ค้นหาและแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวในไทย ลงทะเบียน เข้าสู่ระบบ
 
เที่ยวอุทยานแห่งประวัติศาสตร์ "ภูหินร่องกล้า" ดินแดนมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.Chang Wat Phitsanulok
    • โพสต์-1
    theTripPacker •  มกราคม 24 , 2560

    เที่ยวอุทยานแห่งประวัติศาสตร์ "ภูหินร่องกล้า" ดินแดนมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ

    ในทุก ๆ อุทยานแห่งชาติของประเทศไทยนั้น แต่ละที่ก็มีเรื่องราว ประวัติ และความเป็นมาที่แตกต่างกัน แต่ถ้าจะพูดถึงอุทยานแห่งชาติที่เปี่ยมไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการเมืองการปกครองของไทยในอดีต รวมถึงมีความอุดมสมบูรณ์หลากหลายของธรรมชาตินานาชนิด ก็ต้องยกให้ "อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า" เป็นหนึ่งในนั้นแน่นอน 

    อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เป็นดินแดนแห่งเทือกเขาสลับซับซ้อน ตั้งอยู่บนรอยต่อของสามจังหวัด คือ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ มียอดภูเขาที่สำคัญคือ ภูหมันขาว ภูแผงม้า ภูขี้เถ้า ภูลมโล ภูหินร่องกล้า โดยมีภูหมันขาวเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด สูงประมาณ 1,820 เมตรจากระดับน้ำทะเล  ทั้งยังเป็นดินแดนแห่งประวัติศาสตร์เป็นยุทธภูมิที่สำคัญที่เกิดจากความขัดแย้งของลัทธิ และแนวความคิดทางการเมืองในอดีต ระหว่างการสู้รบของคน 2 กลุ่ม คือ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย กับ ฝ่ายความมั่นคง จนมาถึงปัจจุบันดินแดนที่เต็มไปด้วยการสู้รบนั้น  ก็กลับกลายเป็นเส้นทางท่องเที่ยวตามรอยผู้กล้า เป็นตำนานให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ ควบคู่ไปกับความงามของธรรมชาติอันบริสุทธิ์

    • โพสต์-2
    theTripPacker •  มกราคม 24 , 2560

    อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า มีทั้งสถานที่ประวัติศาสตร์อย่างพิพิธภัณฑ์การสู้รบ โรงเรียนการเมืองการทหาร กังหันน้ำ สำนักอำนาจรัฐ โรงพยาบาลรัฐ ลานอเนกประสงค์ และมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น ลานหินแตก ลานหินปุ่ม และน้ำตกต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

    ด้านประวัติศาสตร์
    1. โรงเรียนการเมืองการทหาร  เป็นหมู่อาคารไม้ภายใต้ร่มเงาของป่ารกครึ้ม อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 4 กิโลเมตร ในอดีตใช้เป็นที่สำหรับอบรมและศึกษาตามแนวทางของลัทธิคอมมิวนิสต์ ในบริเวณนี้ประกอบด้วยฝ่ายพลเรือน ฝ่ายพลาธิการ ฝ่ายทหาร ฝ่ายสื่อสาร และสถานพยาบาล รวมทั้งหมด 31 หลังกระจายกันอยู่ หากมาเที่ยวในช่วงฤดูหนาวจะพบใบเมเปิ้ลสีแดงร่วงลงตามพื้น บรรยากาศเหมือนไปเที่ยวต่างประเทศเลยครับ

    2. กังหันน้ำ อยู่ติดถนนตรงข้ามกับโรงเรียนการเมืองการทหารเยื้องไปทางทิศใต้ประมาณ 50 เมตร เป็นกังหันที่ต่อเข้ากับแกนของครกกระเดื่องตำข้าว ที่ใช้พลังน้ำเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งผันน้ำจากน้ำตกเล็กๆผ่านรางน้ำที่ทำจากไม้มายังตัวกังหัน เป็นอีกจุกที่เดินเข้ามาชมได้ง่ายในช่วงฤดูฝนที่มีน้ำเยอะจะสวยงาม

    3. สำนักอำนาจรัฐ  อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอุทยานฯ ประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นสถานที่ดำเนินการด้านปกครอง มีการพิจารณาและลงโทษผู้กระทำผิดหรือละเมิดต่อกฎลัทธิ มีคุกสำหรับขังผู้กระทำความผิด มีสถานที่ทอผ้า และโรงซ่อมเครื่องจักรกลหลงเหลืออยู่

    4. สุสาน ทปท เป็นสถานที่ฝังศพของนักรบทหารปลดแอกแห่งประเทศไทย (ทปท.) ที่เสียชีวิตจากการสู้รบกับทหารฝ่ายรัฐบาล ส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้บริเวณลานอเนกประสงค์ ใกล้กันนั้นก็มีที่หลบภัยทางอากาศ ลักษณะเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่ มีซอกหลืบสลับซับซ้อน จุคนได้ถึง 500 คน

    • โพสต์-3
    theTripPacker •  มกราคม 24 , 2560

    ด้านธรรมชาติ ส่วนใหญ่จะกระจายอยู่ทั่วไปในอุทยาน ได้แก่

    1. ลานหินแตก ลักษณะเป็นหินที่มีรอยแตกเป็นแนวเป็นร่อง มอง ๆ ไปเหมือนแผ่นดินกำลังแยก รอยแตกนี้บางรอยก็มีขนาดแคบขนาดพอคนก้าวข้ามได้ แต่บางรอยก็กว้างจนไม่สามารถจะกระโดดข้ามไปถึง คาดคะเนว่าเกิดจากการโก่งตัวหรือเคลื่อนตัวของผิวโลก อยู่ห่างจากฐานพัชรินทร์ ประมาณ 300 เมตร และมีอาณาบริเวณประมาณ 40 ไร่ 

    2. เส้นทาศึกษาธรรมชาติ - ลานหินปุ่ม เส้นทางนี้สามารถเดินได้รอบมีลักษณะเป็นวงกลม ตลอดเส้นทางจะมีความหลากหลายของ พันธุ์ไม้ ดอกไม้ และลักษณะทางธรณีวิทยาที่สวยแปลกตา จุดไฮไลต์คือ ลานหินปุ่ม อยู่ริมหน้าผา ลักษณะลานหินซึ่ง มีหินผุดขึ้นมาเป็นปุ่มเป็นปมขนาดไล่เลี่ยกัน คาดว่า เกิดจากการสึกกร่อนตามธรรมชาติของหิน   ทางเดินก็ไม่ลำบากมีป้ายบอกทางชัดเจนไม่ต้องกลัวหลง  แต่ถ้าอยากมาชมดอกกุหลาบขาวก็มาเที่ยวช่วงต้นเมษา แต่จริง ๆ แล้วเส้นทางนี้จะสวยที่สุดช่วงฤดูฝน เพราะพันธุ์ไม้ดอกไม้ต่างๆจะพร้อมใจกันบานรอรับนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นดอกลิ้นมังกร เอ็นอ้าขน และพวกดอกตาเหินไหว ขณะที่บีโกเนีย ไม้ดอกไม้ประดับ ที่ขึ้นตามโขดหิน ก็จะพบมากในช่วงเดือน มิถุนายน-สิงหาคมของทุกๆปีเช่นกัน เพราะพืชพวกนี้จะชอบอากาศเย็นและชื้น จึงนับว่าเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่สวยงาม

    3. ผาชูธง เดินต่อจากลานหินปุ่ม ห่างประมาณ 500 เมตร ก็จะถึงผาชูธง สามารถเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล จะสวยงามมากในยามพระอาทิตย์ตกดิน บริเวณนี้เคยเป็นสถานที่ซึ่งพรรคคอมมิวนิสต์ ขึ้นไปชูธงแดงรูปค้อนเคียวทุกครั้งที่รบชนะฝ่ายรัฐบาล ไม่ไกลหันก็ยังผาอื่นๆที่เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม

    4. น้ำตกหมันแดง เป็นน้ำตกที่มีความงดงามากที่สุดของภูหินร่องกล้า น้ำตกมีชั้นต่าง ๆ รวม 32 ชั้น เป็นชั้นใหญ่ ๆ 9 ชั้น อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 18 กิโลเมตร และต้องเดินเท้าเข้าไปอีกระยะทางไปกลับ 8 กิโลเมตร ใช้เวลาอยู่น้ำตก 1 วันเต็ม ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางเข้าไปเท่านั้น เส้นทางผ่านป่าร่มครึ้มมีกล้วยไม้ป่า ต้นเมเปิ้ล และทุ่งหญ้า ถ้ามีโอกาสได้ไปในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี บริเวณน้ำตกจะมีดอกลิ้นมังกรสีชมพูบานต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างสวยงาม

    5. น้ำตกร่มเกล้า-ภราดร อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 3.5 กิโลเมตร  เป็นน้ำตกฝาแฝด 2 แห่ง ที่อยู่ติด ๆ กันมีความสวยงาม แต่จะะต้องเดินตัดลงไปบนทางเท้าที่พึ่งทำขึ้นใหม่เป็นระยะทางประมาณ 800 เมตร ตัวน้ำตกไม่สูงใหญ่นัก แต่สภาพแวดล้อมโดยรอบมีลักษณะเป็นป่าบริสุทธิ์อันงดงามมาก

    6. น้ำตกตาดฟ้า เป็นน้ำตกที่สูงมาก ทางเข้ายังไม่สะดวกนักต้องเดินทางไปตามถนนลูกรังประมาณ 1 กิโลเมตร จากนั้นจึงไปตามทางเดินในป่าอีกประมาณ 300 เมตร ถึงด้านบนของน้ำตก และต้องไต่ลงไปตามทางเดินเล็ก ๆ จึงจะมองเห็นความสวยงามของน้ำตก

    7. น้ำตกสายฝน น้ำตกน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเมื่อปลายปีที่ผ่านมา  เป็นน้ำตกขนาดเล็ก สูงประมาณ 10 เมตร เวลาหน้าฝนจะมีน้ำมาก อยู่ห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาที บรรยากาศจะเป็นป่าไผ่สลับป่าทึบ เป็นอีกน้ำตกที่สวยงามในอุทยานฯ

    ส่วนจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น และตกที่สวยงาม อยู่ที่ ภูแผงม้า นี่แหละครับ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 28 กิโลเมตร ก่อนถึงภูทับเบิก 2 กิโลเมตร มีจุดชมทิวทัศน์ที่งดงาม มองเห็นทัศนียภาพด้รอบทิศทางสามารถมารอชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้เลย จริงๆแล้วขึ้นจากภูทับเบิกจะใกล้กว่า รถที่จะขึ้นชมภูแผงม้านั้นต้องเป็นขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น รถเก๋งรถตู้จอดที่ลานจอดด้านล่างและเดินขึ้นไปประมาณ 200 เมตร ก็จะถึงจุดที่มีระเบียงยื่นออกไปให้ยืมชมวิวทะเลหมอก บนนี้จะไม่มีบ้านพัก มีเพียงแต่ลานกางเต้นท์ และห้องน้ำเท่านั้น

    • โพสต์-4
    theTripPacker •  มกราคม 24 , 2560

    สิ่งอำนวยความสะดวก
    อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้ามีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายไว้รองรับผู้ที่มาท่องเที่ยว เช่น ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว บ้านพักจำนวน 21 หลัง มีทั้งพักแบบ 4 คน จนถึงมากสุด 20 คนและมีค่ายพักแรมสำหรับลูกเสื้อเนตรนารี ส่วนถ้าใครชอบนอนเต้นท์ ที่นี่ก็มีเต้นท์ของอุทยานรองรับกว่า 500 เต้นท์ ห้องน้ำ-อาบน้ำ ร้านอาหารและร้านค้าสวัสดิการที่นี่ก็มีพร้อม

    การเดินทางในวันนี้อาจจะจบลง แต่ความรู้สึกและความประทับใจในการเดินทางจะคงอยู่ตลอดไป และมันก็คงจะดีไม่น้อยถ้าเราบอกเล่าความประทับใจในแต่ละทริปให้เพื่อน ๆ ได้รู้ หนาวนี้ถ้ายังไม่รู้จะไปไหนลองถามเพื่อน ๆ ว่า พร้อมลุยไปชมทะเลหมอก เดินศึกษาประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่อุทยานแห่งนี้กัน แล้วคุณกับเพื่อน ๆ ก็จะมีความประทับใจร่วมกันอย่างไม่รู้ลืมแน่นอน 

    • โพสต์-5
    theTripPacker •  มกราคม 24, 2560

    Editor's Comment

    • จุดเด่น:
    • ภูหินร่องกล้าเป็นหนึ่งในยอดเขาที่สลับซับซ้อนของเทือกเขาในจังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดพิษณุโลก มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายในอุทยานทั้งทางประวัติศาสตร์และทางธรรมชาติ น้ำตกแต่ละแห่งสวยงาม มีสภาพภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี เหมาะแก่การพาครอบครัวมาพักผ่อนในวันหยุด
    • จุดด้อย:
    • สถานที่ท่องเที่ยวในอุทยานจะอยู่ห่างกันค่อนข้างมาก ถ้าไม่มีรถส่วนตัวจะไม่ค่อยสะดวกในการเดินไปเที่ยวในแต่ละจุดอาจค่อนข้างลำบาก และเนื่องจากสถานทีท่องเที่วมีมากจึงต้องใช้เวลาค่อนข้างเยอะในการเที่ยวแต่ละจุด ไม่เหมาะกับผู้ที่มีเวลาจำกัด
    • ข้อสรุป:
    • อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าเป็นอุทยานที่ใหญ่ และพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวในทุก ๆ ด้าน และยังเป็นสถานที่ที่รวบรวมประวัติศาสตร์ของการสู้รบและความสวยงามของธรรมชาติไว้ด้วยกันอย่างลงตัวควรค่าแก่การมาศึกศาเรียนรู้ สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทั้งบ้านพัก ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และร้านอาหารก็เพียงพอกับจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละปี
    คะแนน
    • โพสต์-6
    theTripPacker •  มกราคม 24 , 2560

    ข้อมูลทั่วไป

    ที่ตั้ง : 3 อ.นครไทย จ.พิษณุโลก 65120

    GPS : 16.893514, 101.099243

    เบอร์ติดต่อ : 081-15965977

    อีเมล : phuh-055@hotmail.co.th

    เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน

    ค่าเข้าชม : ชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท , ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 500 บาท เด็ก 300 บาท

    กิจกรรม : ชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มาเที่ยวได้ทุกฤดู มีน้ำตกสวยงามมากมายหลายแห่ง อีกทั้งสถานที่แห่งนี้ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษา

    • โพสต์-7
    theTripPacker •  มกราคม 24 , 2560

    วิธีการเดินทาง

    อยู่ห่างจากตัวเมืองพิษณุโลก 120 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) แยกเข้าทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 32 ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, สิงห์บุรี ชัยนาท นครสวรรค์ จากนั้นแยกขวาเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 117 ระยะทาง 130 กิโลเมตร ถึงตัวเมืองพิษณุโลก จากตัวเมืองพิษณุโลก เส้นทางที่สะดวกที่สุด คือใช้ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 12 สายพิษณุโลก - หล่มสัก จากนั้นแยกซ้ายเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2013 ไปทางอำเภอนครไทย ก่อนถึงตัวอำเภอนครไทย มีทางแยกขวามือตามทางหลวงหมายเลข 2331 มุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า สภาพเส้นทางสูงชัน และคดเคี้ยวเป็นบางช่วง 

    • โพสต์-8
    theTripPacker •  มกราคม 24, 2560
    • โพสต์-9
    theTripPacker •  มกราคม 24, 2560