจะเป็นยังไง

    อากาศดีครับไม่มีฝนแดดอ่อนๆ

    เส้นทางโค้งไปมา ตลอดเส้นทางช่วงนนี้ยังเป้นถนนราดยางดีมาก

     

    จากรูปล่างนนี้เห็นสันเขาสีส้มๆแถวๆสายไฟไหมครับนั้นแหละตอนแรกก็พูดเล่นๆว่านั้นแหละที่เราจะไป 555 โดยไม่คิดว่าจะจริง แต่จริงๆแล้วคือเส้นนั้นแหละ

     

    ถึงบ้านแม่ซาตรงไปไม่รู้ไปไหน จากแมบให้เลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านเลี้ยวเข้าไปถามทางชาวบ้านแล้วบอกว่าไปได้ๆ ชี้ให้ไปเรื่อยๆ ค่อยอุ่นใจหน่อย

    ขับเข้ามาสักพักเป็นทางปูนขึ้นเขามาเรื่อยๆ สักพักก็หมดทางปูน แต่ยังมีเสาไฟ เริ่มแล้วสินะคิดในมจจอดดู GPS แปบ สัญญาณยังเต็มเปี่ยม ลุยย


    แล้วเส้นทางก็จะเป็นแบบนนี้ไปตลอดระยะทางแค่ประมาณ 30 กว่าโลได้ แต่เป็นดินแดง บางช่วงก็ชันครับมาคันเดียวเพื่อความชัวก็ขับช้าๆ


    ลุยดุ้งๆๆๆ มาเรื่อยๆ วิวสองข้างทางสวยมากครับแต่ก็ไม่ได้จอดเท่าไหร่ ตอนนี้ไม่มีเสาไฟไม่เจอชาวบ้านเลย

    ยิ่งเข้ายิ่งลึก เส้นทางหรรษา แอดเวนเจ้อเบาๆ

    บางช่วงเป็นเนินชันดินหนังหมูเพื่อความปลอดภัยเราก็ปล่อยให้เธอลงเดิน

    ขับมาเกือบชั่วโมงเราก็มาเจอป้ายนนี้ โอ้ว ค่อยยังชัวเข้ามาลึกมากเจอชาวบ้านนานๆจะเจอสักคน มีเจอป้ายหมู่บ้านนนี้สแดงว่ามีคนอยู่ป้ายใหม่สะด้วย

    ตรงนี้ชันใช้ได้แต่ถ่ายมาดูไม่ชัน


    ถึงตรงนนี้สัญญาณโทรศัพท์ไม่มีแล้วครับ แต่ GPS ยังคงนำทางอยู่ยังอยู่ในเส้นทางเดิมมันบอกให้เลี้ยวขวา เอ้าจัดไป

    หลังจาดลี้ยวมาทางก็หรรษาขึ้นเรื่อยๆ

    ดินสไลด์ตลอดทาง ต้นไม้ล้มเรื่อยๆ เส้นทางนนี้กระบะคงไม่ควรมา น่าจะเพราะฝนตกพายุเข้าดินสไลด์เยอะมาก

    แล้วก็มาถึงตรงนนี้ ว้าววว

    เจอต้นไม้ล้ม แต่ดูแล้วคงล้มมาสักพักชาวบ้านที่ใช้ทางเลยพากเพื่อให้มอไซด์ผ่านได้ ถ้ากะบะมาหมดสิทธิ์เลยต้นใหญ่มาก

    อย่าว่าแต่กระบะเลย ถ้าเป็นบิ้กไบท์คันใหญ่ๆหลงเข้ามาคันเดียวแบบนี้ ก็มีลำบากเหมือนกัน

     

    รอดไปได้อีกด่าน ตั้งแต่เข้าเส้นนี้มาโคตรตื่นเต้นตลอดทาง เหมือนเล่มเกมลุ้นๆว่าข้างหน้าจะเป็นยังไง


     

    ตรงนนี้ยิ่งชัยร่องลึกกด้วย

     

    โอ้ววิวสวยจอดพักแปบนึง เหนื่อยเหมือนกัน พ้นโค้งต้นไม้ดีได้ปุ้บผมสองคน ร้องเย้ๆๆ เจอถนนปูนครับ ดีใจใกล้ถึงทางออกแล้วแน่นอน

     

    หลังจากทางปูนได้แค่ประมาณ 300 เมตร แล้วเราก็ต้อง อุทานว่าเฮ้ยย


    ถนนขาดด มันไม่ใช่ขาดแบบทุกครั้งที่เจอตามไหล่ทางนี้มันขาดไปทั้งเส้นเลย โอ้วตายย ตอนนั้นวิ่งเข้ามาได้เกือบ2ชั่วโมงละ ทำใจอยู่พักนึง ตอนนี้ไร้ซึ่งทุกอย่าง สัญญาณ GPS ใช้ไม่ได้แล้ว เพราะตอนนี้ตำแหน่งมันไม่ตรงก็เส้นทางละ ไม่รู้หลุดไปตอนไหน แต่ทางที่มาไม่ยากมีแยกเดียวเมื่อกี้ ตัดสินใจ เวลานั้นพึ่งเที่ยงกว่าๆ ตอนแรกเดินสำรวจรอบๆเห็นมีทางลงไปที่ลำธารน้ำไม่รู้ว่าข้ามไปได้อีกฝั้งได้ไหมนะแต่ว่าไม่มีคนเลย เลยตัดสินใจเอาวะย้อนกลับทางเดิมมันไปไม่ได้แล้วนิ

     

    ขับออกมาจนถึงต้นไม้ที่ล้มใหญ่รอดออกมาได้จอดพัก ตอนนั้นรู้สึกหดหู่เบาๆทำไมต้องเจอแบบนนี้ด้วย555 เข้ามาตั้งลึกมาก ได้ยินเสียงมอไซด์สองจังหวะ แป็ดๆๆๆๆๆ มาแต่ไกลเหมือนกำลังเร่งขึ้นเนินมา ชีวิวเหมือนเริ่มมีความหวัง รอดูว่าจะเป็นใคร แล้วสวรรค์ก็เห็นใจ ส่งพี่ชายชาวบ้าน ขี่มอไซด์ตลุงๆๆ มาถึงเรา ถามพี่ว่าพี่มาจากไหน เขาก็บอกว่า มาจากฝั่งนู้นข้ามน้ำมา เราเลยเฮ้ยพี่ข้ามน้ำได้หรอ ต้องเป็นทางลงที่เห็นแน่ๆ พี่บอกว่า ได้ข้ามลำธารแล้วขี่ขึ้นเข้าไร่ข้าวโพดไปโผล่อีกฝั้ง อีกไม่ไกลก็ถนนใหญ่แล้ว เลยบอกพี่ว่ารบกวนไปช่วยผมหน่อยเพราะรถผมหนักกลัวขึ้นอีกฝั่งไม่ไหว พี่ก็ยินดีเต็มใจมาช่วยเรา

    จากตรงนี้ย้อนไปดูลิปตรงกลางๆจะเห้นว่าพอข้ามน้ำมาโชคดีน้ำไม่สูง พอข้ามน้ำมาจะเป้นทางขึ้นไร่ข้าวโพดเลยซึ่ง ดินตรงนั้น เละมากเนื่องจากโดนน้ำตลอดเวลา รถปั่นไม่ขึ้น

    และแล้วก็ล้ม สงสัยจะหนักเลยยกรถขึ้นเอาของท้ายออกแล้วตั้งลำใหม่

    รถใหญ่หนักเหลือเกิน

    ทางตรงนนี้เหมือนไม่ใช่ทางรถนะที่จริงแต่พอถนนขาดเขาเลยใช้ทางนนี้กัน ไม่ไกลแค่นิดเดียวแต่มันชัน

     

    และแล้วก็เอาขึ้นกันมาจนได้ช่วยกันดันสองคน นี่ถ้าไม่ได้พี่นี่อาจไม่รอดแรงผู้หญิงอาจดันไม่ไหวอาจจะปั้มอยู่นานกว่าจะขึ้นได้ เลยขอถ่ายรูปกับพี่เขาและก็ ให้สินน้ำใจพี่เขาไปเล็กน้อย ต้องขอบคุณพี่มากๆครับ

    ออกมานิดเดียวนี้ทางออก

    หันไปมองค้อนแรงๆสักที จะไม่มาอีกแล้วทางนนี้ 555 สอบถามพี่เขาบอกว่ามันพึ่งขาดได้เกือบเดือนแล้วยังไม่มีคนมาทำเขาเลยใช้ทางข้ามน้ำกันก่อนถ้าพวกรถเล็กๆก็ดันกันไหวอยู่แล้ว แต่ว่าตอนขาออกมาเราเจอรถ10ล้อขนรถแท็กเตอร์เข้ามาด้วยผมคิดว่าน่าจะเข้ามาซ่อมถนนนี่แหละ ใครผ่านไปก็ลองดูน่าจะซ่อมแล้ว

    แต่ก็ยังดีดีใจไม่ได้ ต้องตรงไปเรื่อยๆอีกตอนนี้ไม่มีสัญญาณไม่รู้อีกไกลไหมแต่พี่บอกว่าไม่ไกล และก็พอมีบ้านชาวบ้านบ้าง ตอนนี้ต้องใช้ถามทางจากชาวบ้าน ถามทุกคนที่เจอ ช่วงนนี้จะเจอชาวบ้านเรื่อยๆ ค่อยอุ่นใจหน่อย

    ปั่นตรงนนี้อยู่นิดนึงเล่นเอาเลอะเทอะกันไปหมด

    แล้วก็ผ่านบ้านสบแม่แดด ตอนนี้ฝนตกลงมาแล้ว โชคดีตอนช่วงแรกไม่เจอฝน ช่วงนนี้น่าจะใกล้ออกแล้ว

    ขับออกมาเจอแยกอีกแล้วตอนนี้มีเสาไฟแล้ว ใจชื่นได้ออกแน่นอน แต่เป็นแยกซ้ายขวามีสายไฟทั้งสองทาง กดดูแผนที่ ยังเงียบกริ้บดูไม่ได้

    เลยตัดสินใจขับไปทางซ้าย

    เจอป้ายหมู่บ้านเต็มเลย เอ้อ เข้าไปถามทางดีกว่า

     

    ใครจะรู้เล่าหมู่บ้านลึกๆแบบนนี้ข้างในมีนาขั้นบันไดเล็กๆสวยงามอยู่ด้วยแต่ตอนนั้นฝนตกเริ่มแรงละถ่ายได้รูปเดียว ขี่เข้ามาบ้านห้วยปูถามเขาสรุปเอ้าผิดทาง ตรงนนี้มีแต่หมู่บ้านออกไม่ได้ ต้องย้อนไปตรงแยกบ้านแม่สบแดดใหม่แล้วตรงไป

    ในที่สุดเราก็ออกสู้ถนนดำจนได้ ใช้เวลาจากบ้านแม่ซา 3 ชั่วโมงกว่า

    หลักกิโลตรงข้ามซอยที่ออกมาคือหลักกิโลนี่ครับ เลขสวยจพไว้ให้ดีใครอยากลองหรรษาเชิญเลย เส้นนี้ที่จริงถ้ามีเพื่อนมาด้วยสักสองสามคันมันจะสนุกมากครับไม่ตื่นเต้นขนาดนนี้ รอดมาได้แล้วเย้

     

    โชคดีครับที่ตั้งแต่ออกมอไซด์มาผมจะพาแฟนไปด้วยทุกที่ไม่ว่าจะที่ไหนจะทริปลุยๆเอนดูโร่เลยผมก็พาเขาซ้อนไปทำให้เขาเคยเจอทางที่มันยากกว่านี้มาก ตอนที่เข้ามาเขาเลยไม่ได้ร้องกลัวอะไรมากเพราะเคยเจอทางโหดกว่านี้มามาก แต่ว่าทุกครั้งมันไปกันเยอะไงเลยไม่น่ากลัว รอบนี้มาคันเดียวมันก็จะหวั่นๆหน่อย 555

    ขับมาต่อแล้วก็ถึงวัดจันทร์แวะกินข้าวก่อนตอนนั้นบ่าย3กว่าแล้ว


    สภาพดูไม่จืด

    จากนั้นแวะถ่ายรูปที่วัดจันทร์

     

     

     

    แล้วเราก็มาถึงโครงการหลวงบ้านวัดจันทร์ หรือป่าสนวัดจันทร์หรือมีหลายชื่อเรียกนั้นแหละ 

    ตอนแรกว่าจะกางเต็นเตรียมมาอย่างดีพึ่งซื้อมาใหม่แบบกันฝนเลย แต่ไปดูที่กางเต็นแล้วอยู่ไกลเจ้าหน้าที่พอควร แล้วก็วันนี้ไม่มีใครเลย นักท่องเที่ยวไม่มีเลยสักกะคน เลยลองถามราคาที่พัก เป้นคืนละ800 แต่ว่าหน้าฝนเลยขอเขาลดให้ 600 บาท ก็เลย ยอมเสียตังก็ได้ ยังไม่เคยกางเต็นคนเดียวเลยดูจะวังเวงไปหน่อย555 ได้อาบน้ำแบบสบายๆก็ดีเหมือนกันวันนี้สุดจริงๆ

    ที่พักเป้นหลังสวยงาม

    เราได้ห้องแรกเลยเพราะไม่มีใครเลย แต่ว่าตอนมืดๆพึ่งมีรถเข้ามาอีกคัน สรุปคืนนี้มีแค่ผม และกระบะอีกคันทั้งโครงการ

    เก็บของหายเหนื่อยเปลี่ยนชุดก็ไปขี่รถเล่นรอบๆโครงการ

     

    อากาศดีมากๆ

     

     

    ตรงสันอ่างสันเขื่อนหรือเรียกว่าไรกันแน่ตรงนี้วิวสวยมากครับป่าสนเต็มไปหมด

    มีแค่เราสองวันนี้

     

     

     

    สบัดบ็อบไปสักที

    แล้วคืนนั้นก็นอนหลับอย่างสบายใจ ที่นอนสบายมากอากาศเย็นๆไม่หนาวกำลังดี แหมแต่พอจะให้ฝนตกก็ดันไม่ตกนะเมื่อคืน

    เช้านนี้เลยไม่มีหมอกเพราะอากาศเย็นๆธรรมดา รูปนนี้ตอนเช้าแล้วเราขับมาที่เดิม

     

     

    เก็บบรรยากาศรอบๆก่อนไปต่อ

    งานคู่ต้องมา

     

    หลังจากถ่ายรูปแล้วก็เตรียมลุยต่อ

    ไปละป่าสนวัดจันทร์

     

    • โพสต์-5
    Boy •  พฤศจิกายน 01 , 2560

     

     


    เช้านนี้อากาศดีมากไร้ฝน มีหมอกเยอะเลย

     

    วิวสองข้างทางสวยด้วยลืมบอกว่าถนนตอนนี้าดยางทั้งเส้นครับเสร็จเกือบสมบูรณแล้วเส้นนี้

    ขับไปเรื่อยๆเจอน้ำพุร้อนเหมืองแร่ อยู่ข้างทางติดถนนเลย

     

    ร้อนแรงมากตอนแรกที่จอดดูเบาๆนะ

    แต่พอมาใกล้น้ำพุ่งแรงขึ้นขวัญสูงอย่างกะใครเร่งแก้สละ555


    สวยงามดีเหมือนกันครับ

    อีกหนึ่งจุดชมวิวข้างทางครับ แต่ขาดการดูแลไปหน่อยต้นไม้บังวิวหมดแล้วตอนนี้

     


     

     

    ในที่สุดเราก็เจอร้านที่ทำรถเราครับ ก่อนเข้าปาย ที่จริงๆถ้าเราอธิบายว่ารถเราจริงๆก็เหมือนรถเล็กนั้นแหละเหมือน CBR พวกนี้เขาก็ทำแล้ว แค่เขาไม่เคยเห็นหน้าตามันใหญ่โตนึกว่าบิ็กไบค์ 555

    มาต่อกันที่สพะานประวัติศาสตร์ท่าปายเคยมาแล้วแวะถ่ายรูปหน่อยนึง

     

    แล้วย้อนกลับไปปั้มในเมืองปายอัดให้เต็มทั้งรถและถังสำรอง แวะอัดมื้อเช้ากันด้วย

    จากนั้นก็ลุยต่อเป้าหมายจริงของวันี้จะลุยขึ้นไปนอนที่สันป่าเกี้ยะหน่วนจัดการต้นน้ำดอยแม่ตะมาน ทางโหดอีกแล้ว หน้าฝนด้วยจะได้ไปไหม

    แต่จากเส้นทางคราวนนี้เรากดดูมามันมีทางลัดอีกแล้ว จากห้วยน้ำดังไปทะลุเมืองคอง แค่20กว่าโล เอาวะเมื่อวานยังผ่านมาได้วันนี้ก็ต้องได้ จัดไปเพราะถ้าไปทางธรรมดา อ้อมเป็น100โลเลยนะ แต่ทางเรียบอย่างดีถนนตอนนี้เสร็จแล้ว

    เราเลือกทางลัดฉนั้นก็เข้ามาทะลุห้วยน้ำดัง แวะถ่ายรูปก่อนวิวสวยมากที่นี้น่านอนสักคืนนะที่จริงโอกาศหน้าจะมาใหม่

    ตอนที่เข้ามาเหมือนจะมีฝนซะละที่นี้

    ถ้าตอนเช้ามีทะเลหมอกคงจะงามมากๆ

    ดอกไม้เยอะด้วยครับ

     

     

    ลมเย็นแรงจนหนาว

     

     

     

     

    ไปต่อกันเถอะ เที่ยงกว่าๆแล้วนะ

     

    ทะลุจากห้วยน้ำดังก็จะเป็นทางแคบๆ แต่ทางดีกว่าเมื่อวานครับ แต่ถนนปูนแต่ปูนแบบมีแค่ทางให้ล้อรถวิ่งตรงกลางเป็นดินแล้วก็ไม่สามารถสวนกันได้

     

    แต่เหมือนจะโชคดี เข้ามาได้หนื่อยนึงไม่ไกลมากทางปูนสลับทางดินเราก็เจอรถชาวบ้านพี่กระบะรีโวเราถามทางเขาว่าจะไปเมืองคองเขาบอกว่าเขาก็จะไปเหมือนกัน เอ้าเข้าทางละ นำไปเลยลูกพี่ ตอนนี้เลยไม่ได้จอดถ่ายอะไรเลย

    แต่วิวสองข้างทางมันสวยมากๆ

    พี่กระบะรีโว้โคตรซิ่ง พี่ไม่กลัวรถสวนมาเลย บีบแตรรัวๆ 555 เราก็รีบขี่ตามให้ทันกลัวหลง

    แต่จริงๆมีแยกแค่สองแยกเองมั้งมาเองได้จริงๆไม่น่าจะหลง ทางง่ายกว่าเมื่อวานครับ เป็นดินโคลนเป็นช่วงๆ แต่คดเคี้ยวไปมาตามขอบเขา

    อันน้แคบจากวิดิโอโกโปรภาพมันเลยจะแปลกๆหน่อย

    ผ่านน้ำแรกสบายชิลๆครับ

    วิวสวยงาม ผ่านลำน้ำที่สองก็ชิวๆ

    ดูระบะกิโล20โลแล้วใกล้จะถึงเมืองคองแล้ว และแล้วสิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ลำธารสุดท้าย ถ้าหลุดตรงนนี้ไปก็ถึงเมืองคองแล้ว ด้วยความชะล่าใจ หลังจากผ่านมาสองน้ำ แล้วก็เคยไปลุยคลองมะเดื่อน้ำสูงๆมาแล้ว น้ำสุดท้ายนนี้ต่างจากน้ำอื่นมีความเชี่ยวแรงกว่าที่ผ่านมา แต่เราเห็นพี่กระบะข้ามไปแล้ว มีสดุดหลุมหน่อย แต่ไม่ได้เอะใจ พี่ไปได้ผมก็ลุยเลยครับ ขี่บิดสู้น้ำดุ่มๆๆ อีก 3 เมตรขึ้นตลิ่งน้ำแรงนะแต่ไม่สูงมาก

     

    ดันมีหลุมใหญ่บลักกักตรงกลางที่พี่รีโว้ตรงเมื่อกี้แหละแต่รถเขาสูง ไอ้เราพอตกหลุมใหญ่ตกใจ ล้อหลังยังอยู่สูงล้อหน้าลงไปแล้วบิดต่อเอ้าไม่ขึ้นว่ะ ตอนนี้รถหยุดกลางหลุดละต้องเอาขาลง งานเข้าขาซ้ายลงไม่ถึงพื้น พื้นหาย ล้มข้างซ้ายไปจ้า สาวฟางกระโดดอย่างเก่งต้องยอมรับ555 มือถือโกโปรไม่ร่วงด้วยเออแต่เปียกเกือบครึ่งตัวนะ แต่ผมนี้สิ กระเป๋ากล้องที่สะพายข้างหน้าตัว จุ่มลงไปในน้ำเต็มๆ งานเข้าแล้วรถก็ล้มเอ้ายกรถก่อนเดี่ยวน้ำเข้าซวยอีก

    อ่ะพอยกได้ทุลักทุเลเหมือนกันน้ำมันแรงพื้นเหยียบไม่ถนัดดันเข็นขึ้นมาได้ เปิดกระเป๋ากล้องดู เดชะบุญ ไม่ได้ตกแบบตักน้ำ แต่ก็จุ่มไปทั้งกระเป๋า น้ำเข้ารอบๆแต่ไม่ถึงกับเปียก กล้อง7200 กับเลน fix รอด แต่เลนส์ 18-140kit นั้นมีความรู้สึกว่าโดนน้ำแน่ๆ แล้วก็ I-pad เอาออกมาเช็ดๆๆ แล้วหาถุงใส่ ขี่มาหาที่พักศาลาตรงสะพานเมืองคอง

     

    ถึงศาลาเช็คอุปกรณ์ต่างๆ สรุปตอนนี้ กล้องใช้ได้ปกติไม่โดนน้ำ ถ่ายได้ แต่18-140นั้นสิ หมุนๆดูมีน้ำรอบๆตัวเลนสเลนส์เป็นคราบหมาดๆแถมยังทำหลุดมือตกพื้นอีกเอ้า เอาเข้าไป

     

    อาการตอนนี้ก็เลยเซงอยู่ครับตอนนั้นเรื่องนนี้เลยทำให้รู้ว่าเราชล่าใจมากเกินไปประมาทเส้นทางไปทั้งที่จริงแล้วทางมันไม่มีอะไรจริงๆถ้าลงมาเช็คหน่อยเลือกลายซ้ายทางไม่มีหลุมก็ผ่านได้สบาย แต่ก็นั้นแหละเป็นประสบการณ์ที่จะได้เตือนตัวเองครั้งต่อไปจะได้ระมัดระวังมากขึ้นไม่พลาดอีก

    แต่สรุปว่าตั้งแต่ตอนนี้จนจบทริปรูปจะมีแค่เลนส์ฟิดเท่านั้นเพราะตอนนี้18-140ฝ้าขึ้น เหตุการณ์นนี้พบว่ามีเลนส์เสียอย่างเดียว แล้วจนกลับมาบ้านผมเอาตากแดดสรุปมันฟื้นคืนชีพกลับมาถ่ายได้ปกติครับ แต่ว่าภาพมันจะเบลอๆฝั่งขวา ตรงที่เบลอนี้ไม่รู้เพราะว่าที่ทำตกด้วยหรือป่าว เลยมีปัญหา ก็เลยตอนนี้ที่เขียนผมเอาไปที่ร้านแล้วเขารับซื้อด้วย ขายถูกๆไปเลย2000 จากที่จริงราคามือสองดีๆมันขายได้ 6000กว่ารุ่นนี้ ทำให้ตอนี้เหลือแค่เลนส์ ฟิก50 กับ18-55 ตัวเก่าที่บ้าน แต่ว่าถือเป็นเรื่องที่ดีที่เราจะได้จัดเลนส์ใหม่เพราะ18-140นั้นก็ใช้มานานจนคุ้มแล้ว 555 หาเรื่องเสียตัง มองแง่บวก ว่าถ้าเราซื้อเลนส์ใหม่อาจจะได้ภาพที่สวยกว่าเดิม ตอนนี้เลยกำลังจะซื้อเลนส์ใหม่2ตัวเลย เอาเป็นว่ารีวิว หลังๆต่อไปได้เห็นเลนส์ชุดใหม่แน่ๆ ภาพจะดีกว่าเดิมใหมไว้รอดูครับ

    กลับมาต่อหลังจากนั้งเซงศาลาสักพักกะว่าเวลาตอนนั้น บ่าย 2 กว่าแล้วด้วยดูเส้นทางที่จะไปขึ้นดอยแม่ตะมาน จากเมืองคองวิ่งย้อนลงไปทางเชียงดาวกว่าจะถึงทางขึ้นคงใช้เวลาอีกชั่วโมงกว่า แล้วกว่าจเริ่มลุยขึ้นก็น่าจะ4โมงกว่าแล้วไม่รู้ว่าทางโหดแค่ไหนและตอนนี้เหลือแค่เลนส์ฟิกด้วยกลัวว่าจะขึ้นไปถึงมืดแล้วก็ไม่มีกล้องถ่าย 555 เลยคิดว่าเปลี่ยนแผนก็ได้ เลยขี่มาที่เมืองคองโฮมสเตย์

    ลองถามที่พักแต่ว่าวันนี้วันเสรืมีนักท่องเที่ยว ก็เลยไม่ได้นอนนี้ แวะถ่ายรูปเฉยๆ

     

     

    บรรยากาศดีมากครับ


     

    แล้วก็กลับมาทางเดิม

     

    ถ่ายป้ายนนี้อีกรอบ 23โลห้วยน้ำดัง จะกลับมาแก้มือใหม่ 555

    ยิ้มออกแล้วครับตอนนี้ของที่เสียแล้วให้เสียไปเราแก้ไขอดีตไม่ได้แต่เก็บไว้เป็นบทเรียนเพื่ออนาคตจะได้ผิดพลาดให้น้อยลงครับ

    วิวรอบๆเมืองคอง

     

     

    สวยงามครับเมืองสงบๆครับเมือคอง

     

    ขี่มาเรื่อยๆสักพักใหญ่เหมือนกันเราก็มาถึง บ้านวิวระเบียงดาว มุมกล้องมันจะแคบๆหน่อยนะ55

    แวะพักกินน้ำชาซะหน่อยบ่าย3โมงกว่า

     

    วิวยังคงสวยงามตามท้องเรื่องครับที่นี้

    คนเยอะมากด้วยทั้งรถยนต์มอเตอร์ไซต์

    จากนั้นลงมาต่อครับ ไม่รีบร้อยเพราะไม่ได้ขึ้นดอยแล้ว เลยแวะถ้ำเชียงดาวเสียเลย ยังไม่เคยมานี่หน่าจัดไป

     

    จ่ายคนละ20บาทครับ

     

     

    ด้านในเป็นถ้ำที่ใหญ่มากเลย

    หินงอกหินย้อยสวยมากครับตอนแรกไม่เคยสนใจที่เที่ยวนนี้เลย แต่พอได้เข้ามาผมว่า20บาทคุ้มมาก ถึงจะต้องเสียค่าตะเกียงคนนำทางตะหากถ้าจะลงไปเดินถ้ำข้างล่างให้ครบ แต่ผมไม่ได้เสียเพิ่มเดินแค่โซน20บาทเดินเองแค่นนี้ก็สวยแล้วไปดูเลย

     

     

    คนน้อยๆบางที่ก็น่ากลัว อิอิ

     

     

    งดงามมากผ่านมาอย่าลืมแวะ

     

     

    ระหว่างทางออกเชียงดาว

     

    แล้วก็มาถึงทางเข้าสันป่าเกี๊ยะริมถนน107 ทางเข้านนี้แหละสั้นสุดง่ายสุด 21กิโล แต่ก็แหละ5โมงแล้วที่มาถึง ไม่เสี่ยงไปดีกว่ามาคันเดียวรอบนนี้ ไว้มาใหม่หน้าหนาวก็ได้ติดไว้ก่อนเถอะสันป่าเกี้ยะ แวะกินข้าวแถวทางเข้าแล้วก็ลองถามชาวบ้านว่าแถวนี้มีที่ไหนนอนเขาก็ว่าบนเชียงดาวเลยเราก็เคยมาแล้วรอบนึง หรือจะไปดอยอ่างขางก็เคยไปแล้วและใกล้มืดด้วย ก็เลยตัดสินใจ กลับเข้าเมืองก็ได้ ลุยจัดหยักกันมาทุกวันแล้ว วันนนี้ไปดูแสงสีในเมืองบ้างก็ดียังไม่เคยเที่ยวในเมืองเป็นเรื่องเป็นราวเลย 555

     

    จากนั้นก็วิ่งยิงยาว6โมงกว่าๆก้มาถึงเชียงใหม่แล้วขับลองถามที่พัก 2สามที่เกินงบไปหมดเลยนึกขึ้นได้ที่พักที่เคยมานอนตอนมาเชียงใหม่ครั้งแรกโอเคเลย เลยโทรถามสรุปมีห้องว่างราคา490 ไม่เกิน500 ตามงบเป๊ะจัดไป โรงแรมศิรินาถ การ์เด้นท์ เชียงใหม่ อยู่แถวๆข้างหลังสนามบินเชียงใหม่ บางครั้งจะได้ยินเสียงเครื่องบินด้วยแต่ผมโอเคที่พักสอาดแอร์เย็นรู้สึกปลอดภัยเพราะเป้นโรงแรมใหญ่มากส่วนมากทัวร์มาลง ราคาไม่แพง หลังจากเข้าที่พักอาบน้ำเปลีย่นชุด ก็ตะลุยแสงสีในเมืองบ้าง แต่ก็ไม่รู้จะไปไหน เลยไปประตูท่าแพ

     

     

    ยืนทำท่าฮิปกะเขาบ้างหลงดอยมาหลายวันแล้วเข้าเมืองบ้างก็ดี

    จากนั้นก็ไปต่อถนนคนเดินวัวลาย

    ทั้งไทยทั้งเทศคนเยอะมาก


    หลังจากนั้นก็ไม่รู้จะไปไหนและ ขี่ไปนิมมาน จะเข้า้านเหล้าก็กะไรมาสองคนจะเมาเลยรึ555 เลยหาข้าวกินกลับห้องนอนดีกว่าพรุ่งนี้ตื่นแต่เช้าเตรียมกลับบ้านเรากัน

    • โพสต์-6
    Boy •  พฤศจิกายน 01 , 2560

    เช้านนี้ตื่นแต่เช้า6โมงเหมือนเดิม ทริปวันนี้สั้นๆง่าย ดอยปุย ดอยสุเทพ สายวัดวันนี้ไหว้พระธาตุดอยสุเทพและพระธาตุดอยคำ 555 ไม่ใช่เพราะกล้องพังหรอกน่าชอบเข้าวัดอยู่แล้ว

    ในที่สุดก็ได้มาดอยปุยหลังจากรอบที่มาเชียงใหม่ครั้งแรก เอาวีออสโหลดมาทริปเดียวกะที่เล่าด่านบนกระทู้นี้ว่าเคยจะไปวัดเฉลิมพระเกียรติแต่ไปไม่ได้นั้นแหละ ทริปเดียวกัน ทริปนั้นก็เหมือนกันหลงเข้ามาดอยปุยขับเข้ามาเรื่อยๆทำไมถนนมันแคบจังวะ ยิ่งมายิ่งแคบแล้วชันให้ตายเถอะรถสวนมาเราก็กลับไม่ได้รถเตี้ยมันลงข้างทางไม่ได้ ต้องให้เขาหลบ วันนั้นกลับรถตรงทางเข้าวัดขาสั่นไปหมดกลัวรถพัง555 นั้นก็เป็นอีกต้นเหตุที่ทำให้ผมเริ่มคิดอยากหารถลุยๆสักคันจนมาได้ CRF

    มาถึงจุดชมวิวดอยปุยว้าวหมอกเยอะเลยวิวงามใช้ได้ เสียดายมีแต่ฟิก

     

     

     

    หมอกเยอะอยู่นะแต่อยู่ในแอ่งง

     

    ตอนนี้ขี่ขึ้นมาไม่ได้ใส่เสื้อคลุมตอนนี่หนาวไม่ไหวแล้วใส่สะหน่อย

     


     

    จากนั้นก็ขี่ลงมาพระธาตุดอยสุเทพ รอบนนี่ลองเดินมั้งรถรางคนเยอะมาก

     

     

    เอาเลนส์ฟิดมาก็จะได้ภาพแบบนนี่แล 555

     

    ลืมไปเรามีโกโปรนี่หว่า55หลังๆใช้โกโปรถ่ายแต่คลิปลืมความวายของมันไปเลยว่ามันช่วยได้

    ไหว้เสร้จแล้วก็ไปต่อแวะจุดชมวิวสักเล็กน้อย

     

    แล้วไปต่อที่พระธาตุดอยคำครับ ทางกลับกทม.

     

     

     


     

    วิวสวยนะครับ

     


    จากนั้นก็หาข้าวกินแล้วก็ที่สุดท้ายปิดทริปด้วยร้านกาแฟชิลก่อนบ่ายเดินทางกลับต้องกินน้ำสดชื่นกันหน่อย

    ร้านกาแฟภูฟินน

    วิวบรรยากาศฟินสมชื่อร้านภูฟินอยู่แถวๆแกรนแคนย่อนเชียงใหม่ครับเลยมาหน่อย มีโซนที่เป็นร้านอาหารกะร้านกาแฟ

    วิวดีมาก น้ำปั่นการันตีเลยอร่อยมากครับถึงราคาจะเกือบ100 หรือบ้างแก้วเป็น100 แต่ปั่นละเอียดมากดูดได้หมดเกลี้ยง555

     

     

     

    พร้อมจะระบมตูดอีก700โลหรือยังจ๊ะคนดี555

    พร้อมแล้วก็ไปกันเลย

    ออกจากภูฟินบ่ายสอง ก็วิ่งตัดออกลำพูนแล้วก็ออกถนนสายหลักเลย มาแวะกินเข้าอีกทีตรงใกล้ๆเข้าตาก

    จากนั้นก็บิดยาวๆ วันกลับเริ่มเหนื่อยรู้สึกน้ำมันจะซดเกินไปนะขากลับเลยชิลๆบ้าง 100เดียวยาวๆมีถังนึงทำได้ 287 กิโลเมตร แต่ขี่ไม่เกิน100นะ ค่อยๆเรื่อยๆลุ้นแทบตายกระพริบแล้วหาปั้มไม่ได้ 40 โล เออยังไม่ดับเว้ย

     

    ถึงนครสวรรค์แล้วโว้ยย โอ้ยปวดดากก มันระบมสะสม555 เวลาถึงนครสวรรค์ที่ไรเหมือนใกล้ถึงบ้านทุกที่ทั้งที่ต้องผ่านอีกหลายจังหวัดแต่เป้นถนนใหญ่ตรวอย่างเดียวถึง

    จากนั้นก็ยิงยาวถึงบ้านเที่ยงคืนพอดิบพอดี กับระยะทาง 2146 กิโลเมตร

     

    จบทริปอย่างสวยงาม CRF250 Rally ก็ยังทำได้ดีตามต้องการไม่รู้จะอวยไรมันและ5555

     

    แต่เรื่องนึงที่อยากเล่าคือใครที่ไม่เคยขี่มอเตอร์ไซด์เที่ยวยังกล้าๆกลัวอยากให้ลองดูนะครับมันมีทั้งข้อดีข้อเสียต่างกันกับรถยนต์นะ เรื่องค่าน้ำมัน1ละ ถูกกว่ารถยนต์แน่นอน ในที่นี้คือรถเติมน้ำมันนะ แต่ถ้ารถติดแก๊สนี่นั้งได้4คนหารออกมาถูกกว่าเด้อ 555 เรื่องฝนเหมือนกันกันฝนไม่ได้แต่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น และอีกข้อเรื่องความคล่องตัวข้อนี้ชอบมาก จะจอดจะทำอะไรจะวนรถกลับรถ มันง่ายดายไปหมด แถมว่าขากลับเนี้ยผมเจอรถยนต์ที่ลำปาง ผมจำได้เลย 2-3คันจำสติ้กเก้อท้ายรถได้ พอทางโล่งๆนะรถยนต์ก็แซงเราไป พอถึงช่วงรถติดๆเราก็แซงกลับ และ ผมจำได้แม่นเลยหลายคันผมมาแซงรถยนต์กลับอีกทีตอนถนนวิภาวดีรังสิตรถเริ่มติดแน่นแถวๆสนามบินดอนเมือง 5555 นี่ขนาดขากลับขับ100 ยาวๆนะมี120ช่วงพิษณุโลกถึง กทม. ถ้าบิ้กไบค์ใหญ่ๆคงถึงเร็วกว่ารถยนต์แน่นอน

    สรุปค่าใช้จ่ายทริปนนี้

    ค่าน้ำมัน

    215บาท 7.908ลิตร.

    140บาท 5.121ลิตร

    190บาท 6.89 ลิตร

    190 บาท 6.86ลิตร

    160บาท 5.71ลิตร

    210บาท7.447ลิตร

    220 บาท 7.79ลิตร

    250 บาท8.96ลิตร

    180 บาท 6.383ลิตร

    270บาท 9.43ลิตร

    210บาท 7.447ลิตร

    เซเว่น80

    ข้าวตาก100

    หมูปิ้ง50

    รถขึ้นวัดเฉลิม 200

    แม่กำปอง165

    เซเว่น 50

    ที่พักป่าปงเปียง1000

    แปปซี่15 ให้ลุง210

    กินข้าวที่วัดจันทร์ 100

    ไข่น้ำ40

    น้ำยาสระผมน้ำกระป๋อง40

    ที่พักวัดจันทร600

    มื้อเช้าที่ปาย80

    ตั้งโซ่20

    ระเบียงดาว70

    กินข้าวกลางวัน80

    ที่พักเชียงใหม่490

    ไอติม10จอดรถวัวลาย20

    มื้อเย็น120

    มื้อเช้า110

    ค่ากาแฟ100

    ข้าวกลางวันขากลับ 80 น้ำ20

    ข้าวเย็น 80

    รวมทั้งหมด6225บาทหารสองก็ตกคนละ 3100 ที่จริงถ้าได้กางเต็นอีกสองคืนจะประหยัดได้อีกเยอะเลย แต่นี้ก็ถือว่าไม่แพง เที่ยวตั้ง 4 วัน คุ้มมากๆ 

    ส่วนค่าน้ำมันทริปนี้ ทั้งหมด 2235บาท 79.946ลิตรกับระยะทาง 2146โล เท่ากับโลละ 1.04บาท หรือ 26.84โล/ลิตร คิดถูกมะถูกสิ555 นั้นแหละก็ตามเดิม ยังอยู่ทั่วไปไม่ได้กินอะไรเท่าไหร่ เฉลี่ยขากลับแล้วก็บนเขาขับช้า น้ำมันเลยไม่ซดมาก ถ้า120+ตลอดทั้งทริปละก็ ตัวเลขขยับแน่นอน

    ถือเป็นอีกทริปนึงที่ประทับใจมากเรื่องราวต่างๆในสี่วันนี้ สุดจริงๆ

     

    ระยะทางที่โหดและแสนไกลวัดกำลังใจคนซ้อนได้ดีจริงๆครับทริปนี้

    แล้วพบกันใหม่ทริปหน้ากับคู่รักตะลอนทัวร์วันนี้สวัสดีจ้า

    • Yong  ติดตามยุคับ 05 พฤษภาคม 2562 00:51:08
    • IAmneung  อ่านแล้วเพลินจริงๆ สุดยอดเลยครับ เก่งมากครับ 17 พฤศจิกายน 2560 06:48:34