ค้นหาและแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวในไทย ลงทะเบียน เข้าสู่ระบบ
 
พาเที่ยวเส้นทางความสุข เส้นทางท่องเที่ยวโครงการหลวงทุ่งเริง ทุ่งเรา และสถานีเกษตรหลวงปางดะ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง
    • โพสต์-1
    Ohmmy •  พฤศจิกายน 23 , 2559

    พาเที่ยวสวนกุหลาบห้วยผักไผ่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง

    สวัสดีค่ะ ได้มีโอกาสไปเที่ยวตามรอยเส้นทางท่องเที่ยวแห่งความสุข เลยอยากจะมาแบ่งปันข้อมูลกับเพื่อนๆค่ะ
    เส้นทางแห่งความสุขที่ว่านี้เป็นเส้นทางการท่องเที่ยวโครงการหลวง  จากเวปไซต์   http://www.thairoyalprojecttour.com/
    ซึ่งภายในเวปไซต์นี้จะได้นำเสนอการเรียนรู้นอกตำราผ่านการท่องเที่ยวโครงการหลวงทั้ง 38 แห่ง  โดยเส้นทางที่เราไปเที่ยวนั้น ได้เที่ยวโครงการหลวง 3 แห่งค่ะ โดยจะเป็นโครงการหลวงที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิดของเราเองค่ะ
    โดยครั้งนี้เราเน้นเส้นทางท่องเที่ยวที่เรียกว่า "สะเมิง loop"  คือเป็นเส้นทางการขับรถเป็นวงกลม จากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปทาง อ.หางดง อ้อมหลังอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย แล้ววกกลับเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ทาง อ.แม่ริมนะคะ  จริงๆการเที่ยววนเป็นลูปนี้ถ้าออกแต่เที่ยวเช้าก็สามารถแวะเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้หลายๆที่เลยนะคะ  แต่เราไปแบบค่อยๆไป ไม่รีบร้อน แวะถ่ายรูปชิวๆแต่ละที่นานหน่อย ก็เลยใช้เวลาไปกับการเที่ยวโครงการหลวงทั้ง 3 แห่งนี้ไป 2 วันค่ะ

    อันนี้เป็นแผนที่ของการขับรถเที่ยวเป็นวงกลมสะเมิง loop ค่ะ

    โครงการหลวงที่แรกที่เราไปเที่ยวนะคะ คือ “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง” โดยเราออกจากตัวเมืองเชียงใหม่มาทางหางดง หรือจะใช้เส้นที่เป็นถนนเลียบคลองชลประทานก็ได้นะคะ  ออกนอกเมืองมาเรื่อยๆ แล้วไปเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 1269 ค่ะ

    ความเป็นมาของโครงการหลวงทุ่งเริง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริงก่อตั้งขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ.2521 เพื่อส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรม ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ฝืนป่าต้นน้ำ ทดแทนการทำลายพื้นที่ป่าจากทำไร่เลื่อนลอยในอดีต โดยมีหมู่บ้านในพื้นที่รวม 4 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านแม่ขนินเหนือซึ่งเป็นคนพื้นเมือง บ้านน้ำซุ้ม บ้านห้วยกวางและบ้านห้วยหม่องซึ่งเป็นชาวเขาเผ่าม้ง มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 550-750 เมตร เป็นพื้นที่ภูเขาลาดชันปานกลาง ภูมิอากาศค่อนข้างอบอุ่น อุณหภูมิเฉลี่ย 23 องศาเซลเซียส มีฝนตกปานกลาง (ข้อมูลจาก http://www.thairoyalprojecttour.com)  
    สถานที่ตั้ง : ตำบลบ้านปง  อำเภอหางดง  จังหวัดเชียงใหม่
    การเดินทาง : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริงอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 35 กิโลเมตร  ใช้เวลาในการเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1269 หางดง-สะเมิง ประมาณ  กิโลเมตรที่  21 จะพบป้ายศูนย์ทางซ้ายมือให้เลี้ยวไปตามป้ายขับเข้าดอยไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร  ก็จะเห็นส่วนอาคารของโครงการหลวงค่ะ  ในโครงการหลวงทุ่งเริง มีแปลงสาธิตการปลูกอาโวคาโดหลากสายพันธุ์ ซึ่งเป็นไม้ผลหลักที่ปลูกเยอะในพื้นที่ เราเริ่มจากที่นี่เพราะคนพาไป อยากไปบ้านแม่ขนิลเหนือ เพื่อไปหาข้อมูลการปลูกอะโวกาโดจากลุงอ้าย เตจ๊ะ ซึ่งเป็นเกษตรกรที่บ้านแม่ขนิลเหนือ ลุงอ้ายหันมาปลูกอะโวคาโดอินทรีย์ ทดแทนการปลูกลิ้นจี่ซึ่งใช้ยาฆ่าแมลงและสารเคมีเยอะค่ะ คนพาไปอยากไปเห็นสวนอะโวคาโด เลยพาไปโครงการหลวงที่นี่ก่อนเลย ฮ่าๆ พื้นที่ภายในบริเวณโครงการหลวงเราไม่ได้ถ่ายรูปมานะคะ เพราะจริงๆภายในตัวโครงการหลวงไม่มีจุดท่องเที่ยวให้ถ่ายรูปมากนักค่ะ เราได้คุยกับพี่เจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามความรู้เรื่องการปลูกอะโวคพอสมควรแล้วก็เลยถามพี่เค้าว่ามีสถานที่ให้เที่ยวถ่ายรูปอะไรบ้าง พี่เค้าแนะนำว่า คนที่มาเที่ยวโครงการหลวงทุ่งเริงที่นี่จะแวะส่วนที่เป็นสวนกุหลาบที่อยู่ด้านนอก ติดกับถนนใหญ่ ทางหลวงหมายเลข 1269 ที่เราผ่านมาก่อนหน้าที่แล้วนั่นเองค่ะ ส่วนของสวนกุหลาบก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการหลวงทุ่งเริงเหมือนกัน เรียกชื่อว่า “สวนกุหลาบห้วยผักไผ่” ซึ่งสวนกุหลาบนี้พี่เค้าบอกว่าเป็นหน่วยย่อยที่อยู่ในความรับผิดชอบของศูนย์ฯ ทุ่งเริงเหมือนกันค่ะ ออกจากศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริงเราก็ย้อนกลับมาตามทางหลวงก็จะเจอป้ายสวนกุหลาบติดอยู่ริมถนนหลวงเลยค่ะ ถ้ามาจากทางหางดง เราจะขับเลยมาก่อนที่จะเจอตัวโครงการหลวงจริงๆค่ะ ทางเข้าสวนกุหลาบห้วยผักไผ่ จะเป็นทางเดียวกับทางเข้าจักรวาลบ้านดิน คือถ้าเห็นป้ายจักรวาลบ้านดิน ก็เลี้ยวเข้ามาได้เลยค่ะ ไม่ผิดแน่ๆละ พอเลี้ยวเข้ามาด้านในก็จะเจอด้านหน้าทางเข้าสวนกุหลาบห้วยผักไผ่ ภายในจะมีร้านอาหารและเครื่องดื่ม มีที่นั่งร่มรื่น สวยงามอยู่ใกล้ๆกับแปลงกุหลาบด้วยนะคะ เราไปถึงก็หาข้าวกินกันก่อน สั่งกับข้าวมา 2 อย่าง อาหารราคาไม่แพงมาก วัตถุดิบสดใหม่ ผัดผักอร่อยมากค่ะ ผักสดมาก  ตบท้ายด้วยไอศครีมเราเลือกไอศครีมอะโวคาโดและไอศครีมเสาวรสมาลองชิมกันอย่างละลูก อร่อยๆมากๆค่ะ ไอศครีมเสาวรสและอะโวคาโอ อร่อยมากๆค่ะ นอกเหนือจากมุมขายอาหารและเครื่องดื่ม ยังมีส่วนที่ขายผลิตภัณฑ์จากโครงการหลวงต่างๆ และโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากอะโวคาโด เช่น สบู่อโวคาโด แชมพูสระผมและครีมนวดผมอะโวคาโด เพราะโครงการหลวงทุ่งเริงถือว่าเป็นแหล่งปลูกอโวคาโด้ที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆของโครงการหลวงทั้งหลายนะคะ กินข้าวเสร็จก็ไปเดินเล่นส่วนที่เป็นไฮไลต์ของที่นี่กันค่ะ สวนกุหลาบนั่นเองงงงง
    จากข้อมูลในเวป เค้าบอกว่า สวนกุหลาบที่นี้มีกุหลาบหลายหลายสายพันธุ์มากค่ะ เช่น Miniature Roses, Midnight Blue Rose,  Pink Peach Rose, Bevery Rose    ไปดูรูปกุหลาบและบรรยากาศภายในสวนกันค่ะ ขากลับ เรากลับทาง อ.สะเมิง วนเป็นลูปตามที่บอก ก็จะได้มีโอกาสแวะถ่ายรูปตรงจุดชมวิว ทิวทัศน์ป่าสะเมิง ซึ่งตอนที่ไปถึงก็ใกล้มืดแล้วค่ะ เลยได้รูปออกมาเป็นบรรกากาศยามเย็นประมาณนี้
    • โพสต์-2
    Ohmmy •  พฤศจิกายน 23 , 2559

    เที่ยวศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเรา

    โครงการหลวงแห่งที่สองที่เราไปเที่ยวตามเส้นทางสะเมิงลูป ชื่อว่า “ศูนย์พัฒนาโรงการหลวงทุ่งเรา” (เราไปคนละวันกับโครงการหลวงทุ่งเริงนะคะ) มาดูประวัติความเป็นมาของศูนย์พัฒนาโรงการหลวงทุ่งเรานี้กันก่อน ศูนย์พัฒนาโรงการหลวงทุ่งเรา  ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2520 ที่บ้านป่าเลา ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่  โดยมูลนิธิโครงการหลวงร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน และกรมชนประทานเริ่มต้นดำเนินการบุกเบิกพื้นที่ทำกินให้เกษตรกร จัดหาแหล่งน้ำ  และระบบชลประทาน เพื่อลดการปลูกฝิ่น เพิ่มรายได้แก่เกษตรกรชาวเขาให้มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ลดการทำไร่เลื่อนลอย ส่งเสริมและให้ความรู้ในการพัฒนาด้านต่างๆ โดยเริ่มดำเนินการพัฒนาและส่งเสริมด้านการปลูกสตรอเบอรี่เป็นลำดับแรก ต่อมาได้ทำการขยายผลการดำเนินงานไปในด้านส่งเสริมการปลูกพืชผัก  ไม้ผลและไม้ดอก จนสามารถดำเนินการพัฒนาและส่งเสริมทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม พร้อมทั้งได้ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กันไป ปัจจุบันศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเรา  มีพื้นที่รับผิดชอบดำเนินงาน 2,081ไร่ ครอบคลุม 3 หมู่บ้าน ประชากรที่ได้รับการพัฒนาและส่งเสริมจำนวน 200 ครัวเรือน 1,674 คน   สถานที่ตั้ง: ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

    การเดินทาง : ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ 43 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงใช้เส้นทาง เชียงใหม่-แม่ริม แล้วเลี้ยวซ้าย ตามหลวงหมายเลข 1096 แม่ริม-สะเมิง อีกประมาณ 25 กิโลเมตร จะพบป้ายศูนย์ทางซ้ายมือให้เลี้ยวเข้าไปอีก 3 กิโลเมตร จะถึงที่ตั้งศูนย์ (ข้อมูลจาก http://royalprojectthailand.com/)


    วันนี้เรามาทางเส้น อ.แม่ริม ก่อนถึงโครงการหลวงทุ่งเรา ก็จะเจอกับจุดชมวิวทิวทัศน์ป่าสะเมิง เหมือนเคย แต่วันนี้มาถึงช่วงเช้า  และตรงจุดชมวิวนี้เจอดอกบัวตองบานพอดีค่ะ ^^

    โครงการหลวงทุ่งเรานี้เป็นศูนย์ไม่ค่อยใหญ่นักนะคะ และไม่ค่อยเห็นใครมาเที่ยวเท่าไหร่ อาจเพราะภายในศูนย์ไม่มีสถานที่ให้ท่องเที่ยวถ่ายรูปมากนัก ส่วนใหญ่ถ้าเที่ยวเส้นทางนี้คนจะไปโครงการหลวงหนองหอย และแวะเที่ยวถ่ายรูปที่ม่อนแจ่มมากกว่า แต่บอกเลยว่า วิวเทือกเขาที่สลับซับซ้อนที่เราถ่ายจากได้บริเวณโครงการหลวงนี้สวยงามมากนะคะ เพราะว่าตัวที่ตั้งโครงการต้องขับรถขึ้นไปสูงพอสมควร
    โครงการหลวงทุ่งเรานี้จะต้องขับรถขึ้นดอยมานะคะ ลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบและภูเขาลาดชัน มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 800-1,300 เมตร ก่อนถึงบริเวณโครงการหลวงก็จะมีหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้งและชาวพื้นเมืองอยู่ค่ะ

    อันนี้เราแวะถ่ายรูปวิวระหว่างทางขึ้นโครงการหลวงค่ะ

    ผ่านหมู่บ้านม้งมาก็ถึงแล้วค่ะ โครงการหลวงทุ่งเรา ภายในไม่ค่อยมีอะไรให้ดูมากนัก มีแปลงกุหลาบเล็กๆ เลยแวะถ่ายรูปเล่นหน่อย

    พอดีได้เจอกับคุณลุงเจ้าหน้าที่ คุยกับแกนิดหน่อย แกเลยพามาดูแปลงองุ่นค่ะ คือถ้ามาเอง อยู่ด้านนอก จะไม่เห็น เพราะมันเป็นโรงเรือนคลุมแปลงองุ่นไว้เพื่อรักษาอุณหภูมิค่ะ แต่คุณลุงพาไปดู ก็เลยได้มีโอกาสถ่ายรูป

    อันนี้น่าจะเป็นเมลอนญี่ปุ่น (รึเปล่า?) แห่ะๆ ไม่ค่อยแน่ใจค่ะ

    นี่เป็นวิวระหว่างทางลงค่ะ คือทางขึ้นมาบนโครงการหลวงทุ่งเรานี้จะมาได้ 2 ทางนะคะ เราขึ้นทางด้านสะเมิง แล้วก็ลงอีกด้าน ไม่ได้ย้อนกลับทางเดิม ก็จะเจอวิวประมาณนี้ค่ะ

    • โพสต์-3
    Ohmmy •  พฤศจิกายน 23 , 2559

    สถานีเกษตรหลวงปางดะ

    ส่วนโครงการหลวงแห่งที่สามที่จะพาไปเที่ยว เป็นโครงการหลวงที่ออกจากเส้นทางสะเมิงลูปไปนิดหน่อยนะคะ คือ “สถานีเกษตรหลวงปางดะ”  สถานีเกษตรหลวงปางดะ เป็นสถานีวิจัยหนึ่งในสี่ของมูลนิธิโครงการหลวง เป็นศูนย์การเรียนรู้การขยายพันธุ์ไม้ผล ให้กับผู้ที่สนใจตลอดจนเป็นแหล่งศึกษาศึกษาดูงาน และฝึกงานของนักศึกษา พร้อมกับการใช้พื้นที่อย่างถูกต้องบนพื้นฐานการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ


    ประวัติความเป็นมา : มูลนิธิโครงการหลวงได้เลือกพื้นที่ในสถานีทดลองข้าวไร่และธัญพืชเมืองหนาวสะเมิง ของกรมวิชาการเกษตร หมู่บ้านปางดะ ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นแหล่งทำการขยายพันธุ์พืช ต่อมาเมื่อปริมาณความต้องการด้านพันธุ์พืชเพิ่มมากขึ้น ทำให้สถานที่แห่งนี้ทำการผลิตต้นพันธุ์ได้ไม่เพียงพอ มูลนิธิโครงการหลวงจึงเลือกสถานที่แห่งใหม่ บนพื้นที่ประมาณ 25 ไร่ ติดอ่างเก็บน้ำโครงการพระราชดำริห้วยปลาก้าง ซึ่งสร้างในปี พ.ศ. 2526 ห่างจากบริเวณเดิมไม่มากนักและในปี พ.ศ. 2528-2529 ได้ซื้อที่ดินเพื่อขยายพื้นที่สำหรับขยายพันธุ์พืชอย่างถาวรเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 65 ไร่ โดยดำเนินการภายใต้ชื่อ “ศูนย์ขยายพันธุ์พืชปางดะโครงการหลวง”

    เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2530 พระบาทสมเด็จพระจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงเยี่ยมศูนย์ขยายพันธุ์พืชปางดะโครงการหลวงแห่งนี้เป็นครั้งแรก โดยทอดพระเนตรกิจการงานต่างๆ ของศูนย์ฯ พร้อมกันนี้หม่อมเจ้าภีศเดช  รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวง ได้ทูลขอพระราชทานชื่อใหม่ว่า “สถานีเกษตรหลวงปางดะ”  (ข้อมูลจาก http://royalprojectthailand.com/pangdah)

    สถานที่ตั้ง : ตั้งอยู่ในเขตหมู่บ้านปางดะ ตำบล สะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่

    การเดินทาง ไปได้ 2 เส้นทางนะคะ คือ
    1.เดินทางทางไปตามถนนเชียงใหม่- ฝาง ผ่านอำเภอแม่ริม แล้วเลี้ยวซ้ายไปทางน้ำตกแม่สา ระยะทางจากแยกอำเภอแม่ริม ไปถึงตัวสถานีฯประมาณ 38 กิโลเมตร
    2.เดินทางไปตามถนนหางดง-สะเมิง โดยขับรถผ่านสี่แยกสะเมิง มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก ระยะทางประมาณ 36 กิโลเมตร ถ้ามาตามเส้นทางสะเมิงลูปนี้ ถนนก่อนถึงบ้านแม่ขนิลจะค่อนข้างสูงชันมาก (จะเป็นโค้งสูงชันและจะเป็นลักษณะโค้งหักศอก 7 โค้ง ซึ่งเค้าจะเรียกกันว่า โค้ง 7 พับค่ะ) การขับขี่ต้องใช้ความระมัดระวังมากๆนะคะ
    การเดินทางใช้รถยนต์นะคะ ทั้งสองเส้นทางรถโดยสารขนาดใหญ่ ไม่สามารถไปถึงได้เนื่องจากเป็นภูเขาที่สูงชันค่ะ


    ภายในสถานีวิจัยเกษตรหลวงปางดะมีโครงการปรับปรุงพันธ์พืชต่างๆมากมายนะคะ ซึ่งจุดท่องเที่ยวก็จะเป็นการเที่ยวชมแปลงวิจัยทดสอบสาธิตต่างๆค่ะ  เช่น พืชผัก ก็มีพวกถั่วลันเตา มะเขือเทศ บร็อคโคลี่  หรือพวกพืชไร่ เช่น ข้าว ข้าวโพด ถั่วแดงหลวง  หรือพวกไม้ผล เช่น กีวีฟรุ้ต ราสเบอรี่ องุ่น มะเดื่อฝรั่ง เสาวรส มัลเบอรี่ และไม้ผลเขตร้อน เช่น อาโวคาโด้ มะม่วง ลิ้นจี่ มะเฟือง เป็นต้นค่ะ  นอกจากจะได้ถ่ายรูปสวยๆกับแปลงวิจัยแล้ว ถ้าเราเจอพี่เจ้าหน้าที่ก็สามาถพูดคุยเพื่อสอบถามข้อมูลความรู้ได้นะคะ

    ภายในสถานีวิจัยยังมีอาคารสโมสรซึ่งเป็นร้านอาหาร บ้านพักรับรองภาย ห้องจัดประชุม มีสถานที่กางเต็นท์ และบริการเช่าเต็นท์พร้อมถุงนอนด้วยนะคะ  เสียดายว่าวันที่เราไปร้านอาหารในสโมสรไม่เปิดเพราะเหมือนกำลังเป็นช่วงที่จะเริ่มฤดูท่องเที่ยวไฮซีซั่น แม่ครัวเข้าเมืองเพื่อไปซื้อของ เราเลยไม่มีโอกาสได้ชิมอาหารภายในสถานีวิจัย

    ส่วนนี้จะเป็นพวกเป็นแปลงวิจัยทดสอบสาธิตผักและไม้ผลต่างๆของสถานีค่ะ

    ส่วนนี้เป็นส่วนที่คนพาไปเที่ยวสนใจ อะโวคาโดนั่นเองงงงง ได้เข้าไปสอบถามความรู้เกี่ยวกับการเสียบกิ่งพันธ์อะโวคาโด พี่เจ้าหน้าที่ก็ได้สาธิตวิธีการเสียบกิ่งให้ดูด้วย ขอบคุณมากๆนะคะ

    ภายในสถานีวิจัยเกษตรหลวงปางดะ ไม่มีร้านจำหน่ายของที่ระลึกนะคะ แต่เจ้าหน้าที่ที่ป้อมยามบอกว่าถ้าต้องการซื้อผลผลิตโครงการหลวงสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ค่ะ  แต่จะมีร้านค้าขายขนมเล็กๆอยู่ค่ะ เราไม่ได้กินข้าวมา หวังฝากท้องที่ร้านอาหารของสโมสร แต่อย่างที่บอกว่าแม่ครัวไม่อยู่ เลยหาขนมกินรองท้องก่อนนะ ในร้านค้ามีไอศครีมมับเบอรี่ องุ่น และเสาวสร ที่ผลิตจากผลผลิตของโครงการมาวางขายด้วยนะคะ เราลอกไอศครีมเสาวรสและไอศครีมลูกหม่อนไป อร่อยใช้ได้เลยทีเดียวค่ะ

    • โพสต์-4
    Ohmmy •  พฤศจิกายน 23 , 2559

    ชมนาข้าวสีทองแห่งสะเมิง

    และเมื่อออกจากสถานีวิจัย เราเลยต้องไปหาข้าวเที่ยงทานกัน โดยขับมุ่งหน้าไปทางตัวอำเภอสะเมิงค่ะ เลยจากสถานีวิจัยไปนิดเดียวก็ถึงสะเมิงละค่ะ  จริงๆ อ.สะเมิง จะดังเรื่องไร่สตอเบอรี่ แต่ช่วงที่ไปไร่สตอเบอรี่ที่รองรับนักท่องเที่ยวหลายๆไร่ยังไม่ออกลูกเต็มที่ พวกเราเลยยังไม่ได้แวะเที่ยวไร่สตอเบอรี่กันค่ะ เสียดายจริงๆ แต่เราเจอวิวระหว่างทาง ใน อ.สะเมิงมีนาข้าวกำลังออกรวงสวยมากเลย เจอแปลงที่เค้าปลูกดอกดาวเรืองด้วย
    ก็เลยเก็บภาพบรรยากาศท้องทุ่งและรวงข้าวกันหน่อย

    วันนี้เราก็พาเที่ยว 3 เส้นทางความสุข 3 โครงการหลวง โครงการของพ่อ ที่สร้างรายได้ สร้างอาชีพอย่างยั่งยืนให้คนในชุมชน
    จริงๆยังมีเส้นทางท่องเที่ยวอีกหลายเส้นทางที่เราสามารถจะเก็บเกี่ยวบรรยากาศความสวยงามของสถานที่ ไปพร้อมๆกับการเรียนรู้งานทางด้านส่งเสริมการเกษตร ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงวางรากฐานเอาไว้จนประสบความสำเร็จในปัจจุบัน
    การได้มาเที่ยวและเห็นการทำงานวิจัยของนักวิจัยและเจ้าหน้าที่โครงการหลวงในการค้นคว้า พันธุ์ผักและผลไม้ที่เหมาะสมกับการเพาะปลูกในแต่ละพื้นที่ ได้เห็นการเพาะปลูกพืชชนิดต่างๆของชาวเขาที่สามารถสร้างรายได้ทดแทนการตัดไม้ทำลายป่า หรือการปลูกฝิ่น  ทำให้เราได้รับรู้ถึงสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงทำเพื่อประชาชนคนไทยอย่างพวกเรานั้นช่างยิ่งใหญ่เหลือเกินมากนักค่ะ เส้นทางท่องเที่ยวตามรอยโครงการหลวงยังมีอีกหลายที่ ไว้ถ้าเราได้มีโอกาสไปเที่ยวอีก จะได้มานำเสนอรูปและเรื่องราวแชร์กับเพื่อนๆใหม่นะคะ

    ขอบคุณที่ติดตามชมค่ะ