ค้นหาและแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวในไทย ลงทะเบียน เข้าสู่ระบบ
 
เมื่อไม่มีใครไปก็ไปมันคนเดียว ที่ ผาสองฤดู(ผาแง่ม) สถานีวิจัยเกษตรหลวงขุนวาง (Luang Khun Wang Royal Agricultural Research Center) จ.เชียงใหม่
    • โพสต์-1
    Pra •  ธันวาคม 04 , 2558

    "ผมได้รู้เลยว่า การที่เมฆไหลผ่านตัวเรา มันรู้สึกดีแค่ไหน"

    สวัสดีครับ พบกันอีกแล้วนะครับกับบันทึกการเดินทางของผม

    สายลมหนาวพัดพามาแล้ว ใครหลายคนอาจจจะมีแผนการเดินทางไปยังที่เที่ยวต่างๆ

    ผมเองก็เช่นกัน กับกับส่วนหนึ่งของทริปเที่ยวภาคเหนืออันยาวนานของผม 

    ติดตามการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่เพจของผมนะครับ

    https://www.facebook.com/Therewithwhat

    ผาสองฤดู(ผาแง่ม) กับชื่อที่ไม่คุ้นหูของใครหลายๆคน เพราะน้อยคนจะรู้จักว่ามันอยู่ส่วนใดของประเทศ แล้วทำไมผมถึงรู้? เพราะบังเอิญครับ อังเอิญไปเจอกระทู้ในพันทิป(อีกแล้ว) พูดถึงผาสองฤดู 

    http://pantip.com/topic/33004270

    ผมนั่งมองค้างด้วยความตะลึง สวยมาก สวยจริงๆ แม่งน่าไปว่ะ ไหนๆก็จะไปเที่ยวเชียงใหม่ยาวๆซะทีขอที่ๆมันอันซีนคนเที่ยวน้อยๆ ไปลำบากหน่อยยิ่งชอบ(โรคจิตรรึเปล่าวะ)

    ผมก็เลยหาข้อมูลว่ามันอยู่ที่ใด สรุปคือ มันอยู่ที่ดอยอินทนน์ ที่

    ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ ขุนวาง

    ฮึ่มมมมมม เอาวะไหนๆก็ไปเชียงใหม่ละไปในที่อันซีนๆแบบนี้คนน้อยๆ น่าส่นใจมาก เก็บกระเป๋าและออกเดินทางกัน

    20 พย.

    ผมเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ เวลา บ่ายโมง ขับรถตรงมายังดอย อินทนน์ เพื่อจะไปยัง ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ ขุนวาง ระหว่างก่อนขึ้นด้วยว่าไม่เคยเดินทางมายังที่นี่เลย ด้วยความหน้าด้านของผมจึงจอดรถถามเจ้าหน้าที่กันก่อนดีกว่า กันหลงเกิดเลยไปคงจะลำบากแน่ๆ(ก่อนหน้าก็ถามช้าวบ้านไปเรื่อยกว่าจะมาถึงที่นี่)

    "น้องขับรถตรงไปนะ ตรงไป30กว่ากิโลจะเจอสามแยกขุนกลางจะมีป้ายบอกให้เลี้ยวขวา ก็ให้เลี้ยวและตรงไปเรื่อยก็จะถึงแหละ"

    อ่าครับ ขอบคุณ รัวๆ ครับพี่

    "แล้วจะต้องเสียค่าอะไรมั้ยครับนี่" 

    "อ๋อๆ ไปขุนวางไม่ต้องเสียค่าอะไรหรอก ขับผ่านไปได้เลย" น้ำตาจิไหล ขอบคุณครับพี่ 

    เข้าฟรีอย่างนี้ โอเครเลย 555 ไปๆขับรถไปต่อ ลุยๆ

    ระหว่างทางขึ้นไป สายลมเย็นๆพัดผ่าน สดชื่นนนนน ขบรถผ่านโค้งต่างๆ เส้นทางดีมากมายกำลังสนุก แต่ดันนนนนน ลืมครับ ลืมว่าไอ้แยกนั้น มันชื่ออะไรวะ 555 

    เออๆ ช่างมัน ขับไปเรื่อยๆ เจอแยกใหญ่ๆ เดี๋ยวก็เจอเอง ระหว่างขับไปก็ดูวิวไป ในใจก็หลอนไป กลัวเลยแยกเพราะเพลิน

    ในที่สุด ก็เจอแล้วครับ แยกขุนกลาง มีป้ายบอกขนาดใหญ่ชัดเจน(ลืมถ่ายรูปมา) ภายใน อ. ขุนกลาง มีน้ำตกขนาดใหญ่ และ แปลงดอกไม้เมืองหนาวเต็มไปหมด นักท่องเที่ยวก็เริ่มเยอะกันแล้ว เพราะ เป็นวัน ศุกร์ ในใจก็นึกหวั่นว่าที่ขุนวาง คนจะเยอะแบบนี้มั้ยวะ ก่อนจะคิดถึงเรื่องแบบนั้นเก็บ บรรยากาศกันก่อนๆ

    เอ้าๆ ไปๆ หนทางข้างหน้ายังอีกไม่ไกลๆ อีก 16 กิโลเอง

    ทางโค้งค่อนข้างเยอะพอสมควรเพราะทางวิ่งเรียบเขาไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็ถึงแล้วครับ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่  ก่อนเราจะเข้าพัก เราต้องติดต่อกับป้อมยามหน้าศูนย์ก่อนนะครับ ละทะเบียนแล้วก็ติดต่อที่เกสเฮ้า เสียค่าใช้จ่ายค่าตั้งเต้นต์ 100 บาท ช่วงที่ไปถึงก็ไม่ได้ถ่ายรูปใดๆเลย เพราะไปถึงก็รีบจัดของตั้งเต็นต์ 

    ระหว่างจัดของอยู่ พึ่งนึกขึ้นได้ว่า แก๊สกระป๋องก็หมด ข้าวก็ไม่ได้กิน น้ำก็ไม่ได้ซื้อ สะเบียงก็ไม่ได้เตรียม เงินก็ไม่ได้กด  เชี่ยยยย อะไรมันจะลืมได้ขนาดนั้นวะ ตูต้องกลับไปที่ขุนกลางเหรอวะเนี่ยยยยย . . .

    เอาๆ กลับไปก็กลับไป ต้องกลับไปเจอโค้งทั้งหลายแหล่ แหละอากาศที่เย็นลงเรื่อยๆ  และความมืด เอาเถอะ เพื่อความจำเป็น

    ในที่สุดก็มาถึงขุนกลางช่วงเย็นแล้วครับ

    เราจะสามารถซื้อพวกของใช้ได้ที่ ร้านค้าสวัสดิการณ์ เลย3ขุนกลางแยกไป 100 เมตร ที่นั่น มีทั้งตู้ ATM(มีที่เดียวในเส้นขึ้นดอยอินทนนท์) ร้านค้า ร้านอาหาร ที่พัก ตลาดของฝาก นักท่องเที่ยว สาวๆ(เฮ้ยไม่เกี่ยวแล้ว)  

    คืนนี้ก็ซัดก๋วยเตี๋ยวชาย 4 แก้หนาวไป กว่าจะกลับศูนย์ฯไปถึงก็3ทุ่มแล้ว กลั้นใจอาบน้ำ เกร็งครับ เกร็งไปทั้งตัวเลย หนาวโคตรรรรรรร ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่นด้วย น้ำเย็นสดๆเหมือนออกมาจากตู้เย็นยังไงอย่างนั้น 555

    คืนนี้ก็ขอนอนเอาแรงก่อนเพื่อเตรียมเดินทางในวันพรุ่งนี้ Zzz . . .

    • โพสต์-2
    Pra •  ธันวาคม 04 , 2558

    เช้าวันที่ 21

    สวัสดียามเช้าครับ กับอากาศที่เย็นสดชื่น 

    ลืมบอกไปนะครับ ที่นี่สามารถมานอนที่บ้านพักของทางศูนย์ได้ มีสิ่งอำนวยความสะดวกพอสมควร และต้องการความเงียบสงบ ควรมาที่นี่เลยครับ ผมแนะนำ เอาล่ะ สายแล้ว ออกไปหาอะไรกินกัน ที่ศูนย์ก็มีร้านอาหารบริการนะครับ แต่ผมกลับเข้าไปยังตัวหมู่บ้านขุนวาง ตรงก่อนจะมาถึงที่นี่ เราจะผ่านตัวหมู่บ้านก่อน 

    เพราะที่นี่อยู่ลึก เลยไม่มีตลาดสดใหญ่ๆ แต่เราสามารถซื้อของได้ตามร้านค้าริมทางได้นะครับ มีของกินพวกมาม่า ขนม น้ำ สิ่งจำเป็นต่างๆ ของสด อาหารถุง แกง แม่ค่าบอกว่า รับมาจากตลาดในตัว ขุนกลาง และนำมาขายต่อยังที่นี่ครับ ถือว่าสะดวกดี อาหารก็ไม่แพงมาก ไก่2น่องกับข้าวเหนียวขึ้นไปกินกลางทาง แค่ 25 บาทเอง ถูกมาก

    ถนนภายในหมู่บ้าน เห็นผู้คนที่ใช้ชีวิตเดินผ่านไปผ่านมา เด็กๆวิ่งเล่นไล่จับกัน ผมมองภาพเหล่านั่นเนิ่นนาน บางทีพวกเขาไม่จำเป็นต้องมีอะไรที่อำนวยความสะดวกมากแบบเราๆ พวกเขาก็ยังมีความสุข มีรอยยิ้ม มีชีวิตที่เรียบง่าย อย่างที่ใครๆพร่ำบอกว่าต้องการใช้ชีวิตเรียนง่าย จริงๆผมว่า "ชีวิตมันก็ง่ายๆ เป็นเรานี่แหละที่ทำให้มันยากกันเอง" ปั้มหลอดแบบนี้ เคยใช้กันมั้ยครับ ผมว่ามันเป็นอะไรที่คลาสสิกมาก 555 เอากลับไปยังที่ศูนย์กันดีกว่า สายแล้ว กลับไปถึงศูนย์ผมก็จัดของเก็บเต็นต์ กินข้าว เตียมความพร้อม ที่จะขึ้นผาแง่ม 

    เราสามารถฝากรถไว้ที่ศูนย์ฯได้นะครับระหว่างขึ้นไปที่ผาแง่ม ไม่ต้องกลัวหาย ถึงแม้เจ้าหน้าที่จะบอกกับเราว่า "เราไม่รับผิดชอบนะคะหากรถของคุณหาย" ครับ ตามนั้น ถ้าไม่จอดที่นี่ จอดในหมู่บ้านผมว่ามีสิทธ์หายมากกว่าอีก -*-อีกอย่าง ที่นี่มียามเฝ้าตลอดครับ คนที่ขึ้นผาแง่มก็จะจอดไว้ที่นี่กันหมด ไม่มีหายแน่ๆ

    • โพสต์-3
    Pra •  ธันวาคม 04 , 2558

    หลังจากที่ผมเตรียมของที่จะนำขึ้นไปข้างบนนั้น ทั้งของกิน น้ำ และของใช้ต่างๆ เสร็จหมดแล้ว ผมก็ได้โทรหาคนนำทาง(เบอร์คนนำทางขอได้จากที่สำนักงานด้านในได้เลยครับ) ถ้าเราจะทำการขึ้นผาแง่ม เราจะต้องเสียค่าคนนำทางในการนำเราขึ้นไป 500 บาท หากเราจะขึ้นไปเองทางหมู่บ้านไม่รับประกันนะครับว่าจะหลงรึเปล่า เพราะเคยมีคนไปกันเองแล้วหลงกันก็มี เพราะอย่างนั้นเราควรจะจ้างคนนำจะดีกว่า ถือว่าเป็นการช่วงให้ชาวบ้านมีรายได้

    หลังจากที่คุยกับคนนำทาง คนนำทางบอกว่า วันนี้มีอยู่2กลุ่มที่จะมาขึ้นผาแง่มด้วยกัน(ดีเลยมีคนมาให้เราจอบทริปละ) กลุ่มแรกมาตอน 11 โมง มากัน 4 คน กลุ่มที่ 2 มากัน 3 คน ผมเลยตัดสินใจที่จะไปกับกลุ่มแรก เพราะจะได้มีเวลาเดินขึ้นไปให้ทันช่วงเวลาที่ เมฆลอยมาได้ ซึ้งการจะเห็นปรากฏการณ์นั้น เราไม่สามารบอกได้ว่าจะเกิดขึ้นตอนไหน ขึ้นอยู่กับดวงในการเดินทางของเราครับ

    ในที่สุดคนนำทางของเราก็เดินทางมาถึงแล้ว

    ในที่สุด ผู้ร่วมชะตากรรมของผมก็มาถึงแล้ว 55 หลังจากที่เข้าไปคุยกับทางกลุ่มพี่เขาว่าจะขอร่วมจอยไปด้วย ทางกล่มพี่เขาก็ใจดีให้ผมร่วมเดินทางด้วย(ขอบคุณนะคร้าปป) ^^ 

    "พี่เดินนำผมไปก่อนเลยนะ ของผมหนักอาจจะเดินช้าหน่อย"

    "เฮ้ยน้อง พี่ว่าเดี๋ยวน้องก็แซงพวกพี่แหละ เชื่อสิ 55"

    ครับๆตามนั้นๆ 55

    เอาล่ะ คนพร้อมแล้ว ของพร้อมแล้ว เอาๆ ลุยๆ

    ช่วงแรกๆ ยังเป็นทางไปยังสวนของชาวบ้าน กลุ่มพี่เขายังเดินนำผมอยู่ 

    พอถึงช่วงบันไดไม้นี้เป็นต้นไปแหละครับ ชึ้นเขาแบบยาวๆ 555 

     เอาๆไปๆ ยังไหวอยู่ๆ บริเวณนี้จะเป็นลำธารที่ไหลเขาไปยังตัวหมู่บ้านนะครับ จะเห็นท่อน้ำมากมาย เป็นระบบ "ประปาภูเขา" นำน้ำไปยังแปลงผัดต่างๆของชาวบ้าน และน้ำที่นี้ กินได้ด้วยนะครับ  อยู่ช่วงขึนเนินแรกละครับ หากเดินมาคนเดียว และไม่รู้เส้นทาง ยังไงก็หลงแนนอนครับ เพราะทางเดินไม่ใช่เป็นรอยเดินที่เห็นชัดนะครับ แถมมีทางแยกให้ งง อีก -*- พักกันก่อนๆ ผมเองก็จะไม่ไหวแล้ว หนักมากกก 555 

    ทางพี่เขาจะรอเพื่อนอีก2คนเดินตามมาก่อน แล้วบอกให้ผมเดินนำมาก่อนเลย พี่คนนำทางก็จะรอพวกเขาเหมือนกัน แต่ได้บอกทางว่าถ้าเจอแยกให้เลี้ยวตรงไหน ผมก็จำทางแล้วก็เดินนำมา แล้วก็มาเจอจุดพักที่2 มีทางแยกให้ งง อีกเหมือนเคย ผมจึงนั่งพักและรอกลุ่มคนนำทางมาถึงก่อน

    งงเลยครับมีแยกไปทางซ้ายและขวา ทางกลุ่มคนนำมาถึงก็บอกให้เลี้ยวไปทางซ้าย ครับๆ ซ้ายๆ ส่วนกลุ่มพี่เขาก็บอกเดินมาไล่ๆกัน ส่วนผมก็ได้เดินนำไปก่อน(ไม่รู้ตูจะรีบไปไหน) จากตรงจุดนี้จะไม่มีทางแยกไปไหนแล้ว จะมีทางที่ขึ้นไปยังผาอย่างเดียวเท่านั้น เอาลุยๆ งานนี้ต้องขึ้นไปเห็นภาพนั้นให้ได้

    เฮ้ยๆ เมฆเริ่มจะก่อตัวแล้ว ตอนนั้นนี่แทนจะวิ่งขึ้นให้ได้เลยตอนนั้น ไม่ติดว่าทางชันแหละของที่แบกมาหนัก ผมวิ่งไปดูแล้ว 555 

    สภาพเส้นทาง ชันมากครับ ช่วงก่อนถึง มีแต่ทางขึ้นเขาล้วนๆ ที่พักเหนื่อย เป็นประมาณว่า แล้วแต่มืงงงจะพักเลย(เอาที่สบายใจ 55) 

     

     

    ประมาณนี้ครับ ในที่สุดดดดดด เราก็มาโผล่ที่สันเขาแล้วครับ แต่!! มันยังไม่ใช่จุดหมายของเรา ตรงนี้ผมวางของและเดินวนหา พีลูกหาบ เพราะว่าลูกหาบของกลุ่มได้ขึ้นมาก่อน เอาไงดีวะ เลียวซ้ายละกัน เพราะดูท่าจะเป็นทางไปที่กางเต็นต์ เอาล่ะ ถึงที่กางเต็นต์แล้ว เพราะสังเกตุจาก กองไฟเก่า และร่องรอยของคนที่มาพักก่อหน้านี้ ที่แรกนึกว่าหลงทางซะอีก 55 

    ระหว่างที่กำลังวางสัมพาระ แหงนหน้ามองขึ้นไป โห เมฆลอยต่ำมากครับ ต่ำแบบที่ว่า เอานิวไปทาบระดับว่าอยู่แค่หัวเอานี่เอง สุดยอดๆ

    อ่าวเฮ้ย!! เมฆลอยเข้ามาในป่าแล้ว ผมเห็นภาพนี้ แทบวิ่งเลยครับ ช่วงระว่างทางนี้ ทางยัง ชันอยู่นะครับ แถมลื่นมาก จะล้มหลายรอบเลย ขาขึ้นยังว่าลำบากแล้ว ขาลงนี้แทบจะกลิ้งลง

    ในที่สุดก็มาถึงแล้วครับ จุดที่เรียกว่า ผาสองฤดู นั่นเอง

     
    • โพสต์-4
    Pra •  ธันวาคม 04 , 2558

    ชวงเวลานี้ยังไม่เป็น2ฤดุนะครับ ผมเองก็ถ่ายรูปฆ่าเวลาไประหว่างรอ

    เมฆรื่มก่อตัวแล้วนะครับ ลมเย็นค่อยๆพัดไปเรื่อยๆ

    ในที่สุด!! มาแล้วครับช่วงเวลานี้ ที่ผมรอคอยมา สิ่งที่เรียกว่าผา2ฤดู เกิดขึ้นตรงหน้าผมแล้วครับ เมฆค่อยไหลมา ผ่านตัวของเรา อากาศเย็นๆ รอบกายและสายหมอก สดชื่นครับ หายเหนื่อยเลย ^^ 

    ผมลดกล้องในมือลง สูดอากาศตรงหน้าของผม เป็นภาพที่มีความสุขจริงๆครับ ความเหนื่อยล้า หายไปหมดเลย 555

    "ผมได้รู้เลยว่า การที่เมฆไหลผ่านตัวเรา มันรู้สึกดีแค่ไหน"

    เสียดายที่กลุ่มพี่เขามากันไม่ทันช่วงเวลานี้ มีแต่ผมคนเดียว กับสถานที่แบบนี้ 

    แถวๆต้นไม้ มีเลข สลักไว้อยู่ น่าจะเป็นค่าความสูงของที่นี่(อย่าพึ่งตีเป็นเลขหวยกันนะครับ)

    เอาล่ะ ได้เวลาขึ้นไปไหว้ พระบรมธาตุขุนวาง บนยอดผาแง่มกันดีดว่าครับ ไปดูวิวข้างบนนั้นกัน

    ระหว่างทางขึ้น

    ช่วงแรก 

    ช่วงที่สองจะเห็น ยอดผาอยู่ไม่ไกล 

    ยังเป็นทางขึ้นชันอยู่ะครับ แต่ก็ยังพอเดินได้บ้าง ในที่สุด เราก็มาถึงจุดๆนี้แล้วครับ ที่นี่เป็นสถานที่เคารพของหมูบ้านขุนวาง

    งดงามมากครับ เหมือนลอยอยู่กลางหมู่เมฆเลย ลมตรงชวงนี้แรงและเย็นมากครับ ผมยืนมองภาพเหล่านั้นเนิ่นนาน

    ความสุขของการขึ้นยอดเขา คนที่ไม่เคยขึ้น คงไม่มีวันเข้าใจ "เพราะว่ามันอยู่บนนั้น"

    สักการะพระบรมธาตุขุนวางเสร็จ ผมก็เดินไปยังหน้าผาด้านหลัง(พึ่งมารู้ทีหลังตอนกลับมาถึงบ้านว่ามันลงไปตรงแง่มผาได้และถ่ายรูปได้ เสียใจหนักมากกก) มีหน้าผากับเมฆหนาๆ พาหวาดเสียว คนกลัวความสูง คงไม่กล้าไปที่ตรงนั้นแน่ๆ หวาดเสียวน่าดู ช่วงเวลานั้น เมฆเริ่มจางหายไปแล้ว เราจะได้เห็นผาแง่มจริงๆซะทีว่ามันสูงขนาดไหน  ฮึ่ม สูงใช้ได้ เอาซะหวิวๆเลยทีเดียว 55

    ว่าแต่ กลุ่มพี่เขาล่ะ? เฮ้ยแล้วเขาจะขึ้นมาถึงรึยังเนี่ย น่าเสียดายที่ขึ้นมาเห็นด้วยกันไม่ทัน น่าเสียดายมากๆ

    ลงไปถึงจุดทิ้งกระเป๋า ฮึ่มมมม เขาเสร็จกันหมดละ 

    ระหว่างนั้นผมก็จัดของ กางเต็นต์ และมานั่งพูดคุยกับกลุ่มพี่ๆ และ ให้ดูรูปที่ผมถ่ายให้พวกเขาดู สรุปพวกเขาเดินขึ้นมาช้ากว่าผม1ชั่วโมงครับ ผมขึ้นมาถึงก่อน พลาดเลยเนอะพี่

    พี่คนนำทางละลูกหาบก็เขามานั่งคุยกันด้วย พี่ลูกหาบเขาเดินเข้ามาอีกทาง เดินมาช้ากว่าผมประมาณครึ่งชั่วโมงได้ 55 

    เราก็คุยสัพเพเหระไปเรื่อยเปื่อย ก็ถึงเวลาอาหารกัน เมนูมาม่ารวมมิตร์(ภาพ)  ซดมาม่ากันไปพลาง คุยกันไป เพลินๆ 55 มีความสุขจริงๆ พี่เขาเป็นกันเองมาก ถ้าผมมาคนเดียวคงต้มมาม่ากินคนเดียวเหงาๆ ท่ามกลางลมหนาวและหมู่ดาวเป็นแน่ ขอบคุณจริงๆครับ

    พระอาทิตย์ไกล้ตกแล้ว เก็บภาพซะหน่อย กับยามเย็นบนผาแง่ม 

    พระอาทิตย์ตกไปแล้วครับกับวันนี้ ความสวยงามของยางค่ำคืนและพระจันทร์ส่งสว่าง คืนนี้เข้าไปนอนที่เต็นต์เพราะมันหนาวโคตรๆ แล้วหลับไป . . .
    • โพสต์-5
    Pra •  ธันวาคม 05 , 2558

    เช้ามืดวันที่ 22

    เชีย หนาวจังวะ กีโมงแล้วเนี่ยยย ตี 4 ครึ่ง ฮึ่มมมม เออๆ ตื่นก็ได้ๆ เดรียมตัวไปถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นกัน 

    พอออกมานอกเต็นต์ เฮ้ย ทางช้างเผือก สวยดีนี่หว่า ถ่ายรูปไว้ซะหน่อยๆเช้านี้ผมก็เห็นดาวตกด้วยครับ อากาศข้างนอกหนาวมากๆ 55 ผมก็ไม่ท้อ ยังถ่ายรูปต่อไป ที่นี่มองเห็นดาวด้วยนะครับ ผมไม่แน่ใขว่าจะใช่ดาวเหนือรึเปล่าเพราะมันสว่างที่สุดละครับ นั่งมองดาว เปิดเพลงเหงาๆเข้ากับบรรยากาศจริงๆ เอาล่ะครับ ปลุกพี่ๆที่นอนแล้วขึ้นไปดูพระอาทิตย์กันดีกว่า แสงแรกของวันเริ่มมาถึงแล้วครับ หลังจากที่รอคอยกับอากาศหนาวที่ยาวนาน ในที่สุดพระอาทิตย์ก็ขึ้นมาแล้วครับ  สวยมากเลย ^^ บรรยากาศโดยรอบๆ

    ที่พระบรมธาตุ ต้องยามแสงแดดอ่อนๆ

    จบลงแล้วนะครับ

    กับการเดินทางมายังที่นี่

    เพราะผมได้เห็นสิ่งที่ทำให้เรียกที่นี่ว่า

    "ผาสองฤดู"

    ขอบคุณที่อ่านมาจนถึง บรรทัดนี้นะครับ

    ฝากตามการเดินทางของผมได้ในครั้งหน้านะครับ ว่าผมจะบันทึกเรื่องราวไปที่ไหนอีก

    แล้วพอกันใหม่นะครับ

    เพราะคำถามว่า "ที่นั่น มันมีอะไร?"

    เราจึงต้องเดินทาง เพื่อตอบคำถามเหล่านั้น

    • โพสต์-6
    Pra •  ธันวาคม 08 , 2558

    ปล. เบอร์คนนำทางนะครับ หากมีคนสนใจที่จะไป 

    087-7880707 พี่หือ