ค้นหาและแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวในไทย ลงทะเบียน เข้าสู่ระบบ
    • โพสต์-1
    Tenn Tenn •  เมษายน 20 , 2559

    หมู่บ้านในสายหมอก ที่บ้านห้วยห้อม

        เราไปที่นี่แล้วถึงสี่ครั้ง!! ทั้งที่ไม่มีอะไรโดดเด่นถ้าเทียบกับแหล่งท่องเที่ยวทั่วๆไป แต่ที่แห่งนี้กลับมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด ครั้งแรกไปแบบไม่ได้ตั้งใจ ตอนห้าโมงเย็นวันศุกร์เปิดเวปดูเรื่องนาขั้นบันไดแล้วชื่อของห้วยห้อมก็ขึ้นมา ดูเสร็จตัดสินใจเก็บกระเป๋าโดดขึ้นรถเที่ยวหนึ่งทุ่ม รู้อย่างเดียวบ้านห้วยห้อมอยู่อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เรื่องอื่นค่อยหาข้อมูลระหว่างเดินทาง ครั้งแรกนั่งรถไปทางเชียงใหม่แล้วต่อรถตู้ที่อาเขตไปแม่ลาน้อย ครั้งล่าสุดมีรุ่นน้องไปด้วยเลยลองไปทางแม่สะเรียงดูแล้วค่อยหารถต่อไปแม่ลาน้อยอีกที

    (เราสามารถเดินทางไป บ้านห้วยห้อม ได้ทั้งจากเชียงใหม่และจากแม่สะเรียง แล้วต่อรถเข้า อำเภอแม่ลาน้อย)

     

    ตารางเดินรถ กทม - เชียงใหม่

    ตารางเดินรถ กทม - แม่สะเรียง

     

        เราเลือกที่จะเดินทางกลางคืนเพราะจะถึงที่แม่สะเรียงเช้าพอดีน่าจะสักเจ็ดโมงเช้า เพื่อหารถจะไปแม่ลาน้อย แต่คนที่ท่ารถบอกว่าถ้ารถจะไปแม่ลาน้อยมีอีกทีสิบโมงนะ เอาไงดี!! ถ้าให้นั่งรอตั้งสามชั่วโมงเดี๋ยวจะไปถึงบ้านห้วยห้อมกี่โมงก็ไม่รู้เลยตัดสินใจว่าจะโบกรถไปเองดีกว่า

     

    ท่ารถที่แม่สะเรียงช่วงเช้ายังไม่มีรถโดยสารต้องหารถไปอำเภอแม่ลาน้อยเอง

     

        ว่าแล้วก็เดินถามทางว่าจะไปแม่ลาน้อยไปทางไหน พี่เค้าก็แนะนำว่าให้เดินออกไปทางถนนหลัก แถวนั้นรถจะเยอะลองอาศัยโบกรถหรือหารถโดยสารที่ผ่านมาน่าจะไปไม่ยาก

    ระหว่างทางก็แวะถามไปเรื่อยๆเผื่อฟลุ๊คเค้าผ่านไปจะได้ติดรถไปด้วย

     

         หลังจากที่พยายามหารถอยู่นานด้วยอากาศเริ่มจะร้อนขึ้นทุกทีเราจะเลือกรถมากก็ไม่ได้ถึงเป็นรถบรรทุกเราก็จะไปแล้วแหละ!! โชคดีมาได้รถพี่ๆ กรมอนุรักษ์สัตว์ป่าผ่านไปทางอำเภอแม่ลาน้อยพอดี้พอดี อันที่จริงพี่เค้าขับเลยไปแล้วเห็นเราเดินโบกรถเก้ๆกังๆ เค้าเลยจอดรอ (กราบขอบคุณพี่ๆ ณ.จุดนี้ ^^)

    หลังจากขึ้นมาเรียบร้อยพี่ๆก็ถามไถ่เป็นไงมาไง

    เรา: มาจากกรุงเทพฯ จะไปบ้านห้วยห้อม พี่จะผ่านไหม

    พี่: ไม่ผ่านหรอก ส่งได้แค่ปากทาง แม่ลาน้อย ต้องหารถขึ้นไปเองอีกสิบกว่าโลมั้ง

    พี่: แล้วปกติรถแม่สะเรียงที่น้องนั่งมาเนี่ยมันผ่านแม่ลาน้อยนะ วันหลังไปลงโน่นเลย จะได้ไม่ต้องโบกรถไปเอง
    เรา: ….. โบกรถไปก็อากาศดีไปอีกแบบเน้อะ (แก้เขินกันไป)

     

        อันที่จริงถ้าเราต้องนั่งอยู่ในรถตู้หรือรถทัวร์ ด้วยสองข้างทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่เราคงไม่มีโอกาสได้สูดอากาศดีๆจนชุ่มปอด เจอลมเย็นๆพัดใส่หน้า ชีวิตเหมือนได้ถูกปลดปล่อย ไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องอะไรให้มันวุ่นวาย

    ตลอดสองข้างทางมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นหนาทึบทำให้อากาศร้อนๆเย็นลงขึ้นทันตา

     

        ถึงปากทางขึ้นแม่ลาน้อยแล้วสอบถามจากชาวบ้านก็ได้ความว่า ถ้าเราไม่มีรถส่วนตัวมาเองก็ต้องขออาศัยโบกรถชาวบ้านขึ้นไปจ้าาา ประมาณสิบห้าโลเอง(ระยะทางอาจไม่ตรงนะครับ ประมาณเอา) ซึ่งนานๆจะมีรถจากชาวบ้านผ่านมาที เดินสักพักก็ได้รถครอบครัวชาวบ้านใจดีให้ติดรถไปด้วยแต่ไปถึงแค่หมู่บ้านกลางทางที่เหลือเราก็ต้องหารถต่อไปเองอีก … ไปสิรออะไรดีกว่าเดิน

    หลังจากเดินอยู่ไม่นานก็ได้รถขึ้นดอยแล้ว เย่!!

    ต้องขอบคุณน้องๆที่ยอมให้ติดรถขึ้นไปด้วย ^^

    รถเราเปิดประทุนสามารถเก็บภาพได้ 360 ํ

     

        ด้วยความที่เรามาถึงก็เกือบจะเที่ยงแล้วอากาศค่อนไปทางร้อนถึงร้อนมาก ชุดกันหนาวที่เตรียมมาเหมือนว่าเราจะเตรียมมาผิดที่รึเปล่า!! ทำไมไม่หนาวเลย >< แต่พอรถเริ่มไต่ระดับสู่ยอดดอย เมฆก็เริ่มเยอะขึ้นอากาศที่เคยร้อนก็เริ่มจะเย็นลง และบรรยากาศสองข้างทางที่ทำให้ร้อง....ว้าววววววว ออกมาแบบไม่รู้ตัว

    นี่เราขึ้นมาสูงขนาดไหนแล้วเนี่ย ว้าวววววววว

     

        ขึ้นไปยังไม่ถึงยอดดอยดีก็ต้องหารถไปต่อเพราะรถหมดระยะ(พี่เค้าถึงหมู่บ้านเค้าแล้ว)  จากตีนดอยที่ร้อนแทบละลาย ขึ้นมาเรื่อยๆอากาศเริ่มเย็นลงมองไปเหมือนมีเมฆมาลอยอยู่ใกล้ๆ จนตอนนี้ฝนเริ่มลงเม็ด!! แต่เรายังต้องเดินต่อไปอีกไกลเท่าไหร่ไม่รู้ โชคยังดีที่เดินต่อไปไม่นานก็มีรถผ่านมา แล้วเค้าจะไปทางบ้านห้วยห้อมพอดีเลยขอติดรถไปด้วย ^^ ไม่งั้นคงเดินตากฝนจนค่ำแน่ๆ

    ฝนลงเม็ดพอดี ถ้าไม่ได้รถต้องเดินตากฝนกันแน่ๆเลย

     

        แล้วไม่นาน เราก็มาถึงจุดที่ต้องเดินไปเองจริงๆแล้ว ถามจากชาวบ้านก็ได้ความว่าเดินไปสักสามถึงสี่กิโลก็จะถึงแล้วหละ แต่ด้วยที่เป็นหน้าฝนทางก็เป็นดินโคลนอาจจะเดินลำบากนิดหน่อย ปกตินักท่องเที่ยวถ้าหน้าฝนจะมาได้แค่จุดนี้เพราะรถไปต่อไม่ไหวนอกจากจะเป็นรถกระบะหรือรถโฟวิลไดร์ แต่ฤดูอื่นสามารถเข้าไปได้สบาย ถามว่าเหนื่อยไหมตอบเลยว่าไม่ เพราะด้วยอากาศที่เริ่มเย็นจนต้องหยิบเสื้อกันหนาวมาใส่ กลิ่นดินหอมๆหลังฝนตก ไอหมอกบางๆที่ลอยผ่านหน้า และอากาศบริสุทธิ์ที่มีให้สูดเข้าไปเหมือนไม่มีวันหมดมันทำให้ลืมไปเลยว่าเรามาไกลแค่ไหนกว่าจะถึงตรงนี้

    หมอกจางๆที่ลอยผ่านมา เหมือนจะเอามือคว้ามาไว้ได้เลย

     

       แล้วเราก็มาถึงหมู่บ้านในสายหมอก บ้านห้วยห้อม ชาวบ้านที่นี่นับถือศาสนาคริสต์ มีอาชีพหลักทำการเกษตร มีกาแฟรสชาติดี เราจากคนที่ไม่ดื่มกาแฟเลยจนเราเริ่มหันมาสนใจดื่มกาแฟ เพราะได้ลองกาแฟหอมๆจากที่นี่แหละ และอาชีพเสริมบ้านของชาวบ้านคือการทอผ้าขนแกะและผ้าฝ้าย

    ถึงซะทีในตัวหมู่บ้านถนนจะลาดยางแล้ว จะเป็นทางลูกรังแค่ช่วงก่อนถึงหน้าหมู่บ้านเท่านั้น

     

    วิถีชาวบ้านและกาแฟหอมๆของที่นี่

     

    “ที่พักราคาร้อยบาทกับวิวที่สวยเกินราคา”
    โฮมสเตย์ ที่นี่ราคาคืนละหนึ่งร้อยบาทเท่านั้น กับวิวที่สวยเกินราคา อาหารมื้อละห้าสิบบาท เป็นอาหารพื้นบ้าน ใครมีฝีมือทำอาหารสามารถจัดการได้เลย มีปลา มีไข่ มีผักริมรั้ว ฯลฯ เท่าที่จะหาได้

    วิวพาโนราม่าจากระเบียงห้องพัก

    ครัวในบ้าน นอกจากเป็นครัวหลักที่ใช้ประกอบอาหารแล้วยังช่วยให้ความอบอุ่นในบ้านอีกด้วย

    ผักฟักแม้ว - ไข่เจียว - ต้มฟักแม้ว - น้ำพริกถั่วเน่า - ข้าวสวยร้อนๆ

    ฟักแม้วริมระเบียง อาหารหลักของเรา

     

       ไปถึงก็ประมาณสาม-สี่โมง ยังมีเวลาเหลือพอให้ออกไปสำรวจรอบๆหมู่บ้าน ว่าแล้วก็ขอยืมมอไซค์ของชาวบ้านขับวนดูสักหน่อย สังเกตว่าที่หมู่บ้านจะมีหมอกลงตลอดเกือบทั้งวันบางวันแทบไม่มีแสงแดดเลย ทำให้อากาศที่นี่เย็นสบายมากๆ รอบๆหมู่บ้านจะเป็นการปลูกผักทำนาขั้นบันได้ และปลูกกาแฟตามเนินเขา ชาวบ้านที่นี่ใช้ชีวิตเรียบง่ายพึ่งพาอาศัยกันสามารถอยู่กันเองได้ แทบจะไม่ต้องออกไปจากหมู่บ้านเลย

    ได้มอไซค์แล้วก็ซิ่งเลย

    รอบๆหมู่บ้านหมอกจะลงจัดมากนึกว่า ไซเรนฮิว

    วิวจากด้านหลังหมู่บ้าน มองไปได้ไกลลิบตา

    แปลงผักชาวบ้าน

    นาขั้นบันได

     

        เช้าวันใหม่กับกลิ่นคั่วกาแฟหอมฟุ้งทั่วหุบเขา กาแฟอาราบิก้ารสเข้มข้นของที่ห้วยห้อมปลูกที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึงหนึ่งกิโลเมตรและไม่ใช้สารเคมีใดๆ จึงได้กาแฟรสชาติพิเศษเฉพาะตัว และกาแฟของที่นี่ ปลูกเอง คั่วเอง ขายเอง จึงไม่แปลกใจเลยไม่ว่าจะแวะทักทายบ้านหลังไหนเค้าก็จะมีกาแฟกลิ่นหอมๆจากไร่ของเค้าเองมาต้อนรับเราเสมอ

    ถูกปลุกให้ตื่นด้วยกลิ่นคั่วกาแฟยามเช้าหอมฟุ้งไปทั่วหุบเขา

    คุณตาผู้ใหญ่บ้าน ผู้บุกเบิกกาแฟอาราบิก้าของห้วยห้อมให้ดังไปไกลระดับโลก

    วิถีชาวบ้านและกาแฟอาราบิก้าหอมๆ

     

        ความเงียบสงบและเรียบง่าย  รอยยิ้มของชาวบ้าน กลิ่นหอมๆของกาแฟยามเช้า อากาศที่ดีจนหาคำบรรยายได้ไม่ถูก ทั้งหมดนี้คือเสน่ห์ของที่นี่ … บ้านห้วยห้อม

    หมู่บ้านห้วยห้อม

     

        ขาลงจากดอยก็ไม่ยากเท่าตอนมาเพราะอาศัยติดรถชาวบ้านที่จะเข้าไปทำธุระในเมืองลงมาให้ทันรถเที่ยวค่ำที่จองไว้เพื่อกลับไปใช้ชีวิตในเมืองอีกครั้ง

    กลับก่อนนะ แล้วเราจะมาใหม่

     

    • นายเสือ  น่าไปนอนพักผ่อน ชาร์ตแบตให้ร่างกายมากๆๆๆๆๆ คับ 21 เมษายน 2559 09:37:30
    • โพสต์-2
    Tenn Tenn •  เมษายน 20 , 2559

    จบทริปสั้นๆแต่เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน

    จบทริปนี้แค่ 2 วัน 1 คืน , มาเย็นวันศุกร์กลับเย็นวันอาทิตย์ ไปหน้าฝนพอดีแต่สวยคุ้มค่ามากๆ
     , งบประมาณ 1,430 บาท (ตั๋ว 1,180 ที่พัก 100 ค่าอาหาร 150)

    สำหรับคนที่สนใจไปพักสามารถติดต่อได้ที่เบอร์แม่มะลิวรรณ 0898540914, 0895553900
    สามารถติดตามเรื่องราวและข้อคิดดีๆระหว่างการเดินทางกับเราได้ที่ https://www.facebook.com/aboutmyjourney

    ส่วนตัวเล่าเรื่องไม่เก่งชอบถ่ายรูปมากกว่า ขอให้สนุกกับการเดินทางทุกคนครับ

    • KARN  ชอบมากค่ะ อยากไปแบบนี้ ไปแม่ฮ่องสอนมาสองรอบแล้ว แต่ยังไม่เคยไปที่นี่ บรรยากาศและอากาศดีมากๆ ขออย่างเดียว ให้ป่ายังอยู่แบบนี้ไปอีกนานๆ เถอะ เท่าที่เห็นตอนนี้ก็โดนตัดทำลายไปเยอะมากๆ T_T 21 เมษายน 2559 13:05:53