ค้นหาและแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวในไทย ลงทะเบียน เข้าสู่ระบบ
    • โพสต์-1
    tee ShutterB •  กุมภาพันธ์ 04 , 2557


     

     

    เขาช้างเผือก 

     

    สำหรับผมแล้วเคยได้ยินชื่อ รู้จัก มากนาน

     

    สันคมมีด ผาวัดใจ อะไรทั้งหลาย

     

    เป็นอะไรที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ไป

     

    ไม่รู้ว่าตัดสินใจยังไง ถึงหลงไปได้ ทุกวันนี้ก็ยัง งง งง อยู่

     

    ด้วยเพราะว่า การกลัวความสูงระดับ ขึ้นเทพของผมเอง

     

    ร่วมเดินทางไปบันทึกเรื่องราว ร่วมทุกข์ เอ้ย  ร่วมดื่มด่ำบรรยากาศสดชื่น ๆ กันครับ

     

    หลังจากออกเดินทางจากกรุงเทพ  แบบหวานเย็น  ก็ถึงบ้านอีต่อง เวลา  3-4 ทุ่มได้  

     

    (อ้อ ลืมบอกไปว่าทริปนี้ผมเดินทางกะน้องของเพื่อนสนิทไม่รู้ปล่อยมากะผมได้ไง ฮ่า ๆ   เดินทางไปกันสองคน อายุน้องเค้าราว ยี่สิบต้น ๆ เพิ่งจบมหาลัย 

     

    เรียกได้ว่ายัง เอ๊าะ เอ๊าะ เบย แค่คิดก็สนุกแล้ว คริ คริ คริ)

     

    น้องเค้าก็เป็นคนจัดแจงการเดินทางให้ผม นำทาง ฯลฯ  แหล่มดีแท้  (ผมขอเรียกว่าน้องเอ นามสมมุติแระกันนะ)

     

    พอถึงบ้านอีต่อง ที่เราสองต้องพักค้างคืนกันเพื่อเอาแรงก่อนขึ้นเขาช้างเผือก  เมื่อเจอเจ้าของบ้านแล้ว ก็รับกุญแจมา

     

    อุ๊บบบ บร๊ะ  แม่เจ้า มีห้องเดียว ^^ ( หวานละครับ )

     

    เตียงก็ขนาด คิงไซค์ทั่วไปแต่ไอ่ที่เล็กก็คือ ผ้าห่ม ผืนเล็กโครต ถ้าไม่หนาวตาย  ไม่ก็กอดกันกลมละคราวนี้ (แล้วจะเลือกอะไรละ หึหึ)

     

    พอเข้าห้องปุ๊ป ไม่ทันวางกระเป๋าเสื้อผ้าดี   

     

     

    ผมก็จัดการเลย ….  

     

     

    จัดการเตรียมกล้องเพื่อนจะไปถ่ายรูปที่เนินช้างศึก ก่อนเข้าหมู่บ้านอีต่อง (ระยะไม่เกินห้านาที) น้องเอ เลยขอไปด้วยผมเลยสอนถ่ายดาวซะเบย


    • Joez  ตี๋ แกจัด Trip นี้หน่อยสิ น่าไปมาก 26 สิงหาคม 2557 15:07:54
    • tee ShutterB  น่าไปใช่มะ^^ 14 กุมภาพันธ์ 2557 09:59:36
    • Ying  ภาพสวยมากคะ 08 กุมภาพันธ์ 2557 10:17:18
    • tee ShutterB  ขอบคุณครับ 05 กุมภาพันธ์ 2557 11:44:50
    • Somkiat  ภาพถ่ายสวยมากๆๆๆๆเลยคับ เห็นแล้วอยากไปขึ้นมาทันทีเลยเชียว 05 กุมภาพันธ์ 2557 11:42:06
    • โพสต์-2
    tee ShutterB •  กุมภาพันธ์ 04 , 2557

    จากนั้นเราก็กลับห้อง แล้วเราก็อาบน้ำกัน

     

    อ้อ  อย่าเพิ่งคิดไปไกล ผมอาบน้ำก่อน น้องเค้าอาบหลังกินเบียร์ย้อมใจก่อน … … …

     

     ขึ้นเขานะ อย่าคิดมาก

     

    แต่ขอบอก คืนนั้น ดิ้นพลั่ก ๆ  

     

    แย่งผ้าห่มกันผุด ๆ  ต้องปรับปรุ่งด่วนเบยเรื่องขนาดผ้าห่ม (หรือเป็นข้อดีหว่า) 

     

    คือถ้าใครไม่อยากดิ้นแย่งผ้าห่มกัน ถามที่พักดีดี แล้วกัน ว่าขอสองผืนได้มั้ย ส่วนใครอยากแย่งก็... หึหึ

     

    สรุปคืนนั้นผมยอมนอนหนาวอะ  แม่งผ้าห่มผืนนิดเดียว ห่มสองคนได้นี่ต้องกอดกันกลมอ่ะ (ดูดีมะ)

     

    ตื่นเช้ามาด้วยอาการเพลีย 

     

    หลับ ๆ  ตื่น ๆ ไม่ได้ห่มผ้านอน หนาวก็หนาว ไม่ถนัดด้วยปกติต้องกอดหมอนข้างนี่ ไม่มี T T

     


    • WATER  สีสันสวยสดสมกับเป็นnikon จริงๆ 05 กันยายน 2557 12:39:55
    • tee ShutterB  _/\_ ขอบคุณมากเลยครับ _/\_ 04 กุมภาพันธ์ 2557 15:31:16
    • Santi  สวยมากเลยครับ 04 กุมภาพันธ์ 2557 14:49:31
    • โพสต์-3
    tee ShutterB •  กุมภาพันธ์ 04 , 2557

    เอ๊า ได้เวลาแล้ว อาบน้ำอาบท่า แปรงฟัน เตรียมตัวเดินทาง 

     

    ที่บ้านอีต่องมีร้านอาหารให้ทานเป็นมื้อสุดท้ายก่อน ไปชิว มาม่าข้างบน 555+

     

    แนะนำว่ากินข้าว นะอย่ากินข้าวต้ม 

     

    เพราะต้องเดินตลอดถึงเที่ยง หลายชั่วโมงอยู่ อาหารจะได้อยู่ท้อง 

     

    เราจะสั่งอาหารข้าวกล่องไปกินระหว่างทางที่นี่ รวมทั้งน้ำ เสบียงต่าง ๆ เตรียมให้พร้อม ของที่ไม่ต้องใช้ระหว่างทาง ให้ลูกหาบนำขึ้นไป 

     

    จะมีน้ำติดตัวกันคนละลิตร ข้าว 1 มื้อ เพื่อกินระหว่างทาง 

     

    เสื้อผ้า น้ำสำหรับกินที่เต๊นท์ ก็เตียมให้ลูกหาบแบกไป ลูกหาบหนึ่งคน 30 โล ค่าบริการ 700 บาท

     

    และค่า จนท. นำทาง 700 เช่นกัน (เห็นแวบๆ ว่า ขึ้นเป็น 900 แล้ว)

     

    และลูกหาบไม่ได้เดินไปกับคณะนะครับ เค้าจะค่อยๆ เดินไปช้า ๆ แต่ถึงก่อนเรา ๆ 555

     

    สำหรับเพื่อน ๆ ที่กังวลว่าต้องเดินต่อเนื่องมั้ย ไม่ต้องห่วงพักได้ทุกจุด ถ้าไม่กลัวทาก  และที่น่ากลัวกว่าคือสิงโต  (ขู่ ๆ)

    • โพสต์-4
    tee ShutterB •  กุมภาพันธ์ 04 , 2557

     

     

     

    ความยากของการเดินที่นี่คือ  ระหว่างทางเดินเราต้องเดินตากแดดแทบตลอดทางครับ 

     

    น้ำที่เตรียมไว้คนละลิตร หลายคนไม่พอครับเนื่องจากเสียน้ำไปกันมาก

     

    สำหรับผมสองคน สเบย น้ำตาลหล่นตลอดทาง เหลือเฟือ 555

     

    ระยะทางเกือบ 6 กม. ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง  เดินไปถ่ายรูปไป  

     

    แล้วก็ถึงจุดกางเต๊นท์  ไร้ซึ่งร่มเงา ศาลา หรืออะไรก็ตามที่ หลบแดดได้

     

    เหลือมีเพียงแค่ เงาไม้ บาง ๆ เอาไว้บังแดดยามงีบหลับ ช่วงบ่าย เพื่อเอาแรง

     

    พอถึงก็จัดแจง กางเต็นท์ จัดของ แล้วก็เอา ถุงยาง เอ้ย ถุงนอนที่เตรียมมา หนุนหัวหลับไปด้วยความเพลีย

     

    ตื่นนอนมาตากแดดซะงั้น ตัวแดงป๊าดดดดดดดดด เนื่องจากเงาไม้ที่หวังเพิ่งพิงแต่แรกย้ายหนีตามพระอาทิตย์

     


     

     

     

     

    รุ้ง  บนเขาช้างเผือก


     

     

     

     

     

     

     

     

     

    • โพสต์-5
    tee ShutterB •  กุมภาพันธ์ 04 , 2557

     

    หลังจากพัก อาบแดดจนได้ที่ สามารถลงกะทะเป็นหมูแดดเดียวได้เลย

     

    ก็ได้เวลาวัดใจ กับสันคมมีด

     

    “เดี๋ยวนะ  เดี๋ยวก่อน”

     

      ขอหายใจลึก ๆ ซักทีก่อน  

     

    เชื่อมั้ยว่า ยังตื่นเต้นทุก ๆ ครั้งที่คิดถึงความสูง  บรื๋อออออ...  ขนลุก

     

    แม้ว่ากลับมาจากเขาช้างเผือกเป็นปีแล้วก็เถอะ

     

    ผมกลัวความสูงมาก  ไม่ใช่สิ   ม๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

     

    ขนาดไหนดี

     

    ขนาดขึ้นสะพานลอยยังต้องเดินตรงกลางไม่มองลงไปถนน !!!

     

    แรงจะยืนยังไม่ค่อยจะมี คิดเอาว่าจะถ่ายรูปได้มั้ย T T

     


     


     



     

    • โพสต์-6
    tee ShutterB •  กุมภาพันธ์ 04 , 2557

     

    เอาละพร้อมเล่าแล้ว  หวังว่านะ  T T

     

    สันคมมีด

     

    เป็นเส้นทางระหว่างจุดกางเต็นท์ ถึง จุดชมวิว เขาช้างเผือก

     

    ระหว่างทางต้องเดิน ลัดเลาะตามสันเขา

     

    บางช่วงก็เป็นดินเปียก ๆ พร้อมที่จะให้ลื่น ร่วงลงไปหุบเหวได้ตลอดเวลา

     

    บางช่วงต้องเบี่ยง หินผา ไต่ไปด้านข้างที่ มีแค่หินก้อนเดียวที่รับน้ำหนักตัวเราอยู่ และอีกสองมือสั่นเทา พ้นไปก็เป็นหน้าหุบเหวเช่นกัน

     

    แล้วก็ถึงสันคมมีด หรือ สันวัดใจ (กูป๊อด ไม่ต้องมาวัดกรูก้อด้าย)

     

    ในชีวิตไม่เคยคิดว่าจะกล้ามายืนอยู่ตรงนี้ 

     

    คิดภาพ คนไม่กล้าขึ้นสะพานลอย  ยิ่งสะพานลอยหน้าราม ที่ขั้นบันไดถี่ ๆ สูง ๆ นะ T T

     

    ซ้ายก็เหว  ขวาก็เหว  มีที่ให้ยืนอยู่แค่สองเท้า 

     

    แค่นั้นจริง ๆ

     

    บรื๋ออออ  นี่แค่นั่งพิมพ์นะ ยังสั่นเลย ขนลุกกกกกกก


    น้ำตกหมอก


     


     


     

    • โพสต์-7
    tee ShutterB •  กุมภาพันธ์ 04 , 2557

    ด้วยวิญญาณช่างภาพเข้าสิง 

     

    ใจคิดว่า  เอาเว้ยเห้ย  ผุ้ชายหรือเปล่าแค่นี้กลัว (คือถ้าใจมันพูดได้เนี่ยมันคงตอบว่า “เออกูตุ๊ดด เมริงไปเถ้ออออ”)

     

    เสียงจากลูกหาบดังมาจากข้างหน้า “พี่ ชิว ๆ อย่าไปมองข้างล่าง”

     

    แล้วมันก็เดินจากไปอย่างชำนาญ

     

    คือจะบอกว่า กรูมองลงไปเพราะมึงบอกนี่ละ เจร้สสสสสส  เสียวววววว  มริงเดินไปเถ้อ ปล่อยกูทำใจก่อน

     

    เอาวะ เสียชาติเกิด หายใจลึก ๆ สามฟืด สี่ฟืด เอ่อ ขอห้าฟืด หก ละกัน T T 

     

    แล้วก็ก้าวเท้าไปอย่างมั่นใจว่า กูเอาตูดดดด ค่อย ๆ ถูกะทางเดินดีกว่า ฮ่าๆๆๆ เสียวโว้ยยยย

     

    ยังไม่ทันตูดได้ถึงพื้นดี แวบบบบบในหัว มโนภาพมาได้ว่า ไอ้น้องเอ มันจะมองเราไงเนี่ย ป๊อดแน่เบย

     

    ได้รวบรวมความกล้าอีกครั้ง เดินไปอย่างมั่นใจ เฮ้ย มันไม่ยากนี่ หันไปมองน้องเอ

     

    อ้าวเฮ้ย ตูด ๆ ๆ ไถ มาเกงขาดหมดแระ รู้สึกสงสารขึ้นมาทันทีเบย ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ ผมเลย

     

    หันหลังแล้วเดินต่อ 555+

     


    • โพสต์-8
    tee ShutterB •  กุมภาพันธ์ 04 , 2557

     

     

    ช่วงที่ยากที่สุด ของสันคมมีด ผมว่าคือตอนที่ต้องโหนตัวขึ้นไป บนหินก้อนขนาด 2 เมตรได้

     

    จะมียากกว่าก็คือ การยืนเปลี่ยนเลนส์ แล้วถ่ายรูปบนนั้น เวลาเอาตาเข้าช่องมองภาพ อาจร่วงได้ง่าย ๆ ทริกผมก็คือ

     

    วิชา ตูดดัชนี 555+


    • โพสต์-9
    tee ShutterB •  กุมภาพันธ์ 04 , 2557

     

     

    หลังจากพ้นสันคมมีด  หรือ สันวัดจงวัดใจอะไรนั่นแล้ว 

     

    ก็ถึงเนินสุดท้ายผมตั้งให้ว่าเนินช้างลื่น 

     

    แมร่งลื่นผุด ๆ ถ้าฝนตกไม่ต้องเดินขึ้นเลย

     

    แค่เห็นก็ไม่รุ้จะขึ้นยังไงแล้ว เดินดินสูงชันกว่า 45 องศา  ไม่ต้องคิดตอนลง

     

    นาทีนั้น เหมือน เอ็นม่า วัตสัน มายืนอยู่ตรงหน้า แล้วชวนไปจุดสุดยอดเขา พร้อมยืนมือมาให้ช่วยจูง หุหุ

     

    ไม่สนอะไรแล้ว รีบปีนขึ้นไปจุดสุดยอด ทันที

     


     

     

    เมื่อถึง ปลายทางแล้วสิ่งแรกที่คิดว่าจะทำคือ มองวิว 360 องศา ที่เค้าร่ำรือมาว่าสวรรค์บนดิน

     

    แต่สิ่งที่ทำจริงคือนอนแผ่สองสลึง

     

    ราวสิบนาทีได้

     

    แล้วก็ได้ยินเสียงลูกหาบ … ลูกหาบคนเดิม (มรึงเอาอะไรกรูอีก กรูไม่มองลงไปข้างล่าง ไม่ต้องบอกให้มองเบย)

     

    พี่ตี๋ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ (เออกรูชื่อตี๋ กรูเหนื่อยย ขอพักหน่อยยย)

     

    รุ้ง ๆ ๆ ๆ (กรูไม่ได้ชื่อ รุ้ง ว๊อยยย)

     

      รุ้ง กิน น้ำ  พี่ตี๋  รุ้ง กิน น้ำ

     

    วิญญาณตากล้องเข้าสิงอีกครั้ง 

     

    ลุกพรึ่บ ด้วยความกระตืนรือร้น  เพื่อจะถ่ายรุ้งกินน้ำ

     

    รุ้งกินน้ำจาง ๆ จางโครต ๆ หาตั้งนาน ก็หาไม่เจอ กรูกดก่อนแระ 

     

    ตรงไหน ๆ ๆ  ตรงนั้น ๆ ๆ พี่ตี๋ 

     

    แช๊ะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ (อยากบอกว่ายังไม่เห็นด้วยตา ต้องมามองหลังกล้องหา T T ตาดีกันจริ้งงง)

     


     

     

     

     

    แวปป มาจุดกางเต็นท์กันเลย

     

    เกิดอาการคันมือครับ

     

    ยังถ่ายไม่หนำใจ

     

    อยากได้ดาว อยากได้ดาว อยากได้ดาว 

     

    จัดการให้พี่ จนท. ช่วยเข้าฉากนั่งกองไฟ เต็นท์เตรียมเข้าฉาก วางแฟลซไว้เรียบร้อย

     

    เกรงใจมากเลย  น้องเอ คนนั้น (น้องมันคงคิดว่ายุ่งไรกะกรูอีกเนี่ย)

     

    ผมติดกองไฟเพื่อจัดฉาก(ปกติก็ก่อกองไฟประกอบอาหารอยู่แล้วครับ)

     

    น้องมันก็มานั่งผิง T T ผมต้องเข้าไปกระชับพื้นที่ (ศัพท์กำลังอินเทรน)

     

    น้องเอ เลยย้ายไปนอน เปิดไฟอ่านหนังสือในเต็นท์ 

     

    โอ้ววว ไม่ได้ over แสงแรงผุด ๆ(ซื้อเต็นท์ใหม่ ลายสวย ๆ เพื่อมาประกอบฉากเบยนะ หุหุ)

     

    ต้องเข้าไปกระชับพื้นที่อีกครั้ง   T T ไม่อยากทำเบย _/\_

     

    ยังถ่ายไม่ทันเสด เหมือนสวรรค์แกล้ง  กรรมติดจรวด 

     

    ฝนไล่ช้าง !!!!

     

    ลูกหาบบอกพี่ตี๋เก็บ ๆ ๆ เถอะ นะนะนะ มันมาแล้ว

     

    ไม่ทันขาดคำ ซูมมมมมมมมม

     

    T T   D700  T T 

     

    T T   เลนส์ Nano ​T T

     

    T T   เฮ้ย Flash SB910 T T

     

    รีบเก็บเข้าเต็นท์แทบไม่ทัน

     


     

     

     

    ตัวเปียกโชก เข้ามานั่งเช็ด กล้อง เลนส์ แฟลซ ด้วยอาการสั่นเทา (เสียมั้ยวะ ฮ่า ๆ )

     

    ลองกด ๆ แช๊ะ ๆ ๆ เว้ยยเฮ้ยย ของเค้าดี บึก อึด ทน

     

    จบวันอันแสนยาวนานด้วย อาการสั่นจากความหิว

     

    พร้อมใจคิดถึงมาม่า ที่ตากฝนอยู่ในกองไฟ ฮือ ๆ ๆ ๆ หิว ๆ ๆ ๆ 

     

    ยังดีที่ไม่ต้องแย่งผ้าห่มแล้ว ถุงยาง เอ้ย ถุงนอน ที่เตรียมไว้ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี

     


     

     

     

     

    เช้าวันใหม่ เนื่องจากยังไม่สะใจ (ตากล้องแม่งโหดสลัด)

     

    จึงขอขึ้นไป พิชิตความกลัว บนสันคมมีอีกครั้ง

     

    เพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้น บนดินแดนที่เรียกได้ว่าดุจสรวงสวรรค์

     

    น้องเอ  ไม่ไปแล้ว 55+ สงสัยยังโกรธ

     

    ลูกหาบ อยู่กับน้องเอ และจนท.คนนึง เพื่อเก็บเต็นท์ ที่นอน ฯลฯ เตรียมพร้อมกลับ (แอบบนินทาจนท.โด๊บ ไม่ฟิตนี่หว่า ฮู้ ๆ ๆ )

     

    ครั้งนี้เริ่มชิน เพราะครั้งแรกทุก ๆ คน นั่นละอาจจะทำอะไรไม่ถูก แต่ครั้งที่สองจะเริ่มชำนาญขึ้น เนอะ ๆ

     

    เริ่มย่างก้าวอย่างมั่นใจ 

     

    เพิ่งรู้ว่าระดับความสูง 1,249 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล 

     

    เวลาเดินบนสันเขานี่ พื้นดินที่หุบเขามัน เหมือนขยับสวนเรา เวียนหัวดี

     


     


     

     

     

    สำหรับน้องเอ ในเรื่องที่อ่าน ๆ แล้วเข้าใจผิดทำให้คิดว่าเป็น สาว ใส สวย น่าเจี๊ย ละก็ 

     

    ขออภัยไว้ ณ. ที่นี้ อยากให้ได้ลุ้นกันบ้างอะไรบ้าง 55+

     

    แต่แท้จริงที่เล่าถึงตัวละครนี้ขึ้นมาเพราะอยากบอกว่า

     

    การเดินทาง 4 วัน 3 คืน (ที่บ้านอีต่อง บนเขาช้างเผือก และตลาดทองผาภูมิ อีกคืน)

     

    กับใคร หรือกรุ๊ปใด ก็ตาม

     

    ยิ่งเป็นทริปที่ ลำบาก ทรมาณ ทดสอบสภาพจิตใจ ความกลัวด้วยแล้ว

     

    ควรเดินทางกับคนที่ “คอเดียวกัน” จริง ๆ จะช่วยให้ดื่มด่ำธรรมชาติได้อย่างครบครัน

     

    เพราะนอกจากธรรมชาติที่สุดยอดแล้ว ผมได้ กินมาม่า(ดราม่า) หลายเรื่องกับน้องเอนี่ละ โดยเฉพาะตอนที่ออกจากบ้านอีต่องแล้ว

     

    ความประทับใจของผมจึงเหมือน เหล้าที่ผสมมาอย่างดี แต่ดันมีเม็ดยาขมตกไปในแก้ว

     

    เรื่องราวบางตอนอาจฟังดูตลก แต่เรื่องราวดราม่าของจริง บั่นทอนการถ่ายภาพไม่น้อยเลยทีเดียว

     

    เพราะฉะนั้น ปลายปีนี้ผมอยากไปถ่ายภาพ ภูเขาไฟ 

     

    เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

     

    ดังนั้นผมจึงเริ่มรับสมัครหาผู้ร่วมทริปตั้งแต่วันนี้  เอาที่เป็น “คอเดียวกัน” ไปเบย

     

    อายุ 18-25 (จะได้มีแรงเดิน)

     

    มั่นใจสูง (จะได้ไม่ยกเลิกทริป) 

     

    ผมสั้น (จะได้ไม่ต้องสระผมเวลาไปทริป)

     

    ขาว (จะได้ … เอ่อ เหมือนผมแระกัน)

     

    สุดท้ายสำคัญ

     

    ม๊ากกกก

     

    สวย  หมวย อึ๋ม 

     

    จ๊ากกกก ไม่ใช่แระ  ฟิ้ววววววววววววววววววววววววววววววววววว

     


     


     

     


     

     

    ถ่ายรูปเสร็จ เก็บของ กินข้าว กินปลา(มีป่ะ) 

     

    ก็ได้เวลาเดินทางกลับ

     

    ขามาผมเดินช้าาา มาก จนโดนแซว เดี๋ยวหยุด ๆ เดี๋ยว หยุด 

     

    เอาฟระ ขากลับมาแข่งกัน  ผมจับมือแทคทีมกับ จนท.โด๊บ ที่แอบกินแรงไม่ยอมไปดูพระอาทิตย์ขึ้น

     

    ปล่อยให้พี่นนท์ เดินกะน้องเอ ผมเดินนำอยู่นิดหน่อย เพราะน้องเอลืมของไว้เลยกลับไปเอาที่จุดกางเต๊นท์

     

    พักบ้าง เดินบ้าง พร้อมร้องทักให้พี่นนท์ให้ได้ยินไปเป็นระยะตลอดทาง

     

    เมื่อถึงบ้านอีต่อง คณะผม และลูกหาบนั่งกิน น้ำกันอย่างสบายใจ

     

    ซ็อตที่ผมพลาดเลยก็คือไม่ทันได้หยิบกล้องถ่าย พี่นนท์ ที่เดินหน้าแดงงง ก่ำ มาพร้อมหอบเล็ก ๆ (ไม่สิ เยอะเหมือนกัน หุหุ)  

     

    “พี่ไหนบอกว่าเดิน แทบทุกวัน สบายไม่เหนื่อย  ไมเดินไม่ทันผมละ”

     

    พี่นนท์ไม่ตอบ ...  ยืนหอบอยู่ หุหุ

     

    ปิดท้ายด้วยเสียงหัวเราะของทุกคนชาวคณะ

     

     

     

    อ้อ แล้วอย่าถามผมนะว่ามีที่อาบน้ำมั้ยอะไรยังไง อ่านเจอมั้ยละว่าผมอาบน้ำตอนไหน ฮ่า ๆ ๆ

     





     










    • WATER  ขอบคุณครับ 05 กันยายน 2557 12:50:39
    • tee ShutterB  อิอิ 14 กุมภาพันธ์ 2557 10:01:24
    • Lingpukhow  ภาพสวยแทพลืมหายใจ ^^ 13 กุมภาพันธ์ 2557 14:55:33
    • tee ShutterB  ไปเที่ยวแล้วกลับมา เขียนรีวิวกันนะครับ 05 กุมภาพันธ์ 2557 22:04:06
    • Oui  อ่านจบแล้วสนุกจังค่ะ ภาพก็สวยมากเลยค่ะ 05 กุมภาพันธ์ 2557 12:41:11
    • Marginal  ภาพสวยมากค่ะ 05 กุมภาพันธ์ 2557 11:57:04
    • Somkiat  เป็นภาพที่อลังการมาก สวยสุดๆเลยคับ 05 กุมภาพันธ์ 2557 11:47:15
    • tee ShutterB  กลัวว่าอ่านไปครึ่งนึงคนจะปิดเพราะบอกว่า

      ไอ่นี่ ​​บ้า ....

      ฮาา ๆ ๆ
      05 กุมภาพันธ์ 2557 11:45:21
    • Thamonwan  เป็นการรีวิวที่ภาพสวย และฮาอีกนะค่ะ 55 04 กุมภาพันธ์ 2557 20:19:58
    • โพสต์-10
    Sirinun •  กุมภาพันธ์ 05, 2557
    • จุดเด่น:
    • จุดด้อย:
    • ข้อสรุป:
    คะแนน
  1. โหลดเพิ่ม