Search and share travel destinations and experiences in Thailand Sign up Log in
 
50 กว่ากิโลเมตร บนภูกระดึง ค่อยๆเดินก็ถึง ดึงๆกันไป อุทยานแห่งชาติภูกระดึง (Phu Kradueng)
    • Posts-1
    Boy •  March 20 , 2017

    ห่างหายไปนาน ไม่ได้เลิกเที่ยว แต่เที่ยวจนไม่มีเวลาว่างพอว่างก็ต้องออกหาตังเดียวไม่มีตังเที่ยว เลยไม่ว่างเขียนเสียที ทริปนี้เป็นทริปสุดท้ายของปี 2559 ไปกันตั้งแต่ 17-19/12/2559 แต่พึ่งจะว่างมารีวิว กับสถานที่ที่ใครๆก็ว่าสักครั้งในชีวิตให้ไปกันนั้นคือภูกระดึง จังหวัดเลย นั้นเอง จังหวัดเลยนี้มาบ่อยมาก ในรอบ 6 เดือนนี้ 3 ครั้งแล้ว ที่เขียนรีวิวนนี้ก็ไปภูบักไดภูลมโลพึ่งกลับมาเมื่อต้นกุมภา ทริปนนี้ งบประหยัดเช่นเดิม หมดไป2500 บาท ต้องประหยัดเลยไม่ได้เช่าจักรยาน ระยะทางตั้งแต่ต้นจนจบ เลย 50 กว่ากิโล เอาละไปดูกันเลย

    รูปทั้งหมดถ่ายจาก Nikon D5300 18-140 เลนส์เดียวเที่ยวทั่วไทย

    ทริปนนี้ไม่รูปและวิดิโอจากโกโปร เพราะว่าดันลืมฟอแมตเมมโกโปรจะไปถ่ายทริปต่อไปนึกว่าเอาลงเครื่องแล้ว น่าเศร้าเสียจริงๆไว้มีโอกาศค่อยไปถ่ายใหม่ แต่ยังไงเรื่องราวต่างๆยังคงจำได้ดี

    ฝากติดตามเพจเล็กด้วยครับ ไม่ค่อยมีเวลาอัพแต่ก็พออัพบ้าง555 เหลี่ยมพาเที่ยว

     

    โปรแกรมคร่าวๆ 3วัน2คืน

    สูตรเดิม ออกจากกทม กลางคืนมาเช้าที่เลย รอบนนี้มาลุ้นทะเลหมอกภูทอกเชียงคานอีกแล้ว แล้วก็มากินข้าวเปียกปากหมาในเมือง แล้วมาภูกระดึง วันแรกเดินถึงจุดกางเต็นท์แล้วเดินมาผาหมากดูก เช้าอีกวันที่สองตื่นตี5มาดูพระอาทิตย์ผานกแอ่น วันนนี้เดินทางไกลอีก 30 โล เก็บน้ำตกต่างๆตามหาเมเปิ้ล แวะกินข้าวสระอโนดาด ยิงออกเลาะริมผาเหยียบเมฆ-ผาแดงปิดท้ายผาหล่มสัก เดินกลับพร้อมดวงดาวเต็มท้องฟ้า เช้าที่ 3 เดินไปผานกแอ่นอีกรอบ และเดินลง

     

    ทริปนนี้ไปวันที่17-19/12/2559 เริ่มเดินทางทริปออกกันกลางคืนศุกร์เหมือนเดิม ทริปนี้ผู้ร่วมทริป6คน แต่แยกทางไปเจอที่ภูดึงหมดเลย 2คนอยุ่ขอนแก่น อีก2คนออกแต่เย็นมานอนแถวภูดึง ส่วนกระผมเช่นเดิมขับรถมันทั้งคืน 555 แต่ทริปนนี้ต้องนอนเอาแรงเลยออกแต่หัวค่ำ มาถึง ปตท.เชียงคานตี 2.20 นอนเอาแรง กะหมายมั้นปั้นมือจะมาเก็บทะเลหมอกที่ภูทอกให้ได้ รอบที่ 3แล้ว คราวนี้ลงทุนขับรถเลยมาอีกตั้งหลายกิโล แต่สุดท้ายที่สุด ก็ยังแห้วเหมือนเดิม ตื่นตี5 รีบขับไปขึ้นภูทอก รอจนเกือบ 6 โมง จนแน่นอนไร้วี่แวว เลยลงเลยไม่รอให้สว่างเพราะเคยมาถ่ายตอนสว่างแล้ว 2 รอบ เลยแวะใส่บารตถนนคนเดินเชียงคาน

     

     

    จอดรถไว้ข้างวัดแล้วเดินข้ามฝั่งทะลุซอยมาถนนคนเดิน ทริปนนี้เจ้าถิ่นวีออสมาต้อนรับอีกแล้ว แต่ไม่ขอไปเดินภูกระดึงด้วยบอกเคยไปแล้ว555 ไว้เจอทริปภูบักได

     

     

     

     

     

     

    ออกจากเชียงคานในที่สุดก็ได้มาลองข้าวเปียกปากหมาเสียที หลังจากได้ยินชื่อมานาน แต่มาทีไรนอนวันเสาร์เช้าอาทิตย์ร้านเขาปิดตลอดเลยอด รอบนนนี้มาเช้าเสาร์เลยได้กิน ร้านนี้อยู่ในเมืองนะครับหาไม่ยากแต่อยู่ตรงไหนไม่แน่ใจขับตามพี่เขามา

     

     

    บรรยากาศในร้านห้องแถวสองคูหา ประดับประดาไปด้วยรูปฝาผนังเหล่าคนดังที่มาลิ้มลองข้าวเปียก

     

    พูดถึงข้าวเปียก มันคือก๋วยจั็บญวน นั้นเอง รสชาติดีมากจริงๆ เส้นเหนี่ยวนุ่มหนึบ หยึบๆตามร่องฟัน น้ำอร่อย ไข่ลวกกำลังดี ถูกใจนักแล ใครผ่านมาก็มาลองกันนะครับ

     

    แยกย้ายกับเจ้าถิ่นเดี่ยวมาเจอกันใหม่ทริปภูบักได มาเที่ยวเลยนี่บ่อยกว่าไปเดินพารากอนอีก ทำเหมือนใกล้ๆเลยนะ 555

     

    ออกจกาตัวเมืองเลย 7 โมงกว่าๆดิ่งมาไม่นานนักชั่วโมงนิดๆก็ถึงอุทยานแห่งชาติภูกระดึง

     

     

    หลังจากถึงแล้วก็ทำธุระยามเช้าส่วนตัวให้เรียบร้อย จัดกระเป๋าแพคของเอากระเป๋ามาให้ลูกหาบชั่งน้ำหนัก ทริปนนี้ให้ลูกหาบยกเกือบทั้งหมด กระจายรายได้อิอิ ขอเดินปลิวๆหน่อย ค่าลูกหาบกิโลละ 30 บาท

     

     

    หลังจากพร้อมทุกอย่างแล้วได้เวลาลุย เริ่ม 9.30น.

     

     

    เริ่มช่วงแรก 9 กิโลเมตร

    ใน9กิโลเมตรนนี้แบ่งเป็นจุดต่างๆตามรูปด้านล่างเลย

     

    ลูกหาบแต่ละคนนี้ไม่ต่ำกว่า 50 กิโลได้สุดยอดจริงๆ

     

     

    ระหว่างทางจนถึงซำแฮก 1 กิโลเมตร ช่วงนนี้ละถือว่าชันพอสมควร แต่ก็ไม่หนักมาก เดินไปพักไปได้เรื่อยๆทางเดินง่ายกว้างขวางสบาย

     

     

     

    เวลามีเยอะไม่ต้องรีบเดินไปถ่ายไป เครื่องยังไม่ร้อน เดินแปบเดียวก็หอบแล้ว 55

     

     

    เดินได้ 1 เหนื่อย เหงื่อซึมออกทุกรูขุมขนแต่ยังไม่ถึงกับหลังเปียก เราก็มาถึงซำแฮก

     

     

    ดูจากแผนที่เราได้ผ่านจุดที่ชันเยอะๆกันไปแล้ว จะไปชันกันอีกที่ช่วงซำสุดท้าย

     

    เดินมาพักทางฝั่งขวาแถวป้ายคนเยอะมาก วิวสวยๆรอต้อนรับแล้ว

     

    รวมหมู่สักนิด ผู้พิชิตภูกระดึง

     

    พักชมวิวให้หายเหนื่อย อาหารน้ำเครื่องดื่มมีพร้อมทุกซำ เลือกซื้อกันได้เลย

     

     

     

    วิวสวยแบบนนี้ต้องคู่สักหน่อย รองเท้าในการเดินภูกระดึง ครั้งนนี้ ถ้าไม่ใช่ช่วงมีฝนรองเท้าผ้าทั่วไปก็ได้ดอกเยอะๆหน่อย แต่ถ้าสตั้ดดอยก็ยังทำหน้าทีไ่ด้ดีทริปนนี้เดินจิกกันมัน ขาลงช่วยเบรคได้เยอะครับ

     

     

    ไปต่อๆ จากซำแฮกทางเดินชิวๆแล้วครับเป็นทางเนินขึ้นบ้างไม่ได้ชันอะไรมากมาย เดินไปเล่นไป

     

     

     

     

    เดินกันแปบๆไม่ทันเหนื่อยดีก็ถึงซำอีกแล้ว จริงๆซำนี้มีถี่เกิน เราก็ใจง่ายกันพอเห็นซำจริงๆยังไม่เหนื่อยเท่าไหร่ แต่พอเห็นแล้วก็ เอาวะพักสักแปบ ก็เลยพักมันเกือบทุกซำ 555 เสียเวลาไปอีก

     

     

     

     

     

     

     

     

    เดินจนถึงซำกกโดน เลยแวะกินข้าวกันราคาอาหารแพงขึ้นตามลำดับความสูง ซำนนี้ถือว่าทั่วไปไม่แพงมาก 50-60 บาท

     

     

    ลมเย็นสบายนั้งพักกินข้าวกันนานมากเกือบ ชั่วโมง เกือบจะหลับลมมันเย็น

     

     

    ออกเดินทางต่อ ช่วงสุดท้ายการจราจรค่อนข้างหนาแน่นเพราะเจอนักท่องเที่ยวที่กำลังลงมาด้วย

     

     

    ในที่สุดเราก็มาถึงหลังแป ใช้เวลาไปทั้งหมด 4.15 ชม ที่จริงไม่ได้ยากเลยสำหรับภูกระดึงแต่เราพักกันบ่อยเองและหยุดกินข้าวเป็น ชม ถ้าคนที่เดินเรื่อยๆไม่ได้แวะบ่อย ไม่เกิน 3 ชมก็ถึงครับ

     

    พักชมวิวแก้เหนื่อยสักแปบค่อยเดินต่อ ยังเหลืออีก 3.5 กิโลทางราบ

     

     

     

    วิวสวยหายเหนื่อย

     

     

     

     

    ดูแผนที่บนภูดึงหน่อย

     

    เดินต่อ 3.5กิโลทางราบ

     

     

     

     

     

     

    ถึงต้นนี้พี่ลูกหาบบอก1กิโลพอดีจากหลังแป

     

    เดินมาอีกเกือบ ชม. ก็มาถึง ศูนย์บริการลานกางเต็นใครจะเช่าอะไรติดต่อเลย

     

    ลานกางเต็นกว้างใหญ่มากมาย ถึงคนจะเยอะมากแต่ก็มีที่เพียงพอ พวกผมเอนเต็นกันมาเอง เลยต้องรอลูกหาบซึ้งก็ไม่รู้ว่าจะมาถึงกี่โมง

     

     

    รอแล้วรอเล่าด้วยความหวังลูกหาบของเราก็ยังไม่มา ไปถามพีู่กหาบคนอื่นบอกว่าเดินไปดูพระอาทิตย์ตกก่อนลูกหาบเรามาถึงเย็นๆพอดี

     

    เริ่มช่วงสอง อีก 4.5 กิโลเมตร

    ไปกลับ ผาหมากดูก หลังจากผ่านมา 9 กิโล ความเหนื่อยได้หายไปแล้วแต่ความเมื่อยปวดขาเริ่มมีนิดๆ 555

     

     

    ถึงผาหมอกดูกปะมาณ 5โมงกว่า แสงส้มๆมาแล้ว

     

    วิวสวยใช้ได้

     

     

     

     

    รออยู่สักพักจนคิดว่าคงไม่ได้เก็นพระอาทิตย์วันนี้เมฆค่อข้างเยอะเหลือเกิน เลยเดินกลับดีกว่าเพราะว่ายังไม่ได้กางเต็นกันเลย เดี่ยวจะไม่มีที่เอา

     

    แต่พอเดินกลับมาถึงลานกางเต็นเห็นแสงทองแบบนนี้

     

     

    และฟ้าระเบิดแบบนนี้ วู้วสวยงามมาก 

    ฟ้าระเบิดระเบ้อสุดๆ

     

    หลังจากเจอลูกหาบแล้วก็จ่ายเงินเรียบร้อยก็มากางเต็นพอกางเต็นเสร็จก็ได้เวลาหมูกระทะแล้วว อากาศหนาวๆกำลังดี เย็นๆ กินหมูทะร้อนๆฟินมาก ส่วนราคาหมูทะมี 300-500 ลองเดินเลือกกันดูครับปริมาณไม่แตกต่างกันมาก ผมเอาหมูหมักมาจากบ้านอีกโลนึง จบคืนแรกนอนพักผ่อนเช้าต้องตื่นตี5ไปผานกแอ่น คืนนี้ไม่มีดาวเมฆเยอะมาก

    • Posts-2
    Boy •  March 20 , 2017

    วันที่สอง วันนี้ 27 กิโลเมตร

    ช่วงแรกเช้านนี้ไปกลับผานกแอ่น 4.5 กิโลเมตรเช้านนี้คนเนืองแน่นมากมาย รอรับแสงแรกกัน

     

    แสงแรกมาแล้วเช้านนี้

     

    มีหมอกอยู่ไกลๆบางๆ

     

     

     

    ไข่แดงมาเชียว

     

     

     

     

     

    หมอกจางๆบางๆของเช้านนี้พอได้ชื่นใจเดินกลับไปกินข้าวเตรียมลุยอีก30กิโล

     

     

    กลับมาที่กางเต็น ทำไมเต็นเรามันช่างน่าสงสารเล็กแบบนนี้ แต่ขอบอกเต็นชิว 199 ซื้อมาจากบิ้กซีตอนนี้ใช้งานมา 5 ทริป 7คืนแล้วแล้วใช้การได้ดีอยู่คุ้มแล้ว ทริปนนี้เอาผ้าใบมากางคลุมแต่ดันปักสมอไม่ดีกลางดึกลมแรงมากพัดซัเปิดกระจาย แต่ยังดีน้ำไม่รั่วมีแค่เปียกชุ่มรอบเต็น อิอิ

     

    จากนั้นก็ทำธุระตอนเช้าและไปกินข้าวร้านป้าร้านเดิม มื้อเช้านนี้โดนไป ข้าวแกง2อย่าง 70 แต่รสชาติกับปริมาณถือว่าเยอะอยู่ พร้อมจัดข้าวเหนี่ยวหมูไปกินมื้อกลางวันอีกชุดละ60 บาท ได้เยอะดีครับ กินอิ่มแน่นเลย

     

     

    หลังจากพร้อมแล้วเราก้จะมาลุยกันเนื่องจาก มาแบบประหยัดทริปนนี้เลยจะไม่เช่าจักรยาน ราคาจักยานก็350 บาท แต่พี่อีก2คนบอกขอเช่าเลยจะไปเจอที่น้ำตกถ้ำใหญ่ แต่บอกไว้หน่อยนะครับถ้าจะเที่ยวน้ำตกให้ครบ จักยารจะขี่ได้ไม่สุดนะครับต้องเดินเท้าเข้าอีกแล้วย้อนออกมา แต่ถ้าเดินนี้จะสามารถเดินรอบเป็นวงกลมได้เลย

     

    โปรแกรมวันนี้ 30 โล องค์พระพุทธเมตตา-น้ำตกเพ็ญพบใหม่-น้ำตกโผนพบ-น้ำตกเพ็ญพบ-น้ำตกถ้ำใหญ่ตามหาเมเปิ้ลแดง-น้ำตกธารสวรรค์-สระอโนดาด-ผาเหยียบเมฆ-ผาแดง-ผาหล่มสัก-และเดินกลับเลาะริมผามาทางผาหมอกดูดและกลับจุดกางเต็น แค่เห้นโปรแกรมขาก็แทบอ่อน แต่ไม่ได้มาแล้วต้องลุยย

    เส้นทางที่เดินวันนี้ตามเส้นสีแดงเลย

     

     

     

     

     

     

     

     

    สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เดินครบ30โลแบบขาไม่หลุดกันก่อน

     

     

     

     

    เลี้ยวขวาเก็บน้ำตกฝั่งนนี้มห้หมด จุดนนี้จักยานขี่เข้าไม่ได้นะครับถ้าจะไปต้องจอดไว้ตรงนนี้แล้วเดินเข้าไปแนะนำว่าถ้าจะไปน้ำตกให้ไปจอดที่น้ำตกถ้ำใหญ่แล้วค่อยเดินเข้าไปน้ำตกเพ็ญพบใหม่แล้วย้อนกลับจะได้ไม่ต้องย้อนไปน้อนมาสองรอบ

     

     

    ทางเดินง่ายๆบนภูกระดึงนนี้ทางราบทั้งหมดครับ เดินง่ายมีแค่ช่วงน้ำตกต้องขึ้นลงบ้างนิดหน่อย ความยากไม่ได้อยู่ที่ทางเดิน แต่อยู่ที่ระยะทาง

     

     

     

     

     

     

    แวะเจออะไรก็ถ่ายกันหน่อย

     

     

     

    ไม่ต้องรีบเวลามีเยอะ ค่อยๆเดิน

     

     

     

     

     

     

    ช่วงที่ไปน้ำตกเริ่มน้อยแล้วครับ หลอมๆแหลมๆ แต่ก็ได้ใบเมเปิ้ลแดงแล้วเดี่ยวไปดูกันดูรูปยาวๆเลยนะ

     

     

     

     

     

    จะทำเป็นรุปหัวใจดูๆไปทำไมเหมือนเมดูซ่า55

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    และแล้วก็เจอเมเปิ้ลแดง

     

     

     

    มีความขยัน เก็บใบที่ร่วงเอามาโยน

     

     

    ตรงที่เจอนนี่เป็นระหว่างทางที่จะถึงน้ำตกถ้ำใหญ่ เยอะสุดแล้วที่เจอตอนที่ไปนนี้

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    เดินมาจนถึงน้ำตกถ้ำใหญ่ใช้เวลาไปชั่วโมงกว่าๆ

     

     

     

    เดินออกมาถึงน้ำตกธารสวรรค์ ตรงนนี้เข้าไปแล้วไม่ได้ไต่ลงไปข้างล่างเลยไม่ได้เก็บบรูปมา

     

    หมดโซนน้ำตกแล้ววันนี้ ที่จริงมีอีกแต่เราจะเดินเก็บผาต่างๆเลยไม่ได้ไป

     

     

    จุดหมายต่อไปจะไปกินข้าวเที่ยวที่สระอโนดาด

     

     

    ระหว่างทางรายล้อมไปด้วยทุ่งหญ้าสะวันนา ใช่มะ สวยงามตระการตาแต่ก็แฝงไปด้วยความร้อนระอุจากแดด แต่ลมเย็นยุนะ

    ตรงยาวๆจักรยานคันแล้วคันเล่าแซงไป

     

    แต่ไม่เป็นไรเรามีลำโพงบลูทูด เปินเพลงฟังเพิ่มความสนุกในการเดิน ช่วยให้การเดินไวขึ้นมากเดินไปร้องเพลงไปเพลินๆแปบเดียวถึง

     

     

     

    อย่าว่าแต่เดินต้องพักจักรยานยังจอดพักกันเลย

     

     

     

     

     

    ถึงแล้วสระอโนดาด

     

     

     

    เติมพลังกันหน่อย

     

    กินอิ่มก็ถ่ายรูปเช็คท่าคู่หน่อย

     

     

     

     

     

     

     

    เสร็จแล้วก็ไปต่อ ไปต่อผาเหยียบเมฆ

     

    ตลอดทางยังคงเป็นทุ่งสะวันน่าสวยงามเช่นเดิม

     

     

     

     

     

     

     

    เดินกันไม่นานนักจบไปประมาณ 8 เพลง เราก็มาถึงผาเหยียบเมฆด้วยที่เราทำเวลาได้ดีมาถึงพึ่งจะบ่ายโมงกว่าๆ

     

    เลยซื้อแปบซี่ร้านค้า 60 บาท ขวดใหญ่พร้อมแถมเสื่อฟรีเลยถือโอกาสนอนกันซะเลยอาหารมันย่อยเด็กดีต้องนอนกลางวันเพื่อร่างกายที่แข็งแรง อิอิ นอนกันถึงบ่าย2กว่าๆ ก็ตื่นมาถ่ายรูปกันและไปต่อ

     

     

     

    วิวของแต่ละผาที่นี้คล้ายๆกันครับ แต่ต่างการที่ลูกเล่นของแต่ละผา

     

     

    อย่างผาเยียบเมฆนี่เวลาถ่ายรูปออกมาแล้วจะดูเหมือนเหยียบเมฆจริงๆสวยงามครับ

     

     

     

     

     

     

     

     

    ต่อไปเป็นผาแดง จุดนนี้ต้นไม้ใหญ่เยอะวิวคล้ายกันเลยไม่ได้ถ่ายมา

     

     

     

    ถึงผาหล่มสักประมาณ 4โมงหน่อยๆ คนเยอะเลย

     

     

    มาถึงก็จัดกาแฟและขนมหวานชื่อดังที่ผาหล่มสักหน่อย

     

     

     

     

     

     

     

     

    หลังจากพักกันแล้วปรึกาากันว่าที่นี้คนเยอะมาก ถ้ายิ่งรอพระอาทิตยย์จะยิ่งแน่นเลยตัดสินใจไปถ่ายรูปที่ผาหล่มสักแล้วเดินกลับไปดูที่พระอาทิตย์ตกที่ผาเหยียบเมฆดีกว่า จะได้กลับถึงเต็นไม่ดึกด้วย

    ว่าแล้วก็ไปต่อคิวถ่ายรูปตรวนนี้กันแถวยาวเหยียด

     

    เป็นอันเรียบร้อยเดี่ยวจะหาว่ามาไม่ถึงภูกระดึง

     

    จากนั้นเดินกลับจ้ำเอ้ากันมามีเวลา ชั่วโมงนิดๆต้อให้ถึงผาเหยียบเมฆดูพระอาทิตย์ตก

     

    แสงเริ่มหมดลงๆขึ้นทุกก้าว

     

     

    เดชะบุญวิ่งบ้างเดินบ้างในที่สุดก็มาถึงทันเวลาพอดีไข่แดงโผล่มาแค่ไม่ถึง5นาทีก็ลับฟ้าไป

     

     

     

     

     

     

     

    หลังจากตะวันลับฟ้าไปแล้ว หลงเหลือยานอวกาศรอรับพวกเรา

     

     

    เย็นนี้แสงสวยจริงๆ

     

     

     

    จังหวะได้พอดีมุมนี้

    เมื่อสิ้นแสงความหนาวเย็นก็เข้ามาเยือนท้องฟ้ามืดสนิท ทำให้เราได้มองเห็นดวงดาวนับหมื่นล้านดวง วันนี้ดาวชัดมากฟ้าใสเคลียร์ พยายามจะถ่ายช้างแต่ไม่รู้ทำไมถ่ายไม่ค่อยติด ก็ว่าช่วงที่ไปน่าจะขึ้นช่วงทุ่มกว่าๆ แต่ก็ได้มาประมาณนนี้ มือใหม่หัดล่าช้าง 5555

     

    ยังดีที่มีนักท่องเที่ยวเยอะเพระาระหว่างทางช่างมืดมัวน่ากลัว แต่ดีมีคนปั่นจักรยานมาเป็นระยะและนักเดินเท้าไฟที่แซงเราไปหลายกลุ่มอยู่

     

     

     

     

    หลังจากเดินกลับมาถึงเต็นเรามาดูกสภาพหนังส้นตีนผมกันเถอะ ขออภัยที่ไม่สุภาพ หลายคนบอกตัดทิ้งเถอะ555 ใส่แตะมันก็เลยฝุ่งเยอะไปหน่อย หลังจากมาถึง ปวดขามากๆปวดเหมือนจะหลุด พอนักพักกินข้าวพอตอนลุกจะเดินนะก้าวแทบไม่ออก สุดยอดจริงๆ ปวกจี็ดๆ

     

    หลังจากถึงเต็นก็เดินหาร้าวข้าวมื้อนนี้ขอเปลี่ยนเป็นจิ้มจุ่มมั้ง

     

    ชุดนนี้ 500 พอได้อิ่มหนำ

     

     

     

    หลังจากเมื่อวานไม่ได้อาบน้ำวันนี้เดินมาทั้งวันเลยขออาบน้ำหน่อยเถอะจะหนาวแค่ไหนก็ยอม แต่ที่นี้หนาวแค่ตอนแรกพออาบไปแล้วรู้สึกดี ยิ่งอาบเสร็จรู้สึกอุ่นๆ เอ๊ะหรือจะเป็นไข้วะ 555 ไม่ๆแค่นนี้ไม่มีปัญหา น้ำเย็นสะใจแต่ทำไมเวลาอาบน้ำบนดอยทีไรล้างสบู่ออกยากทุกที เป็นที่เลยบนดอยสูงๆใครทราบบอกด้วย ยิ่งหนาวๆมันก็ล้างไม่ออกต้องล้างนาน

    ปิดท้ายคืนนี้นั้งเม้ามอยกันจนเกือบ 5 ทุ่ม ก็เข้าเต็นนอน

     

    • Posts-3
    Boy •  March 20 , 2017

    เช้าที่สาม ช่วงนี้อีก 4.5 กิโลเมตร

    เราตื่นกัน6.30 หวังให้พรอาทิตย์ขึ้นแล้วเพราะตอนขึ้นใหม่ๆแสงมันย้อนถ่ายยากกะไปถึงพระอาทิตย์ขึ้นสูงๆ แล้วก็เดินมาถึง 7โมงกว่าๆ

     

    เป็นไปตามคาดวันนี้ทะเลหมอกเยอะกว่าเมื่อวานและเห็นชัด แถมคนเบาบางกว่าเมื่อวานเยอะมาก และตอนที่ผมมาถึงคนทยอยกลับเกือบหมดแล้ว

     

     

     

     

     

     

     

    ถึงจะอยู่ต่ำไปหน่อยแต่ก็สวยใช้ได้เลย

     

     

     

    เกือบ 8 โมงคนหายเกลี้ยงถ่ายรูปง่ายเลย

     

     

     

     

     

     

     

    ระหว่างทางเดินกลับแวะถ่ายยนั้นนี่ไปเรื่อย

     

     

     

     

     

    เจอรอยเท้าสัตว์อะไรสักอย่างง

     

     

     

    กลับมาเก็บเต็นเก็บของรีบเอาของไปลูกหาบเลย ใครให้แต่เช้าๆได้ยิ่งดีเพราะลูกหาบขาลงเราจะไวกว่า อาจจะต้องไปรอนาน

     

    หลังจากเอาของให้ลูกหาบเสร็จมื้อเช้าแสนอร่อยของเราไม่พลาดที่จะเป็นมาม่าคัฟ+ปลากระป๋องผู้สนับสนุนหลักทุกการเดินทาง อิอิ

     

      ช่วงสุดท้าย 9 กิโลเมตร

     

    ได้เวลากลับบ๊ายบายภูกระดึง

     

    ขาลงก็ทางเดิมง่ายๆ เปิดเพลงไปเดินลงตามจังหวะ แต่ผมชอบวิ่งลงมันสนุกดีและอีกอยากถ้าค่อยก้าวๆมันต้องเบรคบ่อยจะปวดหัวเข่ามาก วิ่งไหลลงพักเป็นจุดๆดีกว่าไวด้วย ทั้งนนี้รองเท้าต้องจิกพื้นดีๆไม่งั้นจะลื่นล้มกันได้ เพลงยิ่งมันส์ยิ่งลงไวแต่เอาแค่เพลงจังหวะกลางๆพอ เพลงเร็วมากเดี่ยวจะเหนื่อยเกิน 555

     

    นั้งเล่นนั้งกินกันไม่ต้องรีบเพราะลูกหาบกว่าจะถึงนานมาก แวะกินข้าวกันซำที่ก่อนจะถึงซำแฮกไปชั่วโมงกว่า ไม่ใช่อะไร รออาหารนานแต่อร่อยถูกใจ555

     

     

    ลุงใจดีแถมผลไม้อีกสงสัยจะเป็นว่านาน

     

    แล้วก็ลงมาถึงอย่างปลอดภัย ปวดหัวเข่าใช้ได้ 555 ครบ 54 กิโลเมตรกับภูกระดึงงง

     

    ลงมาถึงอาบน้ำอาบท่าเสร็จลูกหาบยังไม่มาถึงรอเป็นชั่วโมง แนะนำใครจะจ้างลูกหาบรวมให้ได้ถุงน้อยที่สุดครับเพราะบางชุดของเราแต่ไม่ใใช่ลูกหาบคนเดียวเขาแบ่งไป 2 3คน ต้องรอกันนาน ผมกะแฟนใช้กระเป๋ารวมและใส่ถุงสีรุ้งอีกที ใบเดียวจบ หาง่ายด้วย

     

     

    หลังจากได้กระเป๋าครบหมดแล้วได้เวลาแยกย้าย กลับบ้านตามภูมิลำเนาของตัวเอง ผมกลับดอนเมือง คันกลางง่ายเลยกลับขอนแก่น คนขวานี้กลับอ่อนนุช หลากหลายที่มาแต่จุดหมายเดียวกัน แล้วพบกันใหม่ทริปหน้า

     

    ออกจากภูกระดึงประมาณ 4โมงกว่า ยิงยาวเข้ากทม. ถึงบ้านประมาณ 5 ทุ่ม ปลอดภัยสวัสดิภาพทุกคน

    สรุปค่าใช้จ่ายโดยประมาณบางอย่างก็มีลืมบ้างนิดหน่อย เฉพาะคันผมนะ2คนวีออส

    ค่าน้ำมัน+แก้ส 1800/2

    ค่าภูทอก+มื้อเช้า 150/2

    ค่าลูกหาบ ค่า ขาละประมาณ 300บาทต่อคน ไปกลับคนละ 600

    มื้อกลางวันแรก คนละประมาณ 80

    ค่ากินบนภู มื้อเย็นแรก หมูทะ ไข่ปิ่ง คนละประมาณ 200

    มื้อเช้า+กลางวัน+น้ำเปล่า 70+60+50 คนละประมาณ 180

    ค่าน้ำแปปซี่กลางวันค่าขนมน้ำชาร้านที่ผาหล่มสัก ประมาณคนละ 80

    มื้อเย็นที่สอง คนละประมาณ 150

    มื้อเช้าที่3 มาม่า+น้ำเปล่า คนละประมาณ 50

    มื้อกลางวันขาลง คนละประมาณ 70

    แล้วก็ค่าใช้จ่ายยิบย่อยอีก รวมๆแล้วผมกะแฟนหมดกันคนละ 2500 โดยประมาณ หลักๆจะหมดค่าเดินทางกะลูกหาบที่เหลือไม่มีไรมาก

     

    แล้วพบกันใหม่กับคู่รักตะลอนทัวร์ ทริปหน้ายังคงอยู่จังหวัดเลย ภูบักได แล้วพบกันใหม่สวัสดีครับ

    • Kochasak  ถ่ายภาพสวยงามมากครับ ขอชมเชยในการแบกกล้องไปด้วยครับ ขอบคุณที่นำเรื่องราวมาเล่าผ่านภาพถ่ายให้ฟังนะครับ 20 March 2017 11:08:36