Search and share travel destinations and experiences in Thailand Sign up Log in
 
น่าน-พะเยา-ตามหาถนนลอยฟ้า-นาขั้นบันได-แถมเนินมะปราง ทริปเดียวเที่ยวให้คุ้ม ถนนลอยฟ้า1081 อำเภอสันติสุข-อำเภอบ่อเกลือ (Root1081 Santisuk District-Bo Kluea District) จ.น่าน
    • Posts-1
    Boy •  May 22 , 2016

    สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกแล้วกับคู่รักตะลอนทัวร์ วันนี้เราจะพาทุกคนไปเที่ยวหน้าฝนกันที่จังหวัดน่าน-พะเยา-พิษณุโลก ทริปนี้เกิดจากเมื่อปีที่แล้ว เคยมาเที่ยวน่านแล้วรอบนึงกับกลุ่มรถวีออส 4วัน3คืน แต่ตามหาถนนลอยฟ้าน่านไม่เจอ ปีนี้เลยมาแก้มือคนเดียวโดดๆ ไหนๆก็มาแล้วเลยจัดยัดทริปตารางเวลาแน่นเลย 

    ออกจาก กทม.คืนศุกร์ เช้าวันเสาที่อุทยานแห่งชาติขุนสถาน-เสาดินนาน้อย-วัดพระธาตุเขาน้อย-ซุ้มลีลาวดี-ถนนลอยฟ้า1081-บ่อเกลือ-ดอยภูคา 

    เช้า วันอาทิต ลงจากดอยภูคาย้อนไปทางบ่อเกลือ-เลี้ยวซ้ายไปอำเภอเฉลิมพระเกียรติตามหานาขั้นบันได-ชายแดนห้วยโกร๋น-ภูลังการีสอร์ท 

    เช้า วันจัน จากภูลังการีสอร์ทกลับกทม. แวะเที่ยวอำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก


     

    ทริปนี้ไปกันวันที่ 26-28/9/2558 ไปกัน 3 คน หมดคนละ 2500 บาท มีสรุปค่าใช้จ่ายท้ายเรื่องครับ เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัววีออสคันเดิมเติมแก้ส ว่าแล้วก็ออกเดินทางกันได้เลยครับ


     

     

    รูปทั้งหมดถ่ายจาก กล้อง Nikon D5300 18-140 กับ Gopro hero 4 silver ส่วนมากใช้โกโปรถ่ายแต่ VDO ครับ รอบนี้มีของเล่น เอาโดรนติดกับโกโปรด้วย แต่บินไม่แข็ง มีภาพมุมสูงนิดเดียว เพราะไปบางที่ไม่กล้าบินกลัวตกแล้วเก็บไม่ได้ 555ก่อนอ่านดู VDO กันก่อนได้ครับ ฝึกทำอยู่ภาพอาจจะมึนๆหน่อย ฮ่าๆๆ

    ฝากเพจเล็กๆด้วยครับ "เหลี่ยมพาเที่ยว" https://www.facebook.com/boytravelthailand/ พูดคุยสอบถามเรื่องเที่ยวกันได้ครับ

    • Posts-2
    Boy •  May 22, 2016
    • Posts-3
    Boy •  May 22, 2016
    • Posts-4
    Boy •  May 22 , 2016

    รับสมาชิก เริ่มออกเดินทางประมาณ เกือบ5ทุ่มวันศุกร์ ใช้เส้นทาง สายเอเชียปกติ เลี้ยวขวาตรงนครสวรรค์แล้วไปเรื่อยๆจนถึงแพร่ น่าน เคยมาแล้วรอบนึงเลยจำได้ไม่มีปัญหา เพื่อนร่วมทางก็มีเยอะครับไม่น่ากลัว ตลอดทางโชคดีไม่เจอฝนเลย มีปรอยๆมาแปบเดียว ขับสบาย งานนี้กดน้ำมันมาเติมถัง 800 แล้วก็เติมแก้สมาเรื่อยๆ มาถึงอุทยานแห่งชาติขุสถานปรากฎ เช้าพอดีครับ ขับขึ้นเขามาฟ้ากำลังสว่าง ถ้ามาตอนมีแสงน่าจะได้ถ่ายรูประหว่างทางขึ้นเยอะเลย 

     

    ตอนนี้เป็นเวลา 6 โมงหน่อยๆได้ครับ แสงอาทิตย์กำลังส่องมา สวยงามมาก

     

     

     

    วันที่ไปคนน้อยมาก เจอคนที่มากางเต็นอีก 2 กลุ่มด้านบน แต่รู้สึกพระอาทิตย์จะไม่โผล่แล้วเมฆบังหมดมีแต่แสงรำไรๆพอให้ชื่นใจครับเช้านี้

     

     

    แต่ไม่มีทะเลหมอกแต่วิวก็สวยอลังการมาก ภูเขาเขียวๆสุดสายตา ชื่นใจจริง

     

     

    อันนี้เป็นที่พักของอุทยาน วิวสวยใช้ได้เลยครับมีโอกาศรอบหน้าจะมานอนสักคืน

     

     

    ถ่ายรูปกันไปเรื่อยสักพักจนคิดว่าคงไม่เห็นพระอาทิตก็เลยจะเดินทางต่อละครับ ต่อไปเราจะไปเสาดินนาน้อยไม่ได้ลงทางเดิมนะครับ ลงอีกทางไปต่อกันเลย วิวข้างทางเป็นป่าเขาตลอดครับทริปนี้ ผมวิ่งตัดเขาอย่างเดียว เดี่ยวไปชมกัน

     

     

    เช้านี้ที่ขุนสถาน หรือเกือบทั้งทริปจะบอกว่าถนนโล่งมากแทบไม่เจอรถเลย จอดตรงไหนก็ได้เหมือนถนนเป็นของเราครับ 555 แต่จะจอดก็ดูดีๆอย่าจอดจุดอับสายตานะครับ

     

     

    ถ่ายรูปเล่น นอนกลิ้งกันอยู่10กว่านาทีก็ไม่เจอใครเลย ผู้ร่วมทริปทั้ง 3 คน

     

     

    นั่งๆนอนๆ

     

     

     

     

    ทริปนี้จะไปดูนาขั้นบันไดที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ แตะระหว่างทางจังหวัดน่านรู้สึกจะปลูกข้าวกันเยอะมาก เป็นขั้นบันไดเหมือนกันแต่ยังไม่ใหญ่เท่าที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติที่จะไปพรุ่งนี้ครับ


     

    วิ่งเรื่อยๆ ตาม GPS มั้ง ตามป้ายบอกทางมั้งครับ สักพักก็มาถึง เสาดินนาน้อย มาไม่ยากเลย ทางเดียวกับที่ไปดอยเสมอดาว แต่ปีที่แล้วเคยไปดอยเสมอดาวแล้วปีนี้เลยไม่ได้ไป 

     

    ลักษณะเป็นเสาดินแท่งๆมากมายครับ แปลกตาดี เขาชมฟรีนะครับ คนน้อยด้วยครับ

     

     

    นี้ภาพนี้ชอบมากภูมิใจนำเสนอเลย เอาโดรนติดกบโกโปรบินขึ้นไปสรุปทั้งทริป ใช้โดรนได้ที่นี้ละครับเพราะกว้างถ้าตกวิ่งไปเก็บได้ 555 สวยเลยมุมสูง ที่ไม่กลัสบินจริงๆเพราะเสียวกล้องพัง เพราะโดรนตัวละ2400 เองมันแรงน้อย กลัวพากล้องตกพังตัวเป็นหมื่น เด๋วทริปหน้าหัดบินเก่งๆจะเก็บภาพมุมสูงมาเยอะๆครับ

     

     

    ออกจากเสาดินนาน้อยเราก็จะไปต่อที่วัดพระธาตุเขาน้อยครับ ปีที่แล้วมาแล้วติดใจความงามครับ เลยไปอีกรอบ ระหว่างทางแวะล้างหน้าแปลงฟันกินของในเซเว่นรองท้องก่อนครับ มื้อเช้า

     

     

    วัดพระธาตุเขาน้อยอยู่ในตัวเมืองน่านเลยครับไม่แน่ใจว่าเป็นวัดที่สูงสุดในตัวเมืองเลยหรือป่าวแต่ขึ้นไปแล้วสามารถมองเห็นตัวเมืองได้น่าจะทั้งหมดเลยครับ

     

     

    ถึงบนดอยจะอากาศเย็นๆ แต่ในตัวเมืองนี้แดดก็ร้อนไม่แพ้ กทม.เลยนะครับ นี้ผมก็ยังไม่ได้นอนเลย เริ่มมีอากาศตาปรือ 555

     

     

    ไหว้พระทำบุญขอพรกันเสร็จเราเดินทางกันต่อไปที่ ซุ้มลีลาวดีครับ อยู่ใกล้ๆกันนี้ละขับรถแปบเดียว อยากไปไหนกด GPS เลยรู้หมด

     

     

     

    รูปคู่นิดนึง

     

     

    ออกจากตัวเมืองจุดหมายต่อไปที่เราตามหามานานนั้นคือถนนลอยฟ้า อ้อ มีแวะกินข้าวด้วยคับระหว่างทางเพราะว่า เป็นเวลาเที่ยงละ

     

     

    ถนนลอยฟ้าที่น่านนั้นมีหลายเส้นครับแต่ที่ว่าเด็ดๆนี่น่าจะเป็นเส้นนี้ครับจำให้ดี ทางหลวงหมายเลข 1081 ระยะทางจาก

     

    อำเภอสันติสุขไปยังบ่อเกลือประมาณ 70 โล บนถนนสาย 1081 ขอบอกว่ามันส์มาก และสวยสุดๆ ถนนลอยฟ้าจริงๆโค้งแบบว่าซ้าย-ขวาต่อๆกัน และถนนลาดยางอย่างดี ไปดูภาพกันเลยครับ ฟินมากก


     

     

    งานนี้จอดกันตลอดทาง นั้นก็สวยนี้ก็สวย 555 ตลอดเส้นทางเจอรถยนต์ประมาณ 5 คัน เป็นของเราจริงๆ

     

     

     

    โค้งเลข3ที่น่านก็มี

     

     

    ฮืมม ดูสิ ขึ้น-ลง ซ้าย-ขวา กันตลอดทาง

     

     

     

    เอ้ากลางโค้งเราก็จอด ให้ดูโค้งแบบนี้ลงเขาด้วย สุดๆๆ

     

     

     

    เจออะไรก็จอดจริงๆเห็นควายนอนจมโคลนอยู่ก็จอด แหมม มันเล่นกล้องยิ้มให้ซะด้วย

     

     

    ฝาฟันโค้งจนอิ่มหนำสำราญเราก็มาถึงหมู่บ้านบ่อเกลือ เล่นเอายางโล้นเลยดอกยิ่งไม่ค่อยมีเจอโค้งๆแบบนี้ แวะพักบ่อเกลือก่อน เริ่มเหนื่อยแล้ว บ่าย 2โมงกว่าๆ ขับรถแต่เมื่อคืนไม่ได้หยุดเลย ฮ่าๆๆ

     

     

    บ่อเกลือเป็นหมู่บ้านเล็กๆครับ มีที่ทำเกลือแต่ประวัติไม่ได้รู้มากเท่าไร นั่งพักกินกาแฟร้านริมน้ำครับ แล้วก็ซื้อของตุนไว้ไปกินข้างบนคืนนี้จะไปนอนที่ดอยภูคาครับ เพราะพลาดจากปีที่แล้วจะขึ้นไปนอนแต่ว่าวันที่มาคนเยอะจัดไม่มีที่เลยไปนอนที่อุทยานขุนน่าน รอบนี้มาน่าฝนคนน้อยสบายเลย

     

     

    จากบ่อเกลือขึ้นมาอีก20กว่าโลก็จะถึงดอยภูคาละครับ แต่ก่อนถึง8โลจะมีจุดชมวิวเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นด้วย แต่แค่เริ่มขึ้นมา หมอกก็บังละครับมองไม่เห็นอะไรเท่าไหร่

     

     

     

    พอถึงดอยภูคาก็จ่ายเงินค่าเข้าครับ รวมรถด้วย 140 บาท

     

     

    จากนั้นก็เข้าไปติดต่อที่ทำการอุทยาน ผมจองที่พักอุทยานจางทางเว็บไซด์ครับ ราคา 800 บาทนอนได้ 4 คน จากนั้นก็ซื้อข้าวของอุทยานไปกินมื้อเย็นด้วย ตอนแรกนึกว่าจะแพง แต่จริงๆ ราคาแค่50บาทมีไข่ดาวด้วยไม่รู้คิดผิดหรือป่าว 555

     

     

    ที่จองเป็นหลังใหญ่ๆแบบนี้เลย 800 ถูกมาก เดี่ยวไปดูในห้องครับ

     

     

    สิ่งที่คุณจะได้ในราคา 800 3เตียง 2ห้องน้ำ 1 ตู้เย้น 1 อ่างล่างมือ หนึ่งระเบียงดูดาว พร้อมหน้าต่างรอบทิศทาง No พัดลม ประมานนี้

     

     

     

     

    พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้าอีกแล้ววันนี้

     

     

    มื้อเย็นวันนี้เป็นอาหารห่อใบไม้จากอุทยานครับอร่อยได้เยอะด้วย แล้วก็ดื่มด่ำกันถึง 3 ทุ่ม แล้วก็นอนกัน ไม่รู้ทนได้ไง ครบ 24 ชั่วโมงไม่ได้นอน เกินด้วย เวลาเที่ยวแล้วมันกระปี้กระเป่าสุดๆ

     

     

    เช้ามาว่าจะตื่นไปดูพระอาทิตย์ สรุปฝนตกจ้า หนักด้วย เลยนอนต่อ กว่าจะหยุด 8 โมงได้

     

     

    พอฝนหยุดสายหมอกก็ขึ้นทันที ให้เห็นไกลๆ พัดไปพัดมา

     

     

     

    เก็บของออกเดินทางกันต่อวันนี้เราจะไปนอนที่ภูลังการีสอร์ทจังหวัดพะเยา แต่จะวิ่งอ้อมไปดูนาขั้นบันไดที่อำเภอเฉลิมพรเกียรติก่อนครับ

     

     

    เทเลหมอกมีให้เห็นไกลๆอยู่น้า ต้องซูมเข้าไปๆ

     

     

     

    บ๊ายบายดอยภูคา มีโอกาศจะกลับมาใหม่

     

     

    ระหว่างทางไปเฉลิมพระเกียรติ แวะกินข้าวเช้าที่ร้านวังน้ำว้า อาหารมีหลายอย่างมากอร่อยด้วยครับบรรยากาศดี มื้อนี้อีก 195 บาท

     

     

     

    ขับไปต่อเรื่อยๆตามทางเส้นนี้ก็เป็นเส้น 1081 เหมือนเมื่อวานครับ ยาวๆทางเส้น วิวสวยเป็นเขาตลอดทางเลย แต่เส้นจากบ่อเกลือมานี้ถนนไม่ค่อยดีแต่ไม่ได้แย่มากรถผมเตี้ยๆยังมาได้ได้สบาย ช้าๆหน่อย และแล้วก็เจอนาขั้นบันไดที่แรกครับ ยังไม่ใหญ่มากแต่ก็สวยนะ

     

     

     

    แล้วตลอดทางผมก็เจอทั้งนาขั้นบันได ทั้งเขาสลับกันไปมาตลอดทางจนถึงอำเภอเฉลิมพระเกียรติ แต่บางจุดก็จอดไม่ได้ทางแคบ และถนนเส้นนี้รถวิ่งค่อนข้างเยอะขับไปเป็นช่วงๆก็เจอคนเจอรถครับ ที่จริงจะไปดูนาขั้นบันไดรู้สึกว่าต้องเข้าไปในโครงการหลวง สะจุกสะเกี้ยง ที่ต้องรถ 4*4 เท่านั้นนะครับถึงจะเจอแบบสวยๆจัดเต็มแต่ผมได้เก็นเท่านี้ก็โอเคแล้ว ภารกิจสำเร็จ

     

     

     

     

    มุมนี้กว้างงสวยมากกกกกกก พอดีพึ่งเคยเห็นนาขั้นบันไดครั้งแรกครับ ค่อนข้างตื่นเต้น

     

     

     

    สะพานก็มีข้ามแม่น้ำครับ

     

     

     

     

    แล้วก็มาถึงชายแดน ผมเลยแวะถือโอกาศส่งแฟนกลับบ้าน เอ้ยย555 แฟนบอกถ้าเป็นผมนี้เดินผ่านชายแดน เขาไม่สงสัยเลยนะให้ข้ามไปลาวได้เลย ดูๆๆดูแฟนมันพูด555

     

     

    ไทยประกันชีวิตนี้ดูแลทั้งไทยลาวเลยนะ

     

    เสียดายที่มาวันนี้ไม่มีตลาดที่อ่านมารู้สึกจะมีของขายเยอะๆหรือน่าจะเป็นช่วงเช้าหรือวันเสาผมไปวันอาทิตไม่เห็นมีของขาย เลยไปต่อครับ

     

     

    จากห้วยโก๋รนเราจะวิ่งต่อไปยังเส้น 101 เพื่อจะไปเข้าเส้นหลักน่านอีกรอบ อ้อลืมบอกใครเติมแก้สถ้าถังใหญ่อัดให้เต็มเลย ถ้าวิ่งแบบผมนี้ไม่เจอปั้มแก้สเลย อีกอย่างรถผมถังแก้สเล็ก แก้สหมดตั้งแต่ เริ่มวิ่งมาเฉลิมพระเกีรยติ

     

     

    พอถึงเส้นหลักแล้ว ผมก็วิ่งตัดเขาอีก ลงเขานั้นมาต่อเขานี้ ถ้าตรง101เรื่อยๆจะกลับไปอำเภอปัว แล้วเลี้ยวขวาเข้าเส้น 1148ที่เป็นถนนลอยฟ้าเหมือนกัน แต่ผมไม่ ผมวิ่งตัดอีกเส้น เป็นเส้น1097เส้นนี้ก็เป็นถนนลอยฟ้าเหมือนกัน เลี้ยวขวาตัดกลางไปเลย ไปตามทางเดี่ยวมันจะไปเชื่อมตรงกลางสาย 1148เองครับ โหสงสัยดิผมรู้ได้ไง ไม่ได้เก่งมาจากไหนหรอก ค้นหากระทู้เก่าๆนี้ละ ศึกษาอยู่นานครับจนได้เส้นทางที่มั่นใจว่ารถเราไปได้ แล้วก็ลุยกันเลย

     

     

    โอ้ย วิ่งเส้นไหนก็สวยเมืองน่านทำผมหลงไหลแล้วนะเนี้ย เห็นเขากันจนอื่มเอม

     

     

    มาแล้วถ้าประจำตัว ฮ่าๆๆ โอบกอดธรรมชาติ อ้าให้สุดแขน

     

     

    จอดกันตลอดทางไม่ถึงสักที

     

     

     

    ดอกไม้ริมทางสวยก็เบรคอีกก

    • Posts-5
    Boy •  May 22 , 2016

     

     

    หลังจากวิ่งตัดเขาเส้น 1097 เราจะมาโผล่เส้น 1148 แล้วจากเส้นนี้ก็วิ่งตรงอย่างเดียว รีสอร์ทจะอยู่ขวามือติดถนนเลย

     

     

    ห้องมีหลายแบบหลายราคา ผมเลือกห้องแบบบังเกอร์ 700 บาท อยู่ตรงกลางเลย ทุกหลังเห็นวิวครับแต่อันไหนจะสวยกว่าก็แล้วแต่มุม

     

     

    ในห้องเป็นแบบนี้ครับ เตียงแข็งมาก แต่ก็ ราคาหลักร้อยแต่ได้วิวหลักล้านแบบนี้ ก็โอเคครับ

     

     

    จากนั้นก็ขึ้นไปสั่งข้าวกินที่รีสอร์ทเลยครับออกไปคงไม่มีไรกินแล้ว ราคาปกติครับ รสชาติดี มื้อนี้อีก 200 แล้วก็ถ่ายรุปเล่นกัน 

     

     

    มุมนี้ชอบมากครับ

     

     

     

     

    จากนั้นเราจะเดินไปตรงจุดลานช่างภาพที่รีสอทร์ทำไว้ให้สำหรับถ่ายรูปเลยครับจะเห็นวิวชัดเจนเลย เดินไป 50 เมตร


     

    ทำเป็นโรแมนติกหน่อย 

     

     

     

    แล้วก็กลับมานั้งกินกันหน้าห้อง ชมแสงจันทร์วันนั้นพระจันทร์ดวงใหญ่มาก เป็น2วันก่อนที่จะเป็นวัน Super moon

     

     

    แล้วก็สั่งมื้อเย็นอีกชุด เป็นกับข้าว 3 อย่าง เบียอีก 3 ขวด อ้อเครื่องมึนเมารอบบนี้เอามาฟรีจากที่บ้าน 1 ลิตรเลยประหยัดไปได้อีกหน่อย อิอิ

     

     

    เหมือนจะจบแค่นี้ แต่ไม่วันนั้นโชคดีมาก มีกลุ่มพี่ตากล้องขั้นเทพ 5 คน มาจากเชียงรายมานอนห้องข้างๆเรา พี่เขาจะมาถ่ายดาวถ่ายอะไรกันนี้ละพอได้คุยกัน เข้าทางเลยขอติดตามพี่เขาไปถ่ายรูปด้วยคืนนั้น เลยได้รูปได้เทคนิคกลับมาเพียบรูปนี้ถ่าย ตอนเที่ยงคืนครับ ที่จริงพี่ๆเขาจะมาถ่ายดาวหมุนกันนะ แต่เห็นมีทะเลหมอกเลยได้กลับกันไป

     

     

    พี่ๆเขาฟิตมากเริ่มถ่ายกันแต่ 5 ทุ่ม ผมนอนก่อนตี2 พี่ๆถ่ายกันเกือบเช้า แล้วก็ไปถ่ายทไวไลท์ต่อ โหดจริงๆ วันนี้ได้เทคนิคการถ่ายแบบ interval ด้วยครับพึ่งรู้ว่ากล้องตัวเองก็ทำได้ 555 และก็ช้างเผือกแต่วันนั้นไม่มีช้างพระจันทร์สว่างมาก ไว้ลองใหม่วันหลัง

     

     

    อย่างคลิปนี้ก็ใช้การถ่ายแบบ interval ประมาณ 70 ภาพมาต่อกัน ที่จริง พี่เขาถ่ายกัน200-300 ภาพแต่ผมไม่ไหวง่วง เลยพอก่อน

     

    หลังจากวิ่งตัดเขาเส้น 1097 เราจะมาโผล่เส้น 1148 แล้วจากเส้นนี้ก็วิ่งตรงอย่างเดียว รีสอร์ทจะอยู่ขวามือติดถนนเลย

     

     

    ห้องมีหลายแบบหลายราคา ผมเลือกห้องแบบบังเกอร์ 700 บาท อยู่ตรงกลางเลย ทุกหลังเห็นวิวครับแต่อันไหนจะสวยกว่าก็แล้วแต่มุม

     

     

    ในห้องเป็นแบบนี้ครับ เตียงแข็งมาก แต่ก็ ราคาหลักร้อยแต่ได้วิวหลักล้านแบบนี้ ก็โอเคครับ

     

     

    จากนั้นก็ขึ้นไปสั่งข้าวกินที่รีสอร์ทเลยครับออกไปคงไม่มีไรกินแล้ว ราคาปกติครับ รสชาติดี มื้อนี้อีก 200 แล้วก็ถ่ายรุปเล่นกัน 

     

     

    มุมนี้ชอบมากครับ

     

     

     

     

    จากนั้นเราจะเดินไปตรงจุดลานช่างภาพที่รีสอทร์ทำไว้ให้สำหรับถ่ายรูปเลยครับจะเห็นวิวชัดเจนเลย เดินไป 50 เมตร


     

    ทำเป็นโรแมนติกหน่อย 

     

     

     

    แล้วก็กลับมานั้งกินกันหน้าห้อง ชมแสงจันทร์วันนั้นพระจันทร์ดวงใหญ่มาก เป็น2วันก่อนที่จะเป็นวัน Super moon

     

     

    แล้วก็สั่งมื้อเย็นอีกชุด เป็นกับข้าว 3 อย่าง เบียอีก 3 ขวด อ้อเครื่องมึนเมารอบบนี้เอามาฟรีจากที่บ้าน 1 ลิตรเลยประหยัดไปได้อีกหน่อย อิอิ

     

     

    เหมือนจะจบแค่นี้ แต่ไม่วันนั้นโชคดีมาก มีกลุ่มพี่ตากล้องขั้นเทพ 5 คน มาจากเชียงรายมานอนห้องข้างๆเรา พี่เขาจะมาถ่ายดาวถ่ายอะไรกันนี้ละพอได้คุยกัน เข้าทางเลยขอติดตามพี่เขาไปถ่ายรูปด้วยคืนนั้น เลยได้รูปได้เทคนิคกลับมาเพียบรูปนี้ถ่าย ตอนเที่ยงคืนครับ ที่จริงพี่ๆเขาจะมาถ่ายดาวหมุนกันนะ แต่เห็นมีทะเลหมอกเลยได้กลับกันไป

     

     

    พี่ๆเขาฟิตมากเริ่มถ่ายกันแต่ 5 ทุ่ม ผมนอนก่อนตี2 พี่ๆถ่ายกันเกือบเช้า แล้วก็ไปถ่ายทไวไลท์ต่อ โหดจริงๆ วันนี้ได้เทคนิคการถ่ายแบบ interval ด้วยครับพึ่งรู้ว่ากล้องตัวเองก็ทำได้ 555 และก็ช้างเผือกแต่วันนั้นไม่มีช้างพระจันทร์สว่างมาก ไว้ลองใหม่วันหลัง

     

     

    อย่างคลิปนี้ก็ใช้การถ่ายแบบ interval ประมาณ 70 ภาพมาต่อกัน ที่จริง พี่เขาถ่ายกัน200-300 ภาพแต่ผมไม่ไหวง่วง เลยพอก่อน

     

    หลังจากวิ่งตัดเขาเส้น 1097 เราจะมาโผล่เส้น 1148 แล้วจากเส้นนี้ก็วิ่งตรงอย่างเดียว รีสอร์ทจะอยู่ขวามือติดถนนเลย

     

     

    ห้องมีหลายแบบหลายราคา ผมเลือกห้องแบบบังเกอร์ 700 บาท อยู่ตรงกลางเลย ทุกหลังเห็นวิวครับแต่อันไหนจะสวยกว่าก็แล้วแต่มุม

     

     

    ในห้องเป็นแบบนี้ครับ เตียงแข็งมาก แต่ก็ ราคาหลักร้อยแต่ได้วิวหลักล้านแบบนี้ ก็โอเคครับ

     

     

    จากนั้นก็ขึ้นไปสั่งข้าวกินที่รีสอร์ทเลยครับออกไปคงไม่มีไรกินแล้ว ราคาปกติครับ รสชาติดี มื้อนี้อีก 200 แล้วก็ถ่ายรุปเล่นกัน 

     

     

    มุมนี้ชอบมากครับ

     

     

     

     

    จากนั้นเราจะเดินไปตรงจุดลานช่างภาพที่รีสอทร์ทำไว้ให้สำหรับถ่ายรูปเลยครับจะเห็นวิวชัดเจนเลย เดินไป 50 เมตร


     

    ทำเป็นโรแมนติกหน่อย 

     

     

     

    แล้วก็กลับมานั้งกินกันหน้าห้อง ชมแสงจันทร์วันนั้นพระจันทร์ดวงใหญ่มาก เป็น2วันก่อนที่จะเป็นวัน Super moon

     

     

    แล้วก็สั่งมื้อเย็นอีกชุด เป็นกับข้าว 3 อย่าง เบียอีก 3 ขวด อ้อเครื่องมึนเมารอบบนี้เอามาฟรีจากที่บ้าน 1 ลิตรเลยประหยัดไปได้อีกหน่อย อิอิ

     

     

    เหมือนจะจบแค่นี้ แต่ไม่วันนั้นโชคดีมาก มีกลุ่มพี่ตากล้องขั้นเทพ 5 คน มาจากเชียงรายมานอนห้องข้างๆเรา พี่เขาจะมาถ่ายดาวถ่ายอะไรกันนี้ละพอได้คุยกัน เข้าทางเลยขอติดตามพี่เขาไปถ่ายรูปด้วยคืนนั้น เลยได้รูปได้เทคนิคกลับมาเพียบรูปนี้ถ่าย ตอนเที่ยงคืนครับ ที่จริงพี่ๆเขาจะมาถ่ายดาวหมุนกันนะ แต่เห็นมีทะเลหมอกเลยได้กลับกันไป

     

     

    พี่ๆเขาฟิตมากเริ่มถ่ายกันแต่ 5 ทุ่ม ผมนอนก่อนตี2 พี่ๆถ่ายกันเกือบเช้า แล้วก็ไปถ่ายทไวไลท์ต่อ โหดจริงๆ วันนี้ได้เทคนิคการถ่ายแบบ interval ด้วยครับพึ่งรู้ว่ากล้องตัวเองก็ทำได้ 555 และก็ช้างเผือกแต่วันนั้นไม่มีช้างพระจันทร์สว่างมาก ไว้ลองใหม่วันหลัง

     

     

    อย่างคลิปนี้ก็ใช้การถ่ายแบบ interval ประมาณ 70 ภาพมาต่อกัน ที่จริง พี่เขาถ่ายกัน200-300 ภาพแต่ผมไม่ไหวง่วง เลยพอก่อน

     

    หลังจากวิ่งตัดเขาเส้น 1097 เราจะมาโผล่เส้น 1148 แล้วจากเส้นนี้ก็วิ่งตรงอย่างเดียว รีสอร์ทจะอยู่ขวามือติดถนนเลย

     

     

    ห้องมีหลายแบบหลายราคา ผมเลือกห้องแบบบังเกอร์ 700 บาท อยู่ตรงกลางเลย ทุกหลังเห็นวิวครับแต่อันไหนจะสวยกว่าก็แล้วแต่มุม

     

     

    ในห้องเป็นแบบนี้ครับ เตียงแข็งมาก แต่ก็ ราคาหลักร้อยแต่ได้วิวหลักล้านแบบนี้ ก็โอเคครับ

     

     

    จากนั้นก็ขึ้นไปสั่งข้าวกินที่รีสอร์ทเลยครับออกไปคงไม่มีไรกินแล้ว ราคาปกติครับ รสชาติดี มื้อนี้อีก 200 แล้วก็ถ่ายรุปเล่นกัน 

     

     

    มุมนี้ชอบมากครับ

     

     

     

     

    จากนั้นเราจะเดินไปตรงจุดลานช่างภาพที่รีสอทร์ทำไว้ให้สำหรับถ่ายรูปเลยครับจะเห็นวิวชัดเจนเลย เดินไป 50 เมตร


     

    ทำเป็นโรแมนติกหน่อย 

     

     

     

    แล้วก็กลับมานั้งกินกันหน้าห้อง ชมแสงจันทร์วันนั้นพระจันทร์ดวงใหญ่มาก เป็น2วันก่อนที่จะเป็นวัน Super moon

     

     

    แล้วก็สั่งมื้อเย็นอีกชุด เป็นกับข้าว 3 อย่าง เบียอีก 3 ขวด อ้อเครื่องมึนเมารอบบนี้เอามาฟรีจากที่บ้าน 1 ลิตรเลยประหยัดไปได้อีกหน่อย อิอิ

     

     

    เหมือนจะจบแค่นี้ แต่ไม่วันนั้นโชคดีมาก มีกลุ่มพี่ตากล้องขั้นเทพ 5 คน มาจากเชียงรายมานอนห้องข้างๆเรา พี่เขาจะมาถ่ายดาวถ่ายอะไรกันนี้ละพอได้คุยกัน เข้าทางเลยขอติดตามพี่เขาไปถ่ายรูปด้วยคืนนั้น เลยได้รูปได้เทคนิคกลับมาเพียบรูปนี้ถ่าย ตอนเที่ยงคืนครับ ที่จริงพี่ๆเขาจะมาถ่ายดาวหมุนกันนะ แต่เห็นมีทะเลหมอกเลยได้กลับกันไป

     

     

    พี่ๆเขาฟิตมากเริ่มถ่ายกันแต่ 5 ทุ่ม ผมนอนก่อนตี2 พี่ๆถ่ายกันเกือบเช้า แล้วก็ไปถ่ายทไวไลท์ต่อ โหดจริงๆ วันนี้ได้เทคนิคการถ่ายแบบ interval ด้วยครับพึ่งรู้ว่ากล้องตัวเองก็ทำได้ 555 และก็ช้างเผือกแต่วันนั้นไม่มีช้างพระจันทร์สว่างมาก ไว้ลองใหม่วันหลัง

     

     

    อย่างคลิปนี้ก็ใช้การถ่ายแบบ interval ประมาณ 70 ภาพมาต่อกัน ที่จริง พี่เขาถ่ายกัน200-300 ภาพแต่ผมไม่ไหวง่วง เลยพอก่อน

     

    หลังจากวิ่งตัดเขาเส้น 1097 เราจะมาโผล่เส้น 1148 แล้วจากเส้นนี้ก็วิ่งตรงอย่างเดียว รีสอร์ทจะอยู่ขวามือติดถนนเลย

     

     

    ห้องมีหลายแบบหลายราคา ผมเลือกห้องแบบบังเกอร์ 700 บาท อยู่ตรงกลางเลย ทุกหลังเห็นวิวครับแต่อันไหนจะสวยกว่าก็แล้วแต่มุม

     

     

    ในห้องเป็นแบบนี้ครับ เตียงแข็งมาก แต่ก็ ราคาหลักร้อยแต่ได้วิวหลักล้านแบบนี้ ก็โอเคครับ

     

     

    จากนั้นก็ขึ้นไปสั่งข้าวกินที่รีสอร์ทเลยครับออกไปคงไม่มีไรกินแล้ว ราคาปกติครับ รสชาติดี มื้อนี้อีก 200 แล้วก็ถ่ายรุปเล่นกัน 

     

     

    มุมนี้ชอบมากครับ

     

     

     

     

    จากนั้นเราจะเดินไปตรงจุดลานช่างภาพที่รีสอทร์ทำไว้ให้สำหรับถ่ายรูปเลยครับจะเห็นวิวชัดเจนเลย เดินไป 50 เมตร


     

    ทำเป็นโรแมนติกหน่อย 

     

     

     

    แล้วก็กลับมานั้งกินกันหน้าห้อง ชมแสงจันทร์วันนั้นพระจันทร์ดวงใหญ่มาก เป็น2วันก่อนที่จะเป็นวัน Super moon

     

     

    แล้วก็สั่งมื้อเย็นอีกชุด เป็นกับข้าว 3 อย่าง เบียอีก 3 ขวด อ้อเครื่องมึนเมารอบบนี้เอามาฟรีจากที่บ้าน 1 ลิตรเลยประหยัดไปได้อีกหน่อย อิอิ

     

     

    เหมือนจะจบแค่นี้ แต่ไม่วันนั้นโชคดีมาก มีกลุ่มพี่ตากล้องขั้นเทพ 5 คน มาจากเชียงรายมานอนห้องข้างๆเรา พี่เขาจะมาถ่ายดาวถ่ายอะไรกันนี้ละพอได้คุยกัน เข้าทางเลยขอติดตามพี่เขาไปถ่ายรูปด้วยคืนนั้น เลยได้รูปได้เทคนิคกลับมาเพียบรูปนี้ถ่าย ตอนเที่ยงคืนครับ ที่จริงพี่ๆเขาจะมาถ่ายดาวหมุนกันนะ แต่เห็นมีทะเลหมอกเลยได้กลับกันไป

     

     

    พี่ๆเขาฟิตมากเริ่มถ่ายกันแต่ 5 ทุ่ม ผมนอนก่อนตี2 พี่ๆถ่ายกันเกือบเช้า แล้วก็ไปถ่ายทไวไลท์ต่อ โหดจริงๆ วันนี้ได้เทคนิคการถ่ายแบบ interval ด้วยครับพึ่งรู้ว่ากล้องตัวเองก็ทำได้ 555 และก็ช้างเผือกแต่วันนั้นไม่มีช้างพระจันทร์สว่างมาก ไว้ลองใหม่วันหลัง

     

     

    อย่างคลิปนี้ก็ใช้การถ่ายแบบ interval ประมาณ 70 ภาพมาต่อกัน ที่จริง พี่เขาถ่ายกัน200-300 ภาพแต่ผมไม่ไหวง่วง เลยพอก่อน

     

    หลังจากวิ่งตัดเขาเส้น 1097 เราจะมาโผล่เส้น 1148 แล้วจากเส้นนี้ก็วิ่งตรงอย่างเดียว รีสอร์ทจะอยู่ขวามือติดถนนเลย

     

     

    ห้องมีหลายแบบหลายราคา ผมเลือกห้องแบบบังเกอร์ 700 บาท อยู่ตรงกลางเลย ทุกหลังเห็นวิวครับแต่อันไหนจะสวยกว่าก็แล้วแต่มุม

     

     

    ในห้องเป็นแบบนี้ครับ เตียงแข็งมาก แต่ก็ ราคาหลักร้อยแต่ได้วิวหลักล้านแบบนี้ ก็โอเคครับ

     

     

    จากนั้นก็ขึ้นไปสั่งข้าวกินที่รีสอร์ทเลยครับออกไปคงไม่มีไรกินแล้ว ราคาปกติครับ รสชาติดี มื้อนี้อีก 200 แล้วก็ถ่ายรุปเล่นกัน 

     

     

    มุมนี้ชอบมากครับ

     

     

     

     

    จากนั้นเราจะเดินไปตรงจุดลานช่างภาพที่รีสอทร์ทำไว้ให้สำหรับถ่ายรูปเลยครับจะเห็นวิวชัดเจนเลย เดินไป 50 เมตร


     

    ทำเป็นโรแมนติกหน่อย 

     

     

     

    แล้วก็กลับมานั้งกินกันหน้าห้อง ชมแสงจันทร์วันนั้นพระจันทร์ดวงใหญ่มาก เป็น2วันก่อนที่จะเป็นวัน Super moon

     

     

    แล้วก็สั่งมื้อเย็นอีกชุด เป็นกับข้าว 3 อย่าง เบียอีก 3 ขวด อ้อเครื่องมึนเมารอบบนี้เอามาฟรีจากที่บ้าน 1 ลิตรเลยประหยัดไปได้อีกหน่อย อิอิ

     

     

    เหมือนจะจบแค่นี้ แต่ไม่วันนั้นโชคดีมาก มีกลุ่มพี่ตากล้องขั้นเทพ 5 คน มาจากเชียงรายมานอนห้องข้างๆเรา พี่เขาจะมาถ่ายดาวถ่ายอะไรกันนี้ละพอได้คุยกัน เข้าทางเลยขอติดตามพี่เขาไปถ่ายรูปด้วยคืนนั้น เลยได้รูปได้เทคนิคกลับมาเพียบรูปนี้ถ่าย ตอนเที่ยงคืนครับ ที่จริงพี่ๆเขาจะมาถ่ายดาวหมุนกันนะ แต่เห็นมีทะเลหมอกเลยได้กลับกันไป

     

     

    พี่ๆเขาฟิตมากเริ่มถ่ายกันแต่ 5 ทุ่ม ผมนอนก่อนตี2 พี่ๆถ่ายกันเกือบเช้า แล้วก็ไปถ่ายทไวไลท์ต่อ โหดจริงๆ วันนี้ได้เทคนิคการถ่ายแบบ interval ด้วยครับพึ่งรู้ว่ากล้องตัวเองก็ทำได้ 555 และก็ช้างเผือกแต่วันนั้นไม่มีช้างพระจันทร์สว่างมาก ไว้ลองใหม่วันหลัง

     

     

    อย่างคลิปนี้ก็ใช้การถ่ายแบบ interval ประมาณ 70 ภาพมาต่อกัน ที่จริง พี่เขาถ่ายกัน200-300 ภาพแต่ผมไม่ไหวง่วง เลยพอก่อน

     

    หลังจากวิ่งตัดเขาเส้น 1097 เราจะมาโผล่เส้น 1148 แล้วจากเส้นนี้ก็วิ่งตรงอย่างเดียว รีสอร์ทจะอยู่ขวามือติดถนนเลย

     

     

    ห้องมีหลายแบบหลายราคา ผมเลือกห้องแบบบังเกอร์ 700 บาท อยู่ตรงกลางเลย ทุกหลังเห็นวิวครับแต่อันไหนจะสวยกว่าก็แล้วแต่มุม

     

     

    ในห้องเป็นแบบนี้ครับ เตียงแข็งมาก แต่ก็ ราคาหลักร้อยแต่ได้วิวหลักล้านแบบนี้ ก็โอเคครับ

     

     

    จากนั้นก็ขึ้นไปสั่งข้าวกินที่รีสอร์ทเลยครับออกไปคงไม่มีไรกินแล้ว ราคาปกติครับ รสชาติดี มื้อนี้อีก 200 แล้วก็ถ่ายรุปเล่นกัน 

     

     

    มุมนี้ชอบมากครับ

     

     

     

     

    จากนั้นเราจะเดินไปตรงจุดลานช่างภาพที่รีสอทร์ทำไว้ให้สำหรับถ่ายรูปเลยครับจะเห็นวิวชัดเจนเลย เดินไป 50 เมตร


     

    ทำเป็นโรแมนติกหน่อย 

     

     

     

    แล้วก็กลับมานั้งกินกันหน้าห้อง ชมแสงจันทร์วันนั้นพระจันทร์ดวงใหญ่มาก เป็น2วันก่อนที่จะเป็นวัน Super moon

     

     

    แล้วก็สั่งมื้อเย็นอีกชุด เป็นกับข้าว 3 อย่าง เบียอีก 3 ขวด อ้อเครื่องมึนเมารอบบนี้เอามาฟรีจากที่บ้าน 1 ลิตรเลยประหยัดไปได้อีกหน่อย อิอิ

     

     

    เหมือนจะจบแค่นี้ แต่ไม่วันนั้นโชคดีมาก มีกลุ่มพี่ตากล้องขั้นเทพ 5 คน มาจากเชียงรายมานอนห้องข้างๆเรา พี่เขาจะมาถ่ายดาวถ่ายอะไรกันนี้ละพอได้คุยกัน เข้าทางเลยขอติดตามพี่เขาไปถ่ายรูปด้วยคืนนั้น เลยได้รูปได้เทคนิคกลับมาเพียบรูปนี้ถ่าย ตอนเที่ยงคืนครับ ที่จริงพี่ๆเขาจะมาถ่ายดาวหมุนกันนะ แต่เห็นมีทะเลหมอกเลยได้กลับกันไป

     

     

    พี่ๆเขาฟิตมากเริ่มถ่ายกันแต่ 5 ทุ่ม ผมนอนก่อนตี2 พี่ๆถ่ายกันเกือบเช้า แล้วก็ไปถ่ายทไวไลท์ต่อ โหดจริงๆ วันนี้ได้เทคนิคการถ่ายแบบ interval ด้วยครับพึ่งรู้ว่ากล้องตัวเองก็ทำได้ 555 และก็ช้างเผือกแต่วันนั้นไม่มีช้างพระจันทร์สว่างมาก ไว้ลองใหม่วันหลัง

     

     

    อย่างคลิปนี้ก็ใช้การถ่ายแบบ interval ประมาณ 70 ภาพมาต่อกัน ที่จริง พี่เขาถ่ายกัน200-300 ภาพแต่ผมไม่ไหวง่วง เลยพอก่อน

     

    หลังจากวิ่งตัดเขาเส้น 1097 เราจะมาโผล่เส้น 1148 แล้วจากเส้นนี้ก็วิ่งตรงอย่างเดียว รีสอร์ทจะอยู่ขวามือติดถนนเลย

     

     

    ห้องมีหลายแบบหลายราคา ผมเลือกห้องแบบบังเกอร์ 700 บาท อยู่ตรงกลางเลย ทุกหลังเห็นวิวครับแต่อันไหนจะสวยกว่าก็แล้วแต่มุม

     

     

    ในห้องเป็นแบบนี้ครับ เตียงแข็งมาก แต่ก็ ราคาหลักร้อยแต่ได้วิวหลักล้านแบบนี้ ก็โอเคครับ

     

     

    จากนั้นก็ขึ้นไปสั่งข้าวกินที่รีสอร์ทเลยครับออกไปคงไม่มีไรกินแล้ว ราคาปกติครับ รสชาติดี มื้อนี้อีก 200 แล้วก็ถ่ายรุปเล่นกัน 

     

     

    มุมนี้ชอบมากครับ

     

     

     

     

    จากนั้นเราจะเดินไปตรงจุดลานช่างภาพที่รีสอทร์ทำไว้ให้สำหรับถ่ายรูปเลยครับจะเห็นวิวชัดเจนเลย เดินไป 50 เมตร


     

    ทำเป็นโรแมนติกหน่อย 

     

     

     

    แล้วก็กลับมานั้งกินกันหน้าห้อง ชมแสงจันทร์วันนั้นพระจันทร์ดวงใหญ่มาก เป็น2วันก่อนที่จะเป็นวัน Super moon

     

     

    แล้วก็สั่งมื้อเย็นอีกชุด เป็นกับข้าว 3 อย่าง เบียอีก 3 ขวด อ้อเครื่องมึนเมารอบบนี้เอามาฟรีจากที่บ้าน 1 ลิตรเลยประหยัดไปได้อีกหน่อย อิอิ

     

     

    เหมือนจะจบแค่นี้ แต่ไม่วันนั้นโชคดีมาก มีกลุ่มพี่ตากล้องขั้นเทพ 5 คน มาจากเชียงรายมานอนห้องข้างๆเรา พี่เขาจะมาถ่ายดาวถ่ายอะไรกันนี้ละพอได้คุยกัน เข้าทางเลยขอติดตามพี่เขาไปถ่ายรูปด้วยคืนนั้น เลยได้รูปได้เทคนิคกลับมาเพียบรูปนี้ถ่าย ตอนเที่ยงคืนครับ ที่จริงพี่ๆเขาจะมาถ่ายดาวหมุนกันนะ แต่เห็นมีทะเลหมอกเลยได้กลับกันไป

     

     

    พี่ๆเขาฟิตมากเริ่มถ่ายกันแต่ 5 ทุ่ม ผมนอนก่อนตี2 พี่ๆถ่ายกันเกือบเช้า แล้วก็ไปถ่ายทไวไลท์ต่อ โหดจริงๆ วันนี้ได้เทคนิคการถ่ายแบบ interval ด้วยครับพึ่งรู้ว่ากล้องตัวเองก็ทำได้ 555 และก็ช้างเผือกแต่วันนั้นไม่มีช้างพระจันทร์สว่างมาก ไว้ลองใหม่วันหลัง

     

     

    อย่างคลิปนี้ก็ใช้การถ่ายแบบ interval ประมาณ 70 ภาพมาต่อกัน ที่จริง พี่เขาถ่ายกัน200-300 ภาพแต่ผมไม่ไหวง่วง เลยพอก่อน

    • Posts-6
    Boy •  May 22, 2016
    • Posts-7
    Boy •  May 22 , 2016

    เช้ามาก็ไม่ทันทไวไลท์ลุกไม่ไหว มาถึงก็แสงทองส่องมาละครับ 

     

    ทะเลหมอกไม่จัดเต็ม จัดไปแต่เมื่อคืนแล้ว ก็กำลังดีครับแซมๆตามต้นไม้

     

     

     

     

     

     

    นั่งนิ่งๆตรงนี้สักพัก

     

     

     

    หลังจากถ่ายรูปกันจุใจ แล้วก็ไปอาบน้ำกินข้าวต้มเช้าที่พักจัดไว้ให้เตรียมเดินทางกลัว กทม. แต่ก่อนกลับเราจะไปแวะอำเภอเนินมะปรางกัน


     

    จากนั้นเดินทางกลับสวัสดีพี่ช่างภาพได้ความรู้ไปเยอะ ขากลับผมต้องวิ่งย้อนขึ้นไปอำเภอเชียงคำเพื่อเติมแก้ส ก้วิ่งแต่บนเขากดสะน้ำมันเหลือ2ขีด ตายๆๆ ดีนะช่วงนี้น้ำมันถูก ค่อยยังชั่ว จากนั้นก็วิ่งยิ่งลงตรงมาพิษณุโลกกันเลยย 

     

    ผมมาถึงเนินมะปรางประมาณบ่าย2กว่าๆ แต่หลงอยู่พักใหญ่ กด GPS มันนำลัดเข้าสวนชาวบ้านเขามาไปตรงไหนของเนินมะปรางก็ไม่รู้ เลยต้องพึ่งพี่ๆแอดมินเพจ ที่นี้อำเภอเนินมะปราง เขาใจดีมาก ให้เบอร์โทรคุยบอกทางจนออกมาถูกที่ แต่ที่นี้ต้องมีรถนะแต่ละจุดห่างไกลกันมาก และไม่ได้มีป้ายบอก อย่างซอยที่คนเขามาถ่ายเยอะๆ จะอยู่ที่ บ้านมุง ในอำเภอเนินมะปรางต้องขับและมองหาเอา 555

     

     

     

     

    จากบ้านมุงจุดนี้ ผมจะไปแวะอีกที่คือชิงช้าลอยฟ้าที่หมู่บ้านรักไทย ต้องวิ่งย้อนไปอีก30โล ศึกษามาน้อยไปหน่อยถ้ามาจากพะเยานั้นจะผ่านหมู่บ้านรักไทยก่อนแล้ว

     

     

    และแล้วก็มาถึงกว่าจะถึงก็หลงเช่นเคยโทรถามแอดมินให้บอกทาง 555

     

     

    เข้ามาแล้วจะเสียคนละ 20 บาทนะครับ ค่าเล่นชิงช้า ลมเย็นๆครับตอนนั้น ชิงช้าที่จริงก็ไม่สูงมากนะ แต่พอไปนั้งแล้วมันเสียวเหมือนกัน

     

     

     

    ที่จริงที่พักที่มีชิงช้านี้ก็น่ามานอนสักคืนนะครับ เช้าๆนี้อาจจะมีทะเลหมอกได้ดูจากรูปการณ์ไว้มีโอกาศมาอีกรอบ วันนี้เวลาน้อยต้องกลับ กทม แล้ว

     

     

     

    และแล้วก็ได้เวลาเดินทางกลับจริงๆไม่แวะไหนยิงยาวเข้ากรุงเทพแต่ทริปนี้ถือว่าทำเวลาขากลับไว ส่งสมาชิกทุกคนผมถึงบ้าน 4ทุ่ม รวมระยะทางทริปนี้ 2000 โลนิดๆ ครบตามที่ตั้งเป้าไว้เลย สนุกและคุ้มมากทริปนี้ได้ไปหลายที่ตามที่อยากไปเลย เป็นอีกหนึ่งทริปที่เหนื่อยแต่มีความสุขมาก

     

     

    สรุปค่าใช้จ่าย


     

    น้ำมัน 1000 บาท 

    แก้ส 2500 บาท โอ้วอย่างเยอะ หมดค่าแก้สกะน้ำมันนี้ละ มีแต่เขากินชิบเป๋ง 

    ค่าที่พักอุยาน 800 บาท 

    ที่พักภูลังกา2ห้อง 1260 บาท ที่จริงห้องละ700 แต่วันที่ไปจัดโปรหน้าฝนลด10เปอเซนเหลือ 630 แจ่มเลย 

    ค่าเข้าอุทยาน 140 บาท 

    ค่ากินทุกมื้อพร้อมน้ำขนม 134+90+181+150+195+200+160+480+40 บาท


     

    ทุกอย่างจ่ายรวกัน หาร3 คนตก เกือบๆ2500สรุปทริปนี้เป็นอีกทริปที่ประทับใจ ที่จริงแค่ได้ออกไปเที่ยวก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ๆ ประทับใจทุกทริปละครับแต่ทริปนี้เรียกว่าถูกใจมากไว้มีโอกาศต้องกลับมาเยือนเมืองน่านอีกแน่นอน


     

    ขอบคุณที่อ่านถึงตอนนี้ครับ แล้วพบกันใหม่กับคู่รักตะลอนทัวร์ ทริปหน้าจะพาเที่ยว ปรานบุรีปีนเขาแดง สำหรับวันนี้สวัสดีครับ