Search and share travel destinations and experiences in Thailand Sign up Log in
 
ตะลุย "เกาะพยาม" ดินแดนฝนแปดแดดสี่ เกาะพยาม-ระนอง (Koh Payam-Ranong) จ.ระนอง
    • Posts-1
    How About •  May 17 , 2018

    ผ่านช่วงซัมเมอร์มาก็ทำให้นึกถึงทริปตะลุย "เกาะพยาม" ระนอง

    เป็นเกาะที่ยังคงความอุดมสมบรูณ์ การเดินทางถือว่าสะดวกไม่ว่าจะรถส่วนตัวหรือจะรถประจำทาง

    ครั้งนี้เมื่อโอกาสไประนองกับญาติ เลยอยากจะไปเที่ยวฝั่งเกาะของระนองบ้างเพราะไม่เคยไปเที่ยว

    ได้แต่อ่านในรีวิว ครั้งนี้ได้มาสัมผัสด้วยตัวเองแล้วนะ ไปลุยพร้อมๆกันเลยค่ะ

    การเดินทางมาเกาะพยาม ก็จะมีเรือโดยสารจากท่าเรือเทศบาลปากน้ำ เรือสปีดโบ้ทใช้เวลาประมาณ 30-45 นาทีและเรือโดยสารลำใหญ่จะใช้เวลาเดินนานกว่าสปีดโบ้ท เรือก็จะออกเกือบทุกชั่วโมง

    นั่งเรือสปีดโบ้ทประมาณ 30 นาที ก็ถึงท่าเรือเกาะพยามกันแล้ว ทุกก็ขนกระเป๋าไปยังท่าเรือกัน แล้วมุ่งหน้าไปหาเช่ารถมอเอตร์ไซค์ บนเกาะที่นี้มีแค่รถมอเตอร์ไซค์ใช้ในการเดินทางเท่านั้น ก็จะมีร้านเช่าให้เลือกกันหลายร้านเลย รถก็เลือกรุ่นที่ถนัดกัน 

    เมื่อจัดการเรื่องรถเช่าเสร็จเรียบร้อยพี่ๆพนักงานก็จะถามว่าพักที่ไหนกัน เขาจะได้ให้แผนที่แนะนำว่าอยู่อ่าวไหนและไปทางไหน

    ทางญาติก็ได้จองที่พักไว้ก่อนมาเรียบร้อยแล้ว โดยจองไว้กับ "Banana Resort" บานาน่า รีสอร์ทซึ่งอยู่ไปทางอ่าวเขาควาย จะขับตรงไปจากจุดเซนเตอร์ที่ท่าเรือตรงไปเรื่อยๆ จนถึงสี่แยกโรงเรียนก็ขับตรงไปให้สังเกตุป้ายที่พักดีๆนะ เพราะที่นี้เขาจะไม่บอกระยะก่อนถึง ป้ายจะอยู่ปากทางเข้าที่พัก วันนั้นขับรถจนพ้นปากทางไปนิดนึงต้องกลับรถมา

    "บานาน่า รีสอร์ท" อ่าวเขาควาย ไปทางทิศเหนือของเกาะพยาม อยู่ใกล้หาดชายบริวเณนี้จะชมพระอาทิตย์ตกได้สวยเพราะจะมาตกทางฝั่งนี้ ที่พักก็จะเป็นบังกะโลไม้ไผ่ห้องน้ำในตัวหลังเล็กก็นอนได้ประมาณ 2 คน หลังใหญ่ก็มีนะพักแบบครอบครัวได้  สำรวจห้องพักเก็บข้าวของเสร็จแล้วก็รีบเดินลงมายังหน้าหาดมารับกลิ่นไอทะเล ปล่อยให้หลานๆเล่นน้ำกันไป วันนี้ชายหาดเงียบๆหน่อย หรือยังไม่ถึงเวลาเล่นน้ำกัน  อ่าวเขาควาย ก็จะมีหลายๆที่พักเป็นหาดที่ยาวสุดลูกหูลูกตา ที่เกาะพยามไม่ว่าจะไปอ่าวไหนๆก็จะเจอเพื่อนสี่ขาตลอด

    เพราะเดินทางมาเรือรอบ 10:00 มาถึงที่พักก็ประมาณเที่ยงแล้ว ทุกคนก็เริ่มหิวก็เห็นร้านอาหารใกล้ๆที่พักก็เดินไปตามชายหาดก็จะเจอร้าน "The Sun" ร้านอาหารที่ใหญ่พอสมควร ช่วงนั้นไปก็พอมีลูกค้าต่างชาติบ้าง

    บรรยากาศร้านดีมากริมทะเล นั่งกินไปชมทะเลที่สวยๆไป

    เปิดเมนูแล้วเห็๋นราคาก็ค่อยข้างสูงเหมือนกันนะ เลยสั่งข้าวผัดซีฟุ้ดจานใหญ่ ต้มยำซีฟุ้ดแบบหม้อไฟ เพราะคนเยอะกินแบบนี้อิ่มกันถ้วนหน้า อาหารที่นี้อร่อยนะ 

    เมื่อกินอิ่มกันแล้วก็เดินไปที่ Hippy Bar บาร์ฮิปๆ ที่ให้อารมณ์เหมือนอยู่ในหนังโจรสลัด บาร์แห่งนี้เหมือนสร้างโดยการนำเศษไม้เหลือ. นำมาต่อกันจนเป็นเรือ และส่วนต่างๆของบาร์นี้ มันเป็นศิลปะมากครับ. บาร์แห่งนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ไม่ได้เข้าไปอุดหนุนและชมภายในเลยเพราะมาช่วงบ่ายอากาศร้อนและยังอิ่มจากร้านเดอะซัน  พักหายเหนื่อยกันแล้วก็ออกมาหน้าห้องขึ้นใต้ต้นไม้ เอ๊ะๆมีตัวอะไรบินผ่านเราไปนะ พอมองไปที่บนต้นไม้ ถึงกับร้องโห้!!! นี่มันนกเหงือกตัวเป็นๆเลยครั้งแรกที่เห็นตัวเป็นก็ตื่นเต้นกันใหญ่เลยจร้า เกาะพยามมีนกเหงือกหลายตัวมากคงเป็นเพราะยังคงความอุดมสมบรูณ์ของธรรมชาติ ตั้งใจแว้นไปอ่าวแรกก็คือ "อ่าวกวางปีป"ซึ่งออกจากที่พักก้แค่เลี้ยวซ้ายขับตรงขึ้นไป เดินทางมายากหน่อย นอกจากถนนขรุขระแล้ว ก่อนถึงหาดยังมีเนินสูงๆ ถ้าใครขับมอเตอร์ไซค์ไม่แข็ง แนะนำให้จอดเดิน จอดมอไซค์ด้านบนแล้วก็เดินลงมา มาเที่ยวเกาะพยาม ต้องอย่าพลาดที่นี่ครับ มันคุ้ม เพราะอ่าวกวางปีบเป็นแหล่งดำน้ำตื้นที่ขึ้นชื่อของเกาะพยาม หาดทรายของอ่าวนี้จะมีหินเยอะๆ หน่อย และมีต้นไม้รอบอ่าวเยอะมากกกกก เกาะพยามนี่อุดมสมบูรณ์มากๆ ครับ มีต้นไม้แทบทุกอณู

    "อ่าวกวางปีป" อยู่ทางตอนเหนือสุดของเกาะพยาม เป็นอ่าวที่ไม่ใหญ่มาก มีน้ำทะเลใส คลื่นไม่แรงมาก ความงามของธรรมชาติที่สัตว์ตัวน้อยๆได้สร้างสรรค์ขึ้นมา 

    เดินเล่นกันไม่นานนัก เห็นฟ้ามืดมาเลยฝนต้องตกแน่ๆ แล้วจะออกไปอีกอ่าวทันฝนไหมนะ จากนั้นก็รีบแว้นออกจากอ่าวกวางปีป เพราะถ้ารอช้าถนนจากจุดนี้ลื่นแน่ๆ อันตรายกับคนที่ไม่ชำนาญอย่างเรา 

    ยังไปไม่ทันถึงอ่าวใหญ่เลย ฝนก็เทมาอย่างหนักหาที่หลบฝนกัน จนขับเข้าไปจอดหลบฝนที่โรงเรียน รอให้ฝนซาลง ก็เกือบจะ 17:30 แล้ว จะทันออกไปไหนอีกไหมยังมีพี่สาวกับหลานอยู่ที่ห้อง เลยตัดสินใจไม่ไปต่ออ่าวอื่น ได้แวะหาของกินมื้อค่ำก็แล้วกัน ตั้งใจจะไปกินข้าวกันที่บลูสกาย ติดฝนเปียกปอนกันหมดก็ต้องหาไรกินง่ายแถวโรงเรียนแล้วกัน

    ฝนหยุดก็ขับรถออกจากโรงเรียนตรงไปทางจะกลับท่าเรือก็จะผ่านร้านอาหาร ซุ้มขายอาหารก็แวะจัดส้มตำ ลูกชิ้น ข้าวเกรียบปากหม้อกันไปกิน

    หลังที่ฝนหยุดสนิท ฟ้าเปิดให้ได้เห็นพระอาทิตย์แสงทองสวยๆหน้าที่พัก กลับมาจากซื้อของมาทันแสงสวยๆพอดีเลย เป็นมื้ออาหารที่กินริมทะเล วิวสวย ชมพระอาทิตย์ตกกัน

    ก็เริ่มเห็นนักท่องเที่ยวออกมาเดินเล่น ถ่ายรูปกันหลังจากฝนหยุดตก

    จากดินเนอร์ที่บลูสกาย จนกลายมาดินเนอร์ส้มตำริมหาดชมพระอาทิตย์ตก

    หลังจากกินอิ่มยุงเริ่มมาก็ย้ายไปนั่งที่ห้อง ระเบียงหน้าห้องไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนต่อเลย เพราะโดนฝนกันเปียกต้องกินยาแล้วพักผ่อนกลัวจะเป็นไข้กัน

     

    • Posts-2
    How About •  May 17 , 2018

    สวัสดียามเช้าที่ "เกาะพยาม" อากาศดี้ดีหลังฝนตก ก็ออกมาเดินเล่นตามชายหาด ก่อนจะขึ้นเรือกลับในรอบ 9:00 

    เดินสำรวจชายหาดก็รีบขึ้นไปเก็บของแล้วออกจากที่พัก เพราะวันนี้ต้องกลับภูเก็ตกันแล้ว แต่เมื่อวานเจอฝนเลยทำให้ไม่ได้ไปรอบเกาะเลย จึงทำให้เช้านี้พยามไปที่ห้ามพลาดก่อน มีจองเรือกลับระนองรอบ 9:00

    ออกมาจากที่พักประมาณ 7.00 ก็มุ่งไปยังวัดเกาะพยาม อย่างที่ตั้งใจไว้ขับรถออกมาถึงสี่แยกโรงเรียนก็เลี้ยวซ้ายขับตรงไปเรื่อยๆ ก็จะมาเจอวัด

    จะพบวัดเกาะพยาม วัดแห่งเดียวของเกาะ เป็นวัดเล็กๆ แต่วิวสุดยอดมาก ที่วัดแห่งนี้ ยังมีโบสท์กลางทะเลนหน้าออกสู่ทะเล ตัวโบสถ์มีลักษณะคล้ายมีดอกบัวมาโอบอุ้ม และมีสะพานปูนทอดยาวสู่ตัวโบสถ์บนหลังประดิษฐานพระพุทธรูปปางลีลาองค์ใหญ่ มองเห็นสวยเด่นเป็นสง่ามาแต่ไกล ถือเป็น unseen แห่งเกาะพยามได้เลยนะเนี่ย

    บริเวณวัดเกาะพยามมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมาย อาทิ รูปปั้นกรมหลวงชุมพร 

    ออกจากวัดก็กลับทางเดิมมาถึงสี่แยกโรงเรียนยังพอมีเวลาก็เลยขับตรงขึ้นไปอ่าวใหญ่

    "หินทะลุ อ่าวเขาควาย" เกาะพยาม จ.ระนอง อีกหนึ่งเสน่ห์ของเกาะพยาม บริเวณชายหาด มีกองหินรูปร่างแปลกตาจำนวนมาก ที่ถูกน้ำกัดเซาะเป็นช่องโพรง เหมือนซุ้มประตู...

    หินทะลุ เดินลงหาดมามองไปทางขวาก็เห็นหินทะลุอันแรกเลย แต่อย่าเพิ่งเดินกลับกันนะ เพราะเดินไปทางนั้นมีหินทะลุอีกหลายอันเลย

    ซุ้มประตูหินมีอยู่ด้วยกันประมาณ 3-4 ซุ้ม เป็นรูหินขนาดใหญ่ สามารถเดินลอดได้ ถือว่าเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติอย่างหนึ่ง จากก้อนหินที่ถูกน้ำทะเล และคลื่นเซาะ ใช้เวลาหลายสิบปีจนกลายเป็นหินทะลุ

    เห็นเวลาแล้วคงไปต่ออ่าวใหญ่ไม่ทันเรือแน่ๆ เลยต้องกลับไปคืนมอเตอร์ไซค์และแวะหามื้อเช้ากินลองท้อง

    มาเจอร้านอยู่ใกล้ท่าเรือพอถามว่าเป็นกาแฟสดไหมก็จอดรถสั่งอาหารกัน

    ระหว่างรอมื้อเช้าก็ขับไปเยี่ยมชมบลูสกายกันสักนิด เพราะเมื่อวานตั้งใจจะมาดินเนอร์ที่นี่แต่เจอฝนกัน แผนเลยล่มสะ

    ได้เวลาบอกบายๆเกาะพยามกันแล้ว ตั๋วพร้อม เรือพร้อมก็เดินทางกลับฝั่งระนองกันได้เลยจร้า

     

    บายบาย "เกาะพยาม" แล้วจะกลับมาเที่ยวใหม่นะ ขอบคุณกับประสบการณ์ในการเดินทางด้วยนะ

    ขอบคุณที่ติดตามอ่านรีวิว ในการบอกต่อสถานที่สวยๆของ How About Chill Out