ค้นหาและแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวในไทย ลงทะเบียน เข้าสู่ระบบ
    • โพสต์-1
    JumPoon •  เมษายน 13 , 2560

    การเดินทาง

              ทริปนี้เป็นทริปที่ปฏิเสธคุณเพื่อนมาหลายครั้งหลายครา นางก็มีความเพียรชวนเรื่อยมา เอาวะเป็นไงเป็นกัน ลองดูซักตั้ง มาตอนคนที่คนเขาไม่มา เดือนเมษายนนี่แหล่ะ คุณเพื่อนขึ้นภูกระดึงมาแล้วหลายรอบ เราไม่เคยเลยสักรอบ ไม่คิดจะมาด้วยเพราะรู้ว่ามันต้องปืนป่ายเยอะ เพื่อนเป็นธุระจองที่พักของอุทยานให้ ส่วนเราอยู่บ้านนอกศรีราชา มีรถทัวร์จากศรีราชาไปผานกเค้าได้เลย เลยบอกเพื่อนว่าไปเจอกันที่โน่นแล้วกัน เดินทางกลางคืนวันที่ 5 เม.ย. ถึงเช้าวันที่ 6 เม.ย. เจอกันที่หน้าร้านเจ๊กิม กินข้าวกันเรียบร้อย ก็ต่อรถสองแถวไปที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึงใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที ไปถึงอุทยานฯ ก็ชำระค่าธรรมเนียมในการเข้า อาบน้ำให้สดชื่น ติดต่อลูกหาบให้ขนกระเป๋าเราขึ้นภู ราคา 30 บาท/กก. มีค่าป้าย 5 บาท ก่อนขึ้นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนที่ศาลเจ้าปู่ภูกระดึง

    • โพสต์-2
    JumPoon •  เมษายน 13 , 2560

    ขึ้นภู

                เริ่มเดินทาง เราออกเดินประมาณ 9 โมงเช้า เพื่อนบอกว่าผ่านซำแรกได้ก็รอดไปถึงแล้ว เราบอกเพื่อนร่วมทริปไปว่าไม่ต้องรอ เราช้า เดินไปก่อนได้เลย โชคดีว่าอากาศไม่ร้อนมาก เพราะก่อนเรามามีฝนตกก่อนหน้า 2-3 วันที่แล้ว แต่พอปืนขึ้นเขาไปเรื่อยๆ เหงื่อก็ท่วมตัว เราแวะทุกซำ แวะหยุดพักระหว่างทางตอนถ่ายรูป แล้วก็ตอนที่ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นรัวเหมือนกลอง ระยะทางขึ้นภูกระดึงจนถึงหลังแป 5.5 กม.


     

    • โพสต์-3
    JumPoon •  เมษายน 13 , 2560

    ศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง

              พอเราไปถึงหลังแป เพื่อนที่ไปถึงก่อนก็กวักมือไวไวเรียกขึ้นรถอีแต๋น มารู้ทีหลังว่าเป็นรถของอุทยานมาแวะเอาน้ำมัน พวกเราเลยขอติดรถมาด้วยพร้อมเพื่อนร่วมทางอีกหลายท่าน ไม่งั้นเราต้องเดินเท้าไปศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวางอีกประมาณ 3 กม.

    • โพสต์-4
    JumPoon •  เมษายน 13 , 2560

    ชมพระอาทิตย์ตกผาหมากดูก

               เราถึงที่พักประมาณบ่าย 3 กว่าๆ เช็คอิน ไปหาข้าวกิน เพื่อนบอกว่าจะเดินไปผาหมากดูก ไปชมพระอาทิตย์ตก ระยะทางประมาณ 2.5 กม. เอาว่ะ ไปก็ไป มาถึงแล้วเหนื่อยแค่ไหนก็ต้องไป ระหว่างทางเราแวะเข้าไปไหว้พระก่อน แล้วถึงเดินไปผาหมากดูก พระอาทิตย์ก็ไม่เห็น เมฆเยอะ แต่ลมเย็นๆ พัดผ่าน สดชื่นและหนาวมาก พอได้เวลาแล้ว ฝนก็ส่อเค้าว่าจะตก เราบอกเพื่อนว่าขอเดินไปก่อน เพราะเราเดินช้า วันนั้นของเดือนก็มาด้วย ร่มกับเสื้อกันฝนก็ไม่ได้เอามา พอดีมีเจ้าหน้าที่อุทยานขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านเพื่อนเรามา บอกว่ารบกวนรับเราขึ้นไปหน่อย นางเป็น..... เจ้าหน้าที่เลยรับเราซ้อนมอเตอร์ไซค์ มาด้วย กลับมาทันก่อนฝนตก ส่วนเพื่อนเราเดินตากฝนกันมา แต่ไม่เปียกเพราะพวกนางเตรียมเสื้อกันฝนมาเรียบร้อยแล้ว เรามารอเพื่อนที่ร้านอาหารของพี่โจ้เตรียมกินหมูกระทะ กลับบ้านพักรีบอาบน้ำเพราะไฟที่พักจะดับตอน 4 ทุ่ม แล้วก็นอนหลับสนิทไปเลย

    • โพสต์-5
    JumPoon •  เมษายน 13 , 2560

    วันที่ 2 เดินทางไกลไปผาหล่มสัก

    วันที่สอง วันนี้เตรียมตัวเดินทางไกล ไปผาหล่มสัก มาถึงภูกระดึงต้องไปผาหล่มสัก ก่อนออกไป พวกเราก็ห่อข้าวไปกินด้วย เพราะแต่ละผาตอนนี้มีคนไปเปิดร้านน้อย หรือไม่ไปเปิดร้านเลย ละในช่วงนี้น้องช้างก็ออกมาเดินเยอะหน่อย ร้านมีเสียหายจากน้องเขามาเล่นซนบ้าง ระหว่างทางเราได้เห็นอึน้องเป็นระยะๆ ค่อนข้างสดเลยทีเดียว เส้นทางที่เพื่อนร่วมทริปวางแผนที่จะเดินไปในตอนแรกทางอุทยานฯ ไม่อนุญาตให้เดินเพราะน้องช้างเขาอยู่แถวๆ นั้น เราเลยเปลี่ยนเส้นทางใหม่เป็นเส้นทางองค์พระพุทธรูป-น้ำตกธารสวรรค์-สระอโนดาด-ผาเหยียบเมฆ-ผาแดง-ผาหล่มสัก รวมระยะทางประมาณ 10 กม. 

    • โพสต์-6
    JumPoon •  เมษายน 13 , 2560

    สิ่งเดียวบนภูกระดึงที่เราไม่โอเคมากๆ เลย

    • โพสต์-7
    JumPoon •  เมษายน 13 , 2560

    เดินทางกลับจากผาหล่มสัก

              หลังจากถ่ายรูปที่ผาหล่มสักเสร็จแล้ว เราเดินออกมาได้ยินเสียงเครื่องยนต์ เพื่อนเราที่อยู่ร้านอาหารที่ผารีบกวักมือเรียกให้เรารีบขึ้นไป เพราะเห็นว่าเราเดินกลับน่าจะไม่ไหว พวกนางบอกให้ไปได้เลย ไม่ต้องห่วง เรางี้รีบขอ 3 หนุ่มที่อยู่บนรถขึ้นรถด้วย เพราะไม่ไหวจริงๆ ถามไปถามมาเป็นรถของ ทอ. มาทำงานกับ บ.ทรู เพื่อทดสอบสัญญาณมือถือ ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ ที่ช่วยรับลูกช้างขึ้นรถ แฮ่ๆๆ

    • โพสต์-8
    JumPoon •  เมษายน 13 , 2560

    ผานกแอ่น จุดดูพระอาทิตย์ขึ้น / เดินทางกลับบ้าน

                วันที่สาม วันนี้ได้กลับกันแล้ว วันนี้ขอดูพระอาทิตย์ขึ้นก่อน เมื่อวานไม่ได้ไปดู เพราะเหนื่อยมาก โดยทางอุทยานฯได้นัดนักท่องเที่ยวเวลาตี 5 เพื่อที่ทางเจ้าหน้าที่จะได้เดินนำทางไปที่ผานกแอ่น โดยที่นี้เป็นจุดดูพระอาทิตย์ขึ้นเพียงจุดเดียวมีระยะทางห่างที่พักเพียง 2 กม.

               หลังจากชมพระอาทิตย์ขึ้น เพื่อนก็พาเดินมาทางลานวัดพระแก้ว เข้าทางหลังบ้านพักของเราเลย เราอาบน้ำแต่งตัว เก็บของให้เรียบร้อย นำกระเป๋าที่จะให้ลูกหาบเอาลงไปมาชั่งกิโลที่จุดบริการนักท่องเที่ยว จากนั้นก็กินข้าวเตรียมเดินทางกลับ โดยคุณเพื่อนให้ไปทางผาหมากดูกเดินเลาะขอบผาไปเรื่อยจนถึงหลังแปแล้วก็ลงเขา ตอนขึ้นเขา เดินบนภู เราเดินได้สบายๆ มากกว่า ตอนลงเขาเพราะทางชันมากเราต้องคอยเบรกตัวเอง พอลงมาถึงเท่านั้นแหล่ะ ปวดร้าวไปทั้งขา ถึงเชิงเขาเราและเพื่อนไปรับกระเป๋า แล้วก็อาบน้ำที่อุทยานฯ นั่งรถแดงไปร้านเจ้กิม เพื่อนเตรียมขึ้นรถกลับบ้าน 

    ผานกแอ่น

    กลับบ้าน

    • โพสต์-9
    JumPoon •  เมษายน 13 , 2560

    ครั้งหนึ่ง (และครั้งเดียว) ในชีวิต ที่พิชิตภูกระดึง

              ขอบอกว่าความยากลำบากในการเดินขึ้นคุ้มค่ากับความสวยงามที่เราได้พบเจอตลอดที่เดินทางในภูกระดึง แนะนำให้ไปชมด้วยตัวเอง สำหรับเรา เราชอบมากเวลาที่ได้เดินชมต้นไม้ดอกไม้กับอากาศเย็นๆ บนภูฯ แต่การเดินขึ้นเดินลงภูฯ มันทรมานร่างกายเราเกินไป เราจะขอจดจำสิ่งสวยงามที่ได้พบเจอตลอดการเดินทางตลอดไปค่ะ จบทริปอันแสนทรหด เราเป็นคนหนึงที่ได้ขึ้นชื่อว่า “ครั้งหนึ่ง (และครั้งเดียว) ในชีวิต ที่พิชิตภูกระดึง”